ประวัติศาสตร์โกคูรยอล่มสลาย: การต่อสู้กับชาติมหาอำนาจอย่างโดดเดี่ยว (1)

โกคูรยอล่มสลาย: การต่อสู้กับชาติมหาอำนาจอย่างโดดเดี่ยว (1)

อาณาจักรโกคูรยอ (Goguryeo) เป็นอาณาจักรโบราณของชาวเกาหลี อาณาจักรนี้คนไทยบางคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ เพราะว่าซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องอ้างอิงจากยุคสมัยโกคูรยอ โดยเฉพาะเรื่อง “จูมง” ที่นำเสนอประวัติของการก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ได้อย่างสนุกและเวอร์วังมาก นอกจากนี้ชื่อประเทศเกาหลีในภาษาอังกฤษ หรือ Korea ก็มีที่มาจากคำว่า Goguryeo นี้เอง

โกคูรยอน่าจะเป็นอาณาจักรเดียวของชาวเกาหลีที่เป็นมหาอำนาจทางการทหารที่สามารถขยายดินแดนออกไปนอกคาบสมุทรดังกล่าวได้อย่างมากมาย

แต่ทว่าในศตวรรษที่ 6 และ 7 ความเข้มแข็งของโกคูรยอเริ่มนำมาภัยมาให้ เนื่องจากโกคูรยอต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจทางการทหารที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเองหลายเท่า นั่นก็คือ ราชวงศ์สุย และถังของจีน

สภาพทางภูมิศาสตร์ทำให้โกคูรยอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต่อสู้กับศัตรูที่เข้มแข็งนี้อย่างโดดเดี่ยว

ปูมหลัง

จูมง (Jumong) หรือ กษัตริย์ดงมยง (King Dongmyeong) ก่อตั้งอาณาจักรโกคูรยอขึ้นมาทางภาคเหนือของคาบสมุทรเกาหลีในปี 37 ก่อนคริสตกาล หลังจากนั้นโกคูรยอได้ทำการผนวกอาณาจักรชาวเกาหลีอื่นๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโกโชซอน (Gojoseon) เข้ามาในอาณาจักรได้ทั้งหมด

อนุสาวรีย์จูมงที่เปียงยาง Cr: yeowatzup

หากแต่ว่าในคาบสมุทรเกาหลีนั้น โกคูรยอมิได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว โกคูรยอมีเพื่อนบ้านทางตอนใต้อีกสองอาณาจักรได้แก่ แพ็กเจ (Baekje) และชิลลา (Silla) นักประวัติศาสตร์เกาหลีเรียกช่วงเวลานี้ว่า ยุคสามอาณาจักร (Three Kingdoms of Korea)

ความสัมพันธ์ระหว่างสามอาณาจักรส่วนมากจะเป็นไปในลักษณะที่เป็นศัตรูสลับกับเป็นมิตร การสู้รบจึงปรากฏอยู่เนืองๆ แต่ยังไม่มีอาณาจักรใดที่สามารถรวมคาบสมุทรเกาหลีให้เป็นหนึ่งได้

สำหรับโกคูรยอที่อยู่ทางเหนือย่อมประสบการรุกรานของบรรดาราชวงศ์ของจีนและพวกคนอนารยชนด้วย อย่างในปี ค.ศ.244 กองทัพของราชวงศ์เว่ยของโจโฉรุกรานและทำลายเมืองหลวงของโกคูรยอได้สำเร็จที่ฮวานโด โกคูรยอต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะขับไล่กองทัพเว่ยออกไปได้หมด

โกคูรยอต้องประสบกับความอัปยศมากที่สุดในรัชกาลของกษัตริย์โกกุกวอน พระองค์ทรงพ่ายแพ้ต่อผู้รุกรานชาวเซียนเปย ทำให้ผู้รุกรานขุดพระศพของพระบิดาของพระองค์มาเรียกค่าไถ่ ต่อมาพระองค์ก็พ่ายแพ้ต่อกองทัพแพ็กเจ ทำให้เป็นกษัตริย์พระองค์เดียวของโกคูรยอที่สวรรคตลงกลางสมรภูมิ

หากแต่ว่าอีกยี่สิบปีต่อมา โกคูรยอพลิกโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อกวางแกโทขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงสั่งกองทัพโกคูรยอขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนโกคูรยอเป็นมหาอำนาจทางการทหาร

กองทัพของพระองค์สามารถยึดเมืองหลวงของแพ็กเจ ทำลายการรุกรานของชาววา (ญี่ปุ่น) เปลี่ยนชิลลาให้เป็นรัฐอารักขา รวมไปถึงขยายอาณาจักรไปในแมนจูเรียได้อีกด้วย

รัชสมัยของกวางแกโทและจังซูเป็นรัชสมัยที่โกคูรยอเป็นมหาอำนาจ โกคูรยอควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในคาบสมุทรเกาหลีและคาบสมุทรเหลียวตง แต่ทว่าการแย่งชิงอำนาจในโกคูรยอเองกลับทำให้อาณาจักรเสื่อมถอยลง เปิดโอกาสให้ชิลลาสามารถตีชิงดินแดนลุ่มแม่น้ำฮั่นมาจากโกคูรยอได้ในช่วงกลางของศตวรรษที่ 6

โกคูรยอในปี ค.ศ.476 คือช่วงที่โกคูรยอรุ่งเรืองสูงสุด Cr: Wikipedia

การสูญเสียลุ่มแม่น้ำฮั่นทำให้โกคูรยออ่อนแอลง และชิลลาเข้มแข็งขึ้น แต่โกคูรยอไม่มีโอกาสจะตีชิงดินแดนคืนเพราะว่าโกคูรยอต้องเข้าสู่สงครามกับมหาอำนาจของราชวงศ์สุยในช่วงปลายศตวรรษที่ 6

เหตุแห่งสงครามโกคูรยอ-สุย

ราชวงศ์สุยเป็นราชวงศ์ที่รวบรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งในปี ค.ศ.589 สุยเหวินตี้ ฮ่องเต้ของราชวงศ์สุยปรารถนาที่จะประกาศอำนาจของพระองค์อย่างเช่นจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์ฮั่นเคยกระทำมา นั่นก็คือให้นานาประเทศรอบข้างมาจิ้มก้อง และยอมรับว่าอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรจีนดังแต่ก่อน

หนึ่งในอาณาจักรแรกๆ ที่ราชวงศ์สุยส่งทูตมาก็คือโกคูรยอนี้เอง คำขอของราชสำนักสุยถูกโกคูรยอปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เพราะโกคูรยอปรารถนาจะเจริญสัมพันธไมตรีในรูปแบบที่เท่าเทียมกัน และไม่ต้องการยอมรับว่าประมุขของอาณาจักรสุยมีศักดิ์สูงกว่าประมุขของโกคูรยอ

ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้นเมื่อโกคูรยอแผ่อิทธิพลขึ้นไปทางภาคเหนือ ทำให้ความสัมพันธ์กับอาณาจักรสุยเลวร้ายลง ชาวโกคูรยอยังได้คุกคามหรือปล้นสะดมบริเวณชายแดนสุยเป็นระยะๆ

เรื่องเลวร้ายลงมากในปี ค.ศ.596 เมื่อราชสำนักสุยจับได้ว่าโกคูรยอแอบติดต่อกับอาณาจักรทูเจี๋ยตะวันออกซึ่งเป็นศัตรูของอาณาจักรสุย ราชสำนักสุยจึงส่งทูตมายังโกคูรยอเรียกร้องสามข้อดังต่อไปนี้

  1. ห้ามโกคูรยอเป็นพันธมิตรทางทหารกับพวกทูเจี๋ยตะวันออก
  2. หยุดการคุกคามชายแดนของอาณาจักรสุย
  3. ยอมรับอาณาจักรสุยว่าเป็นเจ้าประเทศราชเหนือโกคูรยอ

กษัตริย์หยงยางให้คำตอบแก่อาณาจักรสุยด้วยการส่งกองทัพเข้าไปรุกรานบริเวณชายแดนอาณาจักรสุย สถานะแห่งสงครามจึงเกิดขึ้นระหว่างสองอาณาจักรนับตั้งแต่บัดนั้น

การรุกรานของอาณาจักรสุย

ในปี ค.ศ.598 สุยเหวินตี้โปรดให้นำกองทัพยกไปตีโกคูรยอทั้งทางบกและทางเรือ จำนวนทหารสุยมีประมาณสามแสนคนอยู่ภายใต้การนำของหยางเหลียง โอรสองค์ที่ห้า กองทัพส่วนใหญ่ยกผ่านพรมแดนสุยทางตอนเหนือเข้าไปในโกคูรยอ

สุยเหวินตี้

กองทัพบกของหยางเหลียงประสบกับปัญหามาตั้งแต่แรกแล้ว กองทัพสุยมาถึงโกคูรยอในช่วงฤดูฝน ทำให้ดินจำนวนมากกลายเป็นโคลน การขนเสบียงจึงทำได้ยากลำบาก

โกคูรยอฉวยโอกาสนี้ใช้การโจมตีแบบกองโจร ทำให้กองทัพสุยเสียหายหนักมากขึ้นทุกวัน มิหนำซ้ำในเวลาไม่นานกองทัพสุยก็ประสบกับโรคระบาด หยางเหลียงเห็นว่ากองทัพบกไม่อาจจะรุกต่อไปได้จึงถอนกำลังไปรอกองทัพเรือให้ยกมาสนับสนุน

แต่กองทัพเรือของสุยไม่ได้ปฏิบัติการได้ดีกว่าเลย ฝนที่ตกหนักทำให้กองทัพสุยเสียเรือไปจำนวนมากไปกับเกลียวคลื่น เมื่อกองทัพสุยเข้าใกล้ชายฝั่ง กองเรือโกคูรยอก็บุกเข้าโจมตีทันที ความเสียหายของกองทัพเรือจึงมากมาย หยางเหลียงไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องถอยทัพ เปิดโอกาสให้โกคูรยอไล่สังหารทหารศัตรูได้จำนวนมาก

การรุกรานของอาณาจักรสุยหายไปนานสิบกว่าปี ในปี ค.ศ.612 กองทัพสุยก็หวนกลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง ในครั้งนี้กองทัพสุยยกมาชนิดที่เรียกว่าฟ้าทลาย สุยหยางตี้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่เป็นผู้ที่บ้าคลั่งในความยิ่งใหญ่ ดังนั้นกองทัพที่ยกมาตีโกคูรยอจึงมีมหาศาลเพราะสุยหยางตี้โปรดให้เกณฑ์ชายฉกรรจ์จำนวนมากไปเป็นทหารหรือคนขนเสบียง

ทหารราชวงศ์สุย

ในพงศาวดารว่ากองทัพสุยมีมากถึง 1,133,000 นาย โดยยังไม่รวมจำนวนคนขนถ่ายเสบียงและเหล่ากะลาสีที่รวมแล้วมากกว่าจำนวนทหารหลายเท่า การเดินทัพของกองทัพนี้ใช้เวลา 40 วันถึงจะออกจากพรมแดนสุยไปทั้งหมด โดยขบวนทัพทั้งหมดยาวถึง 300 กิโลเมตร

โกคูรยอจะรับมืออย่างไรกันแน่?

ติดตามต่อไปได้ในตอนหน้า

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!