9 มรดกโลกทางวัฒนธรรมของ “รัสเซีย” ที่น่าไปเที่ยวสักครั้ง

0
40

ประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่มีมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติรวมแล้วถึง 29 แห่ง (ณ เดือนพฤศจิกายน 2019) ในจำนวนนี้ 18 แห่งเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมซึ่งทรงคุณค่า และมีความงดงาม ยิ่งใหญ่ ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมอย่างมาก

ในโพสนี้ผมจึงขอเลือกมา 9 แห่ง ซึ่งเราน่าไปเยี่ยมเยือนสักครั้ง จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

1. เครมลินแห่งมอสโกและจัตุรัสแดง

เครมลินแห่งมอสโก (Moscow Kremlin) และจัตุรัสแดง (Red Square) ตั้งอยู่ที่ใจกลางกรุงมอสโก เครมลินเป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยแกรนด์ดัชชีแห่งมอสโกแล้ว ในอดีตซาร์แห่งรัสเซียทุกพระองค์จะทำพิธีราชาภิเษกในเครมลินแห่งมอสโก แม้ว่าเมืองหลวงจะย้ายไปเซนต์ปีเตอร์สเปิร์กแล้วก็ตาม

Moscow Kremlin By A.Savin (Wikimedia Commons · WikiPhotoSpace) – Own work, CC BY-SA 3.0,

ในปัจจุบันเครมลินแห่งมอสโกมีอายุเกือบหนึ่งพันปี และเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีรัสเซียด้วย

ส่วนจัตุรัสแดงเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ในบริเวณนี้มีสิ่งก่อสร้างสำคัญอย่างมหาวิหารเซนต์เบซิล (St.Basil Cathedral) และสุสานของเลนิน (Lenin Mausoleum) ทำให้สถานที่แห่งนี้ทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมรัสเซียเป็นอย่างยิ่ง

2. เซนต์ปีเตอร์สเปิร์ก

ยูเนสโกให้มอบความเป็นมรดกโลกให้กับย่านเก่าแก่ของกรุงเซนต์ปีเตอร์สเปิร์ก และรวมไปถึงพระราชวังต่างๆ โดยรอบ ทำให้ขนาดของมรดกโลกแห่งนี้ถือว่าใหญ่โตทีเดียว

St Petersburg By Alex ‘Florstein’ Fedorov, CC BY-SA 4.0,

เซนต์ปีเตอร์สเปิร์ก (St.Petersburg) เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซีย ครั้งหนึ่งเมืองแห่งนี้เคยได้สมญานามว่า “เวนิสแห่งอุดรทิศ” (Venice of the North) ผ่านไปหลายร้อยปี เซนต์ปีเตอร์สเปิร์กยังคงความยิ่งใหญ่ และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็น ทำให้ปัจจุบันสถานะของเซนต์ปีเตอร์สเปิร์กเป็น เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศรัสเซีย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าเดินทางมาเที่ยวรัสเซีย เซนต์ปีเตอร์สเปิร์กเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ตัวเมืองแห่งนี้ทั้งเมืองเปรียบได้กับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานที่ในเซนต์ปีเตอร์สเปิร์กที่ต้องไปเยือนให้ได้ สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

3. The Trinity Lavra of St. Sergius

The Trinity Lavra of St.Sergius (Тро́ице-Се́ргиева Ла́вра) เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมือง Sergiev Posad ใกล้กับกรุงมอสโก (ทัวร์ไทยบางทัวร์ชอบเรียกชื่อเมืองนี้ว่า Zagorsk ซึ่งเป็นชื่อในสมัยโซเวียต ทั้งๆที่มันถูกเปลี่ยนกลับเป็น Sergiev Posad มานานกว่า 28 ปีแล้ว)

The Trinity Lavra of St. Sergius By Александр Гришин – Own work, CC BY-SA 3.0,

มหาวิหารแห่งนี้เปรียบได้กับ “กรุงโรม” ของชาวรัสเซียที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายรัสเซียนออโธดอกซ์ เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมจิตใจและจิตวิญญาณของพวกเขา ทุกวันผู้แสวงบุญและผู้ศรัทธาจะเดินทางมายังมหาวิหารแห่งนี้เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงรองน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำไปดื่มกินที่บ้านด้วย

แม้ว่าสิ่งก่อสร้างหลายแห่งจะถูกทำลาย และของมีค่าถูกปล้นสะดมในสมัยโซเวียต แต่ความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้ยังคงอยู่มิเสื่อมคลาย

4. Kizhi Pogost

Kizhi Pogost เป็นศาสนสถานที่ประกอบด้วย โบสถ์ที่สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมรัสเซียจำนวน 2 หลัง และหอระฆังอีกหลังหนึ่ง ศาสนสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เกาะในทะเลสาบ Onega ในสาธารณรัฐ Karelia ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย

Kizhi Pogost By User:MatthiasKabel – Own work, CC BY-SA 3.0,

ความโดดเด่นของศาสนสถานแห่งนี้คือ โบสถ์ทั้งสองและหอระฆังสร้างขึ้นจาก “ไม้” ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่คงทนเท่าไรนัก แต่กลับมีอายุมาแล้วอย่างน้อย 300 ปี และยังคงความสวยงามเช่นเดิม แม้ว่าจะแทบไม่ได้รับการดูแลใดๆ เลยในสมัยโซเวียตก็ตาม

Kishi Pogost จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความสามารถของช่างไม้รัสเซียโบราณ และเป็นมรดกที่สำคัญของมนุษยชาติ เพราะภายในโลกยากที่หาสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้ใดที่ทนทานได้ขนาดนี้

5. Kazan Kremlin

เครมลินแห่งคาซาน (Kazan Kremlin) เป็นป้อมปราการที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองคาซาน เมืองเอกของรัสเซียในรัฐ Tatarstan

Kazan Kremlin By Fendes – Own work, CC BY-SA 4.0,

ลักษณะของเครมลินแห่งคาซานต่างจากเครมลินที่มอสโก เพราะเครมลินแห่งนี้สร้างขึ้นโดยเป็นการผสมผสานของศิลปะรัสเซีย ตาตาร์ โกลเด้นฮอร์ด และอื่นๆ อีกหลายประเภท ทำให้อาคารแต่ละหลังในเครมลินแห่งคาซานมีรูปร่างและความงามที่ต่างออกไปจากที่อื่นๆ

อายุของเครมลินเชื่อกันว่าอย่างน้อย 500-600 ปี แต่ถ้านับสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิมแล้ว อาจจะมีอายุเก่าแก่ถึง 1,000 ปีเลยทีเดียว เพราะเครมลินแห่งคาซานสร้างทับปราสาทเก่าแก่ของข่านแห่งคาซาน หลังจากที่อีวานผู้เลวร้ายตีเมืองนี้ได้สำเร็จ

ในอดีตคาซานแห่งเครมลินเคยยิ่งใหญ่และอลังการกว่านี้ แต่พวกคอมมิวนิสต์ได้ทำลายมหาวิหารไปหลายหลังด้วยกัน แต่โชคยังดีที่อาคารหลักๆ อย่าง Söyembikä Tower ยังอยู่มาถึงปัจจุบันนี้

6. Solovetsky Monastery

Solovetsky Monastery เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของรัสเซีย ใกล้กับเหมือน Arkhangelsk วิหารแห่งนี้มีอายุเกือบ 600 ปี และผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ในประวัติศาสตร์รัสเซียมาหลายเหตุการณ์ด้วยกัน

Solovetsky Monastery By Алексей Задонский – Own work, CC BY-SA 4.0,

มหาวิหารแห่งนี้เคยเป็นสถานที่นักบุญฟิลิปแห่งมอสโกเคยเป็นเจ้าอาวาส ก่อนที่เขาจะถูกใส่ความและสังหารโดยซาร์อีวานผู้เลวร้าย (Ivan the Terrible) ในเวลาต่อมายังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพวกศาสนิกเก่า (Old Believers) หลังจากที่มีการปฏิรูปศาสนาในสมัยของซาร์อเล็กเซย์ด้วย

ในสมัยโซเวียต มหาวิหารแห่งนี้ถูกพวกโซเวียตเปลี่ยนไปเป็นคุกต้นแบบ (gulag) ซึ่งพวกโซเวียตได้นำโมเดลที่ใช้ในมหาวิหารแห่งนี้ไปใช้กับที่อื่นๆ ในเวลาต่อมา สถานที่แห่งนี้จึงเรียกได้ว่าทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง

ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ยังคงตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบสงบ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ สิ่งก่อสร้างในมหาวิหารยังคงเป็นของเดิมตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ถึงกระนั้นรัฐบาลรัสเซียกำลังซ่อมแซมมหาวิหารเพื่อทำให้กลับมาสวยงามเช่นเดิม

7. Novodevichy Convent

Novodevichy Convent เป็นอารามขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงมอสโก อารามแห่งนี้มีอายุเกือบ 500 ปี และเป็นอารามไม่กี่แห่งที่รอดพ้นมือของพวกโซเวียตมาได้

Novodevichy Convent By Anne-Laure PERETTI Lotusalp – Own work, CC BY-SA 3.0,

ในอดีตอารามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ทางศาสนาสำหรับเชื้อพระวงศ์ของแกรนด์ดัชชีแห่งมอสโก รวมไปถึงเคยถูกใช้เป็นสถานที่คุมขังเชื้อพระวงศ์ระดับสูงอย่างเจ้าหญิงโซเฟียที่แย่งอำนาจกับซาร์ปีเตอร์มหาราชด้วย แต่ในเวลาต่อมากลับถูกใช้เป็นสำนักแม่ชีแทน

อารามแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างมากมายที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบ Moscovite Baroque ซึ่งมีความโดดเด่นและไม่เหมือนใคร ทำให้มหาวิหารแห่งนี้โดดเด่นจากระยะไกล ถ้าท่านเดินทางมามอสโก อารามแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว

8. Vladimir and Suzdal

วลาดิเมียร์ (Vladimir) และซูสดัล (Suzdal) เป็นเมืองในย่านโกลเด้นริงที่อยู่ใกล้กับกรุงมอสโก ในอดีตเมืองทั้งสองเคยอยู่ในปกครองของนครรัฐเดียวกันที่มีชื่อว่า วลาดิเมียร์-ซูลดัล

ยูเนสโกได้ให้สิ่งก่อสร้างหลายแห่งในทั้งสองเมืองเป็นมรดกโลกในนาม สิ่งก่อสร้างสีขาวในวลาดิเมียร์และซูลดัล (White Monuments of Vladimir and Suzdal)

สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์และศาสนสถานที่มีสีขาว อาทิเช่น

  • Cathedral of the Assumption (วลาดิเมียร์)
  • Golden Gate (วลาดิเมียร์)
  • The Monastery of Our Saviour and St Euthymius (ซูสดัล)
  • Cathedral of the Nativity (ซูลดัล)

โบสถ์และศาสนสถานเหล่านี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในรัสเซียที่เหลือรอดมาถึงปัจจุบัน โดยมีอายุอย่างน้อย 800 ปี และสร้างขึ้นด้วยศิลปะเก่าแก่แบบดั้งเดิม ทำให้หาชมได้ยากมาก ด้วยความที่เมืองทั้งสองอยู่ไม่ไกลจากมอสโกมากนัก ถ้าเหลือเวลาในมอสโก สามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ครับ

9. Novgorod

Novgorod หรือ Veliky Novgorod เป็นเมืองสำคัญที่รุ่งเรืองอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 9-14 ถ้าเปรียบกับเมืองอื่นๆ ในรัสเซียในช่วงนั้น ไม่มีเมืองใดที่เก่าแก่และรุ่งเรืองมากกว่าเมืองนี้อีกแล้ว แม้กระทั่งมอสโกก็ตาม

St Sophia Cathedral By User№101 – Own work, CC BY-SA 3.0,

ในอดีต Novgorod เป็นเมืองแห่งการค้าขนาดใหญ่ ทำให้มีผู้เข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พัฒนาการทางศิลปะและสถาปัตยกรรมจึงก้าวหน้าตามไปด้วย ชาวรัสเซียถือว่า Novgorod เป็นบ้านเกิดของศิลปะรัสเซียเลยทีเดียว

ทุกวันนี้ Novgorod ยังเหลือสิ่งก่อสร้างเก่าแก่หลายหลัง ซึ่งอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเครมลินแห่งนอฟโกรอดอันเก่าแก่ที่เคยถูกโจมตีมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง หรือมหาวิหารเซนต์โซเฟียอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุเกือบหนึ่งพันปี นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่เก็บรักษาผลงานศิลปะแบบดั้งเดิมเอาไว้ด้วย

อย่างไรก็ตามการไปเที่ยวเมืองนี้ต้องตั้งใจไปจริงๆ เพราะ Novgorod ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเปิร์กพอดี วิธีไปที่ง่ายที่สุดคือต้องนั่งรถไฟไปนั่นเอง

สนใจซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูกแบบถูกจริงๆ คลิกที่ Cheaptickets ได้เลย!

Sources:

UNESCO

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here