การเสื่อมและล่มสลายของ “ราชวงศ์ถัง” ราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ของจีน

0
756

ราชวงศ์ถังเป็นราชวงศ์ที่ถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองยุคหนึ่งของแผ่นดินจีน อำนาจของราชวงศ์ถังครอบคลุมดินแดนตั้งแต่เอเชียกลางไปจนถึงดินแดนเกาหลี ในช่วงเวลานั้นเราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าราชวงศ์ถังเป็นมหาอำนาจต้นๆ ของโลก มีแต่เพียงจักรวรรดิมุสลิมอย่างอับบาซิดเท่านั้นที่พอจะต่อกรได้

ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และจิตรกรรมในสมัยราชวงศ์ถังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด วัดถ้ำและเจดีย์อันยิ่งใหญ่อลังการหลายแห่งล้วนแต่สร้างในสมัยถังทั้งนั้น

ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจเช่นนี้กลับถึงกาลอวสานได้อย่างไร?

ราชวงศ์ถังในยุครุ่งโรจน์ By Ian Kiu , CC BY-SA 3.0,

ราชวงศ์ถังเสื่อมอำนาจ

ในช่วงปี ค.ศ.755-763 ราชวงศ์ถังประสบกับปัญหากบฏอันลู่ซาน กบฏครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายแสนสาหัสต่อราชวงศ์ถัง เมืองหลวงทั้งสองอย่าง ฉางอานและลั่วหยางและดินแดนภาคเหนือและภาคกลางถูกทำลายยับเยิน และเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่เกิดจากการต่อสู้และการปล้นสะดม

นอกจากนี้ประชาชนหลายล้านคนต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บ ผู้คนจำนวนมากหลบหนีลงใต้ ทำให้คนเหล่านี้ไม่อยู่ในบัญชีสำมะโนครัวอีกต่อไป การเก็บภาษีจึงทำได้ยากลำบากมากขึ้น ราชวงศ์ถังจึงมีปัญหาเรื่องการคลังอยู่โดยตลอดจนสิ้นราชวงศ์

ไม่เพียงเท่านั้น ไฟสงครามยังทำให้การเพาะปลูกในภาคกลางที่เคยอุดมสมบูรณ์ทำได้อย่างยากลำบาก เพราะโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายไปมาก ผู้คนที่เหลืออยู่ก็น้อยนิด การจะได้ผลผลิตเท่าเดิมย่อมเป็นไปไม่ได้

ฉางอาน (ปัจจุบันคือเมืองซีอาน) , ลั่วหยางและดินแดนส่วนอื่นของภาคกลางจึงไม่อาจอยู่รอดด้วยการพึ่งพึงการเพาะปลูกในบริเวณโดยรอบได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการลำเลียงเสบียงอาหารจากภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์และรอดพ้นไฟสงครามผ่านคลองต้าอวิ๋นเหอขึ้นมาเท่านั้น

แต่ทว่าปัญหาของราชวงศ์ถังกลับยังไม่ได้มีเท่านี้

ราชวงศ์ถังสามารถปราบกบฏอันลู่ซานลงได้เพราะอาศัยการประนีประนอมเป็นกำลังสำคัญ ดังนั้นพวกแม่ทัพกบฏหลายคนยอมจำนนต่อราชวงศ์ถัง เพื่อแลกกับอำนาจ อิทธิพลและตำแหน่งในราชสำนัก ฮ่องเต้ราชวงศ์ถังจึงแต่งตั้งให้คนเหล่านี้เป็นแม่ทัพชายแดน และมีอำนาจสิทธิ์ขาดในดินแดนของตนเอง พวกแม่ทัพเหล่านี้เรียกว่า เจี๋ยตู้ซื่อ (节度使)

เมื่อเหล่าเจี๋ยตู้ซื่อมีอำนาจสิทธิ์ขาด ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป พวกเราเริ่มจะไม่ฟังคำสั่งของราชสำนัก บางรายถึงกับก่อกบฏ ราชสำนักถังไม่อาจจะเผชิญหน้ากับการก่อกบฏได้ เพราะกบฏใหญ่เพิ่งจะผ่านไปไม่นาน

สุดท้ายราชสำนักจึงใช้วิธีประนีประนอม โดยอนุญาตให้ตำแหน่งของพวกเจี๋ยตู้ซื่อสืบทอดกันตามสายเลือด!

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผ่านไปนานเข้า พวกเจี๋ยตู้ซื่อยิ่งกร่าง และไม่ฟังคำสั่งราชสำนักโดยสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขามีกำลังทหารในกำมือหลายหมื่นคน หรือบางคนอีกจะมีได้นับแสนคนด้วยซ้ำไป เพราะพวกเจี๋ยตู้ซื่อสามารถเกณฑ์ทหารเพิ่มได้ด้วยตนเอง

ความพยายามที่จะฟื้นตัว

ในช่วงครึ่งหลังของปลายราชวงศ์ถังนี้ ไม่ใช่ว่าจักรพรรดิ (ฮ่องเต้) ของราชวงศ์ถังทุกคนจะไม่เอาไหน หรือไร้ความสามารถ ฮ่องเต้อย่างถังเต๋อจงและถังเซี่ยนจงพยายามปฏิรูปและฟื้นอำนาจของราชสำนัก ทั้งสองปฺฏิรูประบบภาษี ส่งเสริมการค้า และพยายามฟื้นฟูราชสำนักด้วยการกำจัดพวกเจี๋ยตู้ซื่อ

ถังเซี่ยนจงเป็นฮ่องเต้คนสำคัญที่ประสบความสำเร็จในการกำจัดอิทธิพลของพวกเจี๋ยตู้ซื่อ ด้วยการส่งกองทัพไปปราบปราม ถังเซี่ยนจงสามารถทำสำเร็จในปี ค.ศ.817

ถังเซี่ยนจง

หากแต่ว่าในรัชสมัยของฮ่องเต้ทั้งสองนี้ได้ให้กำเนิดกลุ่มอำนาจใหม่ในราชสำนัก นั่นคือ พวกขันที (Eunuchs)

พวกขันทีเหล่านี้เคยเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของฮ่องเต้มาก่อน แต่พวกเขาล้วนแต่ต้องการอำนาจลาภยศ เมื่อฮ่องเต้ให้ความไว้วางใจ พวกขันทีจึงเริ่มสร้างฐานอำนาจของตนเองขึ้นมา และกอบโกยลาภยศต่างๆ เข้าใส่ตนเองและครอบครัว

หลังจากที่อำนาจของขันทีเริ่มเพิ่มขึ้น พวกขันทีที่รับใช้ฮ่องเต้อย่างใกล้ชิดย่อม “เลือกฮ่องเต้” ด้วยการวางยาพิษฮ่องเต้ที่ขวางทางอำนาจของตนเองอยู่ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าการที่ถังเซี่ยนจงสวรรคตอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียง 41 ปี น่าจะมาจากการวางยาพิษของขันที

ฮ่องเต้ที่ขึ้นครองราชย์แทนคือ ถังมู่จง ผู้อยู่ใต้อิทธิพลของขันที ถังมู่จงไม่เอาใจใส่ราชการแผ่นดิน และเอาใส่หาความสุขกับสุรานารี ราชสำนักถังที่เพิ่งจะดูดีขึ้นจึงกลับไปเน่าเฟะ พวกเจี๋ยตู้ซื่อที่ถูกปราบไปแล้วกลับมาผยองอีกครั้งหนึ่งด้วย

หลังจากนั้นทุกอย่างก็เต็มไปด้วยความถดถอย ฮ่องเต้ราชวงศ์ถังแต่ละคนครองราชย์ได้ไม่นานนักก็สวรรคตด้วยการถูกลอบสังหารบ้าง เสพสุรานารีจนป่วยตายไปเองบ้าง การที่ฮ่องเต้สวรรคตตั้งแต่ยังหนุ่มแน่นทำให้รัชทายาทเริ่มมีอายุน้อยไปทุกที และไม่มีฮ่องเต้ที่มีสติปัญญามาปกครองบ้านเมือง

จะมีช่วงรัชกาลของถังซวนจงเท่านั้นที่ฮ่องเต้พอจะมีความสามารถบ้าง ถังซวนจงยกเลิกการปราบปรามพุทธศาสนาที่ริเริ่มด้วยถังหวู่จง บริหารประเทศด้วยความขยันขันแข็ง เลือกผู้ที่มีความสามารถเข้ามารับราชการ ยุติความขัดแย้งระหว่างพวกขุนนาง นอกจากนี้ยังใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์เพื่อลดรายจ่ายของราชสำนักด้วย

ถังซวนจง

สิ่งเดียวที่ถังซวนจงยังไม่สามารถทำได้คือลดอิทธิพลของพวกขันที ถังซวนจงพยายามจะลดอิทธิพลพวกขันทีอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่กลับสวรรคตเสียก่อน เพราะไปเสวยยาอายุวัฒนะของพวกนักเล่นแร่แปรธาตุ

ถังซวนจงถือเป็นฮ่องเต้ราชวงศ์ถังคนสุดท้ายที่มีความสามารถและบริหารประเทศด้วยตนเอง มีบันทึกว่าเหล่าประชาชนต่างคิดถึงถังซวนจงเป็นอย่างมาก หลังจากที่ถังซวนจงจากไป

ดำดิ่งสู่ความมืดมิด

ฮ่องเต้ของราชวงศ์ถังหลังจากถังซวนจงล้วนแต่เละเทะ ทุกคนใช้ชีวิตอย่างสุรุ่ยสุร่าย มัวเมาในสุรานารี ไม่สนใจในราชการแผ่นดิน อำนาจในราชสำนักจึงอยู่ในมือของพวกขันทีโดยสมบูรณ์

ในรัชกาลถังอี้จง ราชสำนักถังรีดภาษีกับประชาชนอย่างมากมายเพื่อนำไปให้ฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์ใช้จ่าย โดยเฉพาะพิธีกรรมในศาสนาพุทธของถังอี้จงที่ใช้เงินไปจำนวนมหาศาลในแต่ละครั้ง

แม้ดินแดนบางแห่งจะประสบภัยแล้งที่ทำให้ผู้คนอดตาย แต่การเก็บภาษีกลับไม่เคยถูกยกเลิก ชาวบ้านจีนถึงกับต้องเสียภาษีจนตาย บางคนเริ่มจะคิดว่าราชวงศ์ถังได้สูญเสีย “เทียนมิ่ง” หรือ “อาณัติสวรรค์” ไปเรียบร้อยแล้ว

ในช่วงปี ค.ศ.870 พวกชาวนาต่างสุดจะทนกับการกดขี่ของราชสำนักอีกต่อไป พวกเขาจึงลุกฮือก่อการกบฏซึ่งลามไปทั่วอาณาจักรอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นกบฏชาวนาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนครั้งหนึ่ง

พวกกบฏกลุ่มที่เข้มแข็งที่สุดคือกลุ่มของหวงเฉา กองทัพของหวงเฉายัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กองทัพของราชสำนักหลายครั้ง กองทัพของหวงเฉาได้ยกเข้าตีหัวเมืองต่างๆ ของราชวงศ์ถัง ทำให้ราชสำนักถังอยู่ในภาวะวิกฤตยิ่ง

กองกำลังของหวงเฉายกเข้ามาใกล้ลั่วหยาง แต่ปรากฏว่ากองทัพถังตั้งรับอย่างหนาแน่น หวงเฉาจึงเปลี่ยนใจยกกองทัพลงใต้ และตีชิงดินแดนในภาคใต้ที่อุดมสมบูรณ์แทน ก่อนที่จะยกกลับมายังภาคเหนืออีกครั้งหนึ่ง

เมื่อกองทัพของหวงเฉากลับมาภาคเหนือ เขาเอาชนะกองทัพถังได้หลายครั้ง กองทัพกบฏยกเข้าประชิดเมืองฉางอาน เมืองหลวงของราชวงศ์ถัง ถังซีจง ฮ่องเต้ราชวงศ์ถังจำต้องหนีออกจากเมืองหลวง ทำให้พวกกบฏชาวนายึดฉางอานได้

อย่างไรก็ตาม ราชสำนักถังได้ให้หลี่เค่อย่งแห่งเผ่าซาถัวเป็นแม่ทัพใหญ่นำกองทัพเข้าโจมตีพวกกบฏ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง แต่สุดท้ายราชวงศ์ถังก็ได้รับชัยชนะ พวกกบฏถูกปราบปรามอย่างราบคาบ

วาระสุดท้ายของราชวงศ์ถัง

แม้ราชวงศ์ถังจะได้รับชัยชนะและปราบพวกกบฏลงได้ แต่ความเสียหายในช่วงสิบกว่าปีของการกบฏครั้งล่าสุด ทำให้ราชสำนักถังเป็นอัมพาต หัวเมืองต่างๆ โดยเฉพาะที่อยู่ภายใต้อำนาจพวกเจี๋ยตู้ซื่อล้วนแต่ไม่ฟังคำสั่งฮ่องเต้ราชวงศ์ถังอีกต่อไป กำลังทหารหลวงที่จะส่งไปปราบก็ไม่มี เพราะกองทัพถังแทบจะสูญสิ้นทั้งหมดไปกับการปราบกบฏ

จริงๆ ไม่ต้องพูดถึงพวกเจี๋ยตู้ซื่อ เพราะขนาดโจรผู้ร้ายที่อาละวาดอยู่รอบเมืองหลวง ราชสำนักยังไม่มีปัญญาปราบได้เลย จะเอากำลังที่ไหนไปปราบพวกเจี๋ยตู้ซื่อ

เมื่อเห็นว่าราชสำนักถังไม่สามารถทำอะไรตนเองได้แล้ว พวกเจี๋ยตู้ซื่อจึงเริ่มรบกันเองเพื่อแย่งชิงดินแดน หนึ่งในพวกเจี๋ยตู้ซื่อที่มีอำนาจมากที่สุดคือ จูเวิน

จูเวิน

จูเวินเริ่มเอาชนะพวกเจี๋ยตู้ซื่อคนอื่น และรวบดินแดนเหล่านั้นมาไว้ในกำมือตน ในปี ค.ศ.904 จูเวินที่มีกำลังแข็งแกร่งจึงยกกำลังเข้ามาในราชสำนักถัง และบีบให้ถังเจาจง ฮ่องเต้ของราชวงศ์ถังยอมอยู่ภายใต้อำนาจของตน

เมื่อมีอำนาจในราชสำนักแล้ว จูเวินบังคับให้ถังเจาจงไปอยู่ที่ลั่วหยาง และบังคับให้ฮ่องเต้ปฏิบัติตามทุกสิ่งที่ตัวจูเวินต้องการ

ต่างจากโจโฉ จูเวินผู้นี้ไม่เคยมีคุณธรรมอะไรในใจอยู่แล้ว จูเวินแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการราชสมบัติ และทุกคนที่ขัดขวางเขาจะต้องตาย

ในปีเดียวกันนั้นเอง จูเวินเกรงว่าถังเจาจงอาจจะแย่งชิงอำนาจกลับคืนมาระหว่างที่ตัวจูเวินไปทัพ จูเวินจึงให้กองทัพบุกเข้าไปสังหารถังเจาจงทิ้งเสียในวัง พร้อมทั้งสังหารเชื้อพระวงศ์ระดับสูงทิ้งเสียสิ้น เช่นเดียวกับพวกขุนนางระดับสูงที่จูเวินสั่งให้นำตัวไปตัดหัวทั้งหมด

หลังจากนั้นจูเวินได้ตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นนามว่า ถังไอตี้ และเริ่มกวาดล้างพวกขุนนางที่ยังจงรักภักดีที่เหลืออยู่ทั้งหมด ในเวลาไม่นานจูเวินก็หาเหตุสังหารไท่โฮ่ว ผู้เป็นมารดาของถังไอตี้ด้วย

ภายในราชสำนักถังจึงไม่เหลือใครที่จะต่อต้านจูเวินอีกต่อไป

ในปี ค.ศ.907 จูเวินบังคับให้ถังไอตี้มอบบัลลังก์ให้กับตน ด้วยเหตุนี้จุดจบของราชวงศ์ถังจึงมาถึงในที่สุด ราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ที่เคยมีอายุเกือบ 300 ปีกลายเป็นอดีตในหน้าประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล

จูเวินในฐานะจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โฮ่วเหลียงไม่ปล่อยให้ถังไอตี้มีชีวิตอยู่ได้นานนัก เขาใช้คนวางยาพิษถังไอตี้เสียในปีต่อมา ถังไอตี้อายุได้เพียง 15 ปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามพวกเจี๋ยตู้ซื่อคนอื่นต่างไม่ยอมรับอำนาจของจูเวิน การต่อสู้จึงดำเนินต่อไปอีกห้าสิบกว่าปี จนกระทั่งราชวงศ์ซ่งรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งได้อีกครั้งหนึ่ง

Sources:

Sima Guang, Zizhi Tongjian