ลั่วหยาง (Luoyang) อดีตเมืองหลวงราชวงศ์ฮั่นมีที่ไหนให้เที่ยวบ้าง?

ลั่วหยาง (Luoyang, 洛阳) เป็นเมืองสำคัญในมณฑลเหอหนาน ซึ่งคนไทยที่เคยอ่านนิยายสามก๊กน่าจะรู้จักกันดีในนามเมือง “ลกเอี๋ยง” เมืองหลวงของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และราชวงศ์เฉาเว่ยที่โจผี บุตรชายของโจโฉก่อตั้งขึ้นมานั่นเอง

แม้ว่าในปัจจุบันลั่วหยางจะไม่ได้มีความสำคัญใกล้เคียงกับในอดีต แม้กระทั่งเมืองหลวงของมณฑลก็ไม่ได้เป็น แต่ภายในเมืองก็ยังหลงเหลือร่องรอยของความยิ่งใหญ่อยู่

ในโพสนี้เราจะไปดูกันครับว่าลั่วหยางมีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้างที่น่าสนใจ แต่ก่อนอื่นผมขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักเมืองลั่วหยางโดยคร่าวๆ ก่อนครับ

ลั่วหยาง Image by Tonypang from Pixabay

แนะนำลั่วหยาง (Luoyang)

ลั่วหยาง (Luoyang) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในมณฑลเหอหนาน และอยู่ในบริเวณตอนกลางของประเทศจีน ชัยภูมิของลั่วหยางถือว่าดีเยี่ยม เพราะว่าตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำลั่วและแม่น้ำอี้ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ การค้าขายแถบนี้จึงรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลแล้ว

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พื้นที่เมืองลั่วหยางจะเป็นเมืองหลวงมาตั้งแต่อดีตกาล ตำนานเล่าว่าราชวงศ์เซี่ย ราชวงศ์แรกของจีนตั้งเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเจินซวิน นักประวัติศาสตร์บางส่วนสันนิษฐานว่าเจินซวินคือแหล่งโบราณคดีเอ้อหลี่โถวที่เพิ่งถูกค้นพบใกล้กับเมืองลั่วหยาง แต่ในปัจจุบันเรายังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว

ความสำคัญของลั่วหยางเริ่มปรากฏชัดในหน้าประวัติศาสตร์จีนเมื่อโจวกง (จีตั้น) ผู้สำเร็จราชการคนสำคัญในสมัยราชวงศ์โจวตะวันตกได้มีคำสั่งให้สร้างเมืองลั่วหยาง สถานะของลั่วหยางจึงใกล้เคียงกับคำว่าเมืองหลวงแห่งที่สองของอาณาจักร ทั้งนี้ในช่วงเวลานั้นชาวจีนเรียกเมืองลั่วหยางว่า “ลั่วอี้

Longmen Grottoes By Photodiary of an Endless Summer, Flickr, CC By 2.0

ในช่วงปี 771 BC (ก่อนคริสตกาล 771 ปี) พวกอนารยชนเผ่าเฉียนหรงตีเมืองหลวงเฮ่าจิง (ใกล้กับซีอานในปัจจุบัน) แตก โจวผิงหวาง กษัตริย์ราชวงศ์โจวเห็นว่าเมืองหลวงเดิมทรุดโทรมมากไม่สามารถตั้งอยู่ได้ พระองค์จึงเสด็จมาตั้งเมืองหลวงใหม่ที่ลั่วอี้ และสถาปนาราชวงศ์โจวตะวันออกขึ้น

การที่เมืองหลวงย้ายมาตั้งที่ลั่วหยาง ทำให้ตัวเมืองเจริญขึ้นมาก แต่ราชสำนักกลับอ่อนแอลง เพราะสูญเสียที่มั่นอันอุดมสมบูรณ์ที่เขตซีอานเดิม เจ้าผู้ครองแคว้นทั้งหลายจึงไม่มีใครฟังคำสั่งของกษัตริย์ราชวงศ์โจวอีกต่อไป พวกเขาต่างสู้รบกันเองเป็นเวลานานหลายร้อยปี จนกระทั่งแคว้นฉินที่เข้มแข็งสามารถมีชัยเหนือแคว้นอื่นทั้งหมด รวมไปถึงแคว้นของกษัตริย์โจวด้วย

สถานะเมืองหลวงของลั่วหยางจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่บัดนั้น แต่ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ลั่วหยางกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่ง มีการก่อสร้างพระราชวังอันยิ่งใหญ่มากมาย รวมไปถึงวัดวาอารามต่างๆ ด้วย เพราะในช่วงนี้ศาสนาพุทธเริ่มแพร่หลายเข้ามาสู่ประเทศจีน

ในปี ค.ศ.190 ตั๋งโต๊ะ (ต่งจัว) ได้สั่งให้ปล้นสะดมเมืองลั่วหยางระหว่างที่ถอยหนีกองทัพพันธมิตรที่มาขับไล่ตน การทำลายครั้งนั้นทำให้ลั่วหยางเสียหายยับเยิน และกลายเป็นเมืองร้าง จนกระทั่งในปี ค.ศ.220 โจผีที่ชิงราชสมบัติพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้สำเร็จจึงสั่งให้ซ่อมแซมเมืองลั่วหยาง และย้ายเมืองหลวงกลับมาตั้งที่นี่ ราชวงศ์จิ้นของสุมาเอี๋ยนที่มาแทนที่ราชวงศ์เว่ยได้ตั้งเมืองหลวงที่ลั่วหยางสืบต่อมา

Longmen Grottoes Image by qingwuming from Pixabay

ต่อมาภายใต้ความวุ่นวายของยุคเหนือใต้ ลั่วหยางถูกทำลายอย่างยับเยินโดยกองทัพซงหนู และกองทัพอื่นกองแล้วกองเล่า ลั่วหยางต้องรอจนถึงสมัยราชวงศ์ถังถึงกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง จักรพรรดิราชวงศ์ถังได้สร้างลั่วหยางเป็นเมืองหลวงที่สอง ในช่วงนี้ลั่วหยางมีพลเมืองถึงหนึ่งล้านคน

แต่แล้วลั่วหยางกลับถูกทำลายอีก เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลั่วหยางเป็นเมืองที่อาภัพ เพราะถูกปล้นสะดมและทำลายอย่างไม่หยุดหย่อน ลั่วหยางถูกทำลายจนเกือบราบเป็นหน้ากลองในช่วงที่มีการกบฏอันลู่ซานในสมัยราชวงศ์ถัง ตามมาด้วยสมัยราชวงศ์หยวน และหมิง

การทำลายในสมัยปลายราชวงศ์หมิงทำให้อดีตเมืองที่ยิ่งใหญ่เหลือประชากรไม่ถึง 100,000 คนเท่านั้น และไม่เคยรื้อฟื้นความยิ่งใหญ่ในอดีตกลับมาได้อีกเลย

ในสมัยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ จีนได้พัฒนาลั่วหยางให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมหนัก แรงงานจำนวนมากจึงหลั่งไหลเข้ามาทำงานที่นี่ ปัจจุบันลั่วหยางจึงเป็นเมืองที่มีประชากรในเขตเมืองประมาณสองล้านคน ซึ่งถือว่าน้อยถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ของจีน

แม้ว่าจะถูกทำลายหลายต่อหลายครั้ง แต่สิ่งก่อสร้างสวยๆ หลายแห่งอันยิ่งใหญ่รอดพ้นการทำลายมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เราไปดูกันดีกว่าครับว่า เมืองลั่วหยางเหลือที่ไหนให้ไปเที่ยวบ้าง

1. Longmen Grottoes

Longmen Grottoes หรือถ้ำหลงเหมินเป็นปูชนียสถานในศาสนาพุทธขนาดยักษ์ที่ถูกแกะสลักเข้าไปในภูเขา ภายในตัวภูเขามีพระพุทธรูปและรูปปั้นพระโพธิสัตว์มากมายนับแสนองค์ ขนาดของพระพุทธรูปมีตั้งแต่สูง 25 มิลลิเมตรไปจนถึง 17 เมตรเลยครับ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกและเป็นที่เที่ยวที่คุณห้ามพลาดเมื่อเดินทางมายังลั่วหยาง

ผมมองว่าถ้าการมาชมที่นี่เพียงแห่งเดียวก็คุ้มแล้วสำหรับการนั่งรถไฟความเร็วสูงจากซีอานมาลั่วหยางครับ

ถ้ำหลักของถ้ำหลงเหมิน By Anagoria , CC BY 3.0,

ถ้ำแห่งนี้มีอายุนานกว่า 1,500 ปีแล้ว ตัวถ้ำเริ่มก่อสร้างในสมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ (เป่ยเว่ย) และได้รับการสร้างต่อเติมอย่างมากในสมัยราชวงศ์ถัง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลพระนางบูเช็คเทียน ในปัจจุบันส่วนใหญ่ของตัวถ้ำที่คุณเห็นก็สร้างในสมัยถังครับ

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าใบหน้าของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ (ในรูปด้านบน) ได้ถูกแกะสลักตามใบหน้าของพระนางบูเช็คเทียนอีกด้วย เนื่องจากพระนางเป็นผู้อุปถัมภ์คนสำคัญในการก่อสร้างถ้ำแห่งนี้

Longmen Grottoes By Charlie , CC BY-SA 4.0,

ถ้าคุณมาชมในช่วงเย็นหรือค่ำจะมีการเปิดสปอตไลท์ฉายที่องค์พระพุทธรูปด้วยนะครับ ซึ่งมีความงดงามมากเลยทีเดียว

2. Baima Temple

Baima Temple หรือ White Horse Temple (วัดม้าขาว, ไป๋หม่าซื่อ) เป็นวัดในพระพุทธศาสนาแห่งแรกที่สร้างขึ้นในจีน โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.68 ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก

Baima Temple

สาเหตุที่วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าวัดม้าขาวเพราะพระสงฆ์อินเดียที่ฮ่องเต้เชิญมาที่จีนได้เดินทางมาพร้อมกับพระสูตรบนหลังม้าสีขาว ฮ่องเต้จึงตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดม้าขาวครับ บริเวณหน้าวัดจะมีรูปปั้นม้าสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดตั้งอยู่

รูปปั้นม้า By MyName (Fanghong), CC BY 2.5,

ปัจจุบันวัดม้าขาวยังมีอาคารเก่าแก่ที่มีพระพุทธรูปที่สวยงามตั้งอยู่ รวมไปถึงเจดีย์ใหญ่ตรงกลางวัดด้วย แต่สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ล้วนแต่สร้างในยุคหลังทั้งสิ้น และสร้างขึ้นตามศิลปะในยุคหลัง (หมิง-ชิง) ไม่ใช่ตามแบบสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมในสมัยฮั่นที่ถูกทำลายไปแล้วครับ

3. Guanlin Temple

Guanlin Temple หรือวัดกวนหลินเป็นวัดที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1596 หรือในสมัยราชวงศ์หมิง ตำนานเล่าว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นบนจุดที่ศีรษะของกวนอูถูกฝังไว้หลังจากที่ซุนกวนส่งไปให้โจโฉ วัดแห่งนี้จึงเป็นวัดที่อุทิศให้กับกวนอู คุณจะได้เห็นรูปปั้นของกวนอูอยู่ตรงกลางวัด รวมไปถึงกวนเป๋ง บุตรเลี้ยงของกวนอู และจิวฉอง ทหารคนสนิทครับ

Guanlin Temple, Wikipedia

ดังนั้นใครที่ชอบสามก๊ก โดยเฉพาะจ๊กก๊ก อย่าพลาดที่จะมาเยือนที่นี่ครับ เพราะบรรยากาศไม่ต่างจากศาลเจ้าสามก๊กที่เฉิงตูเลย

4. Luoyang Museum

เนื่องจากลั่วหยางเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยประวัติศาสตร์ การเดินทางมาชมพิพิธภัณฑ์ที่นี่จึงน่าสนใจอย่างมาก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรักษาโบราณวัตถุเก่าแก่มากมาย และล้วนแต่มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตราทองคำ เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น และของใช้ที่สวยงามล้ำค่าอีกจำนวนมากครับ

รูปปั้นจากดินที่มีที่มาจากสมัยถังใน Luoyang Museum By Gary Lee Todd, CC BY-SA 4.0,

5. Museum of Luoyang Eastern Zhou Royal Horse and Chariot Pits

Museum of Luoyang Eastern Zhou Royal Horse and Chariot Pits เป็นพิพิธภัณฑ์ที่พิเศษมากๆ เพราะว่าสร้างครอบแหล่งโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน นั่นคืออดีตเมืองลั่วอี้ เมืองหลวงของจีนในยุคราชวงศ์โจวตะวันออก (ชุนชิวจ้านกว๋อ) นั่นเองครับ

ซากรถศึกและโครงกระดูกม้า By Aberlin, CC BY 2.0,

ไฮไลท์ของที่นี่คือ แอ่งที่มีการพบซากรถศึกและโครงกระดูกของม้าที่ถูกบูชายัญเป็นจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความเชื่อโบราณของจีน และยังเป็นโบราณวัตถุขนาดใหญ่ที่มีอายุเกือบสามพันปี ซึ่งยากที่จะหาโบราณวัตถุใดในประเทศจีนมาเทียบได้ครับ

นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นข้าวของอื่นๆ ที่ถูกค้นพบที่นี่อีกด้วย ซึ่งมีอายุเก่าแก่ไม่แพ้เหล่ารถศึกเลยครับ

6. Luoyang Ancient Art Museum

Luoyang Ancient Art Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนดินและใต้ดิน บริเวณบนดินไม่มีอะไรมากนัก นอกจากประตูและอาคารแบบราชวงศ์ฮั่นไม่กี่หลัง ไฮไลท์ของที่นี่คือใต้ดินครับ

สุสานสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก By Gary Lee Todd , CC BY 3.0,

บริเวณใต้ดินของพิพิธภัณฑ์คือสุสานเก่าแก่ในสมัยราชวงศ์โบราณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์ฮั่น จิ้น เว่ยเหนือ ถัง ซ่ง และจิน ภายในสุสานใต้ดินมีการตบแต่งผนังและกำแพงอย่างสวยงามมาก ซึ่งถือว่าเป็นทั้งผลงานชิ้นเอกทางด้านศิลปะ และหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าคนในสมัยนั้นใช้ชีวิตอย่างไรด้วยครับ

ภาพเขียนสีในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก By Gary Lee Todd , CC BY-SA 4.0,

7. สถานที่เที่ยวอื่นๆ

ลั่วหยางยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

  • China National Flower Garden – หนึ่งในสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีดอกไม้ให้ชมถึง 500,000 ดอกเลยทีเดียว
  • Wangcheng Park – สวนสาธารณะที่เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงในสมัยราชวงศ์โจว

ไปเที่ยวลั่วหยางอย่างไรดี

แม้ว่าจะมีการคมนาคมที่ไม่ได้สะดวกเหมือนกับซีอาน แต่คุณสามารถเที่ยวลั่วหยางด้วยตนเองได้ไม่ยาก โดยการใช้แท็กซี่หรือรถบัสในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ครับ

ผมแนะนำว่าให้คุณไปเที่ยวลั่วหยางในทริปเดียวกับที่ไปซีอาน เนื่องจากเมืองทั้งสองอยู่ไม่ไกลจากกันนัก และสามารถเดินทางไปมาได้อย่างไม่ยากโดยใช้รถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นเองครับ

อีกตัวเลือกที่น่าสนใจคือการเดินทางไปกับทัวร์จีนต่างๆ ซึ่งมักจะครอบคลุมทั้งซีอานและลั่วหยางอยู่แล้ว โดยส่วนตัวผมเคยใช้บริการของ Merryland ซึ่งก็ถือว่าบริการได้ดีครับ อย่างไรก็ดีถ้าคุณไปกับทัวร์ คุณจะไม่ได้เดินทางไปทุกสถานที่ในรายชื่อที่ผมให้มาในที่นี้ครับ แต่จะได้ความสะดวกสบาย เพราะไม่ต้องหาข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้นครับ

error: Content is protected !!