เจ้าเฟยเยี่ยน เจ้าเหอเต๋อ สองนงคราญผู้พ่ายแพ้ในสมรภูมิตำหนักใน

0
67

เจ้าเฟยเยี่ยน (Zhao Feiyan, 赵飞燕) เป็นหนึ่งในหญิงสาวที่มีชื่อเสียงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์จีน แม้ว่าจะไม่ใช่สี่ยอดหญิงงาม แต่ชาวจีนมักจะเปรียบเจ้าเฟยเยี่ยนคู่กับหยางกุ้ยเฟยในแง่ที่ว่า เจ้าเฟยเยี่ยนนั้นอรชรอ้อนแอ้น ส่วนหยางกุ้ยเฟยนั้นอวบอิ่มบริบูรณ์

อย่างไรก็ดีการเปรียบเทียบนี้ไม่ได้ยกยอเจ้าเฟยเยี่ยนแต่กดหยางกุ้ยเฟยแต่อย่างใด จริงๆ แล้วเป็นการยกยอทั้งคู่ว่างดงามในรูปแบบที่แตกต่างกัน ในเวลาต่อมาการเปรียบเทียบนี้ได้กลายเป็นสำนวนจีนว่า หวนเฟยเยี่ยนโช่ว (环肥燕瘦)

สำนวนนี้มีความหมายตรงตัวว่า “หวนอ้วน เฟยผอม” หวนในที่นี้หมายถึงหยางยี่หวน ชื่อจริงของหยางกุ้ยเฟย ส่วนเฟยก็คือเจ้าเฟยเยี่ยนนั่นเอง อย่างไรก็ดีสำนวนนี้มีความหมายโดยนัยว่า แม้ว่าสิ่งสองสิ่งจะตรงกันข้ามกัน แต่สามารถดีเยี่ยมไม่ต่างกันได้

โดยทั่วไปแล้วคนจีนทั่วไปมักจะกล่าวถึงแค่ว่าเจ้าเฟยเยี่ยนมีร่างกายที่อรชรอ้อนแอ้น และงดงามราวกับหยาดฟ้า โดยที่ไม่มีใครกล่าวถึงชีวิตของเธอและการเผชิญศึกในสมรภูมิตำหนักในของนางเท่าไรนัก ทั้งๆ ที่สนุกและน่าสนใจอย่างมาก

ส่วนน้องสาวของนางอย่างเจ้าเหอเต๋อ (Zhao Hede, 赵合德) นั้นยิ่งกว่าหายไปในหน้าประวัติศาสตร์อีก แม้ว่าจริงๆ แล้วนางจะงดงามไม่แพ้พี่สาว และมีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่นอย่างยิ่งยวด

ในโพสนี้เราจะมาดูว่าชีวิตของทั้งสองนางในตำหนักในเป็นอย่างไร เราไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่าครับ

เจ้าเฟยเยี่ยน

ชีวิตรากหญ้า

ทั้งเจ้าเฟยเยี่ยนและเจ้าเหอเต๋อนั้นมีพื้นเพมาจากชนชั้นล่าง โดยบิดามารดาของทั้งสองนั้นเป็นคนรับใช้ของขุนนางในราชสำนัก ด้วยความที่มีฐานะยากจน ทำให้เมื่อเจ้าเฟยเยี่ยนลืมตาดูโลก เธอจึงถูกนำไปทิ้งเพราะว่าพ่อแม่ไม่อาจจะเลี้ยงเธอได้ไหว แต่โชคเป็นของทารกน้อยเจ้าเฟยเยี่ยนที่มีชีวิตอยู่รอดได้ถึงสามวัน ทำให้พ่อแม่ของเธอเปลี่ยนใจและกลับไปอุ้มเธอมาเลี้ยงในที่สุด

หลังจากนั้นไม่นานบิดาของเจ้าเฟยเยี่ยนก็เสียชีวิต เธอและน้องสาวอย่างเจ้าเหอเต๋อจึงถูกคนรับใช้ที่ในครอบครัวที่ร่ำรวยนำไปเลี้ยงจนเติบโตเป็นสาวสวย ปรากฏว่าเจ้าเฟยเยี่ยนมีหุ่นที่อรชรอ้อนแอ้น เธอจึงได้เข้าทำงานเป็นนางรำในตำหนักของเจ้าหญิงหยางอา ผู้เป็นน้องสาวขององค์จักรพรรดิ

ในช่วงนี้เองที่เธอได้ชื่อว่าเจ้าเฟยเยี่ยน โดยเธอได้ใช้แซ่ “เจ้า” จากพ่อเลี้ยงของเธอ และด้วยความที่เธอร่ายรำได้สวยงามมาก และมีความพริ้วไหวที่มีการเปรียบว่าเธอสามารถร่ายรำบนถาดทองคำที่บอบบางได้ เธอจึงได้ชื่อว่าเฟยเยี่ยน ซึ่งแปลว่านกนางแอ่นที่กำลังโบยบิน

ชีวิตของเจ้าเฟยเยี่ยนเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลในปี 19 BC เพราะฮั่นเฉิงตี้ ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตกได้เข้ามาเยี่ยมเยือนน้องสาวของพระองค์ และได้พบกับนางรำสองคน นั่นคือเจ้าเฟยเยี่ยนและเจ้าเหอเต๋อ พงศาวดารเล่าว่าฮั่นเฉิงตี้ตกหลุมรักเจ้าเฟยเยี่ยนในทันที เธอจึงถูกส่งตัวเข้าวังในคืนนั้น และในเวลาต่อมาไม่นาน ฮั่นเฉิงตี้ก็ได้เรียกเจ้าเหอเต๋อ น้องสาวของเธอเข้าไปอีกคน

ความทะเยอทะยานของสองพี่น้อง

ฮั่นเฉิงตี้ลุ่มหลงเจ้าเฟยเยี่ยนและเจ้าเหอเต๋ออย่างหนัก ทั้งสองได้รับการโปรดปรานอย่างเป็นที่สุด แต่ก็ไม่อาจจะทำให้ทั้งสองพอใจได้ เจ้าเฟยเยี่ยนและเจ้าเหอเต๋อต่างต้องการมากกว่านั้น ทั้งสองจึงต้องเผชิญกับการต่อสู้ในตำหนักใน (อย่างที่บูเช็คเทียนต้องเผชิญในอีกหลายร้อยปีต่อมา)

มารหัวใจของสองพี่น้องนั้นมีอยู่สามคนนั่นคือ

  • ซีว์หวงโฮ่ว ผู้เป็นฮองเฮา (หวงโฮ่ว) ของฮั่นเฉิงตี้ ผู้มาจากตระกูลขุนนางอันสูงส่งในราชสำนัก และเคยเป็นที่รักยิ่งของฮั่นเฉิงตี้ พระนางมีความสามารถในทางวรรณกรรม และการเขียนมากต่างจากหญิงจีนทั่วไปที่ไม่ได้รับการศึกษา อย่างไรก็ดีพระนางไม่มีโอรสธิดาให้กับฮ่องเต้เลยสักคนเดียว เพราะพระนางทรงแท้งบุตรถึง 2 ครั้งด้วยกัน
  • ปันเจียหยีว์ หรือพระสนมปัน อีกหนึ่งหญิงสาวที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และรู้หนังสือดีเยี่ยมไม่แพ้ฮองเฮา พระสนมปันเป็นคนสวยที่มีคุณธรรม เธอไม่พยายามที่จะมีอำนาจในตำหนักในแต่อย่างใด เธอปรารถนาจะให้ฮ่องเต้ใส่ใจในราชการแผ่นดิน และเอาใจใส่ประชาชนมากกว่านี้ ดังนั้นตั้งแต่ฮ่องเต้ตลอดจนฮองเฮา ไทเฮา (ไท่โฮ่ว) และฝ่ายในทั้งปวงจึงเคารพเธอมาก โดยเฉพาะหวางไท่โฮ่ว มารดาของฮ่องเต้ที่ชื่นชอบเธอเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดีเธอไม่มีบุตรธิดาให้กับฮ่องเต้ เพราะว่าคลอดออกมาแล้วสิ้นพระชนม์ตั้งแต่เด็กทั้งหมด
  • จางฟาง คู่รักชายของฮั่นเฉิงตี้ผู้มีรสนิยมทางเพศแบบ Bisexual ฮั่นเฉิงตี้เคยโปรดเขามาก ทำให้หวางไท่โฮ่วพิโรธและขับไล่จางฟางออกไปจากราชสำนัก แต่ก็ยังไม่วายแลกเปลี่ยนจดหมายกันอยู่

สำหรับจางฟางนั้น สองพี่น้องจัดการง่ายที่สุดนั่นคือทั้งสองได้เกลี้ยกล่อมไม่ให้ฮั่นเฉิงตี้ส่งจดหมายหาเขาอีก ด้วยความลุ่มหลง ฮั่นเฉิงตี้จึงยินยอมกระทำตาม จางฟางจึงไม่ได้รับจดหมายจากฮั่นเฉิงตี้อีกเลยนับตั้งแต่นั้น

แต่ซีว์หวงโฮ่วและพระสนมปันนั้นยากกว่ามาก เพราะทั้งสองเฉลียวฉลาดและมีคนรักใคร่มาก โดยเฉพาะไทเฮาที่เป็นเหมือนเกราะคุ้มกันทั้งสองเอาไว้

จ้าวเหอเต๋อ

เจ้าเฟยเยี่ยนและเจ้าเหอเต๋อจึงทูลหวางไท่โฮ่วว่าซีว์หวงโฮ่วและพระสนมปันทำไสยศาสตร์ใส่ฮ่องเต้ ทั้งนี้เราไม่ทราบแน่ชัดจากหน้าประวัติศาสตร์ว่าทั้งสองทำไสยศาสตร์จริงหรือไม่

จริงอยู่ว่าทั้งสองน่าจะอยากได้ความโปรดปรานกลับคืนมา แต่ผมมองว่าน่าจะเป็นการใส่ความมากกว่า เพราะบูเช็คเทียนก็ใช้วิธีเดียวกันในการกำจัดหวงโฮ่วมาแล้ว และทั้งสองนางก็มีการศึกษาที่ดี ย่อมทราบอยู่แล้วว่าถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ตนเองจะได้รับโทษหนัก

ซีว์หวงโฮ่วนั้นต้องรับโทษด้วยการถูกปลดออกจากตำแหน่ง ส่วนพระสนมปันนั้นแก้ต่างให้ตนเองให้สำเร็จด้วยการอ้างบทความจากหนังสือของขงจื้อ ทำให้ตนเองรอดพ้นโทษทุกอย่างไปได้

อย่างไรก็ดีพระสนมปันตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปอยู่วังเดิมอีก นางคงคิดว่าอยู่ไปคงไม่รอดเงื้อมมือสองพี่น้องเป็นแน่ นางจึงขอย้ายไปอยู่เป็นนางกำนัลเพื่อรับใช้ไท่โฮ่วแทน ฮั่นเฉิงตี้เองก็ไม่ขัดข้อง

นั่นเป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของพระสนมปัน เพราะทำให้นางรอดพ้นจากเงื้อมมือสองพี่น้องไปได้ นางจากไปอย่างสงบหลังจากฮั่นเฉิงตี้สวรรคตได้หนึ่งปี

เจ้าหวงโฮ่ว

เมื่อซีว์หวงโฮ่วหลุดจากตำแหน่ง ฮั่นเฉิงตี้ปรารถนาจะแต่งตั้งเจ้าเฟยเยี่ยนขึ้นเป็นหวงโฮ่ว แต่หวางไท่โฮ่วปฏิเสธอย่างแข็งขัน พระนางอ้างว่าเจ้าเฟยเยี่ยนมีชาติตระกูลที่ต่ำต้อย มิหนำซ้ำยังเคยเป็นนางรำมาก่อนอีกด้วย แต่ฮั่นเฉิงตี้รบเร้าอย่างหนัก สุดท้ายพระนางก็ยอม ในปี 16 BC เจ้าเฟยเยี่ยนจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นหวงโฮ่ว

หลังจากที่เจ้าเฟยเยี่ยนขึ้นเป็นหวงโฮ่วแล้ว ฮั่นเฉิงตี้กลับโปรดปรานเจ้าเหอเต๋อแต่เพียงผู้เดียว ทำให้สองพี่น้องไม่พอใจกันเป็นครั้งแรก แต่ในเวลาไม่นานก็กลับมาคืนดีกัน เพราะเกรงว่าสนมคนอื่นจะมีโอรสให้กับฮ่องเต้ ทั้งนี้ในเวลานั้นทั้งเจ้าเฟยเยี่ยนและเจ้าเหอเต๋อยังไม่มีลูกให้ฮ่องเต้เลยสักคนเดียว

มีเรื่องเล่าว่าเจ้าเฟยเยี่ยนพยายามแอบไปหลับนอนกับชายอื่นมากหน้าหลายตาเพื่อที่จะได้มีโอรสธิดา โดยมีเจ้าเหอเต๋อคอยปิดบังความลับให้ แต่เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง หรือว่าไม่สำเร็จเพราะว่าสุดท้ายแล้วเจ้าเฟยเยี่ยนก็ไม่ได้มีโอรสธิดาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีสนมคนอื่นของฮั่นเฉิงตี้ก็มีโอรสธิดาขึ้นมาจริงๆ ทำให้สองพี่น้องหาเหตุกำจัดด้วยวิธีการต่างๆ นาๆ สุดท้ายแล้วจึงไม่เหลือโอรสของฮั่นเฉิงตี้เลยสักคนเดียวที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการกระทำของสองพี่น้องนี้ส่งผลให้สันตติวงศ์ของราชวงศ์ฮั่นอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 8 BC ฮั่นเฉิงตี้ที่ปราศจากรัชทายาทจึงแต่งตั้งให้หลิวซิน หลานชายของตนขึ้นเป็นรัชทายาท

ช่วงที่ฮ่องเต้โปรดปรานสองพี่น้องอย่างหนัก ทำให้มีคนเฒ่าคนแก่ในราชสำนักวิพากษ์วิจารณ์กันว่าสองพี่น้องนี้นำพามาซึ่งหายนะแก่ราชวงศ์ฮั่นในไม่ช้า

หมดวาสนา

ฮั่นเฉิงตี้สวรรคตอย่างกะทันหันในปี 7 BC จากโรคหลอดเลือดสมองตามข้อสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์ แต่บ้างก็ว่าเพราะเจ้าเหอเต๋อถวายยาเพิ่มความกำหนัดให้มากเกินไป ฮั่นเฉิงตี้จึงจากไปด้วยวัยเพียง 44 ปีเท่านั้น

หลิวซินจึงขึ้นเป็นฮ่องเต้นามว่าฮั่นไอตี้ ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ยกย่องเจ้าเฟยเยี่ยนขึ้นเป็นไท่โฮ่ว แต่การที่ปราศจากฮั่นเฉิงตี้ ทำให้เกราะกำบังของสองพี่น้องหมดลง ศัตรูทางการเมืองที่เคยถูกสองพี่น้องข่มเหงมาตลอดจึงผุดขึ้นมาทุกสารทิศ

สองพี่น้องต่างจากบูเช็คเทียนอย่างหนึ่งคือ พวกนางไม่ได้มีพวกขุนนางหรือฐานอำนาจคอยสนับสนุน แต่อำนาจทั้งหมดในราชสำนักในเวลานั้นอยู่ในมือตระกูลหวางของหวางไท่โฮ่ว ดังนั้นถ้าปราศจากฮั่นเฉิงตี้ สองพี่น้องไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือหวางไท่โฮ่ว ผู้ที่ไม่เคยชอบสองพี่น้องเลยแม้แต่นิดเดียว

ในปี 7 BC ข่าวลือที่กระทบสองพี่น้องอย่างแรกก็คือ ข่าวที่ว่าเจ้าเหอเต๋อเป็นผู้บงการให้สังหารโอรสธิดาทุกคนของฮั่นเฉิงตี้ ตลอดจนสนมผู้ให้กำเนิดด้วย ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่ววังหลวง เจ้าเหอเต๋อรู้สึกกลัวเป็นอย่างยิ่งจึงชิงปลิดชีพตนเองหนีความผิด ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่าเธอน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

การที่มีข่าวลือเหล่านี้ทำให้ตำแหน่งของเจ้าเฟยเยี่ยนผู้เป็นพี่สาวสั่นคลอน โดยเฉพาะหลังจากที่หวางไท่หวงไท่โฮ่ว (ย่าของฮ่องเต้) ได้สั่งให้มีการสอบสวนเรื่องดังกล่าว การสอบสวนพบว่าเจ้าเหอเต่อผิดจริง ทำให้ตำแหน่งทั้งหลายที่ฮ่องเต้เคยมอบให้ตระกูลเจ้าถูกริบคืนกลับหมด สมาชิกตระกูลเจ้าแต่คนล้วนแต่ถูกเนรเทศไปที่อื่น

อย่างไรก็ดีถือว่าการลงโทษจัดว่า “เบามาก” แล้วถือเทียบกับยุคอื่นๆ ในหน้าประวัติศาสตร์จีน

เจ้าเฟยเยี่ยนเองก็เกือบโดนถอดยศอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่นางสนิทสนมกับ ฟู่จาวหยี ย่าของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ทำให้นางเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่เจ้าเฟยเยี่ยนก็อยู่อย่างร้อนๆ หนาวๆ เพราะแวดล้อมเธอเต็มไปด้วยศัตรูทั้งสิ้น

เรื่องแปลกในช่วงนี้คือมีผู้ที่อยู่ในตำแหน่งไท่โฮ่วมากถึง 4 คนด้วยกัน! ซึ่งไม่มียุคไหนในประวัติศาสตร์จีนที่มีมากกว่า โดยประกอบด้วย

  • หวางไท่โฮ่ว (มารดาของฮั่นเฉิงตี้)
  • เจ้าเฟยเยี่ยน (ในฐานะหวงโฮ่วของฮั่นเฉิงตี้)
  • ฟู่จาวหยี (ย่าของฮั่นไอตี้)
  • ติ้งไท่โฮ๋ว (มารดาของฮั่นไอตี้)

สิ้นชีวิต

ฮั่นไอตี้มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนักก็สวรรคต เช่นเดียวกับฟู่จาวหยีที่ล่วงลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้เจ้าเฟยเยี่ยนปราศจากผู้สนับสนุนใดๆ ดังนั้นเมื่อหวางไท่หวงไท่โฮ่วกำจัดต่งเสียนได้สำเร็จ พระนางและหวางหมั่งผู้เป็นหลานชายจึงฉวยโอกาสปลดเจ้าเฟยเยี่ยนลงจากตำแหน่งให้เป็นสามัญชน และไล่นางให้ไปดูแลสุสานของฮั่นเฉิงตี้

ในวันเดียวกันนั้นเอง เจ้าเฟยเยี่ยนผู้หมดวาสนาไปแล้วโดยสมบูรณ์จึงตัดสินใจจบชีวิตตนเอง นางน่าจะมีอายุประมาณ 40-50 ปีในขณะนั้น

หลังจากนั้นอำนาจในเมืองฉางอานอันเป็นเมืองหลวงจึงตกอยู่ในกำมือของตระกูลหวางโดยสมบูรณ์ หวางหมั่งจึงได้ล้มเลิกราชวงศ์ฮั่นและสถาปนาราชวงศ์ซินขึ้นปกครองแผ่นดินจีนในเวลาต่อมา