4 หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษดีๆ สำหรับใครที่อยากเก่งภาษา

0
477

ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมาก ถ้าคุณเก่งภาษาอังกฤษ คุณมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทดีๆ อย่างเช่นบริษัทข้ามชาติต่างๆ ซึ่งจะทำให้คุณมีฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น และมีศักยภาพในการไต่เต้าในสายงานมากกว่าคนอื่นอย่างมากมาย

อย่างไรก็ดีทักษะภาษาอังกฤษไม่ใช่สิ่งที่คุณจะสร้างมันขึ้นมาได้ในชั่วข้ามคืน คุณต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นเวลาแรมปีเพื่อที่จะเข้าถึงไวยากรณ์ (grammar) และซึมซับศัพท์ต่างๆ เพื่อที่จะนำไปใช้ฟัง พูด อ่าน เขียนต่อไป

จากประสบการณ์ของตัวผมเอง ผมพบว่าหนึ่งในวิธีที่ได้ผลในการพัฒนาทักษะทางไวยากรณ์ คำศัพท์ และการอ่านคือคุณ คือ การอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษทุกวัน วันละประมาณ 15-30 นาทีครับ

หลายคนน่าจะทราบวิธีนี้กันอยู่แล้ว แต่อาจจะสงสัยว่า หนังสือพิมพ์ฉบับไหนที่ควรจะอ่านดี?

ดังนั้นในโพสนี้ ผมจะแนะนำหนังสือพิมพ์ดีๆ ที่ทุกคนสามารถหามาอ่านเพื่อใช้พัฒนาภาษาอังกฤษครับ

1. Bangkok Post

Bangkok Post อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอันดับ 1 ของไทยมาทุกยุคทุกสมัย ข่าวสารและบทความในหนังสือพิมพ์เล่มนี้แน่นอนว่าเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเป็นสำคัญ เรื่องที่ครอบคลุมก็ประเด็นใหญ่ๆ สำคัญๆ ในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เรียกได้ว่าอัดแน่นไปด้วยสาระที่เกี่ยวกับประเทศไทยครับ

สำหรับในเรื่องภาษาแล้ว ผมมองว่าภาษาค่อนข้างอ่านง่าย นักเรียนมัธยมปลาย-ปริญญาตรีน่าจะอ่านได้อย่างสบายๆ ศัพท์เทคนิคเชิงลึกเป็นพิเศษอะไรก็ไม่มีเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันคุณสามารถอ่านบทความและข่าวสาร Bangkok Post ได้ฟรีผ่านทางเว็บไซต์ bangkokpost.com แต่ถ้าคุณต้องการแบบ ePaper (หนังสืออิเล็กทรอนิกส์) หรือแบบกระดาษดั้งเดิม คุณจะต้องเสียเงินเพิ่มครับ (สัปดาห์ละ 279 บาท ปีละ 4,900 บาท)

2. The New York Times

The New York Times เป็นหนังสือพิมพ์สัญชาติอเมริกันที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกฉบับหนึ่ง เนื้อหาของ New York Times อัดแน่นไปด้วย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี กีฬา อาหาร แฟชั่น การเงินการลงทุน ฯลฯ ของประเทศสหรัฐอเมริกาและโลก

ดังนั้นถ้าคุณต้องการติดตามข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นสิ่งที่คุณควรหามาอ่านเลยครับ

ภาษาที่ใช้หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เป็นแบบ American English และแน่นอนว่าทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์จะยากและซับซ้อนกว่าภาษาใน Bangkok Post แต่ก็ไม่ได้ยากจนอ่านแล้วไม่เข้าใจ ผมมองว่าใครที่กำลังจะไปเรียนต่อที่อเมริกาควรจะเตรียมตัวด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้แหละครับ เพราะจะได้ปรับทักษะทางภาษาให้ใกล้เคียงเจ้าของภาษา และเข้าใจถึงค่านิยมและวัฒนธรรมอเมริกันด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วจะไปหามาอ่านจากไหน เพราะ The New York Times เป็นหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ แต่ละฉบับคงจะแพงไม่น้อย

เมื่อก่อนอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ทุกวันนี้คุณสามารถอ่านทุกอย่างของ The New York Times ได้ผ่านทางเว็บหรือ app (iOS, Android) ได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางโทรศัพท์ของคุณครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณไม่สมัครสมาชิก คุณจะอ่านบทความจากเว็บ nytimes ได้ไม่กี่บทความเท่านั้น และบทความระดับ exclusive คุณไม่สามารถอ่านได้เลย

แต่ถ้าคุณเลือกที่จะสมัครสมาชิก ค่าสมาชิกจะอยู่ที่สัปดาห์ละ $1 (30 บาท) หรือ 120 บาทต่อเดือน และถ้าคุณเป็นนักเรียนแล้ว ค่าสมาชิกจะเหลือเพียง $0.5 (15 บาท) หรือ 60 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกมากๆ เลยทีเดียว หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว คุณจะสามารถอ่านได้อย่างไม่จำกัดผ่านทาง web หรือ app ก็ได้ครับ

3. Wall Street Journal

Wall Street Journal เป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจของสหรัฐอเมริกาที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เคยมีบทบาทในการ “แฉ” บริษัทที่ฉ้อโกงมาแล้วหลายบริษัทด้วยกัน อย่างกรณีของ Theranos สตาร์ทอัพชื่อดังเป็นต้น

เนื้อหาในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะเน้นหนักไปที่ธุรกิจ เศรษฐกิจ การเงิน ตลาดหุ้น แต่ก็มีข่าวต่างประเทศ การเมือง หรือไลฟ์สไตล์ให้อ่านเช่นกัน แม้ว่าน้ำหนักจะเบากว่าฝั่งธุรกิจมากก็ตาม

ผมมองว่ารูปแบบการเขียนของ Wall Street Journal เป็นทางการมาก ศัพท์และรูปประโยคที่ใช้จะเป็นลักษณะ professional และมีศัพท์เทคนิคอยู่เรื่อยๆ บทความที่เขียนหลายบทความก็เป็นแบบเฉพาะกลุ่ม ทั้งนี้เพราะกลุ่มลูกค้าสำคัญของ Wall Street Journal คือบุคคลที่อยู่ในวงการธุรกิจและผู้บริหารต่างๆ ดังนั้นมันอาจจะไม่เหมาะสำหรับน้องๆ มัธยมปลาย หรือปริญญาตรีทั่วไปที่กำลังศึกษาอยู่สักเท่าใดนัก

แต่ทว่าถ้าคุณอยากจะพัฒนาภาษาในระดับ professional หรือกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจอย่างเช่น MBA ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณควรจะอ่าน Wall Street Journal เป็นกิจวัตรประจำวันของคุณครับ

เช่นเดียวกับ New York Times คุณไม่จำเป็นต้องหาฉบับกระดาษมาอ่าน เพราะคุณสามารถอ่านได้ผ่านทางเว็บ wsj.com หรือ app ก็ได้ครับ (iOS, Android)

อย่างไรก็ดี คุณไม่สามารถอ่านบทความเต็มๆ บนเว็บได้ นอกเสียจากว่าคุณจะเสียเงิน ค่าสมาชิกอยู่ที่ $28.99 (ประมาณ 870 บาทต่อเดือน) โดย 3 เดือนแรกจะคิดค่าสมาชิกเพียง $1 ครับ

4. The Times

The Times เป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพสัญชาติอังกฤษที่มีอายุมากกว่า 200 ปีแล้ว The Times ยังคงเลือกที่จะทำข่าวแบบมีคุณภาพ ต่างจากหนังสือพิมพ์ในอังกฤษอื่นๆ ที่เปลี่ยนตัวเองเป็นหนังสือพิมพ์สไตล์ Tabloid หรือเน้นข่าวลือ ข่าวมโนไปตามลำดับ

ดังนั้นแน่นอนว่าถ้าคุณต้องการอ่านหนังสือพิมพ์อังกฤษที่เขียนด้วยภาษาอย่างสุภาพชน มีจรรยาบรรณ และมีสาระอัดแน่นจากทุกสาขาวิชา The Times ควรจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคุณครับ โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังจะไปเรียนที่อังกฤษ และต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

ในเรื่องระดับภาษา ผมว่าใกล้เคียง The New York Times ทำให้ไม่ยากจนเกินไป และเหมาะที่จะนำมาอ่านเพื่อฝึกภาษาอังกฤษได้ครับ

คุณสามารถอ่าน The Times ได้จากเว็บ thetimes.co.uk หรือผ่านทาง app (iOS, Android) แต่ไม่ฟรีนะครับ คุณอ่านฟรีได้แค่ 1 เดือนแรกเท่านั้น และหลังจากนั้นคุณจะต้องเสีย 5 ปอนด์ต่อเดือน (ประมาณ 200 บาท)

ตัวเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • The Washington Post (US) – คล้ายกับ New York Times สามารถอ่านแทนกันได้
  • Los Angeles Times (US)
  • The Guardian (UK)
  • Financial Times (UK) – คล้ายกับ Wall Street Journal
  • ใครที่อยากอ่านข่าวสารเทคโนโลยีและฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย สามารถอ่านได้จากสื่อเหล่านี้ครับ

เคล็ดลับการอ่าน

  1. อย่าใส่ใจกับคำศัพท์ที่เราไม่ทราบมากเกินไป ลองฝึกตัวเองให้อ่านให้เข้าใจแก่นสำคัญหรือ main idea ของเรื่องเป็นหลัก คำศัพท์บางคำคุณสามารถเดาได้ว่ามันแปลว่าอะไร ถ้าคุณสามารถทำได้ตามนี้ ทักษะการอ่านของคุณจะพัฒนาขึ้นในไม่ช้า เช่นเดียวกับคะแนน TOEFL, SAT, IELTS, GRE, GMAT ของคุณด้วย
  2. จดหรือไฮไลท์คำศัพท์ที่คุณไม่เข้าใจเอาไว้ด้วย และนำไปเปิด dictionary เพื่อให้ทราบความหมาย คลังคำศัพท์ของคุณจะได้พัฒนาขึ้นครับ
  3. พยายามอ่านให้ได้ 15-30 นาทีอย่างต่อเนื่องและมีสมาธิ คุณไม่ควรหยุดอ่านบ่อยเกินไป เพราะสมองของคุณจะไม่เรียนรู้สิ่งที่ผ่านตาเข้ามาเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปประโยคและคำศัพท์
  4. คุณควรจะเริ่มอ่านตั้งแต่ระดับง่ายไปจนถึงยาก นั่นคือ Bangkok Post ก่อนและเพิ่มระดับไปเป็น New York Times และ Wall Street Journal ตามลำดับ คุณจะได้ไม่รู้สึกท้อเมื่อพบกับบทความที่ยากเกินไป
  5. โปรดอย่าได้รู้สึกท้อ ถ้าเผชิญหน้ากับบทความที่อ่านยาก คุณอาจจะเลือกบทความที่คุณสนใจอยู่แล้วมาเริ่มอ่านก่อน เช่นถ้าคุณสนใจเรื่องกีฬา คุณก็เริ่มอ่านบทความกีฬา ถ้าคุณสนใจการเมือง คุณก็เริ่มที่การเมืองครับ
  6. สำหรับใครที่กำลังจะสอบ TOEFL, SAT, IELTS, GRE, GMAT การอ่านหนังสือพิมพ์เหล่านี้เป็นหนึ่งในวิธีการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมที่สุด เพราะคุณต้องอ่านบทความหลากหลายสาขาในเวลาสอบอยู่แล้ว ดังนั้นคุณควรพยายามอ่านบทความให้เข้าใจให้ได้ทุกบทความ ซึ่งรวมไปถึงบทความในสาขาที่คุณไม่ชอบหรือไม่มีความรู้ด้วย
  7. โปรดทราบไว้ว่า หนังสือพิมพ์เหล่านี้ล้วนแต่แฝงแนวคิดทางการเมืองทางเศรษฐกิจของผู้เขียนอยู่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ต่างประเทศที่แสดงออกอย่างเปิดเผย เวลาอ่านคุณควรจะตั้งคำถาม แยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็นออกจากกัน และอย่าเชื่อทุกสิ่งในที่พวกเขาเขียนออกมาครับ
  8. ส่วนใครที่อยากพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษ ลองไล่สังเกตดูครับว่านักเขียนมืออาชีพจัดโครงร่างในการเขียนอย่างไร และใช้ไวยากรณ์อย่างไร คุณจะสามารถนำวิธีของพวกเขาไปประยุกต์กับงานเขียนของคุณได้ครับ