5 เทคนิคจำ “คำศัพท์ภาษาอังกฤษ” อย่างสนุก รวดเร็ว ไม่ต้องท่อง

0
1038

ปัจจุบันภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และมีแนวโน้มว่าจะสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

แต่ว่าภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่โหดหินสำหรับคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคำศัพท์ที่มีมากมายเหลือเกิน เราจะทำอย่างไรกับมันดี?

ในฐานะที่ได้ไปเรียนที่อเมริกา ผมเองก็เคยมีปัญหากับคำศัพท์พวกนี้เหมือนกัน โดยส่วนตัวแล้วเกลียดการท่องแบบตะพึดตะพือมาก เพราะว่ามันง่วงและน่าเบื่อสุดๆ

วันนี้ผมเลยขอแชร์วิธี 5 อย่างเพื่อเพิ่มคำคำศัพท์ภาษาอังกฤษไว้ในสมองอย่างรวดเร็วและสนุกครับ

1. อ่านนิยายหรือหนังสืออะไรก็ได้ที่สนใจ

อ่านนิยายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผมใช้ในการเรียนคำศัพท์จำนวนมาก วิธีของผมมีตามนี้ครับ

อย่างแรก เลือกนิยายที่ต้องการจะอ่านก่อน ถ้าไม่มีแปลไทย = ดีมาก ซื้อมาเลยครับ

แต่ถ้านิยายเล่มนั้นมีแปลไทยแล้ว เลิกคิดว่าจะซื้อฉบับแปลมาเลยครับ ให้ไปซื้อฉบับภาษาอังกฤษแท้ๆ มาแทน ราคามันต่างกันไม่เยอะหรอกเชื่อผม

พอซื้อมาแล้ว เริ่มเปิดอ่านเลยครับ พอเจอตัวที่ไม่รู้หรือไม่แน่ใจว่าแปลว่าอะไร ให้ลองเดาดูก่อน จากรูปประโยคและคำข้างๆ แบบเร็วๆ

หลังจากเดาเสร็จแล้ว ถ้าคิดว่าเดาถูกก็อ่านต่อไปเลยก็ได้ แต่ถ้าเดาไม่ได้เลย หรือว่าอยากเช็คว่าความหมายมันคืออะไร ก็เปิด app dictionary ทั้งหลาย หรือจะใช้ google translate ก็ได้ ทีนี้เราจะรู้ความหมายภาษาไทยของคำศัพท์นั้นๆ แล้ว หลังจากนั้นจะจดไว้ที่นั้นก็แล้วแต่เลยครับ

แต่จะให้ดี ผมแนะนำว่า ถ้าจะเปิดแล้ว เปิด app dictionary หรือเว็บ dictionary มาตรฐานแบบอังกฤษ-อังกฤษด้วยก็ดี เพราะเราจะได้รู้ว่าคำศัพท์ตัวนี้มันใช้ยังไง และรู้คำที่คล้ายกันด้วย

เว็บพจนานุกรมอังกฤษ-อังกฤษที่ดีมีมาตรฐานคือ Collins และ Merriam Webster ครับ

ส่วนมากแล้ว ไอ้เจ้าคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เราไม่รู้ มันจะปรากฏซ้ำในนิยายเล่มนั้นแหละ ถ้าเห็นมันบ่อยๆ สมองเราจะจำได้ไปเองครับ ผมเรียกหลักการนี้ว่าหลักการ “ให้มันซึมๆเข้าไปเอง”

สำหรับท่านที่ระดับภาษาอังกฤษยังไม่สูงมากนัก อาจจะอ่านนิยายสำหรับผู้ใหญ่ไม่ไหว ผมแนะนำให้อ่านนิยายของ Penguin ที่มีจัดระดับภาษามาแล้วครับ อย่างเช่น เล่มนี้ เป็นต้น อาจจะลองระดับ 3-4 ก่อนก็ได้ครับ (ระดับมัธยม)

2. เล่นเกม

ปัจจุบันเกมในมือถือที่ช่วยต่อการฝึกภาษาและสนุกมีอยู่หลายเกมด้วยกัน เกมที่น่าสนใจมีตั้งแต่ Duolingo, Drops และมีอีกมากมายใน app store/play store ให้เลือกสรรครับ

จากประสบการณ์ที่เล่นมา ผมว่าเกมพวกนี้มันสนุกนะครับ ฆ่าเวลาได้ดีมาก และได้ความรู้ด้วย ผมเอาไว้เล่นตอนรถติด หรือ เวลารออะไรสักอย่าง เวลาเล่นรู้สึกเวลาผ่านไปเร็วมากครับ

นอกจากนี้ เกมทั่วไปอย่าง MMORPG หรือ MOBA ก็ช่วยฝึกภาษาได้นะครับ แต่ที่สำคัญเลยคือ ต้องเล่นเป็นภาษาอังกฤษครับ ถ้ามีเวอร์ชันไทยนี่คือรีบเปลี่ยนเลย เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษให้หมดครับ

ช่วงที่อยู่ ม ปลาย นี่ผมติด Dota มาก ผมนี่ได้ศํพท์มาเยอะเหมือนกัน ตั้งแต่ Stun, Critical, Juxtapose, Enigma etc.

อยู่ๆ คำพวกนี้มันก็เข้ามาในหัวเอง โดยที่ไม่ต้องจำ แต่เปิดดูวิธีใช้ด้วยก็ดีครับ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราไม่ได้เข้าใจความหมายผิด

ที่สำคัญเป็นข้ออ้างให้กับผู้ปกครองได้ด้วยนะครับ ว่าเกมก็มีประโยชน์ เพราะช่วยเราเรียนภาษา 555555

3. ดูซีรีส์

หลักการง่ายๆ ครับ คือไม่ว่าจะดูซีรีส์อะไรก็ตาม ไม่ว่าจาก youtube หรือที่ไหน ขอให้ดูเป็นภาษาอังกฤษครับ

สำหรับท่านที่มี Netflix นี่ยิ่งง่ายใหญ่เลย เพราะหนังทุกเรื่องของ Netflix ผมเข้าใจว่า นอกจากเราจะเปิดซับไทยได้แล้ว เรายังเปิดซับอังกฤษได้ด้วย ถูกมั้ยครับ?

เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีเลยคือ เวลาดูอะไรจาก Netflix ก็ตามไม่ว่าจะเป็นหนังฝรั่ง หนังจีน ซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีน ซีรีส์อินเดีย รบกวนเปลี่ยนซับเป็นภาษาอังกฤษให้หมดครับ แล้วดูไปเลย

วิธีคล้ายๆ กับอ่านนิยายแหละครับ อาศัยการเดาจากเนื้อเรื่องและตัวละคร แล้วปล่อยให้มันซึมๆ เข้าไปจากการเห็นซ้ำๆ บ่อยๆ ถ้าคำไหนไม่ได้จริงๆ ก็เอาไปเปิด dict แล้วจดเอาไว้ครับ

4. ใช้แอพหาเพื่อน

เห้ย ผมไม่ได้หมายถึงแอพประเภทหาคู่อะไรพวกนั้นนะ ไม่ใช่เลยจริงๆ

ผมหมายถึงแอพที่ทำขึ้นมาพิเศษสำหรับหาเพื่อนที่ช่วยเรียนภาษาแบบนั้นต่างหาก ซึ่งคนที่ใช้แอพนี้ต้องการเรียนภาษาจริงๆ

แอพที่ผมกล่าวถึงคือ แอพแบบ HelloTalk , Speaky, Tandem Language Exchange อะไรพวกนี้ครับ

วิธีการเรียนคำศัพท์ก็คือ ไปคุยกับคนต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ครับ ตัวแอปมันหาคนที่เราต้องการมาให้อยู่แล้ว

เวลาคุยไม่ต้องกลัวว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องครับ เพราะตัวแอพมันมี function แปลอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันจากการคุยกับพวกเค้าเหล่านี้ และสอนภาษาไทยให้เขาครับ (เขาก็ต้องการเรียนจากเราเช่นเดียวกัน)

5. แชทบอท

ปัจจุบันเทคโนโลยีแชทบอท (Chatbot) พัฒนาขึ้นมาก ทำให้เวลาเราคุยกับมันเหมือนกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นอีกหนึ่งในวิธีที่พัฒนาคลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษก็คือ คุยกับ Chatbot นี่แหละครับ แต่ไม่ใช่ว่า Chatbot ที่ไหนก็ได้ครับ เราต้องเลือกที่ทำมาเพื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ อาทิเช่น Andy- English Speaking Bot ที่จะสอนเราทั้งแกรมม่าและคำศัพท์ภาษาอังกฤษเลยครับ

ตัว Chatbot นี่คุยสนุกเหมือนคนเลย มันเหมือนครูสอนภาษาอังกฤษเคลื่อนที่ประจำตัวเราครับ

ส่งท้าย

ทั้งนี้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ผมแนะนำว่ากว่าจะออกดอกออกผล มันต้องใช้เวลาหลายเดือนนะครับ เพราะว่าวิธีเหล่านี้อาศัยการสะสมไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ได้บังคับคัวเราเองเลย

โดยส่วนตัวแล้ว หลังจากใช้วิธีเหล่านี้ คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษของผมพัฒนาขึ้นไวมาก ต่อมาไม่นาน ผมแทบไม่มีปัญหาเรื่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษเวลาอ่านหนังสือเลยครับ