การศึกษาเรียน Business English แบบตัวต่อตัวทางออนไลน์ที่ไหนดี

เรียน Business English แบบตัวต่อตัวทางออนไลน์ที่ไหนดี

Business English หรือภาษาอังกฤษเพื่อการทำธุรกิจ คือทักษะการใช้งานภาษาอังกฤษที่ซับซ้อนกว่าการใช้ภาษาอังกฤษแบบทั่วไป ภาษาอังกฤษธุรกิจจะใช้งานในสถานที่ทำงานอย่างเช่นออฟฟิศ การพรีเซนต์งาน การติดต่อธุรกิจ การสร้าง connection การต่อรอง ฯลฯ

ดังนั้นภาษาอังกฤษแบบนี้จึงมีความเป็นทางการ รวมไปถึงมีความเฉพาะทางมากกว่าภาษาอังกฤษธรรมดาที่คุณอาจจะใช้คุยเล่นกับเพื่อนครับ

ทุกวันนี้คุณสามารถเรียน Business English ที่โรงเรียนสอนภาษาหลายแห่ง แต่ค่าเรียนโดยทั่วไปจะสูงถึงสูงมาก บางแห่งจะคิดค่าเรียนหลายหมื่นหรือว่าเป็นแสนบาทเลยทีเดียว ทำให้หลายคนไม่สามารถเข้าถึงได้

นอกจากนี้บางคอร์สอาจจะเรียนเป็นแบบกลุ่มใหญ่ 10-20 คน ซึ่งจากประสบการณ์ของผมแล้ว ผมมองว่าไม่ค่อยได้อะไร เพราะครูผู้สอนไม่มีโอกาสติวให้คุณแบบตัวต่อตัวอย่างจริงจัง แถมถ้าคุณยุ่งไม่มีเวลาและเกิดขาดเรียนขึ้นมา คุณยังจะเสียคลาสนั้นไปฟรีๆ อีกด้วย

Business English Image by Pete Linforth from Pixabay

อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่งที่มีครูเจ้าของภาษามาสอน Business English ให้คุณแบบตัวต่อตัว คุณยังสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกแห่ง และเลือกเวลาเองได้ด้วย เป็นอันว่าตัดปัญหาเรื่องยุ่ง ไม่มีเวลาเรียน รวมไปถึงต้องนั่งรถไปไกลๆ เพื่อไปเรียนที่สถาบันด้วยครับ

เราไปดูกันดีกว่าครับว่าคุณจะเรียน Business English แบบตัวต่อตัวทางออนไลน์ที่ไหนดี

ข้อควรทราบ: ค่าเรียนและเงื่อนไขต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงได้โดยทางผู้ให้บริการ โปรดตรวจสอบกับทางผู้บริการอีกครั้งเพื่อความชัดเจนครับ

1. Lingoda

Lingoda เป็นสถาบันออนไลน์ที่เป็น Authorised Linguaskill Agent ของ Cambridge Assessment คอร์สเรียนที่มีสอนของ Lingoda นั้นมีภาษาอังกฤษทั่วไปและ Business English ครับ

Lingoda – หนึ่งในแพลตฟอร์มเรียน Business English อันเยี่ยมยอด

จุดเด่นของ Lingoda คือครูผู้สอนทุกคนจะเป็นครูเจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์การสอนมานานหลายปี และการเรียนการสอนจะใช้หลักสูตร CEFR (Common European Framework) ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ดังนั้นเรื่องคุณภาพไม่ต้องกังวลเลยครับ

คอร์สเรียน Business English ของ Lingoda

สำหรับคอร์สภาษาอังกฤษธุรกิจ (Business English) ของ Lingoda จะมีกลุ่มเป้าหมายคือพนักงานในบริษัทต่างๆ ที่ต้องการจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารเชิงธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพในที่ทำงานทั่วไป รวมไปถึงการเข้าทำงานและเติบโตในสายงานในบริษัทต่างชาติครับ

รูปแบบการเรียนจะครอบคลุมทั้ง Reading, Writing, Grammar, Listening, Speaking เหมือนกับคอร์สภาษาอังกฤษทั่วไป แต่เนื้อหาในหลักสูตรนี้จะเป็น Business English หรือ ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจหรือว่าการทำงานทั่วไปทั้งหมด อาทิเช่น

  • การสื่อสารในงาน meeting และ networking รวมไปถึงการต่อรองและการสัมภาษณ์งาน
  • การเขียน Resume และ Cover Letter เป็นภาษาอังกฤษที่ดูเป็นมืออาชีพ
  • การเขียนอีเมล์และสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานและเจ้านายที่ดี
  • การเปลี่ยนงาน และไปประจำที่ออฟฟิศต่างๆ
  • โครงสร้างทางธุรกิจ และกระบวนการต่างๆ
  • วัฒนธรรมการทำงานในประเทศต่างๆ
  • การศึกษาภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
  • เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

สำหรับคอร์สเรียน Business English จะมีระดับตั้งแต่ A1 ถึง B2 โดยจะเรียนเลเวลละ 50 ชั่วโมง คุณสามารถเลือกเลเวลที่คุณต้องการได้เองเลย หรือว่าลองสอบวัดระดับ (Linguaskill) ของ Cambridge กับทาง Lingoda ได้เลย แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มนะครับ

ถ้ายังสงสัยในการเรียนภาษากับ Lingoda ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

ในส่วนตัวคอร์สนั้นจะเป็นลักษณะตัวต่อตัวและเป็นกลุ่มผ่าน Zoom ซึ่งคอร์สกลุ่มจะไม่เกิน 5 คน (หรือต่ำกว่านั้นได้ ถ้าคอร์สนั้นไม่มีคนมาจองเวลาเดียวกับคุณ) ทำให้ครูผู้สอนมีเวลาช่วยเหลือคุณพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษธุรกิจได้อย่างเต็มที่ครับ แต่จะให้ดี ผมมองว่าคอร์สตัวต่อตัวเลยจะดีกว่าครับ

ในแต่ละคลาสจะใช้เวลาเรียน 1 ชั่วโมงครับ รูปแบบการเรียนกับ Lingoda สามารถดูได้จากคลิปใน Youtube ด้านล่าง (กด play เลยครับ)

ส่วนขั้นตอนการสมัครนั้นง่ายมาก เพียงแค่ Login หลังจากนั้นก็เลือกคอร์สที่ต้องการเรียนและเวลาที่คุณว่าง เมื่อได้แล้วก็สามารถเรียนได้ทันที นอกจากนี้ถ้าคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับการทำธุรกิจที่มีอยู่ไม่ตรงใจคุณ คุณสามารถบอกความต้องการเพื่อขอให้ Lingoda จัดคอร์สพิเศษและหาครูผู้สอนให้กับคุณได้อีกด้วยครับ

สิ่งที่คุณควรทราบคือ ครูของคุณจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลาส ดังนั้นช่วงตลอดเวลาการเรียน คุณจะได้เรียนกับครูมากกว่า 1 คนอย่างแน่นอน ซึ่งจะต่างจากแพลตฟอร์มสอนภาษาอังกฤษออนไลน์อื่นๆ ที่คุณจะได้เรียนกับครูคนเดียวไปยาวๆ ครับ

สำหรับเรื่องราคา Lingoda จะแบ่งออกเป็นคอร์สเดี่ยวและกลุ่มครับ ซึ่งคอร์สเดี่ยวตัวต่อตัวแน่นอนว่าจะแพงกว่า แต่ว่าเวลาของครูผู้สอนทั้งหมดจะมอบให้กับคุณครับ

คอร์สเรียน Business English แบบเรียนเดี่ยวตัวต่อตัวของ Lingoda จะแบ่งออกเป็นสองแบบนั่นคือแบบ รายเดือนทั่วไปและมาราธอน

  • คอร์สรายเดือนเริ่มต้นที่ 149 ยูโร (ประมาณ 5,500 บาท) โดยจะเรียนได้ 5 คลาสต่อเดือน เฉลี่ยแล้วชั่วโมงละ 1,100 บาท แต่ถ้าคุณเลือกแพลนที่สูงขึ้นอย่างเช่น 15 คลาสต่อเดือน ราคาต่อชั่วโมงจะเหลือแค่ 960 บาทครับ
  • คอร์ส Language Marathon – เป็นคอร์สราย 3,6,12 เดือนตามลำดับ โดยจะเรียนได้ 45,90,180 ชั่วโมง และจะคืนเงินให้ 120,450,1000 ยูโรในกรณีที่คุณเรียนไปมากกว่า 90% ของเวลาเรียนในเวลาที่กำหนด ราคาเริ่มต้นของคอร์สแบบนี้อยู่ที่ 1,109 ยูโร (ประมาณ 41,000 บาท) ต่อสามเดือนครับ

หลายคนอาจจะงงเรื่องคืนเงิน จริงๆ ไม่ได้ซับซ้อนครับ อย่างเช่นคุณสมัครเรียน 90 ชั่วโมง ถ้าคุณเรียนไป 81 ชั่วโมงใน 6 เดือน คุณก็จะได้เงินคืน 450 ยูโรครับ

ถ้าเทียบราคาต่อชั่วโมงแล้วคอร์สทั้งสองแบบจะเท่ากัน แต่ถ้าคุณทำเงื่อนไขแบบมาราธอนสำเร็จ ราคาต่อชั่วโมงจะถูกกว่าประมาณ 10%-20%

อย่างไรก็ดีข้อเสียของแบบมาราธอนคือคุณต้องจ่ายเงินค่าเรียนให้ทาง Lingoda ทั้งหมดไปเลย ไม่สามารถยกเลิกเรียนชั่วคราวได้เหมือนกับคอร์สรายเดือนในกรณีที่ติดงานไม่ว่างเรียน และจำนวนชั่วโมงที่คุณซื้อไปอาจจะมากกว่าเนื้อหาที่คุณต้องการเรียนครับ

ยกตัวอย่างเช่นเรียนแบบมาราธอนไป 2 เดือนแล้วเกิดเบื่อหรือไม่ว่าง คุณจะขอค่าเรียนเดือนที่ 3 คืนไม่ได้เลย แต่ถ้าแบบรายเดือน คุณก็แค่ cancel สมาชิกรายเดือน แล้วค่อยกลับมาเรียนใหม่ในเดือนที่ว่างครับ

สำหรับคอร์สกลุ่มนั้นจะถูกกว่าคอร์สเดี่ยว โดยราคาเริ่มต้นที่ 440 บาทต่อชั่วโมงเท่านั้นถ้าคุณเลือกเรียน 15 คลาสต่อเดือน ซึ่งเรียกได้ว่าถูกกว่าสถาบันสอนภาษาแทบทุกแห่งเลยครับ และอาจจะต่ำกว่านั้นอีกถ้าคุณเลือกคอร์สแบบ Language Marathon และทำได้ตามเงื่อนไขครับ

ทั้งนี้ภายใน 1 วัน คุณสามารถจองชั่วโมงเรียนได้มากกว่า 1 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณจะเรียนคอร์ส Business English แบบใดก็ตาม แต่ถ้าชั่วโมงในเดือนนั้นๆ หมดแล้วก็ถือว่าคุณเรียนในเดือนนั้นไม่ได้แล้ว ต้องรอเดือนใหม่สถานเดียวครับ

ผมมองว่าถ้าคุณอยากเรียนแบบสบายๆ แบบไม่กดดันตัวเองว่าเดือนนี้ต้องเรียนนะ เลือกคอร์สแบบรายเดือนไปเถอะครับ แต่ถ้าคุณชอบความท้าทายหรือคิดว่า 3-12 เดือนนี้คุณเรียนได้ยาวๆ อย่างแน่นอน คุณควรเลือก Language Marathon ครับ

ทั้งนี้ Lingoda ให้คุณลองเรียนฟรีได้ โดยจะให้เรียนคอร์สกลุ่ม 3 ครั้ง หรือคอร์สเดี่ยว 1 ครั้ง อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในกรอบ 14 วันครับ

ข้อควรระวัง: ถ้าเกิดลองเรียนแล้วไม่ชอบ อย่าลืมยกเลิกบนแพลตฟอร์มด้วยนะครับ!

2. Live Lingua

Live Lingua น่าจะเป็นสถาบันสอนภาษาเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ และเหมาะสำหรับใครที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจหรือ Business English ครับ เพราะครูของ Live Lingua คือเจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์สูง และเป็นครูมาแล้วจริงๆ ครับ

Live Lingua - แพลตฟอร์มสอน Business English ที่ดีไม่แพ้กัน (เลือกครูได้)
Live Lingua – แพลตฟอร์มสอน Business English ที่ดีไม่แพ้กัน (เลือกครูได้)

ในปัจจุบัน Live Lingua ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นระบบ personalized นั่นคือผู้เรียนอยากจะเรียนภาษาอังกฤษเพื่ออะไรก็สามารถเรียนได้ทั้งหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ ภาษาอังกฤษในการทำงานด้านต่างๆ หรืออยากมุ่งเน้นด้านไหนเป็นพิเศษ อย่างเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารหรือการนำเสนอของเราก็มีสอนเช่นกันครับ นอกจากนี้ยังมีสอนสำหรับการสอบ BEC (Business English Certificate) อีกด้วย

ค่าเรียนของ Live Lingua จะเริ่มต้นที่ $24 หรือประมาณ 720 บาทต่อชั่วโมง ถ้าคุณซื้อชั่วโมงมากขึ้น คุณจะได้ส่วนลดต่อชั่วโมงที่มากขึ้นด้วย แต่ผมแนะนำให้ซื้อมากสุดที่ 40 ชั่วโมงครับ เพราะซื้อมากกว่านี้ก็จะไม่ได้ลดเพิ่มแล้ว ที่ 40 ชั่วโมง ค่าเรียนภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจจะอยู่ที่ $20 หรือประมาณ 600 บาทต่อชั่วโมงครับ

คุณจะจ่ายค่าเรียนเป็นครั้งๆ ก็ได้ แต่ถ้าคิดว่าจะเรียนจริงจัง สมัครยาวๆ ไปเลยจะคุ้มค่ากว่า ชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษเหล่านี้ไม่มีวันหมดอายุด้วยครับ ถ้าคุณซื้อเก็บไว้จะกลับมาเรียนต่อเมื่อไรก็ได้

สำหรับขั้นตอนการสมัครคอร์สภาษาอังกฤษทางออนไลน์ของ Live Lingua นั้นไม่ยากอะไร นั่นคือคุณแค่กรอกประวัติ รูปแบบการเรียนที่ต้องการ และสิ่งที่คุณต้องการจากคอร์สดังกล่าว หลังจากนั้นทางแพลตฟอร์มจะคัดเลือกครูมาให้กับคุณเองครับ เมื่อได้ครูแล้ว คุณก็จะได้เรียนฟรี 1 ชั่วโมงผ่าน Skype (ไม่ต้องใส่ credit card) เพื่อตรวจสอบว่าการสอนของครูเข้ากับคุณหรือไม่

ถ้าคุณพบว่าทุกอย่างลงตัวดี คุณก็จะได้เลือกเวลาเรียนตามที่ต้องการครับ ส่วนครูของคุณจะประเมินและจัดคอร์สที่เหมาะสมให้กับคุณ แต่ถ้าคุณยังไม่ชอบครูที่ถูกจัดสรรมาให้ ทาง Live Lingua ก็ยินดีที่จะหาครูคนใหม่ให้กับคุณโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ

ทั้งนี้คุณสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะเรียนครั้งละนานเท่าไร คุณเลือกได้ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงครับ ผมมองว่าความยืดหยุ่นของ Live Lingua เหมาะกับผู้เรียนที่มีงานประจำอย่างมากเลยครับ

3. Verbling

Verbling อยู่ในสถานะการควบรวมกับ Busuu ดังนั้นผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสมัครเรียนยาวๆ ไปก่อน เพราะเรื่องนโยบายยังไม่แน่นอนครับ

Verbling เป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษแบบ Business English แบบตัวต่อตัวให้คุณเรียนทางออนไลน์ ครูผู้สอนของ Verbling จะเป็นเจ้าของภาษาที่มี profile ดีเยี่ยม บางคนอาจจบมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Cambridge และมีประสบการณ์การสอนนับสิบปีครับ

ลักษณะการเรียนของ Verbling จะต่างกับ Lingoda หลายอย่าง นั่นคือการเรียนกับ Verbling จะไม่ได้เป็นคอร์สที่มีลักษณะตายตัวแบบ Lingoda แต่จะเป็นคอร์สที่ครูผู้สอนของคุณจัดทำให้คุณเองซึ่งจะตรงกับความต้องการของคุณ นอกจากนี้การเรียนทั้งหมดของ Verbling จะเป็นการเรียนแบบตัวต่อตัว ไม่มีแบบกลุ่มแต่อย่างใด

Verbling กับการเรียน Business English ออนไลน์
Verbling กับการเรียน Business English ออนไลน์

ดังนั้นหัวใจสำคัญของ Verbling ก็คือการเลือกครูที่ดีครับ ในแพลตฟอร์มคุณสามารถเลือกครูได้โดยเลือกจากประวัติส่วนตัว ค่าเรียน คะแนนรีวิว ประสบการณ์การสอน ฯลฯ ผมแนะนำให้อ่านให้ละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจครับ

ในส่วนของค่าเรียนนั้นแล้วแต่ครูที่คุณเลือกจะเป็นผู้กำหนด โดยใน profile ของครูแต่ละคนจะมีค่าเรียนให้คุณเห็นอย่างชัดเจนเลยครับ จากที่ผมสำรวจมา ผมพบว่าค่าเรียนต่อชั่วโมงของภาษาอังกฤษแบบธุรกิจจะอยู่ที่ 500-1000 บาทครับ

Verbling มีจุดแข็งคือมีแพลตฟอร์มในการเรียนเป็นของตนเอง คุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด Zoom หรือ app ใดๆ ในการเรียนครับ การที่มีแพลตฟอร์มของตัวเองทำให้ครูของคุณมีลูกเล่นมากมายในการสอน เช่นมี Flashcards ให้คุณนำไปทบทวนคำศัพท์ต่างๆ ครับ

คุณสามารถทดลองเรียนฟรีได้ 1 ครั้งกับครูคนใดก็ได้ แต่คุณอยากจะลองเรียนกับครูคนใหม่ คุณจะต้องจ่ายค่าเรียนเป็นเงิน $6 หรือประมาณ 180 บาทครับ

เลือกเรียนคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจไหนดี?

  • คอร์สได้มาตรฐานที่สุด: Lingoda
  • ปรับคอร์สได้ตามใจ: Verbling, Live Lingua
  • มีคอร์สแยกรายอาชีพ: Live Lingua
  • มีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง ไม่ต้องลงโปรแกรม: Verbling

อย่างไรก็ดีไม่ว่าคุณจะเลือกแพลตฟอร์มไหนก็ตาม คุณควรจะทดลองเรียนก่อนทุกครั้งเพื่อหาแพลตฟอร์มที่ชอบที่สุดก่อนที่จะจ่ายเงิน สำหรับแพลตฟอร์มที่ไม่ชอบ อย่าลืมยกเลิกด้วยครับ

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!