รีวิวจากผู้เคยใช้จริง: Bluehost ดีมั้ย? มือใหม่น่าใช้หรือไม่?

0
161

Bluehost เป็นหนึ่งใน Web hosting ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการ จากจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ.2003 เราอาจจะกล่าวได้ว่า Bluehost อยู่คู่กับ Internet มานานถึง 20 ปี และจัดการหลังบ้านของเว็บไซต์มาแล้วนับล้าน

ตัวผมเองเคยใช้บริการ Bluehost มาก่อนตอนที่เปิดเว็บไซต์ใหม่ๆเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นผมจึงขอมารีวิวประสบการณ์การใช้งาน Bluehost คร่าวๆ ครับ

ทั้งนี้แพลนที่ผมใช้คือแพลนแบบ shared hosting ซึ่งเหมาะกับเจ้าของเว็บไซต์หน้าใหม่ ผมขออนุญาตไม่กล่าวถึง VPS และ Dedicated server นะครับ

ก่อนอื่นเราไปดูแพลนแบบ Shared Hosting ของ Bluehost กันก่อนดีกว่าว่ามีแบบไหนบ้าง

Bluehost

แพลน Shared Hosting ของ Bluehost

ในปัจจุบันแพลน Shared Hosting ของ Bluehost ประกอบด้วย 4 แพลนด้วยกัน ได้แก่

  • Basic ($3.95 หรือประมาณ 120 บาทต่อเดือน)
  • Plus ($5.95 หรือประมาณ 180 บาทต่อเดือน)
  • Choice Plus ($6.95 หรือประมาณ 210 บาทต่อเดือน)
  • Pro ($13.95 หรือประมาณ 420 บาทต่อเดือน)

ทั้งนี้ Bluehost ยังมีแพลนสำหรับ WordPress โดยเฉพาะด้วยเช่นกัน ซึ่งรายละเอียดและสิ่งที่ได้ไม่ต่างกับ Shared Hosting ธรรมดาเท่าไรนัก อย่างไรก็ดีราคาในปัจจุบันของ Bluehost ถือว่าปรับขึ้นมาแล้ว เพราะตอนที่ผมสมัคร ราคาของแพลน Basic น่าจะอยู่ที่ $2.95 ต่อเดือนครับ

สิ่งที่คุณควรทราบคือ ราคาที่คุณเห็นอยู่เป็นราคาโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ ซึ่งถ้าคุณใช้หมดโปรโมชั่นแล้ว (2-3 ปี) ราคารายเดือนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าครับ อย่างเช่นราคา Basic ซึ่งอยู่ที่ $3.95 ก็จะกลายเป็น $7.99

สำหรับมือใหม่แล้ว คุณคงจะเริ่มต้นกับที่แพลนแบบถูกที่สุดหรือ Basic แน่นอน เรามาดูกันดีกว่า Bluehost ให้อะไรคุณบ้าง

  • ใช้งาน Hosting ได้ 1 เว็บไซต์
  • 50 GB SSD Storage
  • Unmetered Bandwidthไม่ได้แปลว่า Bandwidth ไม่จำกัด แต่หมายถึงว่า Bluehost จะไม่มีการเก็บเงินคุณเพิ่ม ถ้าคุณใช้ Bandwidth เกินกว่าที่กำหนด แต่จะใช้วิธีอื่นในการจำกัดการใช้งานของคุณแทน
  • ได้ Domain Name ใหม่ฟรีในปีแรก
  • ได้ SSL Certificate ฟรี
  • มี Parked Domains ได้ 5 ชื่อ
  • มี Subdomain ได้ 25 ชื่อ

นี่คือทรัพยากรคร่าวๆ ที่ Bluehost ให้กับคุณในแพลนแบบ Basic ครับ

ถัดไปคือการรีวิวของผม ในฐานะผู้ “เคย” ใช้จริง

1. ความง่ายในการใช้งาน

Bluehost โฆษณาว่า คุณสามารถ install ตัว CMS อย่าง WordPress ได้ใน 1 คลิก ในส่วนนี้ผมบอกเลยว่าไม่ได้โม้ คุณสามารถทำเช่นนั้นได้จริงๆ หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จสรรพ คุณแค่กดคลิกเดียวก็สามารถสร้างเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาได้จริงๆ และไม่ต้องการทักษะอะไรอื่นเลยครับ ต่างจากบาง Host ที่ต้องลงอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้มาก

ส่วนตัวจัดการข้อมูลทั้งหลายนั้น Bluehost ใช้ cPanel ซึ่งเป็น Control Panel ที่ดีและใช้ง่ายที่สุดในปัจจุบันแล้ว ดังนั้นในเรื่องการใช้ง่าย นี่ผมการันตีให้เลยครับ

2. ความเร็วของเว็บไซต์

เรื่องความเร็วของเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ซึ่งความเร็วของ host ที่เป็นสิ่งที่สำคัญ ผมบอกเลยว่าความเร็วของ Bluehost อยู่ในระดับใช้ได้เท่านั้น

ถ้าคุณลองใช้ speed test อย่างเช่น webpagetest.org มาตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณที่ host กับ Bluehost คุณจะพบว่าค่า Time to First Byte จะสูงกว่าทั่วไปมาก ทำให้เว็บไซต์ตอบสนองค่อนข้างช้าครับ

อีกปัจจัยหนึ่งคือ Bluehost ไม่มี data center ที่อยู่ใกล้กับประเทศไทยให้เลือกเลย ทำให้สัญญาณ traffic ต้องถูกส่งไปยัง server ที่อเมริกาซึ่งอยู่ไกลมาก

ถ้าคุณเข้าเว็บไซต์จากประเทศไทย ความเร็วย่อมไม่สามารถเทียบกับ host ที่มี data center ตั้งอยู่ในไทยอย่าง Z.com หรือ Host นอกที่มี data center อยู่ใกล้ๆ อย่างเช่น SiteGround ที่มี data center อยู่ที่สิงคโปร์ได้อยู่แล้วครับ

3. SSD Storage และ SSL

Bluehost จัดว่าเป็นผู้ให้บริการที่ให้พื้นที่จัดเก็บเว็บไซต์ (Storage) แบบ SSD ที่สูงมาก เพราะให้มาถึง 50 GB ในส่วนนี้บอกเลยว่าใช้เขียนบทความได้มากมายมหาศาลเป็นพันๆ บทความครับ และยากมากๆที่คุณจะใช้หมด

ถ้าให้มา 10 GB อาจจะมีโอกาสหมดได้ แต่ 50 GB นี่ยากมากๆ ครับ พื้นที่ตรงนี้จะหมดได้ก็เพราะเว็บของคุณใหญ่จริงๆ หรือใช้เก็บไฟล์รูปจำนวนมากนั่นแหละครับ ดังนั้นถ้าคุณจะเปิดเว็บไซต์เล็กๆ สำหรับ e-commerce หรือ blog ที่มีบทความหลักร้อย พื้นที่ตรงนี้บอกได้เลยว่าเกินพอครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ Bluehost ให้ก็คือ SSL ฟรีซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็น https ซึ่งในส่วนนี้ผมบอกเลยว่าดีทั้งต่อเรื่อง security และ SEO ครับ เพราะ Google ชอบ https อยู่แล้ว โดย SSL ที่ Bluehost ให้จะเป็นของ Let’s Encrypt ครับ ฟรีในที่นี้ก็คือฟรี 100% ตลอด ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงแต่อย่างใด

4. ความเสถียร/Downtime

ความเสถียรและ Downtime เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมบอกได้เลยว่าเป็นจุดอ่อนของ Bluehost

ภายในช่วงเวลา 6 เดือนที่ผมใช้งาน Bluehost ผมบอกได้เลยว่า ผมเจอ downtime ไป 4-5 ครั้ง แถมมีครั้งหนึ่งยาวถึงเกือบ 10 นาที! ในส่วนนี้ผมบอกเลยว่าไม่ประทับใจครับ เพราะมีหลาย host ที่แทบจะไม่มี downtime เลย แม้ว่าจะเป็น shared hosting เหมือนกันก็ตาม

ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า Bluehost ไม่สามารถการันตี Uptime ได้เหมือนกับ Host อย่าง SiteGround ครับ

5. Domain Name

Domain Name เป็นสิ่งที่ Bluehost ให้คุณฟรีถ้าคุณสมัคร web hosting กับ Bluehost ในส่วนนี้อาจจะดูดี เพราะไม่ต้องจ่ายค่าโดเมนเนมในปีแรก แต่จริงๆ แล้วมันมีค่าใช้จ่ายอื่นแฝงอยู่ครับ

จริงอยู่ว่า Bluehost ให้ Domain Name ฟรีและไม่มีค่าบริการในปีแรก แต่ค่า Whois Privacy ไม่ฟรี คุณต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้อยู่ดี ไม่งั้นโดเมนเนมใน Whois ก็จะโชว์หราเลยว่าใครเป็นเจ้าของ พร้อมกับเบอร์โทรและอีเมล์เสร็จสรรพ คุณเตรียมตัวตั้งรับ spam จำนวนมหาศาลเอาไว้ได้เลยครับ

นอกจากนี้เมื่อขึ้นปีที่สอง คุณก็ต้องจ่ายค่าโดเมนเนมรายปีอยู่ดี พร้อมกับค่า Whois Privacy นี้ด้วย ซึ่งรวมๆ แล้วอาจจะแพงกว่า registrar อื่นครับ

อีกอย่างหนึ่งที่คุณควรทราบคือ ถ้าคุณสมัคร Domain Name กับ Bluehost แล้วคุณต้องการย้าย Hosting ไปที่ Host อื่น คุณจะต้องเข้าสู่กระบวนการการย้าย Domain อันยุ่งยากด้วยครับ

ดังนั้นผมมองว่าถ้าคุณสนใจ Bluehost จริงๆ คุณควรสมัคร Domain Name กับ registrar อื่นอย่างเช่น Google Domains และไม่ใช้สิทธิ Domain ฟรีที่ Bluehost ให้มาจะประหยัดค่าใช้จ่ายและกำจัดความยุ่งยากในระยะยาวครับ

6. Scaling

ถ้าเกิดเว็บไซต์ของคุณเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือโด่งดังเป็นพลุแตกในเวลาอันสั้น การ scaling ให้ server ของคุณใหญ่ขึ้นโดยใช้บริการของ Bluehost ทำได้ยากมากและยุ่งยาก

ผมเคยปรึกษา customer support ของ Bluehost ในเรื่องนี้ เค้าบอกว่าต้องปิด account เดิม เปิด account ใหม่ และผ่านกระบวนการต่างๆ ที่ยุ่งยาก แถมมีโอกาสที่ข้อมูลบนเว็บไซต์ของคุณจะหายด้วย นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมไม่ปลื้ม Bluehost และเริ่มคิดจะย้าย host ใหม่นับตั้งแต่บัดนั้น

7. Customer Support

Customer Support เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของมือใหม่ทั้งหลายที่ไม่มีความรู้เรื่องระบบของเว็บไซต์เลย พวกเขามีหน้าที่ช่วยเหลือคุณทุกด้านถ้าเว็บไซต์ของคุณมีปัญหา ดังนั้นการมี Customer Support ที่ดีจึงสำคัญมากสำหรับ Host ทุกแห่ง

ผมมีประสบการณ์ที่ดีและไม่ดีกับ Customer Support ของ Bluehost โดยมากแล้วผมจะติดต่อกับพวกเขาผ่านทาง Live Chat ซึ่งทำให้คุณได้รับการช่วยเหลือแบบ Real-Time แบบ 24/7/365 นี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งครับ

อย่างไรก็ดีบางครั้งคุณต้องรอนานมากกว่าที่ Customer Support จะตอบคุณมา ส่วนหนึ่งเพราะ Bluehost มีผู้ใช้งานมาก หรือปัญหาที่คุณให้พวกเขาแก้ไขอาจจะยุ่งยากและซับซ้อนก็เป็นได้

เรื่องช้านี่จริงๆ ผมไม่ซีเรียส ผมรอได้ แต่เรื่องแก้ไขปัญหาไม่ได้ ผมซีเรียส สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมคือ บางครั้ง Customer Support เกิดงงเอง และทำให้ผมเสียเวลาเป็นชั่วโมง ผมเคยเจอปัญหาแบบนี้ 2-3 ครั้ง ปัญหากับ Customer Support เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ผมย้ายเว็บไซต์ของผมไปจาก Bluehost

วันนั้นเกิดปัญหาคือเว็บไซต์ของผมจะขึ้น Error (500, 404 ฯลฯ) หลังจากที่คลิกไปประมาณ 5-10 หน้า เจ้าหน้าที่ของ Bluehost คลำหาสาเหตุอยู่เป็นชั่วโมงก็หาไม่ได้

สุดท้ายก็เลยบอกผมว่า ผมใช้ทรัพยากร (CPU, RAM) มากกว่าที่ได้จัดสรรไว้ ผมจึงต้องอัพเกรดแพลน หรือพูดง่ายๆ เสียเงินใหม่ให้กับ Bluehost และผ่านขั้นตอนการปิด account นี้และเปิด account ใหม่อันยุ่งยากตามข้อ 6

ผมรู้สึกแปลกๆ ว่าไม่น่าจะใช่ และด้วยความที่ผมอยากเปลี่ยน Host อยู่แล้ว ผมเลยเลือกเปลี่ยน Host แทน ทำให้ผมได้ Host ใหม่ที่ไม่ใช่ Bluehost

แต่ปัญหาดังกล่าวก็ยังอยู่เมื่อย้ายไป Host ใหม่แล้ว ผมจึงขอ Customer Support ของ Host ใหม่ช่วยดูให้

สุดท้ายแล้ว Customer Support ของ Host ใหม่ได้พบว่า security plugin ตัวหนึ่งที่ผมใช้มันไปเกิด conflict กับ plugin อีกตัวหนึ่ง ทำให้เกิด Error นี้ขึ้นมา เขาก็เลยปิดมันทั้งคู่ให้กับผม หลังจากนั้นปัญหาดังกล่าวก็หายเป็นปลิดทิ้ง ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้งานเกินกำหนดแต่อย่างใด

สรุปแล้ว: Customer Support ของ Bluehost สามารถติดต่อได้ง่าย แต่อาจจะแก้ปัญหาให้คุณช้าหรือไม่ได้เลยครับ

8. Backup/Migrate

บางเว็บไซต์จะให้บริการ Backup ฟรี แต่สำหรับ Bluehost แล้วไม่ฟรีครับ คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่ม หรือไม่ก็ใช้ plugin อย่างเช่น Updraftplus ในการจัดการส่วนนี้ครับ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบให้มีทั้ง backup ที่ผมสร้างเองผ่าน plugin และผ่าน server มากกว่าครับ

สำหรับใครที่จะย้ายเว็บไซต์มายัง Bluehost การบริการส่วนนี้เสียเงินเช่นเดียวกันครับ $150 ต่อ 5 เว็บไซต์ ในขณะที่บาง host ย้ายให้ฟรี สรุปแล้วคือไม่ประทับใจอีกเช่นเดียวกันครับ

สรุปแล้ว Bluehost ดีมั้ย น่าใช้สำหรับมือใหม่รึเปล่า?

ไม่ครับ มี Host อื่นที่ดีกว่านี้อีกมากมาย อาทิเช่น Z.com หรือ SiteGround แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงสมัคร Bluehost ไปตอนนั้น ผมบอกเลยว่าเพราะราคาที่ถูก และความไม่รู้ของตัวผมเองครับ

สรุปข้อดีข้อเสียของ Bluehost:

Bluehost

5

5.0/10

Pros

  • ใช้งานง่าย
  • ให้ทรัพยากรต่างๆ พอเหมาะ
  • ราคาถูก

Cons

  • Customer Support จัดว่าแย่
  • Downtime ไม่ดี และเว็บไซต์ช้า
  • Scaling ไม่ได้
  • Domain Name มีปัญหาแฝงอยู่
  • Backup/Migrate ต้องเสียเงิน