8 เหตุผลทำไม Cloudways ถึงเป็น Cloud Hosting ที่น่าใช้งานมากที่สุด

Cloudways คือหนึ่งในผู้ให้บริการ managed cloud hosting ชั้นนำของโลก ในปัจจุบัน Cloudways ให้บริการ hosting แก่เว็บไซต์ต่างๆ มากถึง 250,000 แห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ทั่วไปของธุรกิจขนาดเล็กและกลาง หรือว่าเว็บไซต์ e-commerce ครับ

ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการ Cloudways และรู้สึกประทับใจมากกับการบริการของ hosting แห่งนี้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ในโพสนี้ผมจึงขอมาอธิบายถึง 8 เหตุผลว่าทำไม Cloudways ถึงเป็น Cloud Hosting ที่น่าใช้งานมากที่สุด โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือธุรกิจที่ไม่มีความรู้เรื่อง Cloud Infrastructure เลยครับ

เราไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

1. การใช้งานง่ายมากสำหรับมือใหม่

สำหรับใครที่ไม่รู้เรื่อง Cloud Infrastructure เลยอย่างเช่นผมนั้น การที่คุณจะใช้งานเทคโนโลยีดีๆ อย่าง Cloud Hosting นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะคุณไม่สามารถ set up ตัว server ด้วยตัวของคุณเอง หรือเอาจริงๆ แค่ผู้ให้บริการอย่าง AWS คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร คุณก็ยังงงได้เลยครับ

แต่นั่นไม่ใช่เลยสำหรับ Cloudways เพราะการ set up และ migration ของเว็บไซต์ง่ายดายมากๆ ทุกอย่างชัดเจนและเป็นไปตามขั้นตอน กล่าวคือคุณแค่ทำตาม Guideline ที่ทาง Cloudways ให้ไว้ ภายในเวลาไม่นาน เว็บไซต์ของคุณก็จะพร้อมให้บริการบน Server ของ Cloudways แล้วละครับ

ในส่วนนี้มือใหม่บางคนอาจจะรู้สึกว่าจะไหวหรือไม่ ผมบอกเลยว่าอย่าไปกลัวครับ เพราะตัว Guideline ด้านบนเนี่ยละเอียดมาก ขอให้คุณให้ทำตามขั้นตอนอย่างเดียว คุณสามารถ set up เสร็จสิ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาทีครับ

สำหรับการย้ายเว็บไซต์ คุณมีทางเลือกสองทางนั่นคือย้ายเอง หรือให้ผู้เชี่ยวชาญของ Cloudways มาย้ายให้ฟรี แต่สำหรับใครที่ใช้ WordPress/Woocommerce แล้ว ผมแนะนำให้ย้ายเองโดยใช้ Cloudways Migrator Plugin ครับ เพราะการใช้งานง่ายดายมาก (แค่คลิก 2-3 ครั้งแล้วนอนรออย่างเดียว) ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นจากตรงนั้นเลยครับ

ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเสียเวลาไปกับการ set up และ migrate ไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยเวลา 99% เสียไปกับการนอนรอตัว Plugin จัดการเรื่อง Migration ครับ (เพราะเว็บไซต์มีบทความและรูปเยอะมาก) และอีก 8 นาทีเสียไปกับการ set up ครับ

ในส่วนของการบริหารหลังเปิด server ไปแล้ว ผมบอกได้เลยว่าง่ายดายเช่นกัน เพราะคุณแทบไม่ต้องไปข้องเกี่ยวกับ coding เลยครับ ทุกอย่างบนแพลตฟอร์มถูกสร้างแบบ Intuitive ทำให้คุณจัดการสิ่งที่คุณต้องการได้ในคลิกเดียว

อย่างในรูปด้านล่างจะเป็นการจัดการส่วนต่างๆของ server ไม่ว่าจะเป็น Apache, MySQL, Nginx หรือ Varnish ฯลฯ ซึ่งคุณสามารถจัดการ restart ได้อย่างง่ายดายด้วยตนเอง

นอกจากนี้การทำงานประสิทธิภาพของ server ยังถูกรายงานให้คุณทราบแบบเข้าใจง่ายและโปร่งใสอีกด้วย

ถ้าคุณชอบความโปร่งใส และอยากตรวจสอบการทำงานของ server ของคุณแบบที่ไม่ทำให้คุณงงหรือลายตา คุณจะชอบ Cloudways มากครับ เพราะตัวแพลตฟอร์มทั้งเข้าใจและใช้ง่ายมากๆ จริงๆ

นอกจากนี้สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการเข้าถึง SSH หรือ SFTP คุณก็สามารถเข้าถึงได้อย่างสบายๆ ด้วยเช่นกันครับ

2. เลือก Cloud Provider ชั้นยอดได้ตามใจ

คุณจะมีอิสระในการเลือก Cloud Provider ชั้นยอดของโลกมาให้บริการคุณผ่านทาง Cloudways ไม่ว่าจะเป็น Digital Ocean, Linode, Vultr, Google Cloud และ AWS ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องไปสมัคร account กับผู้บริการเหล่านี้แต่อย่างใด เพราะ Cloudways ทำหน้าที่ในส่วนนี้ให้กับคุณนั่นเอง

หรือพูดง่ายๆ คือ หลังจากที่คุณได้ set up และเริ่มต้น host เว็บไซต์ของคุณผ่านทาง Cloudways คุณได้โอนความยุ่งยากในเรื่องการจัดการ server ให้กับ Cloudways ไปทั้งหมดไปแล้ว หน้าที่ของคุณหลังจากนี้ก็คือทำใจให้สบายและกลับไปผลิต content หรือว่าจัดการสินค้าในเว็บไซต์ของคุณต่อไปครับ

สรุปแล้วจากแต่เดิมที่การใช้งาน Cloud Provider สำหรับมือใหม่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่จะเป็นไปได้ถ้าคุณใช้ผ่าน Cloudways ครับ

3. ราคาเข้าใจง่ายและน่าคบหา

สำหรับราคาค่าใช้บริการของ Cloudways นั้นผมต้องบอกเลยว่าเข้าใจง่าย และน่าคบหาอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับเว็บไซต์ที่ยังมี traffic ปานกลาง ต้องการทรัพยากรที่ดีกว่า Shared Hosting ทั่วไปครับ

ค่าใช้จ่ายของ Cloudways นั้นจะคิดตาม Cloud Provider ที่คุณเลือกใช้ โดยผมขอแบ่งเป็นสองกลุ่มเป็นกลุ่มทั่วไป (Digital Ocean, Linode และ Vultr) และกลุ่ม High End (AWS และ Google Cloud) ละกันครับ ซึ่งรูปแบบการคิดราคาของสองกลุ่มนี้จะต่างกันอยู่บ้าง

สำหรับกลุ่มทั่วไปนั้น ราคาของทั้งสามผู้ให้บริการจะใกล้เคียงกัน แต่จะมีทรัพยากรที่ Fixed มาให้เรียบร้อย โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่

  • Digital Ocean – $10 หรือประมาณ 300 บาทต่อเดือน
  • Linode – $12 หรือประมาณ 360 บาทต่อเดือน
  • Vultr – $11 หรือประมาณ 330 บาทต่อเดือน
  • Vultr Frequency (ตัวพิเศษเพิ่มมาใหม่ เร็วแรงกว่า Vultr ธรรมดา) – $13 หรือประมาณ 390 บาทต่อเดือน

โดยทรัพยากรที่คุณได้จะอยู่ที่ RAM 1 GB, Processor 1 Core, Storage 25GB และ Bandwidth 1 TB ครับ ซึ่งถ้าคุณสามารถเลือกทรัพยากรที่มากกว่านี้ได้ ค่าบริการรายเดือนก็จะเพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ในส่วนนี้ก็จะแปรตามขนาดเว็บไซต์และความต้องการในการใช้งานของคุณครับ

ทรัพยากรที่จัดสรรให้มาในกลุ่มนี้จะเป็นแบบ Fixed นั่นหมายถึงว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนจะเท่ากัน ไม่มีการเพิ่มสูงตามจำนวน Bandwidth ที่ใช้งานแต่อย่างใด เว้นเสียแต่ว่าคุณใช้ Bandwidth ไปเกินโควตา ในส่วนนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ

ในส่วนของกลุ่ม High End จะแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการ Disk Size เท่าไร ส่วน Bandwidth จะคิดเป็นแบบใช้ตามจริง (pay as you go) นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนจะไม่เท่ากัน บางเดือนอาจจะมากเพราะใช้ Bandwidth มากเป็นต้น

ราคาเริ่มต้นของกลุ่มนี้จะอยู่ที่

  • AWS – $36.51 หรือประมาณ 1,110 บาทต่อเดือน
  • Google Cloud – $33.63 หรือประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน

ในราคานี้ ทั้งสองผู้ให้บริการจะให้ RAM 1.7 GB, 1 vCPU, 20 GB Storage และ Bandwidth 2 GB ครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณต้องการทรัพยากรเพิ่ม ราคาก็จะเพิ่มขึ้นไปตามลำดับครับ

นอกจากนี้ Cloudways จะเก็บค่าใช้จ่ายในการสร้าง backup รายเดือน โดยจะอยู่ที่ $0.033 ต่อ 1 GB ซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่ได้มากอะไรครับ (ยกเว้นเว็บไซต์ของคุณใหญ่จริงๆ)

ทั้งนี้การคิดราคาของ Cloudways จะไม่มีระบบ contract ระยะยาวแต่อย่างใด หมายความว่าค่าใช้จ่ายของเดือนนี้จะถูกเก็บในต้นเดือนต่อไป ดังนั้นถ้าคุณตัดสินใจว่าจะเลิกใช้บริการก็ทำได้ทันที ไม่มีการเสียเงินกินเปล่าเหมือนกับ Hosting อื่นๆ แน่นอนครับ

ในส่วนของราคานั้น ผมต้องบอกเลยว่าน่าคบหามากๆ เพราะราคาเริ่มต้นที่ $10 ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับ Shared Hosting เลยทีเดียว และแน่นอนว่าถูกกว่า VPS และ Dedicated Hosting เจ้าอื่นๆ อย่างมาก ทั้งๆ ที่การใช้งาน Cloudways นั้นคุณจะได้ dedicated environment และ dedicated IP พร้อมทรัพยากรทั้งหมดที่ไม่ต้องไปแบ่งไปแชร์กับใครครับ

ส่วน Cloud Hosting ด้วยกันนั้น Cloudways ก็ยังถือว่าถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เพราะอย่าง Liquid Web เริ่มต้นที่ $19 ต่อเดือน ส่วน SiteGround นั้นเริ่มต้นที่ $80 เลยทีเดียว

อย่างในปัจจุบันผมเสียค่า Hosting รายเดือนให้กับ Cloudways เป็นจำนวน $22 หรือประมาณ 660 บาท แต่รองรับ Traffic เกือบ 100,000 คนต่อเดือนแบบสบายๆ

ทั้งนี้ผมใช้ Bandwidth ไปแค่ 1 ใน 10 ของที่ในแพลนจัดสรรมาเท่านั้นเองครับ เรียกได้ว่าเหลือพื้นที่รองรับ traffic ในระดับที่สูงกว่านี้ 3-4 เท่าได้อย่างเหลือเฟือครับ

ถ้ายังสงสัยเรื่องราคา ผมแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมที่ Cloudways Pricing ครับ

4. Scaling ง่ายมาก

จุดแข็งที่สุดของ Cloudways และ Cloud Hosting ทั่วไปก็คือ การ Scaling หรือขยายขนาด server ให้รองรับกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นทำได้ง่ายมากๆ ด้วยการคลิกเลื่อน 1 ครั้งเท่านั้นเองครับ แล้วกด Scale Now ตามรูปด้านล่าง

อย่างไรก็ดีสำหรับ Cloud Provider แบบทั่วไปอย่าง Digital Ocean, Vultr และ Linode คุณจะขยายขนาดได้อย่างเดียว แต่ลดขนาดไม่ได้ นั่นหมายความว่าขยายแล้วขยายเลยครับ ถ้าจะลดขนาด คุณจะต้อง clone server แล้วปรับเป็นขนาดที่เล็กลง ซึ่งจะซับซ้อนขึ้น แต่ไม่ได้ยากเกินไปครับ

ในทางกลับกันแบบ Cloud Provider แบบ High End อย่างเช่น AWS และ Google Cloud นั้นสามารถปรับขึ้นลงได้อย่างอิสระครับ

ถ้าคุณใช้แบบทั่วไป ผมแนะนำว่าคุณควรจะเลือก Server Size เล็กไว้ก่อนจะดีกว่า แล้วค่อยขยับขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นครับ

5. Performance เยี่ยม

ในเรื่องของความเสถียรนี่ ผมต้องยอมรับในเรื่องนี้เลยว่า Cloudways เยี่ยมยอดมาก ตั้งแต่ผมใช้งานมายังไม่เคยเจอ Downtime เลยครับ (ยกเว้นแต่ว่าผมทำพลาดเอง) สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ Cloudways มีระบบ Auto-Healing ที่จะช่วยจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดกับ Cloud Server รวมไปถึงระบบ Proactive Application Monitoring ที่คอยตรวจสอบสภาพของ server อยู่ตลอดเวลาครับ

สำหรับเรื่องความเร็วในการโหลด หรือว่า performance นั้น Cloudways ใช้ Stack ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น Nginx, Apache, Memcached, MySQL/MariaDB, Varnish Cache, PHP-FPM, Redis Cache, PHP 7.x ทำให้เว็บไซต์ของคุณเร็วสุดๆ ไปเลยครับ

ยกตัวอย่างหน้า Homepage ของผมใช้เวลาโหลดเพียง 1.934s โดยมี TTFB อยู่ที่ 0.160s เท่านั้นเองครับ ในส่วนนี้ผมยังไม่ได้ optimize เลยด้วยซ้ำไป (เพราะทำไม่เป็น 555) และ CDN ก็ยังไม่ได้ใช้

สิ่งที่ผมใช้มีอยู่อย่างเดียวคือ WordPress Plugin อย่าง WP Rocket เท่านั้นเองครับ (จริงๆ Cloudways มี Plugin อย่าง Breeze ให้ใช้ฟรีด้วย แต่ผมมี WP Rocket อยู่แล้วเลยไม่ได้ใช้ Breeze ครับ) แน่นอนว่าในส่วนนี้คุณ optimize เว็บไซต์ให้โหลดได้เร็วกว่าผมอย่างแน่นอนครับ

ในส่วนของ Data Center นั้น Cloudways มีตัวเลือกมากกว่า 60 แห่งให้คุณได้เลือกสรร โดยเฉพาะจุดที่ใกล้ประเทศไทยอย่างเช่นสิงคโปร์และฮ่องกง ทำให้เว็บไซต์ของคุณโหลดเร็วมากสำหรับ traffic จากประเทศไทย

อย่างไรก็ดีถ้าคุณต้องการให้เว็บไซต์โหลดเร็วทั่วโลก คุณจะต้องใช้ CDN ซึ่ง Cloudways ก็มี Adds on ให้เช่นกัน (ต้องจ่ายเงินเพิ่ม) หรือคุณจะใช้ของ Cloudflare ซึ่งเป็น CDN ฟรีก็ได้ครับ

6. Security มั่นคง

เรื่อง Security เป็นสิ่งที่ Cloudways ให้ความสำคัญมาก โดย server ของคุณจะได้รับการดูแลอย่างอัตโนมัติจาก Firewall และ Bot Protection ซึ่งจะกำจัดปัญหา Brute Force และ DDoS ให้ลดน้อยไปอย่างมากเลยครับ

นอกจากนี้ทีมงานของ Cloudways จะดูแล server ในส่วนของ security patching ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า server ของคุณไม่มีช่องโหว่ที่ hacker จะเข้ามาได้ครับ

ไม่เพียงเท่านั้นคุณยังจะได้ Free SSL สำหรับเว็บไซต์ของคุณ เพื่อที่เว็บไซต์ของคุณจะได้เป็น HTTPS ซึ่งจะปลอดภัยกับผู้ใช้งาน (โดยเฉพาะเว็บไซต์ e-commerce) และยังมีผลในแง่บวกต่อ SEO อีกด้วย

อย่างไรก็ดีนั่นไม่ได้แปลว่าคุณจะโดน hack ไม่ได้ เพราะ hacker ยังเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณได้อยู่ดีผ่านทาง Application ที่คุณต้องดูแลด้วยตัวเอง

ในส่วนนี้ผมแนะนำให้คุณติด Web Application Firewall (WAF) เพิ่มเติม แต่ถ้าในสถานการณ์สุดวิสัย คุณสามารถกำจัด malware ทั้งหมดออกไปด้วยบริการ malware removal ครับ (Cloudways ไม่มีบริการล้าง malware เหมือนกับ WordPress Hosting อย่าง Kinsta ครับ

7. รองรับ CMS และ Frameworks มากมาย

Cloudways นั้นรองรับเว็บไซต์และ Web Apps ที่สร้างขึ้นด้วย CMS และ Development Frameworks มากมายไม่ว่าจะเป็น

  • WordPress/Woocommerce
  • Magento
  • Prestashop
  • Drupal
  • Joomla
  • PHP Stack
  • PHP Framework อย่างเช่น Laravel, Symfony, Yii, CakePHP
  • OpenIgniter
  • OpenCart

ดังนั้นในส่วนนี้ Cloudways จึงรองรับเว็บไซต์และ Web Apps ได้แทบจะทุกรูปแบบเลยครับ (แต่ขาด Python และ Django) นอกจากนี้คุณยังมี Staging Area เพื่อทดสอบก่อนที่จะใช้งานจริงได้อีกด้วย เว็บไซต์ของคุณจะได้ไม่ล่มเมื่อคุณแก้ไขส่วนต่างๆ ครับ

8. Customer Support ชั้นยอด

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ Cloudways ก็คือความยอดเยี่ยมของทีม Customer Support ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทุก Hosting ไม่ว่าจะเป็น Cloud Hosting หรือ Shared Hosting ก็ตามครับ

ช่องทางในการติดต่อกับทีม Support มีด้วยกัน 3 ช่องทางด้วยกัน นั่นคือ Live Chat, Online Ticketing (หรือพูดง่ายๆ คืออีเมล์) และโทรศัพท์ แต่โทรศัพท์นี้คุณจะต้องใช้บริการ Premium Support ถึงจะเข้าถึงได้ครับ ตั้งแต่ผมใช้บริการ Cloudways ผมใช้ Live Chat เป็นหลักครับ

ทั้งนี้คุณสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ โดยไม่มีวันหยุดใดๆ ครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมต้องยอมรับก็คือ ทีมวิศวกรของที่นี่เก่งจริงๆ อย่างผมเองเคยมีปัญหา Error แปลกๆ ที่ Host เก่าไม่สามารถแก้ให้ผมได้ แต่พอมาถึงมือทีมของ Cloudways พวกเขาหาสาเหตุและแก้ไขให้ผมได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆ ก็แก้ไขโดยไม่มีปัญหาเลยครับ โดยรวมแล้วผมจึงชอบทีม Support ของที่นี่มากเลยทีเดียว

ข้อเสียของ Cloudways

เช่นเดียวกับ Host อื่นๆ นั่นคือ Cloudways ก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นก็คือ

  • ในปัจจุบัน ระดับของการ Support ถูกแบ่งออกเป็น 3 Tier นั่นคือ Standard Support (มีให้โดย default), Advanced Support ($100 ต่อเดือน) และ Premium Support ($500 ต่อเดือน) ทำให้การให้บริการช้าลงไปบ้าง เพราะ Advanced และ Premium จะได้รับการบริการก่อนคุณ
  • คุณห้ามมีปัญหากับการจ่ายเงินรายเดือนเด็ดขาด มิฉะนั้นเว็บไซต์ของคุณอาจจะ offline ชั่วคราวได้ กล่าวคือมีผู้ใช้งานบางคนมีปัญหากับ Cloudways เพราะบัตรเครดิตของพวกเขาไม่สามารถถูกตัดได้ ทำให้เว็บไซต์ของพวกเขาล่ม (2-3 วันหลังจากส่งอีเมล์ไปเตือน) อย่างไรก็ดีผมไม่เคยมีปัญหาตรงนี้แต่อย่างใดครับ แต่ถ้าคุณกลัวว่าจะเกิดปัญหานี้จริงๆ คุณสามารถจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับ Cloudways ได้ครับ
  • สมัครโดเมนที่แพลตฟอร์มไม่ได้เหมือนกับ Godaddy หรือ Bluehost ในการใช้งาน Cloudways คุณจะต้องเป็นเจ้าของโดเมนเนมมาก่อนครับ ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ในส่วนนี้ผมแนะนำให้ใช้ Google Domains หรือว่า Namecheap ครับ

สรุป: Cloudways ดีไหม

ตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา ผมต้องยอมรับว่า Cloudways เป็น Cloud Hosting ที่ดีมากทั้งในเรื่องราคาและคุณภาพครับ ผมมั่นใจว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ถ้ายังสงสัยในเรื่องฟีเจอร์หรือข้อมูลทางด้าน technical ต่างๆ ผมแนะนำให้อ่านเพิ่มที่ Features ครับ หรือสมัครลองใช้ได้เลยจากปุ่มด้านล่างครับ

ทั้งนี้คุณสามารถลองใช้ Cloudways ได้ 3 วันฟรีโดยไม่ต้องใส่ข้อมูลเครดิตการ์ดแต่อย่างใดครับ

error: Content is protected !!