ทำไม SiteGround เป็นหนึ่งใน Host ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ทำเว็บไซต์

0
188

SiteGround เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Hosting ที่กำลังมาแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย 4 ปีหลังสุดนั้น SiteGround ทำหน้าที่เป็น Host ให้กับเว็บไซต์มากถึง 2,000,000 แห่ง หรือเรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าเลยทีเดียว

หลายคนอาจจะสงสัยว่า SiteGround ดีมั้ย? หรือคุ้มค่าเงินหรือเปล่า ถ้าเทียบกับ Host ไทยและ Host นอกอื่นๆ

คำตอบสั้นๆ ของผมคือ SiteGround ดีมากครับ ผมมองว่าน่าจะเป็นหนึ่งใน Host ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาหัดทำเว็บไซต์ด้วยซ้ำไป

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เราไปเริ่มต้นกันเลยดีกว่า

ข้อควรทราบ: ราคา เงื่อนไข และการให้บริการต่างๆ ที่ระบุในโพสนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของผู้ให้บริการ ดังนั้นโปรดตรวจสอบกับผู้ให้บริการอีกครั้งหนึ่งเพื่อความชัดเจนครับ อย่างล่าสุดเร็วๆ นี้ SiteGround เพิ่งจะขึ้นราคาเริ่มต้นจาก $4 เป็น $7 ครับ

มือใหม่ควรหาอะไรใน Hosting ของคุณ

ทุกวันนี้หลายคนเข้ามาทำเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์แนว blogger หรือเว็บไซต์แนว e-commerce โดยที่ไม่ได้มีทักษะหรือความรู้ทางด้านการทำเว็บไซต์มาก่อนเลย ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ด้วยความที่ผมไม่มีความรู้เลย ทำให้ผมตกกับดักของสิ่งที่เรียกว่า “Hosting” พูดง่ายๆ คือผมไม่รู้เลยว่า Hosting เป็นหัวใจสำคัญของเว็บไซต์ และคุณภาพของ Hosting สำคัญมากถึงมากที่สุดในการทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ

การเลือก Host จึงไม่ต่างกับการเลือกพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ถ้าพาร์ทเนอร์ของคุณแย่ เขาก็มีโอกาสที่จะฉุดคุณลงไปด้วย

ดังนั้นคุณไม่ควรเลือก Host เพราะราคาต่อเดือนถูก ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะมันมีเหตุผลเสมอที่ทำให้บาง Host เก็บค่าใช้จ่ายต่ำมาก พวกเขาย่อมไม่บอกคุณว่าทำไม และคุณจะได้รู้สาเหตุเมื่อคุณได้สัมผัสถึงความแย่ด้วยตัวของคุณเอง

สิ่งหลักๆ ที่มือใหม่ควรจะพิจารณาในการหา Hosting คือ

  1. ความง่ายในการใช้งาน ทั้งการออกแบบเว็บไซต์ และการจัดการข้อมูล
  2. ความเสถียร และ Uptime
  3. ความเร็วของเว็บไซต์
  4. การช่วยเหลือต่างๆ จาก Host (Customer Support)
  5. เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยจาก malware
  6. เครื่องมือเสริมที่ทำให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น (เช่น Back Up)
  7. ทรัพยากรที่ Hosting ให้ ไม่ว่าจะเป็น Bandwidth, Hosting Space ฯลฯ

สำหรับ SiteGround นั้น ผมขอบอกทุกคนตรงนี้เลยว่า SiteGround ไม่ใช่ Host ที่ถูก แต่เป็น Host ที่มีคุณภาพพร้อมทั้ง 7 ข้อด้านบน และสิ่งที่ SiteGround ให้คุณจะคุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่คุณเสียไป

ถัดไปเราไปดูกันครับ ทำไม SiteGround ถึงเป็น Host ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ในการสร้างเว็บไซต์

1. ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่

SiteGround ให้บริการ Hosting สำหรับทุกระบบ CMS ไม่ว่าจะเป็น WordPress, Joomla, Drupal, Magento และ PrestaShop ดังนั้นไม่ว่าคุณจะใช้ระบบ CMS แบบไหน คุณก็สามารถ Host กับ SiteGround ได้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ดีผมมองว่าคนไทยส่วนใหญ่น่าจะสนใจ WordPress เป็นหลัก ตัวผมเองก็ใช้ WordPress เช่นกัน มือใหม่หลายคนอาจจะกังวลว่าจะสร้างเว็บออกมายังไงดี หลังจากที่จ่ายตังค่า Host เสร็จแล้ว

สำหรับ SiteGround แล้ว คุณไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะคุณแค่คลิกในหน้า Hosting ของคุณแค่ทีเดียว เว็บไซต์อย่างง่ายที่สร้างขึ้นจาก WordPress ก็จะถูกสร้างขึ้นมาให้คุณใช้งานทันที หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของคุณที่จะแก้ไขปรับเปลี่ยนให้เป็นเว็บไซต์ที่คุณต้องการ

ส่วนมากแล้ว Host ส่วนใหญ่จะทิ้งคุณไว้ตรงนี้ และไม่แนะนำต่อไปว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง WordPress อย่างไร ตัวผมเองก็ต้องคลำทางอยู่นานเหมือนกัน

แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ SiteGround เพราะ SiteGround จะมี WordPress Starter Plugin ที่จะแนะนำฟังก์ชันต่างๆ ในการสร้างเว็บไซต์โดยใช้ WordPress ให้คุณเข้าใจ

นอกจากนี้คุณยังสามารถลง plugin และโปรแกรมต่างๆ ที่คุณควรจะใช้ผ่านทางแพลตฟอร์มของ SiteGround (ตาม Youtube ด้านบน) โดย SiteGround จะช่วยลงโปรแกรมอย่างเช่น Google Analytics ให้เรียบร้อยในคลิกเดียว ถ้าเป็น Host อื่นๆ คุณจะต้องไปลงเองด้วยการกรอก code ลงในฐานข้อมูล ซึ่งยุ่งยากและมือใหม่จะปวดหัวได้ง่ายๆ ครับ

สำหรับการออกแบบหน้าเว็บ SiteGround ยังมีโปรแกรมออกแบบหน้าเว็บอย่าง Weebly ให้คุณได้ใช้งานฟรีๆ อีกด้วย ดังนั้นคุณสามารถสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามขึ้นมาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกแล้วครับ

ถ้าคุณยังงงและต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถอ่านและดูรูปรายละเอียดทั้งหมดได้ที่บทความ WordPress Starter ที่ SiteGround ได้เขียนเอาไว้สำหรับเจ้าของเว็บหน้าใหม่ครับ

2. SiteGround เสถียรมาก

ในบรรดา Shared Hosting ทั้งหลายนั้น ในปัจจุบันไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า SiteGround เป็น Host ที่เร็วและเสถียรมากที่สุดแห่งหนึ่ง

SiteGround เป็น Host ที่เสถียรมาก เพราะมีระบบตรวจสอบ Server ทุกๆ 0.5 วินาที ดังนั้นถ้าเกิดปัญหากับ server ของคุณ ตัวระบบจะแก้ไขในอัตโนมัติ และยังมีตัวช่วยอย่าง SSD Persistent storge ด้วยทำให้เว็บไซต์ของคุณได้ Uptime เกือบ 100% และมีโอกาสได้ Downtime (เว็บล่ม) น้อยมากครับ

แต่ถ้า Server เกิดเหตุสุดวิสัย และเกิด Downtime ยาวๆ ขึ้นมาจริงๆ จนทำให้ Uptime ของคุณต่ำกว่า 99.9% SiteGround ยินดีที่จะทำสิ่งต่อไปนี้

  • ถ้า Uptime ของคุณในปีนั้นเหลือ 99%-99.99% – SiteGround จะให้คุณใช้บริการฟรีไปอีก 1 เดือน
  • ถ้า Uptime ลดต่ำกว่า 99% ไปอีก เช่นเหลือ 95% – SiteGround จะให้คุณใช้บริการฟรีไปอีก 4 เดือน

ถ้าสงสัย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Service Agreement ข้อ 5.2 ของ SiteGround ครับ

นั่นแสดงถึงความรับผิดชอบเป็นอย่างดีของ SiteGround ที่มีต่อลูกค้า แต่โอกาสที่เว็บจะล่มนานๆ มีน้อยจริงๆ ครับ

3. เว็บไซต์ของคุณจะเร็วมาก

การที่ความเร็วของเว็บเพิ่มขึ้น SEO ของคุณจะดีขึ้นด้วย และสิ่งที่ตามมาก็คือรายได้ของเว็บไซต์ที่เพิ่มพูนมากขึ้น

สิ่งที่ SiteGround เหนือกว่า Shared Hosting อื่นๆ อย่างชัดเจนคือ เว็บของคุณจะเร็วมาก เพราะสาเหตุต่อไปนี้

  1. SiteGround ใช้ SSD ในการจัดเก็บข้อมูล ในขณะที่ Host อื่นอาจจะใช้ HDD ซึ่งช้ากว่ามาก
  2. SiteGround ใช้เทคโนโลยี Google Cloud ซึ่งเร็วมากกว่าเจ้าอื่นอย่างชัดเจน
  3. คุณสามารถใช้ CDN ของ Cloudflare ได้ฟรีเพื่อทำให้ทุกคนบนโลกเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย
  4. เว็บไซต์ที่ Host กับ SiteGround และสมัครแพลน Go Big ขึ้นไปจะได้โปรแกรม Caching ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ข้อ 4 นี้สำคัญมาก เพราะว่าถ้าคุณ Host กับเว็บอื่นที่ไม่มีส่วนนี้ให้ คุณจะต้องไปใช้ plugin อื่นในการ caching เพื่อที่เว็บไซต์ของคุณจะได้ดาวน์โหลดเร็วขึ้น ซึ่ง caching plugin จำนวนมากไม่เหมาะกับมือใหม่เลยแม้แต่น้อย และตัวที่เหมาะก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มปีละ $40-$60 เพื่อนำมาใช้งาน ดังนั้นบริการ Caching ฟรีจึงเป็นบริการระดับพรีเมียมที่ SiteGround ให้กับลูกค้าทุกคนครับ

หลายคนอาจสงสัยว่า SiteGround เป็นโฮสนอก ความเร็วสำหรับผู้ใช้งานไทยจะช้ารึเปล่า? คำตอบคือไม่ช้าครับ เพราะคุณสามารถเลือก Data Center ได้ว่าจะใช้ที่ไหน และหนึ่งในสถานที่ที่มีให้เลือกก็คือ “สิงคโปร์” ซึ่งห่างจากไทยไม่มากนัก ทำให้ความเร็วของคุณแทบไม่ต่างอะไรเลยกับ Host ที่ตั้งอยู่ในไทยครับ แต่อาจจะเร็วกว่าเสียอีก เพราะมีทั้ง Caching และเทคโนโลยีความเร็วอื่นๆ ของ SiteGround ครับ

ถ้าสงสัยเรื่องความเร็วของ SiteGround สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

4. Customer Support ดี

Customer Support ของ SiteGround ได้รับการยอมรับว่าดีเป็นอันดับต้นๆ ของวงการ ผมบอกเลยว่าปัจจัยนี้สำคัญมาก เพราะในฐานะมือใหม่ คุณจะต้องเผชิญกับปัญหาอย่างเช่น ทำเว็บล่มเพราะคุณไปยุ่งอะไรกับอะไรที่ไม่ควรยุ่ง (ผมก็เคยเป็นครับ)

ดังนั้น Customer Support ที่ดีจะต้องติดต่อได้อย่างรวดเร็วแบบ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และตลอด 365 วัน ซึ่ง SiteGround ให้คุณติดต่อได้ผ่านทาง 3 ช่องทางทุกเวลาได้แก่

  • Tickets (ส่งอีเมล์ผ่านทาง platform ของ SiteGround) – เจ้าหน้าที่จะติดต่อภายในเวลา 10 นาที
  • Live Chat (แชทกับเจ้าหน้าที่แบบสดๆ)
  • Call (โทรไปอเมริกาโดยตรง)

ช่องทางอย่าง Live Chat สำคัญมากสำหรับลูกค้าต่างประเทศอย่างเราๆ ซึ่งบาง Host จะไม่มีบริการตรงนี้ให้ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ SiteGround เพราะคุณสามารถติดต่อกับวิศวกรชั้นยอดได้ทุกเมื่อครับ (24/7/365)

รีวิวของ SiteGround ที่มาจากผู้ใช้บริการจริงล้วนแต่เป็นทางบวกทั้งสิ้น และมีจุดเด่นที่ Tech Support อาทิเช่น

Web hosting geeks: (4.5/5.0)

Trustpilot: (4.5/5.0) – Excellent

Shopper Approved (4.9/5.0) โดย Customer Service ได้คะแนนสูงถึง 4.9/5.0

ดังนั้นคุณจะวางใจได้ว่าคุณจะได้รับการบริการที่ดีระดับหนึ่งจาก SiteGround ครับ

5. ระบบ Security ชั้นเยี่ยม

เทคโนโลยี security ที่ SiteGround ใช้กับ Server ของบริษัทเป็นระดับท็อปที่คุณไว้วางใจได้ กล่าวคือ SiteGround ใช้ระบบ AI Antibot System และ Smart Web Application Firewall (WAF) ที่จะหยุดสิ่งที่คุกคามเว็บไซต์ของคุณไม่ว่าจะเป็น Brute Force หรือการโดนโจมตีจาก Hacker ต่างๆ ครับ คุณสามารถไว้ใจได้ว่า server ที่ใช้ host เว็บไซต์ของคุณจะปลอดภัยในทุกสถานการณ์

สำหรับเว็บไซต์ทั่วไป โดยเฉพาะเว็บไซต์ e-commerce คุณจำเป็นต้องมี SSL (ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็น https ไม่ใช่ http) เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่มาใช้งาน ร่วมไปถึงสร้างความเชื่อถือด้วย ซึ่ง SiteGround ให้ SSL ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

อย่างไรก็ดีสิ่งที่คุณต้องทราบคือ คุณยังมีโอกาสโดน hack ได้อยู่ดี โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่ชอบลง plugin ใน WordPress ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ plugin ที่ได้มาตรฐานแต่มีช่องโหว่ที่มีคนไปเจอ ในกรณีจะเหมือนกับคุณเชิญโจรให้เข้าบ้านของคุณมาเอง แบบนั้น Security ของ SiteGround ก็ทำอะไรไม่ได้ครับ คุณยังคงต้องมี security service เอาไว้จัดการกับ malware ที่อาจจะแทรกซึมเข้ามาได้ครับ

6. เครื่องมือเสริมอันยอดเยี่ยม

สิ่งที่ผมชอบมากคือ เครื่องมือเสริมฟรีที่ SiteGround ให้มาพร้อมกับแพลน hosting ยกตัวอย่างเช่น

  • Back Up – SiteGround จะสร้าง Back Up ฟรีๆ ให้กับคุณทุกวัน ดังนั้นคุณไม่ต้องกลัวว่าเว็บไซต์คุณจะพัง และข้อมูลสูญหาย เพราะคุณสามารถดึง Back Up มาใช้ตลอดเวลา
  • Staging – ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยนแปลงอะไรบนเว็บไซต์ คุณสามารถลองทำบนเว็บไซต์เสมือนก่อนได้ ทำให้คุณไม่ต้องกลัวว่าเว็บไซต์ของคุณจะพังครับ

โดยทั่วไปแล้ว Back Up ตาม Host ต่างๆ จะไม่ฟรี และมีค่าใช้จ่ายพ่วงขึ้นมาเสมอ บาง Host จะคิดคุณเพิ่มขึ้นถึง $3 ต่อเดือน (โดยเฉพาะพวกที่คิดค่า Hosting ถูกๆ ทั้งหลาย) คนที่ไม่อยากจ่ายก็ต้องไปใช้ plugin อย่างเช่น Updraftplus ในการสร้าง back up ซึ่งบางทีสร้างขึ้นมาแล้วกลับใช้ไม่ได้ก็มีครับ (ประสบการณ์เจ็บๆที่เคยเกิดกับผม)

ดังนั้นการที่ SiteGround สร้าง Back Up ให้ฟรีจึงยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับลูกค้าทุกคนครับ

นอกจากนี้ SiteGround ยังให้บริการย้ายเว็บไซต์ฟรีด้วย นั่นหมายความว่าถ้าคุณต้องการย้ายจาก Host อื่นมาจา

7. ไม่จำกัดขนาด Traffic และ Database

SiteGround ไม่จำกัดขนาดของ Traffic ที่เข้ามาสู่เว็บของคุณ และขนาด Database ด้วย ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ Traffic เพราะ Database ของเว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่ได้ใหญ่มากอยู่แล้ว

บาง Host ที่คิดค่า Hosting ถูกๆ บริษัทเหล่านี้จะจำกัด Traffic/Bandwidth ด้วย ยกตัวอย่างเช่น เดือนละ 50 GB เป็นต้น นั่นหมายความว่าถ้ามีคนเข้าเว็บไซต์คุณเยอะๆ ในเดือนนั้น คุณจะต้องจ่ายเงินในส่วนที่เกินไปด้วย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นครับ แต่แน่นอนว่าปัญหานี้ไม่เกิดกับ SiteGround เพราะไม่มีจำกัดนั่นเอง

ข้อเสียของ SiteGround

ทุกอย่างย่อมมีข้อเสีย SiteGround ก็เช่นกัน ข้อเสียหลักๆ ของ SiteGround คือ

  • ราคาของ SiteGround จัดว่าแพงกว่า Shared Hosting อื่นๆ (เรื่องราคาสามารถอ่านต่อด้านล่าง) แต่แน่นอนว่าฟังก์ชันของ SiteGround มีมากกว่า Host ทั่วไป ทำให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอื่นได้
  • SiteGround เป็น Host นอก ดังนั้นคุณจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร อย่างน้อยคุณต้องอธิบายถึงปัญหาต่างๆ ของเว็บไซต์ได้คร่าวๆ กับ Customer Support ครับ ดังนั้นสำหรับคนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่สะดวกใจเท่ากับการใช้ภาษาไทย
  • SiteGround ให้ Web Space ที่ค่อนข้างน้อย ถ้าเทียบกับ Hosting อื่นๆ โดยให้แค่ 10 GB สำหรับเริ่มต้น ขณะที่ Host นอกชื่อดังอาจจะให้มากถึง 40 GB แต่ผมขอบอกเลยว่า ถ้าคุณไม่ได้จะใส่รูปความละเอียดสูง หรือ Video เยอะจริงๆ 10 GB นี่เขียนบทความได้หลายร้อยบทความเลยครับ
  • Domain ไม่ฟรี คุณจะต้องจ่ายในราคา $16 (ประมาณ 480 บาท) ต่อปี ยกเว้นว่าคุณมี Domain Name กับ Registrar อื่นอยู่แล้วอย่างเช่น Namecheap ในกรณีนี้ก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายครับ
  • ในอดีต SiteGround เคยใช้งาน cPanel แต่ปัจจุบันถูกนำออกไปแล้วเรียบร้อย ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับใครที่ต้องการใช้งาน cPanel ครับ (UPDATE Aug 2020)

ราคาของ SiteGround

สำหรับ Shared Hosting (รูปแบบ Hosting ที่ถูกที่สุด และเหมาะสำหรับมือใหม่) ทาง SiteGround มีให้คุณเลือก 3 แบบได้แก่ StartUp, GrowBig, GoGeek

SiteGround Pricing

สำหรับ WordPress คุณสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับราคาและสิ่งที่จะได้ของแต่ละแพลนทั้งหมดได้ ที่นี่ แต่ผมขอสรุปย่อๆ ให้ตามนี้ครับ (แนะนำให้อ่านทั้งคู่)

ราคาโปรโมชั่น Contract แรก (UPDATED 1/8/2020 ขึ้นราคาแล้วเป็นที่เรียบร้อย)

  • Start Up ($6.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 210 บาทต่อเดือน)
  • Grow Big ($9.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 300 บาทต่อเดือน)
  • Go Geek ($14.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 450 บาทต่อเดือน)

ในส่วนนี้ คุณต้องทราบว่า คุณจะได้ราคานี้แค่ Contract แรกเท่านั้น หลังจาก Contract แรกจบลง ราคาจะเปลี่ยนเป็นราคาปกติ นั่นคือ

  • Start Up ($14.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 450 บาทต่อเดือน)
  • Grow Big ($24.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 750 บาทต่อเดือน)
  • Go Geek ($39.99 ต่อเดือน หรือประมาณ 1,200 บาทต่อเดือน)

ระยะเวลาของ Contract แรกมีให้เลือกตั้งแต่ 1-3 ปี ดังนั้นถ้าคุณจะเอาคุ้มที่สุดก็คือเลือกไปเลย 3 ปีเต็ม เพราะคุณจะได้ใช้ราคาโปรโมชั่นนานๆ หลังจากราคาโปรโมชั่นหมด คุณอาจจะเลือกไม่ต่อสัญญา โดยการย้ายไปเอาโปรโมชั่นของ Host ใหม่ครับ (ถ้าคุณทำตามนี้ราคาเต็มก็ไม่มีผลอะไรกับคุณ)

ถ้าถามว่าทั้ง 3 แพลนต่างกันยังไง คำตอบคือ

นอกจาก Resource (Web Space, จำนวน Web, CPU, Memory) ที่คุณได้จะต่างกันแล้ว เทคโนโลยีที่ได้ยังแตกต่างกันด้วย โดยแบบ Start Up จะขาดเทคโนโลยีอย่างตัว Caching ที่ใช้เพิ่มความเร็ว ดังนั้นผมจึงแนะนำว่าถ้าคุณอยากจะใช้ SiteGround เริ่มต้นด้วย GrowBig เลยจะดีกว่าครับ (180 บาทต่อเดือน)

สรุป

ผมมองว่า SiteGround เป็น Host แบบ Shared Hosting ที่มีคุณภาพสำหรับมือใหม่ เพราะมีฟังก์ชันมากมายที่เป็นประโยชน์ และช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับการทำเว็บไซต์ไปได้มาก

แม้ว่า SiteGround จะมีราคาสูงกว่า Host ทั่วไป แต่ผมมองว่าสิ่งที่คุณจ่ายให้ SiteGround จะไปประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ทำไปทำมาแล้วคุณอาจจะประหยัดงานได้มากกว่าการใช้ Host อื่นด้วยซ้ำไปครับ

ถ้าสนใจสมัคร SiteGround สามารถคลิกได้ที่นี่