รีวิวร้าน PAUL (พอล) แบบบุฟเฟต์กินไม่อั้นที่สาขาเมกาบางนา

0
510

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมจะไปรีวิว Paul Restaurant สาขาเมกาบางนาครับ ในการรีวิวจะใช้ดีลของ Hungry Hub นั่นหมายความว่าจะเป็นดีลแบบบุฟเฟต์กินไม่อั้นนั่นเอง

ตัวร้านอยู่ที่ชั้น 1 ของโซน Mega Foodwalk นะครับ อยู่ใกล้ๆ กับอุเมะโนะคาเฟ่ที่ผมเคยรีวิวไปแล้วครั้งก่อนเลย

นี่เป็นบริเวณหน้าร้านครับ

Paul เมกาบางนา

ส่วนนี่เป็นบรรยากาศภายในร้านคร่าวๆ

บรรยากาศภายในร้าน Paul

พอมานั่งที่โต๊ะ พนักงานก็หยิบเมนูออกมาให้ครับ เมนูมีสามราคาได้แก่ Standard (950 บาท net), Premium (1,250 บาท net) และ Premium Plus (1,390 บาท)

เมนู Paul

ทั้งสามราคาต่างกันตรงที่ Premium และ Premium Plus จะมีเมนูระดับพรีเมียมจำนวน 6 อย่าง พร้อมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ ส่วน Standard จะไม่มีเมนูพรีเมียม และน้ำจะมีแค่น้ำเปล่าเท่านั้น

ส่วน Premium Plus จะเหนือกว่า Premium ตรงที่จะมี Foie Gras แถมให้คนละ 1 จาน รูปเมนูอาจจะไม่ชัดเท่าไร ผมแนะนำว่าดูผ่านเว็บของ Hungry Hub เลยจะดีกว่าครับ

สำหรับวันนี้เราเลือกเป็น Standard ครับ เนื่องจากดูเมนูพรีเมียมแล้วไม่ได้รู้สึกอยากกินเท่าไร

สั่งเสร็จปุ๊ปก็นั่งรออาหารไปก่อน

Standard ก็กินน้ำเปล่าไป 555

ซุป

หมายเหตุ: ราคาในวงเล็บคือราคา a la carte นะครับ ซึ่งผมไม่ได้จ่ายราคานี้แต่อย่างใด ผมใส่ไว้เป็นข้อมูลเฉยๆ ครับ

เราเริ่มต้นที่ซุปกันก่อนเลยครับ อย่างแรกเป็น French Onion Soup (242 บาท)

French Onion Soup

ซุปนี้คือซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส ผมว่าอร่อยดีนะ ตอนที่มานี่กลิ่นหอมมากจริงๆ ตัวซุปก็ร้อนดี ส่วนรสชาติก็กลมกล่อม แต่กินเยอะๆ จะรู้สึกว่าเค็มไปหน่อย ต้องกินขนมปังช่วยครับ

ถัดมาเป็น Soup of the Day (242 บาท) อันนี้จำไม่ได้แล้วว่าเป็นซุปอะไร น่าจะครีมอะไรสักอย่างหนึ่ง

ตัวนี้เป็นซุปแบบครีม ร้อนๆ อร่อยดีครับ

สลัด

จานแรกที่ได้ลองคือ Smoked Salmon Carpaccio (226 บาท)

Smoked Salmon Carpaccio Salad

ตัวนี้อร่อยมาก ปลาแซลมอนรมควันที่เอามาทำเป็น Carpaccio นี่บอกได้เลยอร่อยจริงๆ แถมยังไม่เลี่ยนไม่คาวเลยด้วย จานนี้สั่งมาอีกหลายจานมากๆ เลยครับ เอามาตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

สลัดอีกจานที่ได้ลองคือ Quinoa Avocado & Prawn Salad (226 บาท)

Quinoa Avocado & Prawn Salad

จานนี้ก็อร่อยเหมือนกัน วัตถุดิบสดและมีคุณภาพตั้งแต่กุ้ง อโวกาโด ควินัว และผักอื่นๆ กุ้งนี่แม้ว่าจะตัวเล็กแต่เนื้อแน่นมาก โดยรวมแล้วอร่อยครับ

จะว่าไปผมชมขนาดของอาหารแต่ละจานนะ โดยเฉพาะอย่างสลัดเนี่ย คราวก่อนไปลองที่ Salt//Pepper เจอสลัดไปจานเดียวก็น็อกแล้ว แทบยังไม่ได้กินอย่างอื่นเลย

Breakfast

เมนูแบบอาหารเช้ารวมอยู่ในบุฟเฟต์ด้วย แต่ผมไม่ค่อยได้กินเท่าไร อย่างจานนี้คือ Croissant & egg benedict with smoked salmon (330 บาท)

Croissant & egg benedict with smoked salmon

ครัวซองของร้านนี้แน่นอนว่าเป็นครัวซองสไตล์ฝรั่งเศส คุณภาพก็ยังคงเหมือนกับที่เบเกอรี่ที่มีขายที่หน้าร้าน นั่นคืออร่อย และหอมมาก ส่วนตัว egg benedict ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ กินกับ smoked salmon นี่เข้ากันมากๆ เลย

ถัดมาเป็น Crepe Complete (330 บาท)

Crepe Complete

ตัวนี้เป็น Crepe Complete เพราะว่าใส่มาหมดเลย ทั้งเห็ด แฮม และชีส และยังมีไข่ดาวโปะหน้ามาอีกลูกหนึ่ง ตัวเนื้อเครปนี่ต้องบอกว่าอร่อยครับ ทั้งหอม และเนียน เรียกว่าเป็นเครปสไตล์ฝรั่งเศสที่อร่อยทีเดียว ผักที่ใส่มาด้วยก็สดดี โดยเฉพาะมะเขือเทศ

Main Course

Main Course ที่ผมรีวิวต่อไปนี้คือ สั่งได้ไม่อั้นนะครับ อยากกินอีกก็สั่งพนักงานได้เลย

เมนคอร์สจานแรกเป็น Roasted Salmon Steak (528 บาท)

Roasted Salmon Steak

จากภายนอกอาจจะดูเกรียม แต่ข้างในยังมีความชุ่มชื้นของปลาอย่างครบถ้วนครับ ตัวปลาจึงถือว่าอร่อยทีเดียว แต่ตัว garnish และตัวซอสผมไม่ค่อยถูกปากเท่าไร คือมันไม่ได้มีรสชาติอะไรโดดออกมา แค่รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบเท่านั้นเองครับ

ถัดมาเป็น Seabass steak หรือสเต็กปลากะพงขาว (528 บาท)

Seabass steak

จานนี้เป็นอีกจานที่ต้องบอกว่าอร่อย อย่างแรกเลยคือตัวเนื้อปลาทำออกมาได้ดีมากๆ หนังปลากรอบ แต่เนื้อปลานุ่ม มีความชุ่มชื้น ทำให้มันสดอร่อยจริงๆ ส่วนมันฝรั่งและครีมซอสก็อร่อยมากครับ เข้ากับเนื้อปลาดีด้วย

ถัดมาคือ Mussels Cream (418 บาท) หรือหอยแมลงภู่ซอสครีม

Mussels Cream

ตัวหอยสด อร่อย มีคุณภาพ แต่ที่เด็ดจริงๆ ผมว่าคือซอสครีมครับ มันกลมกล่อมมากๆ มันไม่ได้รู้สึกมันเกินไป หรือเค็มเกินไป มันกำลังดีเลย จานนี้โดยรวมจึงถือว่าอร่อยครับ

ตามมาด้วย Mussels White Wine (418 บาท)

Mussels with White Wine

จานนี้ก็ถือว่าอร่อย ตัวหอยยังมีคุณภาพเหมือนเดิม บีบมะนาวลงไปนี่ถือว่าเด็ดเลยทีเดียว ซอสไวน์ขาวก็ถือว่ารสชาติดีครับ

เมนูต่อไปคือ Roasted Duck with Orange Sauce (462 บาท) หรือเป็ดย่างซอสส้ม

Roasted Duck with Orange Sauce

เมนูนี้ตั้งความหวังไว้สูง แต่กลับตกม้าตาย เพราะว่าเนื้อเป็ดเหนียวมากจนเกือบจะกลืนไม่ได้ น่าเสียดายจริงๆ ครับ

ถัดมาเป็น Pork Chop Steak (462 บาท)

Pork Chop Steak

ตัวนี้เนื้อมีคุณภาพใช้ได้ แต่เหมือนว่าจะทำออกมาพลาด เพราะแม้ว่าเนื้อส่วนที่ติดมันจะทำออกมาได้นุ่มอร่อย แต่เนื้อส่วนตรงกลางค่อนข้างเหนียว ทำให้ยังไม่ได้อร่อยอย่างที่ควรจะเป็นครับ

เมนูเมนคอร์สจานสุดท้ายขอปิดท้ายด้วย Pasta with Shrimp and garlic Chili paste (495 บาท)

Pasta with Shrimp and garlic Chili paste

รสชาติจานนี้ถือว่าใช้ได้ เส้นกลมกล่อม กุ้งสด และหอมดี แต่ถ้าถามว่าถึงระดับอร่อยเลยหรือไม่ ผมว่าเฉยๆ ครับ

Dessert

สำหรับเมนูของหวาน แต่ละคนสามารถสั่งได้คนละจานเท่านั้นครับ

เมนูแรกเป็น Banana Split with Chocolate Cake (308 บาท)

Banana Split with Chocolate Cake

จานนี้ใหญ่มากๆ โดยเฉพาะกล้วยที่ให้มาลูกนึงหรือลูกครึ่งเลยมั้ง ควรกินกันหลายๆ คนนะครับ มิฉะนั้นเบาหวานกินได้ง่ายๆ เลย 55

เรื่องรสชาตินี่ ผมบอกตามตรงว่าค่อนข้างเฉยๆ ทั้งไอศกรีมและเค้กช็อกโกแลต คือกินได้แต่ไม่รู้สึกว้าวเท่าไรครับ

สุดท้ายเป็นเมนู French Toast with Berries, Ice Cream (242 บาท)

French Toast with Berries, Ice Cream

ตัวนี้ต้องยอมรับเลยครับว่า ตัว French Toast ที่อร่อยดี เนื้อขนมปัง ร้อน มีความแน่น แต่ไม่เหนียวเลย พอนำเข้าปากแล้วเป็นรสสัมผัสที่อร่อยดี ส่วนตัวไอศกรีมผมว่าธรรมดาครับ ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรเท่าไร

ส่งท้าย

ในเรื่องการบริการ พนักงานเอาใจใส่ดีเยี่ยมครับ เสิร์ฟอาหารเร็วมาก โดยที่ผมไม่ต้องรอเลย

สำหรับท่านที่สนใจจะใช้โปรของ Hungry Hub ไม่จำเป็นต้องไปที่เมกา บางนานะครับ สาขาพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ก็มีให้ใช้บริการเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีโปรโมชั่นมีเวลาจำกัดนะครับ ถ้าหมดไปแล้ว อาจจะต้องรอรอบใหม่กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

Paul - เมกาบางนา

950 บาท
9

9.0/10

Pros

  • อาหารส่วนใหญ่รสชาติดี
  • พนักงานเอาใจใส่ดี เสิร์ฟเร็ว

Cons

  • เนื้อเป็ดเหนียวมาก
  • พอร์คชอพตรงกลางค่อนข้างเหนียว