การศึกษา5 แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่น่าเรียนสุดๆ สำหรับทุกระดับ

5 แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่น่าเรียนสุดๆ สำหรับทุกระดับ

จากที่ผมได้แนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ไปแล้วมากมาย แต่ผมยังไม่ได้เจาะลึกอย่างละเอียดในส่วนของแพลตฟอร์มที่แนะนำไปเลยแม้แต่น้อย ในโพสนี้ผมจะมาอธิบายของรูปแบบการเรียนรวมไปถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละคอร์สให้คุณได้ทราบกันครับ

เรามาดูกันดีกว่าจะมีแพลตฟอร์มไหนบ้าง

5 แพลตฟอร์มน่าใช้งานสำหรับการเรียนออนไลน์ hide

1. Udemy

Udemy เป็นแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะมีคอร์สให้คุณเลือกเรียนมากถึง 130,000 คอร์สด้วยกัน และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับ

สิ่งที่คุณควรจะรู้ก่อนซื้อคอร์สกับ Udemy คือ

  1. การเรียนกับ Udemy จะเป็นแบบวีดิโอ และมีแบบฝึกหัดและทรัพยากรมากมายเข้ามาประกอบ ทำให้คุณได้ประสบการณ์ที่อยู่ในลักษณะที่ไม่เป็นทางการมากนัก หรือมีบรรยากาศสบายๆครับ
  2. Udemy มีลดราคาแทบทุกสัปดาห์ และลดแรงมากถึง 90% ดังนั้นคุณไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะซื้อคอร์สราคาเต็ม ผมแนะนำให้รอจนถึงเวลาที่ลดราคา (ส่วนมากจะได้รอประมาณ 2-5 วัน) แล้วค่อยซื้อ หรือว่าจะสมัครแจ้งเตือนกับผมไว้ก็ได้ครับ
  3. หลังจากลดราคา คอร์สจะอยู่ที่ 300-500 บาท แต่จะไม่มีต่ำกว่านี้แอ้วครับ เพราะมี minimum จากทาง Udemy กำหนดไว้
  4. การซื้อคอร์สจะเป็นแบบซื้อขาด คุณจะเรียนได้ตลอดชีพ และคุณจะได้เนื้อหาฟรีถ้ามีอัพเดตจากครูผู้สอน
  5. ผมไม่แนะนำให้คุณซื้อคอร์สที่ครูผู้สอนทิ้งคอร์สไปนานแล้ว โดยเฉพาะถ้าคุณเรียนเนื้อหาเทคโนโลยีที่มีการอัพเดตอยู่เสมออย่างเช่น Python, JavaScript หรือแม้กระทั่งการสอบ Certfications อย่าง CompTIA และ AWS เพราะคอร์สที่ดีนั้นครูผู้สอนจะอัพเดตเนื้อหา ทำให้เนื้อหาไม่ล้าสมัย คุณย้อนกลับมาเรียนได้เรื่อยๆ
  6. คุณเรียนได้โดยใช้ Smartphone, Tablet, PC/Mac และ Smart TV นอกจากนี้คุณยังใช้ mobile device ในการดาวน์โหลดคอร์สมาเรียนแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย อีกข้อดีหนึ่งคือ Udemy มี app บน iOS และ Google Play ที่จัดว่ายอดเยี่ยม ผมเองก็เรียนโดยใช้ App บ่อยๆ ครับ นอกจากนี้คุณยังสามารถ broadcast คลาสเรียนของคุณลงบน Smart TV ได้ ทำให้คุณไม่ต้องเพ่งด้วยการเรียนบนหน้าจอเล็กๆ ครับ
  7. คุณมักจะได้ส่วนลด ถ้าซื้อเป็นคอร์สแรก
  8. ในการถามคำถาม คุณสามารถถามได้บน Discussion Forum หรือแพลตฟอร์ม Third Party อื่นๆ ที่ครูผู้สอนอาจจะเชิญคุณเข้าไป
  9. ผมแนะนำให้คุณตรวจสอบเสียงและสำเนียงของครูผู้สอนก่อนว่า คุณสามารถเข้าใจเขาได้อย่างดีหรือไม่ ทั้งนี้ผมพยายามที่จะตรวจสอบให้แล้ว แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าหูของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นโปรดตรวจสอบอีกครั้งจะดีที่สุดครับ (ตรวจสอบได้จากการกด Preview ในแต่ละคอร์สนั่นเอง)

ทั้งหมดนี้คุณจะเห็นว่า Udemy ให้อิสระคุณอย่างมากมายในการเรียน ดังนั้นนี่จึงเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ในการเรียน ออนไลน์อย่างไม่ต้องสงสัยครับ

อย่างไรก็ดี Udemy ก็มีข้อเสียเช่นกัน นั่นก็คือ

  • คอร์สจำนวนมากไม่ได้คุณภาพ หรือว่าขาดการอัพเดตจากครูผู้สอนอย่างเป็นเวลานาน ทำให้ล้าสมัย แต่ในส่วนนี้คุณไม่ต้องกังวล เพราะผมได้เลือกคอร์สที่ได้คุณภาพมาแล้วให้กับคุณนั่นเองครับ ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเงินและเวลาไปฟรีๆแต่อย่างใด

2. Coursera

Coursera เป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่ผมแนะนำบ่อย โดย Coursera จะเป็นแพลตฟอร์มที่มีแต่คอร์สที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยหรือสถาบันชั้นนำของโลก การเรียนจึงเป็นทางการมากกว่า มีรูปแบบของมหาวิทยาลัยหรือ training ของบริษัทชั้นนำ คุณจะได้ทั้งการประเมินผล และประกาศนียบัตรปิดท้ายคอร์สอีกด้วย

โดยทั่วไปแล้ว Coursera จะใช้ 2 ระบบหลักๆ ได้แก่

  • Course – คอร์สเดี่ยวแบบโดดๆ การเรียนจะทำได้ฟรี แต่ถ้าคุณต้องการการประเมินผล หรือประกาศนียบัตร คุณจะต้องจ่ายเงินซื้อคอร์สในราคาเหมาอย่างเช่น $49 หรือ 1,470 บาท
  • Specialization/Professional Certificate – ผมจะขอเรียกรวมๆ ว่าหลักสูตร กล่าวคือคุณจะได้เรียนหลายคอร์สย่อย ซึ่งจะเกี่ยวข้องกัน และช่วยพัฒนาสกิลคุณในแต่ละด้านแบบองค์รวม ส่วนค่าเรียนจะใช้ระบบสมาชิกรายเดือน นั่นคือค่าเรียนจะแปรตามจำนวนเดือนที่คุณใช้เรียนไปนั่นเอง อย่างเช่นเดือนละ $39 หรือ 1,170 บาทต่อเดือน

ถ้าเกิดว่าคุณสนใจคอร์สเดี่ยวคือหลักสูตรใน Coursera มากกว่า 1 คอร์ส ผมแนะนำให้คุณสมัคร Coursera Plus ครับ เพราะจะคุ้มค่ามากกว่ามากเลยครับ

ในราคา $399 ต่อปี (เฉลี่ยเดือนละ $33.25) คุณจะเข้าถึงทุกคอร์สเดี่ยวและหลักสูตรกว่า 3,000 คอร์สได้ในเวลา 1 ปีเต็มครับ ซึ่งจะถูกกว่าการจ่ายรายเดือน เดือนละ $39-79 ในการเข้าถึงแค่หลักสูตรเดียว

สำหรับรายเดือนจะอยู่ที่ $59 หรือประมาณ 1,770 บาทซึ่งในส่วนนี้ถือว่าสูงเกินไป ซึ่งผมไม่แนะนำครับ

ถ้าเกิดสมัครแล้วไม่พอใจในการบริการ คุณสามารถขอคืนเงินได้ทุกบาททุกสตางค์ภายในเวลา 14 วันหลังจากที่สมัครไปครับ

การเรียนกับ Coursera จะมี “เวลาโดยประมาณที่ควรจะเรียน” อยู่ด้วยทุกคอร์สครับ ซึ่งทางผู้สอนจะช่วยในการจัดการความเร็วในการเรียนของคุณนั่นเอง คุณควรจะเรียนไม่ให้เร็วไปหรือช้าไป เพราะจะได้รับประสบการณ์การเรียนที่ดีที่สุด

เวลาที่ว่านี้ไม่สามารถนำไปเปรียบกับ Udemy ได้เพราะเวลาใน Coursera คือการประมาณเวลาที่คุณจะใช้เรียนทั้งหมด (รวมการทำการบ้าน สอบ ฯลฯ) แต่ของ Udemy จะเป็นความยาวของเนื้อหาแบบวีดิโอที่มีให้เรียนในคอร์สครับ

อย่างไรก็ดีข้อเสียของ Coursera ก็มีอยู่บ้าง นั่นก็คือ

  • เนื้อหาของหลักสูตรและคอร์สย่อยส่วนใหญ่นั้นอยู่ในระดับพื้นฐาน-กลาง และไม่ได้ลงลึกเหมือนกับ Udemy
  • คุณซื้อหลักสูตร (Specialization) แล้วดองไม่ได้ เพราะจะเก็บค่าเรียนเป็นรายเดือนไปเรื่อยๆ
  • ถ้าคุณเรียนเร็วไปหรือช้าไปกว่ากำหนดการณ์ของผู้สอน คุณอาจจะเกิดปัญหา ยกตัวอย่างเช่นไม่ได้ควิซ (เพราะเรียนเร็วเกินกำหนด ควิซเลยยังไม่ออก) หรือว่าเรียนช้าเกินไป (ไม่มีเพื่อนมาทำ peer review ให้กับคุณ)

3. Edureka

Edureka เป็นอีกแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ จุดแข็งสำคัญของ Edureka คือการเรียนจะเป็นแบบ Live Class หมายความว่าคุณจะได้เรียนแบบสดๆ ทางออนไลน์กับครูผู้สอนโดยตรง

ดังนั้นถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยก็สามารถถามได้ทันที นอกจากนี้เนื้อหาที่ได้ก็จะทันสมัย ได้รับการอัพเดต ต่างจากบางคอร์สที่ต้องรอครูผู้สอนมาอัพเดต content ครับ

ข้อดีอย่างอย่างหนึ่งคือ คุณจะได้คอร์สไปเลยแบบซื้อขาด โดยคุณจะกลับมาย้อนเรียนเมื่อไรก็ได้ ถ้าคุณพลาดการเรียนคลาสไหนไป คุณสามารถดูย้อนได้ในแพลตฟอร์ม หรือว่าเข้าคลาสสดใน batch หน้าก็ได้เช่นกันครับ ดังนั้นคำว่า “ขาดเรียน” ไม่มีในพจนานุกรมของ Edureka

อย่างไรก็ดี Edureka ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง อาทิเช่น

  • ผู้เรียนบางคนเคยมีปัญหากับสำเนียงของครูผู้สอน ผมจึงแนะนำให้ทดลองเรียนก่อนสมัครทุกครั้งครับ (แต่โดยส่วนตัวแล้วผมไม่มีปัญหาอะไร)
  • การขอเงินเดือนทำได้แค่ 3 วันหลังสมัครเท่านั้น

4. FutureLearn

แพลตฟอร์มต่อมาที่ผมจะกล่าวถึงก็คือ FutureLearn ลักษณะของแพลตฟอร์มนี้จะคล้ายกับ Coursera ครับ นั่นคือจะมีแต่คอร์สที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่างๆ แต่โดยทั่วไปแล้วคอร์สจะสั้นกว่า และรูปแบบการคิดเงินจะต่างออกไปเล็กน้อย

นั่นคือ FutureLearn จะให้คุณเรียนฟรีทุกอย่างในเวลาที่จำกัด (4-6 สัปดาห์) แต่ถ้าคุณเรียนไม่จบ หรือว่าจบแล้วอยากจะเก็บไว้ทบทวน คุณจะต้องซื้อคอร์สครับ ราคาส่วนนี้ก็จะจะต่างไปในแต่ละคอร์ส (บางคอร์สอาจจะให้ฟรี)

นอกจากนี้ FutureLearn ยังมีให้คุณสมัครแบบ Unlimited ในราคา $280 เช่นเดียวกับ Coursera ซึ่งจะเรียนได้ไม่จำกัดในคอร์สที่เปิดให้เรียนในช่วงเวลานั้นๆ

ปัญหาสำคัญของ FutureLearn คือคอร์สไม่ได้เปิดให้เรียนแบบอิสระทุกเวลาได้เหมือนกับ Udemy หรือ Coursera บางคอร์สจะมีช่วงเวลาที่ “ปิด” หรือคุณเรียนไม่ได้ ต้องรอผู้สอนมาเปิดรอบใหม่ นอกจากนี้จำนวนคอร์สในแพลตฟอร์มก็น้อยกว่า และง่ายกว่าอีกด้วย

5. edX

edX เป็นแพลตฟอร์มที่คล้ายกับ Coursera มาก ตั้งแต่ระบบและคุณภาพของคอร์สที่เรียกได้ว่าใกล้กันมากแบบสุดๆ ครับ

อย่างไรก็ดีการคิดเงินจะแตกต่างไปเล็กน้อย นั่นคือถ้าคุณต้องการ Full Experience อย่างเช่นประกาศนียบัตร edX จะคิดค่าใช้จ่ายเป็นก้อนขนาดใหญ่ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะไม่ได้เป็นแบบรายเดือนครับ แต่จะเป็นแบบจ่ายแล้วจ่ายเลย

ทั้งนี้คุณก็ดองคอร์สไม่ได้อยู่ดี เพราะ edX จะมีช่วงเวลาให้เรียนที่คุณจะส่งการบ้านและแบบทดสอบเพื่อที่จะให้ได้ Certificate ครับ เว้นเสียว่าคุณจะแค่ต้องการเรียนเนื้อหาฟรีเท่านั้น ในส่วนนี้ก็ดองยาวได้แบบไม่มีกำหนด

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!