ประวัติศาสตร์จ้าวเกา ขันทีผู้ชี้กวางให้เป็นม้า เขามาเพื่อแก้แค้นจิ๋นซีฮ่องเต้จริงหรือ?

จ้าวเกา ขันทีผู้ชี้กวางให้เป็นม้า เขามาเพื่อแก้แค้นจิ๋นซีฮ่องเต้จริงหรือ?

ฉินสื่อหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้) ทรงรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้สำเร็จ ราชวงศ์ฉินปกครองด้วยกฎหมายที่เข้มงวดและเด็ดขาดมาก ฉินสื่อหวงตี้โปรดให้เผาทำลายบันทึกประวัติศาสตร์และตำราปรัชญาของหกแคว้นตะวันออก รวมไปถึงยกเลิกระบบชั่งตวงวัดเดิมของพวกหกแคว้นอีกด้วย เจตนาของพระองค์คือ พระองค์ต้องการให้เหล่าราษฎรเลิกแบ่งแยกว่าเป็นคนแคว้นโน้นแคว้นนี้ และสร้างอาณาจักรที่รวมเป็นหนึ่งเดียวขึ้นมา

การกระทำของฉินสื่อหวงตี้แน่นอนว่าสร้างความไม่พอใจอย่างมากต่อราษฎรและอดีตชนชั้นสูงของหกแคว้นเดิม ทำให้คนจำนวนมากเกลียดชังฉินสื่อหวงตี้ แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไรพระองค์ เพราะทุกคนต่างกลัวพระราชอำนาจของจักรพรรดิผู้นี้

หากแต่ว่ามีชายผู้หนึ่งที่กำลังเดินหน้าเข้าวัง เขาผู้นี้จะทำลายทุกสิ่งของพระองค์จนหมดสิ้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

ขันทีจ้าวเกา

ชายที่ว่าเป็นขันทีผู้หนึ่งชื่อจ้าวเกา มีบางทฤษฎีว่า จ้าวเกาอาจจะเป็นราชนิกูลแคว้นจ้าว หนึ่งในหกแคว้นที่ถูกฉินสื่อหวงตี้ทำลายมาก่อนหน้านี้ จ้าวเกายอมถูกตอนเพื่อเข้ามาล้างแค้นฉินสื่อหวงตี้แทนชาวจ้าว

จ้าวเกา

เราไม่แน่ชัดว่าจ้าวเกามีเชื้อสายราชนิกูลแคว้นจ้าวจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ เขามักใหญ่ใฝ่สูงและต้องการจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้

ถึงแม้จะเป็นขันที แต่จ้าวเกามีความรู้ดีมากเรื่องกฎหมายอาญา ทำให้ฉินสื่อหวงตี้ ผู้ต้องการให้ราษฎรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดชอบเขามาก ฉินสื่อหวงตี้ถึงกับละเมิดกฎหมายครั้งหนึ่งเพื่ออภัยโทษให้จ้าวเกาที่กระทำความผิดต้องโทษถึงตาย

การที่ฉินสื่อหวงตี้ต้องการให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่พระองค์กลับละเมิดกฎหมายเสียเอง มันช่างย้อนแย้งเสียจริงๆ

จ้าวเการู้ดีว่าฝูซู องค์รัชทายาทเป็นซื่อสัตย์ มีความสามารถและรู้ผิดชอบชั่วดี ดังนั้นจ้าวเกาไม่อาจจะไปตีสนิทได้ จ้าวเกา จึงไปตีสนิทกับหูไฮ่ พระโอรสองค์รองของฉินสื่อหวงตี้ หูไฮ่เป็นผู้โง่เขลาและมักมากในกาม หูไฮ่หลงในคำอวยของจ้าวเกา ในเวลาไม่นานจ้าวเกาก็ได้เป็นคนสนิทของหูไฮ่

แย่งราชสมบัติให้หูไฮ่

ในปี 210 BC (ก่อน ค.ศ.210 ปี) ฉินสื่อหวงตี้เสด็จประพาสดินแดนต่างๆ ในอาณาจักร แล้วเกิดสวรรคตอย่างปัจจุบันทันด่วน สาเหตุของการสวรรคตน่าจะเป็นเพราะว่าพระองค์เสวยยาอายุวัฒนะปลอมๆ เข้าไป

ฉินสื่อหวงตี้ หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้

เมื่อฉินสื่อหวงตี้สวรรคต ฝูซู รัชทายาทกำลังคุมกองทัพต่อสู้กับพวกซงหนูอยู่ทางภาคเหนือ พระองค์จึงไม่ทราบเรื่องที่พระบิดาสวรรคตแล้ว จ้าวเกากับหลี่ซือ อัครมหาเสนาบดีจึงร่วมมือกันหาทางแย่งราชสมบัติให้หูไฮ่

จ้าวเกาและหลี่ซือจัดฉากว่าฉินสื่อหวงตี้ยังอยู่ดีด้วยการใช้ม่านขนาดใหญ่คลุมรถพระที่นั่งไว้โดยรอบ และแสร้งให้สาวใช้เข้าไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ทุกวันราวกับว่าพระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ หลังจากนั้นทั้งสองนำขบวนเสด็จที่มีพระศพกลับสู่เมืองเสียนหยางอันเป็นเมืองหลวงราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อเวลาผ่านไป พระศพของฉินสื่อหวงตี้เริ่มจะเน่าเพราะอากาศที่ร้อน ทั้งสองจึงให้พวกทหารนำปลาเน่าจำนวนมหาศาลมาไว้ในขบวนเสด็จ เพื่อปกปิดกลื่นศพไม่ให้ออกมา ทั้งสองได้กำชับพวกข้าราชบริพารว่าห้ามแพร่งพรายความลับเด็ดขาด

หลังจากนั้นจ้าวเกากับหลี่ซือปลอมพระบรมราชโองการของฉินสื่อหวงตี้ขึ้นมา พระบรมราชโองการปลอมมีเนื้อหาว่าให้ฝูซู ปลงพระชนม์พระองค์เอง ส่วนแม่ทัพเมิ่งเถียนที่อยู่กับฝูซูก็ให้ฆ่าตัวตายไปพร้อมกัน

เมื่อฝูซูได้พระบรมราชโองการปลอมก็หลงเชื่อ เขาฆ่าตัวตายตามคำสั่งทันที แต่เมิ่งเถียนไม่ยอมฆ่าตัวตาย เขาจึงถูกฆ่าตายในคุก

เมื่อกำจัดฝูซูและพรรคพวกไปได้แล้ว จ้าวเกาและหลี่ซือจึงยกหูไฮ่ขึ้นครองราชย์ที่เมืองเสียนหยางอันเป็นเมืองหลวง (ปัจจุบันคือเมืองซีอาน) ทรงพระนามว่าฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้

ฮ่องเต้พระองค์ใหม่เป็นทรราช ทรงไม่ใส่พระทัยในราชการแผ่นดิน พระองค์มั่วสุมอยู่กับสุรานารีทุกวัน แผ่นดินจึงอยู่ในมือจ้าวเกากับหลี่ซือ

จ้าวเกากับหลี่ซือต่างเป็นเสือ ดังนั้นทั้งสองย่อมอยู่ร่วมกันไม่ได้ จ้าวเกาฉวยโอกาสลงมือก่อน เขาใส่ความว่าหลี่ซือเป็นกบฏ หลังจากนั้นให้ฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้ลงอาญาประหารชีวิตหลี่ซือทั้งครอบครัว

ชี้กวางให้เป็นม้า

เมื่อหลี่ซือตายแล้ว อำนาจของจ้าวเกาจึงล้นฟ้า แต่จ้าวเกายังไม่แน่ใจนัก เขาต้องการทดสอบอำนาจของตนเองด้วยวิธีการสักอย่างหนึ่ง

มีอยู่วันหนึ่ง จ้าวเกานำกวางตัวหนึ่งเข้ามาในท้องพระโรง เขากราบทูลฮ่องเต้ว่า

ฝ่าบาท นี่เป็นม้าชั้นดีที่ข้าพเจ้านำมาถวายแด่พระองค์

เมื่อพูดจบ จ้าวเกาก็ชี้ไปที่กวางตัวนั้น

ฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้เห็นเป็นกวางอย่างชัดเจน พระองค์ตรัสขึ้นว่า นี่เป็นกวางไม่ใช่ม้า

จ้าวเกาจึงทูลต่อไปว่า

นี่เป็นม้าชั้นดีอย่างแน่นอน ถ้าฝ่าบาททรงมิเชื่อก็โปรดถามเหล่าขุนนางดูสิพ่ะย่ะค่ะ

ฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้ตรัสถามเหล่าขุนนางตามที่จ้าวเกากราบทูล เหล่าขุนนางต่างทราบดีว่าจ้าวเกาต้องการอะไร

ขุนนางที่กลัวจ้าวเกาทูลว่า นี่เป็นม้าชั้นดี ขุนนางส่วนใหญ่ล้วนแต่พูดเช่นนี้

ในท้องพระโรงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทูลความจริงว่า นี่เป็นกวาง ส่วนบางคนพยายามเลี่ยงๆ ทั้งสองอย่าง ด้วยการเพลย์เซฟว่าไม่รู้ หรือไม่ตอบอะไรเลย

จ้าวเกาจำพวกขุนนางที่ตอบว่าเป็นกวางได้ทุกคน ต่อมาไม่กี่วันจ้าวเกาจึงหาเหตุกวาดล้างและสังหารพวกเขาจนหมด

เหตุการณ์นี้เป็นที่มาของสำนวนจีนชื่อดังอย่าง จื่อลู่เหวยหม่า (ชี้กวางให้เป็นม้า) แปลว่า จงใจบิดเบือนเพื่อจุดประสงค์ลับ

จุดจบของจ้าวเกา

หลังจากนั้นจ้าวเกาก็ฉ้อราษฎร์บังหลวงสารพัด เขาหาประโยชน์เข้าใส่ตนเองอย่างหนัก ฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้ก็เอาแต่เสพสุข ราชสำนักฉินยิ่งวุ่นวายมากขึ้นทุกวัน

เหล่าราษฎรถูกขูดรีดภาษีอย่างหนักจนทนไม่ไหว สุดท้ายพวกเขาลุกฮือขึ้นต่อสู้กับราชสำนัก เกิดเป็นกบฎครั้งใหญ่ทั่วทั้งอาณาจักร

จ้าวเกากลัวว่าฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้จะเอาผิดตนที่ทำให้เกิดกบฎ เขาจึงเก็บเรื่องกบฏไว้เป็นความลับ แต่ต่อมาเมื่อไม่สามารถปกปิดได้อีกต่อไป จ้าวเกาตัดสินใจวางยาพิษฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้จนสวรรคต

การสังหารฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้ทำให้จ้าวเกาเป็นผู้สังหารพระโอรสธิดาของฉินสื่อหวงตี้ทุกพระองค์ (โอรสและธิดาองค์อื่นถูกจ้าวเกาเพ็ดทูลให้ฉินเอ้อร์สื่อหวงตี้สังหารไปก่อนหน้านี้แล้ว) และยังทำให้ราชวงศ์ฉินเกิดกบฏใหญ่โต ถ้าจ้าวเกาจงใจมาแก้แค้นจริงๆ ถือว่าเขาทำสำเร็จแล้ว

ในใจจ้าวเกาต้องการจะเป็นฮ่องเต้ แต่ยังไม่กล้า เขาจึงนำจื่ออิง โอรสของฝูซูมาเป็นฮ่องเต้ เพื่อเป็นหุ่นเชิดไปนานก่อน

ถ้าจ้าวเกากล้า จ้าวเกาจะเป็นฮ่องเต้ผู้เป็นขันทีคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์จีน

จื่ออิงเกลียดชังจ้าวเกาเข้ากระดูกดำ เพราะจ้าวเกาเป็นผู้ปลอมพระราชโองการให้ฝูซู บิดาของจื่ออิงฆ่าตัวตาย ดังนั้นในวันที่จื่ออิงจะทำพิธีขึ้นครองตำแหน่ง เขาอ้างว่าป่วยให้จ้าวเกาเข้ามาเยี่ยมในวัง เมื่อจ้าวเกามาถึง เหล่าทหารองครักษ์ก็กรูเข้ามาจับจ้าวเกาสังหารทันที จื่ออิงสั่งให้นำวงศ์ตระกูลของจ้าวเกาไปประหารชีวิตทั้งหมด

ถึงแม้จ้าวเกาจะตายไปแล้ว แต่ความเสียหายที่จ้าวเกาทำต่อราชวงศ์ฉินไม่อาจจะแก้ไขได้แล้ว พวกกบฏประสบความสำเร็จในการทำลายราชวงศ์ฉินจนดับสูญในที่สุด

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!