การเสียชีวิตปริศนาของยูริ กาการิน นักบินอวกาศคนแรกของโลก

0
550

ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) เป็นบุคคลที่ทุกท่านน่าจะรู้จักกันดี เขาเป็นมนุษย์คนแรกที่ขึ้นไปสู่อวกาศได้สำเร็จในปี ค.ศ.1961 ผมคงไม่ต้องเล่าในประเด็นนี้ต่อไป เพราะว่าน่าจะทราบอยู่แล้ว

เรื่องที่น่าสนใจคือ กาการินกลับเสียชีวิตอย่างปริศนาในปี ค.ศ.1968 หลังจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขา 7 ปี เขามีอายุได้เพียง 34 ปีเท่านั้นเมื่อเขาจากไป

กาการินเสียชีวิตด้วยเหตุอันใดกันแน่ มาติดตามได้ในโพสต์นี้ครับ

ยูริ กาการิน

ฮีโร่

หลังจากที่เป็นนักบินอวกาศคนแรก กาการินได้กลายเป็นฮีโร่ของสหภาพโซเวียตและได้รับมอบรางวัลมากมายเพื่อตอบแทนความกล้าหาญ รูปภาพของกาการินถูกตีพิมพ์ทั่วโลก ชื่อเสียงของเขาระบือไกลไปทุกหนแห่ง

รัฐบาลโซเวียตได้ให้เขาเป็นตัวแทนไปยังประเทศต่างๆ เพื่อโปรโมตความสำเร็จของโครงการอวกาศ แต่ตัวกาการินเองก็เริ่มที่จะเบื่อ และต้องการได้ชีวิตของเขากลับคืนมา กาการินจึงกลับไปทำงานในโครงการอวกาศในปี ค.ศ.1962

กาการิน เดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในภาพคือวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์

แต่ทว่ารัฐบาลโซเวียตเองกลับไม่ต้องการให้เขาขึ้นบิน เพราะว่าเกรงว่าจะสูญเสียฮีโร่ของประเทศไปในอุบัติเหตุ กาการินจึงได้แต่เป็นนักบินสำรองเท่านั้น

ในปี ค.ศ.1963 กาการินในฐานะนักบินสำรองทักท้วงว่ายานโซยุส 1 ไม่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการขึ้นบิน แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่ฟังเขา ผลที่ตามมาคือยานโซยุส 1 ตกและทำให้วลาดิเมียร์ โคมารอฟ เพื่อนของเขาเสียชีวิต

หลังจากนั้นกาการินจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฝึกหรือเป็นนักบินตำแหน่งใดๆ ในโครงการอวกาศอีกเลย เพราะกลัวเหตุร้ายจะเกิดกับเขานั่นเอง

เมื่อถูกตัดจากโครงการอวกาศ กาการินจึงหันไปเป็นนักบินรบแทนในปี ค.ศ.1966

วันแห่งโชคชะตา

วันนั้นเป็นวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ.1968 กาการินกำลังฝึกบินเครื่องบิน MIG-15UTI อยู่เพื่อเป็นนักบินรบเต็มตัว ผู้ที่ฝึกสอนเขาคือ วลาดิเมียร์ เซอร์โยกิน (Vladimir Seryogin) นักบินรบที่เคยได้รับเหรียญกล้าหาญ Hero of the Soviet Union ในสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว

เซอร์โยกินกำลังทดสอบความสามารถของกาการินเพื่อที่จะดูว่า เขาเหมาะสมหรือยังที่จะขับเครื่องบินรบได้ด้วยตนเอง

MiG-15 UTI เครื่องแบบเดียวกับลำที่กาการินเสียชีวิต Cr: Aleksandr Markin

เวลาสิบโมงเช้า กาการินนำเครื่องบินขึ้นจากฐานทัพอากาศ Chkalovsky ใกล้กับมอสโก โดยมีเซอร์โยกินอยู่บนเครื่องด้วย ตามแผนการกาการินจะต้องฝึกซ้อมบินเป็นเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ทุกอย่างเรียบร้อยดีเป็นไปตามแผนการทุกอย่าง

ในเวลา 10.32 น. กาการินเองก็ได้แจ้งหอบังคับการว่า เขากำลังนำเครื่องบินกลับฐานแล้ว หลังจากนั้นไม่นาน หอบังคับการก็ขาดการติดต่อกับกาการิน และไม่ได้รับการติดต่อกลับอีกเลย

การค้นหาเริ่มต้นขึ้นในทันทีด้วยเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหาอยู่สี่ชั่วโมงก็พบซากของเครื่องบินของกาการินใกล้กับเมือง Kirzhach ซึ่งห่างจากมอสโก 133 กิโลเมตร ร่างของกาการินและเซอร์โยกินถูกทำลายยับเยินจากการตกจนแทบไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นใคร

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

สาเหตุของการตกถูกเก็บเป็นความลับนานหลายสิบปี จนกระทั่งในปี ค.ศ.2003 รัฐบาลรัสเซียได้ทำการปลดระวางเอกสารการตรวจสอบการตายของกาการินที่ทำขึ้นโดย KGB

จากการตรวจสอบของ KGB พบว่า เครื่องบินของกาการินหมุนเคว้งอย่างแรง เพราะว่าต้องการหลบอากาศยานอื่นๆ หรือแม้กระทั่งนก ข้อมูลที่เขาได้รับจากเจ้าหน้าที่ก็ผิดพลาด ทำให้กาการินเชื่อว่าเขาอยู่ในระดับความสูงที่มากกว่าความเป็นจริง สุดท้ายกาการินจึงจัดการสถานการณ์ไม่ได้ ทำให้เครื่องบินตกลงในที่สุด

หากแต่ว่าในปี ค.ศ.2011 เอกสารการตรวจสอบเคสนี้โดยคณะกรรมการคอมมิวนิสต์กลางก็ถูกปลดระวางออกมา พวกเขาสรุปว่าการตกเกิดจากการที่กาการินหรือเซอร์โยกินพยายามจะหลบ “บอลลูนภูมิอากาศ” ทำให้เครื่องบินหมุนเคว้ง พวกเขาเสียการควบคุมจนเครื่องบินตกลงในที่สุด

ทั้งสองรายงานยังพบว่า ในวันนั้นเครื่องบินกาการินมีความผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งคือ มันมีถังน้ำมันขนาดใหญ่เพิ่มสองถังในวันนั้น ทำให้เครื่องบินช้าลง นอกจากนี้การที่กาการินไม่เห็นอากาศยาน หรือ บอลลูนจากระยะไกล ก็เพราะว่าในอากาศมีเมฆหนาขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทำให้นักบินทั้งสองไม่ได้เตรียมการรับมือไว้เลย

จริงหรือ?

การที่การตรวจสอบถูกเก็บเงียบ ทฤษฎีการตายของกาการินจึงเกิดขึ้นมาหลายทฤษฎีด้วยกัน แม้กระทั่งตอนที่เอกสารทางการออกมาแล้ว ก็ยังมีคนจำนวนมากไม่เชื่อในคำอธิบายดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ทฤษฎีและข้อสันนิษฐานจึงเพิ่มขึ้นมามากมาย

ทฤษฎีหนึ่งเล่าว่า เครื่องบินอาจจะเกิดปัญหาสูญเสียออกซิเจน ทำให้นักบินทั้งสองขาดออกซิเจน จนไม่สามารถบังคับเครื่องบินได้ อีกทฤษฎีที่ใกล้เคียงกันบอกว่าการที่ความดันลดลงฉับพลันทำให้นักบินทั้งสองสลบไปและสูญเสียการบังคับเครื่องบิน

อีกทฤษฎีหนึ่งเล่าว่า เครื่องยนต์ของเครื่องบินเสียหาย ทำให้กาการินไม่อาจบังคับเครื่องได้

แต่ทฤษฎีที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ทฤษฎีที่ว่าเครื่องบินอีกลำหนึ่งทำให้เครื่องของกาการินตก

กล่าวคือมีนักบินขับเครื่องบินอีกลำหนึ่งมาด้วยความเร็วสูง (กำลังจะมากกว่าความเร็วเสียง) ใกล้กับเครื่องบินของกาการิน การเฉียดเข้ามาใกล้ของเครื่องบินลำนั้นในระยะใกล้ ทำให้เครื่องบินของกาการินหมุนเคว้ง ผลสุดท้ายคือกาการินไม่อาจบังคับเครื่องบินได้ จนมันตกลงในที่สุด

จุดที่ฝังร่างของกาการินที่พระราชวังเครมลิน กรุงมอสโก

อเล็กเซย์ ลีโอนอฟ เพื่อนของกาการินและหนึ่งในคณะสอบสวนเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซียอย่าง RT ว่า เขาได้เคยอ่านรายงานที่ยังไม่ปลดระวางว่ามีเครื่องบิน Su-15 ที่ขึ้นบินโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตในเวลานั้นจริง ผู้ที่บังคับเครื่องบิน Su-15 คือนักบินที่มีชื่อเสียงพอตัวคนหนึ่งซึ่งเขาไม่อาจจะบอกได้ว่าเป็นใคร ลีโอนอฟจึงเชื่อว่าเครื่องบินลำนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินของกาการินตก

ถึงกระนั้นทฤษฎีเหล่านี้ก็ไม่มีข้อพิสูจน์อยู่ดี การตายของกาการินจึงยังคงเป็นปริศนาที่ให้ถกเถียงกันต่อไป

กาการินยังเป็นที่จดจำของชาวรัสเซียมาจนถึงทุกวันนี้ ชื่อของกาการินถูกนำไปตั้งเป็นชื่อถนนและสิ่งก่อสร้างมากมาย รวมไปถึงสถานที่บนดวงจันทร์ด้วย ร่างของเขาได้รับเกียรติสูงสุดให้ฝังลงที่กำแพงของพระราชวังเครมลินในกรุงมอสโก

Cr: Russia Beyond