ประวัติศาสตร์เย่ว์เฟย (งักฮุย) ยอดขุนพลผู้จงรักภักดี แต่กลับจบชีวิตอย่างน่าเศร้า

เย่ว์เฟย (งักฮุย) ยอดขุนพลผู้จงรักภักดี แต่กลับจบชีวิตอย่างน่าเศร้า

เย่ว์เฟย หรือ งักฮุย เป็นวีรบุรุษของชาวจีนฮั่น เขาเป็นแม่ทัพคนสำคัญของราชวงศ์ซ่งใต้ เย่ว์เฟยเป็นผู้นำชาวฮั่นต่อสู้อย่างแข็งแกร่ง

ชีวิตของเย่ว์เฟยคล้ายกับ อีซุนซิน แห่งเกาหลี ทั้งสองเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจที่ต่อสู้กับศัตรูต่างชาติ ทั้งสองเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนอย่างสูง แต่จักรพรรดิของพวกเขาไม่โปรดปราน อีซุนซินโชคดีกว่าเย่ว์เฟยในแง่ที่ว่าเขาตายอย่างมีเกียรติกลางสมรภูมิเยี่ยงนักรบ แต่เย่ว์เฟยกลับต้องตายในคุก

เย่ว์เฟย

เรื่องจริงหรือตำนาน?

เย่ว์เฟยเกิดในปี ค.ศ.1103 ที่มณฑลเหอหนาน ในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ครอบครัวของเขายากจนมาก หลังจากที่เขาเกิดได้ไม่นาน อุทกภัยก็คร่าชีวิตบิดาของเขาไป

ครอบครัวเย่ว์เฟยหนีภัยพิบัติไปตั้งตัวใหม่ที่มณฑลหูเป่ย หวางหมิง ขุนนางท้องถิ่นได้อุปการะสองแม่ลูกเอาไว้ หวางหมิงอนุญาตให้ทั้งสองอาศัยอยู่ในบ้านของเขาได้ ภายหลังหวางหมิงยังได้รับเย่ว์เฟยเป็นบุตรบุญธรรมอีกด้วย

ต่อมาหวางหมิงได้ให้เย่ว์เฟยไปศึกษาวิชาการต่อสู้กับปรมาจารย์โจวถง เย่ว์เฟยได้เรียนรู้วิธีการจัดกองทัพในสมรภูมิ การยิงธนู และการใช้อาวุธอีก 18 อย่างจากอาจารย์ ทำให้ในเวลาไม่นานเย่ว์เฟยก็เชี่ยวชาญทั้งการวางแผนรบ และการใช้อาวุธ

โจวถงสอนเย่ว์เฟยยิงธนู

หลังจากเรียนจบแล้ว โจวถงได้พาเย่ว์เฟยไปเข้าสนามแข่งขันประลองยุทธ์ ปรากฎว่าเย่ว์เฟยได้ที่ 1 ในการแข่งขัน เขายิงธนูเข้าเป้า 9 ดอกติดกันได้อย่างแม่นยำ

หลี่ชุน ขุนนางผู้ดูแลการสอบและเพื่อนของโจวถงประทับใจในฝีมือของเย่ว์เฟยยิ่งนัก เขาถึงกับยกบุตรสาวให้เป็นภรรยาของเย่ว์เฟย

ต่อมาเย่ว์เฟยได้เข้าสอบแข่งขันการต่อสู้ในเมืองเปียนจิง เมืองหลวงของราชวงศ์ซ่งเหนือ เย่ว์เฟยสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทุกคนได้อย่างง่ายดาย

ฝีมือของเย่ว์เฟยทำให้ไช่กุย (เหลียงหวาง) ประทับใจมาก พระองค์ชักชวนให้เย่ว์เฟยปฎิเสธตำแหน่งทางทหาร และมาเป็นคนของพระองค์ แล้วพระองค์จะมอบทรัพย์สมบัติมหาศาลให้แก่เขา

เย่ว์เฟยตอบปฏิเสธเหลียงหวางไป ทำให้เหลียงหวางพิโรธใหญ่ เหลียงหวางท้าให้เย่ว์เฟยมาต่อสู้กับพระองค์ตัวต่อตัว เย่ว์เฟยรับคำท้าของเหลียงหวาง ในการต่อสู้ปรากฎว่าเย่ว์เฟยพลั้งมือสังหารเหลียงหวาง ทำให้เขาต้องหลบหนีออกจากเมืองเพราะเกรงกลัวความผิด

ไม่มีใครทราบว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือตำนาน เพราะว่ามีอีกกระแสหนึ่งด้วยเช่นกัน แต่เปลี่ยนเหลียงหวางในฉบับนี้เป็นหัวหน้าโจรสลัดคนหนึ่ง เรื่องนี้อาจเป็นตำนานที่แต่งขึ้นเพื่อสร้างความดราม่าให้ชีวิตของเย่ว์เฟยก็เป็นได้

โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่ค่อย make sense เย่ว์เฟยจะฆ่าเชื้อพระวงศ์ตายโดยไม่โดนตามจับได้อย่างไร?

สถานการณ์คับขัน

เย่ว์เฟยกลับไปอยู่กับมารดา นางบอกเย่ว์เฟยว่า

ข้าได้เห็นว่าเจ้าปฎิเสธที่จะเข้าเป็นลูกน้องของพวกโจรกบฎ เจ้าไม่ถูกล่อลวงด้วยฐานะและเงินทอง หากแต่ว่าข้าเกรงว่า เมื่อข้าตายไปแล้วจะมีพวกชั่วช้ามาล่อลวงเจ้า ข้าจะสักตัวอักษรสี่ตัวเตือนใจเจ้าไว้ตลอดไป

แม่ของเย่ว์เฟยสักคำว่า “จงรักภักดี” “รับใช้” “ชาติ” และ “สูงสุด” รวมแล้วเป็นอักษร 4 ตัว บนหลังของเย่ว์เฟย หลังจากสักเสร็จแล้ว เธอใช้น้ำหมึกผสมกับน้ำส้มสายชูทับรอยสักเพื่อที่จะทำให้มันไม่มีวันจางหายไป

ต่อมาเย่ว์เฟยได้เข้ามารับราชการทหาร ภายในไม่นานราชวงศ์จินของชาวหนี่ว์เจินก็รุกรานราชวงศ์ซ่งเหนือ เย่ว์เฟยจึงได้รับมอบหมายให้ป้องกันเมืองเปียนจิง อันเป็นเมืองหลวง

เนื่องจากความหย่อนหยานทางการทหารของราชวงศ์ซ่ง และความแข็งแกร่งของกองทัพจิน ทำให้กองทัพจินตีเมืองเปียนจิงแตก กองทัพจินกวาดต้อนจักรพรรดิสองพระองค์และเชื้อพระวงศ์ซ่งจำนวนมากไปยังอาณาจักรจิน

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวจีนฮั่นได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ผู้คนจำนวนมากไม่ต้องการอยู่ภายใต้ชาวต่างชาติ พวกเขาจึงอพยพลงใต้เพื่อหาที่พึ่ง

ต่อมาไม่นานเจ้าชายจ้าวโก้ว เชื้อพระวงศ์ซ่งได้หนีลงมาภาคใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง (ดินแดนเดิมของง่อก๊ก) จ้าวโก้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของราชวงศ์ซ่ง นามว่าซ่งเกาจง

ราชวงศ์ซ่งจึงเกิดใหม่ที่เมืองหลินอาน (หังโจวในปัจจุบัน) ราชวงศ์ซ่งใหม่นี่นักประวัติศาสคร์เรียกว่าราชวงศ์ซ่งใต้ แต่ราชวงศ์ใหม่นี้ครอบครองแค่ดินแดนทางภาคใต้ของแม่น้ำแยงซีเท่านั้น เพราะภาคเหนืออยู่ในกำมือของอาณาจักรจิน

หนึ่งในผู้ที่หลบหนีมายังภาคใต้มีเย่ว์เฟยอยู่ด้วย เขาแหวกวงล้อมทหารจินที่เปียนจิงออกมาได้ และเดินทางไปยังภาคใต้ได้สำเร็จ

เย่ว์เฟยเข้าร่วมในกองทัพซ่งใต้ เขามีความดีความชอบในการตีสกัดกองทัพจิน เย่ว์เฟยจึงได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ต่อมาเขาจึงได้รับมอบหมายให้เป็นแม่ทัพควบคุมกองกำลังป้องกันริมฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง

เมื่อได้เป็นแม่ทัพแล้ว เย่ว์เฟยต่อสู้กับกองทัพจินอย่างเข้มแข็ง แต่เขาต้องต่อสู้กับกบฎชาวจีนที่ต่อต้านราชสำนักด้วยเช่นกัน หลังปราบได้แล้วเย่ว์เฟยได้รับคำสั่งจากราชสำนักให้ประหารชีวิตพวกกบฎทั้งหมด

เย่ว์เฟยปฎิเสธ เขาขอให้ซ่งเกาจงอภัยโทษให้กับประชาชนคนธรรมดา ท้ายที่สุดซ่งเกาจงทรงอนุญาต

ผลงานของเย่ว์เฟยทำให้ซ่งเกาจงประทับใจ พระองค์พระราชทานธงขนาดใหญ่ให้กับเขา บนธงมีตัวอักษรเขียนว่า “เย่ว์เฟยผู้จงรักภักดีสูงสุด”

ซ่งเกาจง

ศึกใหญ่

ในปี ค.ศ.1129 วู่จู๋ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายจินนำกองทัพขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงเพื่อบดขยี้ราชวงศ์ซ่งใต้ กองทัพราชวงศ์จินนับแสนบุกลงใต้อย่างรวดเร็ว กองทัพที่แข็งแกร่งของฝ่ายจินตีเมืองต่างๆ ของราชวงศ์ซ่งแตกยับ

ซ่งเกาจงทรงได้ข่าวศึกก็เกรงกลัวจนหัวหด พระองค์ทิ้งเมืองหลินอานเสด็จหนีลงใต้

เย่ว์เฟยสกัดกองทัพจินเอาไว้ได้ ต่อมาก็เข้าตีพร้อมกับแม่ทัพฮั่นซื่อจง กองทัพจินแตกยับเยิน วู่จู๋ต้องรีบหนีตายถอยกลับภาคเหนือไป

หลังจากนั้นกองทัพจินก็มารุกรานราชวงศ์ซ่งอีกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเย่ว์เฟยเป็นผู้นำทัพเข้าโจมตีกองทัพศัตรูจนแตกพ่ายไปทั้งหมด เขาให้บทเรียนอันเด็ดขาดแก่พวกจินไปหลายรอบ สร้างความแค้นเคืองเป็นอย่างยิ่งกับพวกศัตรู

ราชสำนักจินรำคาญการต่อสู้การแข็งแกร่งของเย่ว์เฟย วู่จู๋แม่ทัพใหญ่ของราชวงศ์จินจึงได้รับคำสั่งให้นำกองทัพใหญ่ยกลงมาตีราชวงศ์ซ่งใต้อีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ 1140

เย่ว์เฟยแบ่งกองทัพออกเป็นสี่กอง เขาปิดกั้นไม่ให้กองทัพจินรุกต่อได้ และเข้าตีโต้จนกองทัพของราชวงศ์จินแตกพ่าย ทหารจินถูกสังหารมากมาย วู่จู๋ต้องรีบหนีกลับภาคเหนือไป ระหว่างที่กองทัพจินกำลังถอย กองทัพซ่งกองอื่นก็เข้าตีซ้ำ กองทัพจินจึงแตกย่อยยับ

วาระสุดท้าย

เย่ว์เฟยฉวยโอกาสไล่ติดตามวู่จู๋ไปอย่างรวดเร็ว กองทัพซ่งเปลี่ยนจากรับเป็นรุก เย่ว์เฟยให้กองทัพทั้งหมดข้ามแม่น้ำแยงซี แล้วยกเข้าโจมตีเมื่องเจิ้งโจว และเมืองลั่วหยางได้สำเร็จ

เมื่อตีได้แล้ว เย่ว์เฟยรีบนำกำลังทหารเข้าบีบเมืองเปียนจิง เมืองหลวงเก่าของราชวงศ์ซ่งเหนือ เพื่อที่จะปลดปล่อยดินแดนภาคเหนือทั้งหมด และส่งราชวงศ์จินกลับไปนอกกำแพงเมืองจีน

ราชสำนักจินเห็นว่ามีภัยคับขัน จึงมีคำสั่งลับให้ “หนอนบ่อนไส้” ดำเนินการกำจัดเย่ว์เฟย

หนอนบ่อนไส้ที่ว่าคือ ฉินไคว่ หรือ ฉินหุ้ย

ฉินไคว่ผู้นี้เป็นขุนนางจีนที่เคยถูกจับกุมไปได้ แต่ราชวงศ์จินปล่อยตัวกลับมาเพื่อใช้เป็นไส้ศึกในราชสำนักซ่ง ฉินไคว่ทูลยุยงให้ซ่งเกาจงเรียกตัวเย่ว์เฟยกลับมาและเจรจาสงบศึกกับราชสำนักจิน

การยุยงของฉินไคว่ไปจี้ใจดำของซ่งเกาจง

ลึกๆในใจของซ่งเกาจงนั้น พระองค์กลัวว่าถ้าเย่ว์เฟยทำลายราชวงศ์จินได้แล้ว พระบิดาและพระเชษฐาที่ถูกราชวงศ์จินจับตัวไปจะกลับมา ถ้าเป็นเช่นนั้น พระองค์คิดว่าจะไม่ได้เป็นฮ่องเต้อีกต่อไป ซ่งเกาจงจึงเชื่อฉินไคว่ พระองค์มีรับสั่งให้เรียกตัวเย่ว์เฟยกลับมาจากภาคเหนือทันที

ลายมือของเย่ว์เฟย

เมื่อเย่ว์เฟยได้รับคำสั่งถอยทัพก็เสียใจมาก เขาทราบดีว่าโอกาสที่จะตีดินแดนภาคเหนือกลับคืนมีแค่หนึ่งในร้อย แต่ซ่งเกาจงกลับมาทำลายทุกสิ่งด้วยมือของพระองค์เอง

เยว่เฟยยอมปฏิบัติตามรับสั่งแต่โดยดี กองทัพซ่งถอยกลับมายังเมืองหลวงหลินอาน หลังจากนั้นไม่นานเย่ว์เฟยก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งแม่ทัพตามคำแนะนำของฉินไคว่

ราชสำนักจินยังไม่พอใจ เพราะพวกเขาต้องการให้เย่ว์เฟยหายจากโลกนี้ไปเลย จะได้ไม่มีใครนำชาวฮั่นให้ต่อสู้อีก

ฉินไคว่จึงได้คำสั่งลับจากราชสำนักจินให้หาเหตุสังหารเย่ว์เฟยให้ได้ หลังจากนั้นไม่นานฉินไคว่กล่าวหาเย่ว์เฟยว่าเป็นกบฎแล้วนำตัวเข้าไปขังไว้ในคุก

จิตใจของเย่ว์เฟยกล้าแกร่งยิ่ง เมื่อเขาไม่ได้เป็นกบฏ เขาก็จะไม่ยอมรับ ดังนั้นไม่ว่าจะถูกทรมานขนาดไหนก็ตาม เย่ว์เฟยก็ให้การปฏิเสธ

ฉินไคว่ไม่มีทางเลือก เขาสั่งให้คนวางยาพิษเย่ว์เฟยในคุก เย่ว์เฟยมีอายุได้เพียง 39 ปีเท่านั้น

การจากไปของเย่ว์เฟยทำให้ประชาชนโกรธแค้นมาก พวกเขาท้อใจกับราชสำนักที่เต็มไปด้วยขุนนางกังฉินขายชาติ หลังจากนั้นราชวงศ์ซ่งใต้ก็ยิ่งเสื่อมถอยจนกระทั่งถูกราชวงศ์หยวนของชาวมองโกลทำลายในปี ค.ศ.1279

เชื่อกันว่าความโกรธแค้นนี้ทำให้ชาวจีนนำแป้งมาทำเป็นรูปคนสองคน นั่นก็คือรูปเหมือนของฉินไคว่และภรรยา แล้วจึงนำแป้งนั้นมาทอดน้ำมันกินเพื่อระบายความแค้นที่ฉินไคว่ทำกับเย่ว์เฟย

ฉินไคว่ และภรรยา By helennawindylee – originally posted to Flickr as 油條, CC BY-SA 2.0

หลังจากที่เขาจากไปแล้ว เย่ว์เฟยได้กลายเป็นเทพเจ้าแห่งความจงรักภักดี ร่วมกับ เปาบุ้นจิ้น เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ของจีน ต่อมาชาวจีนได้สร้างสุสานขนาดใหญ่ให้กับเย่ว์เฟยที่เมืองหังโจว ด้านหน้าสุสานมีรูปปั้นของชายหญิงคู่หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ สองคนนี้คือฉินไคว่และภรรยา รูปปั้นนี้ถูกทำลายหลายครั้งในหน้าประวัติศาสตร์ เพราะความโกรธแค้นที่ประชาชนชาวจีนมีต่อพวกขายชาตินั่นเอง

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!