หยวนฉงฮ่วน ยอดแม่ทัพหมิงผู้ประสบชะตากรรมอันแสนเศร้า

0
34

หยวนฉงฮ่วน (袁崇煥) เป็นแม่ทัพคนสำคัญที่สมัยปลายราชวงศ์หมิง เขาเป็นผู้ปกป้องดินแดนภาคเหนือจากกองทัพแมนจูที่น่าเกรงขามได้หลายต่อหลายครั้ง เขาเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งที่ใช้ปืนใหญ่ของชาวตะวันตกได้อย่างเก่งกาจอย่างยากที่จะหาใครมาเปรียบได้

อย่างไรก็ดี แม่ทัพผู้นี้กลับจบชีวิตลงอย่างน่าสลดใจยิ่ง

เรามาดูกันครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

สอบไม่ติด

หยวนฉงฮ่วนเป็นชาวกว่างตงที่เกิดในปี ค.ศ.1584 เราไม่ทราบมากนักว่าชีวิตของเขาเป็นอย่างไรในวัยเด็กและวัยรุ่น แต่ที่แน่ๆหยวนฉงฮ่วนไม่ประสบความสำเร็จในการสอบรับราชการอยู่หลายปี ทำให้เขาต้องเทียวไปเทียวมาอยู่ตามเมืองต่างๆ

หยวนฉงฮ่วน

หยวนฉงฮ่วนเป็นชาวจีนน้อยคนที่สนใจในเรื่องของชาวตะวันตก เขาติดต่อและพูดคุยกับบาทหลวงเยซูอิตอยู่เนืองๆ ทำให้เขาได้รับความรู้มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือปืนไฟของชาวตะวันตกด้วย

หยวนฉงฮ่วนชื่นชอบปืนไฟมาก ทำให้เขาใช้เวลาจำนวนมากในการศึกษาและดัดแปลงพวกมัน

หลังจากที่สอบใหม่อยู่หลายครั้ง หยวนฉงฮ่วนสอบผ่านได้สำเร็จในปี ค.ศ.1619

ขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพ

ตำแหน่งที่เขาได้รับหลังจากสอบผ่านคือ ตำแหน่งผู้ว่าราชการอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง เพราะเขาสอบผ่านมาจากฝ่ายบุ๋นเพื่อเป็นขุนนาง ไม่ใช่ฝ่ายบู๊เพื่อเป็นแม่ทัพ

อย่างไรก็ดี หยวนฉงฮ่วนกลับมีโอกาสได้เดินทางไปแนวหน้า และได้รับตำแหน่งเป็นรองเสนาบดีฝ่ายทหารในกระทรวงสงคราม นั่นเป็นเรื่องแปลกเป็นอย่างยิ่ง เพราะหยวนฉงฮ่วนไม่เคยได้รับการฝึกใดๆ จากฝ่ายทหารมาก่อนเลย

เขาคงแสดงความสามารถอะไรสักอย่างหนึ่ง (น่าจะเป็นเรื่องปืนไฟ) ให้กับคนในราชสำนักเห็น เขาเลยได้ย้ายมาสังกัดฝ่ายทหาร

ต่อมา ซุนเฉิงจง มหาเสนาบดีฝ่ายทหารได้สั่งการให้หยวนฉงฮ่วนควบคุมการป้องกันหัวเมืองนอกเขตกำแพงเมืองจีน หยวนฉงฮ่วนได้พัฒนาเมืองหนิงหย่วน เมืองสำคัญแถบนั้นให้กลายเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ปืนใหญ่ของชาวตะวันตกถูกนำมาประจำการไว้โดยรอบ

ช่วงเวลานั้นราชสำนักหมิงเต็มไปด้วยการคอรัปชั่น พวกขันทีที่ฉ้อโกงอย่างเว่ยจงเสียนมีอำนาจ ซุนเฉิงจงที่เป็นเจ้านายโดยตรงของหยวนฉงฮ่วนจึงถูกปลดออกจากตำแหน่ง และให้เกาตี้ แม่ทัพอีกคนหนึ่งเข้ารับตำแหน่งแทน

เกาตี้เห็นกองทัพหมิงพ่ายแพ้ต่อกองทัพแมนจูในการรบที่ส่าเอ๋อหู และคงจะรักษาแนวป้องกันนอกกำแพงเมืองจีนต่อไปไม่ได้ เกาตี้จึงสั่งให้กองทัพหมิงทุกกรมกองถอยกลับเข้าในกำแพงเมืองจีน แต่หยวนฉงฮ่วนปฏิเสธ เขาไม่เห็นด้วยกับการทิ้งแนวป้องกันสำคัญๆ ทั้งหมดนอกด่าน เพราะกองทัพหมิงยังมีกำลังแข็งแกร่งอยู่จะทิ้งป้อมปราการเหล่านี้ไปได้อย่างไร

ดังนั้นหยวนฉงฮ่วนจึงถูกทิ้งอยู่นอกด่านแต่เพียงผู้เดียว เขาอยู่ในป้อมปราการหนิงหย่วนพร้อมกับทหารประมาณ 9,000 คน

การถอยทัพของฝ่ายหมิงทำให้ฝ่ายแมนจูได้ใจ หนีว์เอ่อฮาชื่อ (努爾哈赤) ข่านของชาวแมนจูจึงรีบฉวยโอกาสเข้าครอบครองดินแดนดังกล่าวทันที เมื่อเขาเห็นเมืองหนิงหย่วนยังไม่ทิ้งร้าง ทำให้หนีว์เอ่อฮาชื่อนำกองทัพจำนวน 100,000-130,000 นายยกมา ข่านแมนจูผู้นี้หวังว่าจะตีเมืองนี้ให้แตกยับเยินเหมือนกับเมืองอื่นๆ

ยุทธการแห่งหนิงหย่วน

กองทัพแมนจูที่อยู่นอกเมืองมีกำลังมากกว่าในเมืองสิบกว่าเท่า หนีว์เอ่อฮาชื่อเองก็เป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ เขาตีกองทัพหมิงแตกไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้เขาไม่ต้องการจะเสียทหารโดยเปล่าประโยชน์ ทูตแมนจูจึงถูกส่งเข้าไปในเมืองเพื่อเจรจาให้ฝ่ายหมิงยอมทิ้งอาวุธ

สาส์นของหนีว์เอ่อหาชื่อเขียนว่า กองทัพของเขามีมากมายมหาศาล ดังนั้นหยวนฉงฮ่วนและกองทัพหมิงควรจะยอมจำนน แต่หยวนฉงฮ่วนปฏิเสธ เขาและทหารทุกนายพร้อมที่จะสู้จนตาย การศึกจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว

ก่อนที่ข้าศึกจะเข้าตีเมือง หยวนฉงฮ่วนสั่งให้เผาเมืองโดยรอบเพื่อที่กองทัพศัตรูจะได้เอาอะไรไปไม่ได้ และให้เตรียมปืนใหญ่ของชาวตะวันตกไว้ให้ดี นอกจากนี้ยังส่งสารไปแจ้งเมืองต่างๆ ว่าถ้าเจอทหารหนีทัพจากเมืองหนิงหย่วนให้ประหารชีวิตได้ในทันที กำลังใจของทหารในเมืองจึงดีขึ้นมาก ทุกคนพร้อมจะปะทะกับพวกแมนจูแล้ว

กองทัพแมนจูเข้าตีหนิงหย่วน

หยวนฉงฮ่วนมั่นใจในปืนใหญ่ของเขามาก หลายปีที่ผ่านมาเขาฝึกยิงมันแทบทุกวัน ทำให้เขายิงแม่นราวกับจับวาง เขาพร้อมแล้วที่จะใช้มันปกป้องอาณาจักรของเขา

ไม่กี่วันต่อมา กองทัพแมนจูทั้งหมดยกเข้าตีเมือง พวกทหารแมนจูต่างไม่เคยรู้ซึ้งถึงรสชาติของปืนใหญ่ของชาวตะวันตกจึงดาหน้าเข้ามาที่กำแพงเมือง หยวนฉงฮ่วนจึงให้ทหารระดมยิงปืนใหญ่เข้าใส่ ไพร่พลแมนจูล้มลงมากมายราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่น

หนีว์เอ่อฮาชื่อจึงสั่งให้ทหารม้าเข้าโจมตีประตูเมืองทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ ทหารม้าแมนจูที่เคยบดขยี้กองทัพหมิงมาก่อนหน้านี้กลับถูกปืนใหญ่ของหยวนฉงฮ่วนยิงจนล้มตายจำนวนมาก หนีว์เอ่อฮาชื่อจำต้องสั่งให้ถอยทัพ

ต่อมาหนีว์เอ่อฮาชื่อสั่งให้ทำรถคุ้มกันคอยกำบังการยิงของทหารหมิง และให้พลธนูยิงสกัดเอาไว้ไม่ให้พลปืนใหญ่หมิงยิงได้ถนัด ทหารที่อยู่ในรถจะได้เข้าถึงตัวเมืองได้

หนีว์เอ่อฮาชื่อไม่ทราบว่าหยวนฉงฮ่วนได้เตรียมทางแก้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาได้สั่งให้ทหารเตรียมดินประสิวไว้ที่นอกเมืองก่อนที่กองทัพแมนจูจะเข้าโจมตี ในครั้งนี้เขาจึงให้พลปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่ดินประสิว ทำให้มันปะทุขึ้นมาถูกทหารแมนจูล้มตายมากมาย

ขณะเดียวกัน แม้รถกำบังจะทานอาวุธอย่างเครื่องยิงหินและธนูได้ แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเมื่อเผชิญหน้ากับปืนไฟ พลปืนของหยวนฉงฮ่วนยิงกระหน่ำเข้าใส่รถกำบังทีละคันจนพินาศยับเยิน ทหารแมนจูที่หนีตายออกมาไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะไฟที่เกิดจากดินประสิวล้อมเอาไว้อยู่ พวกเขาจึงต้องมุ่งหน้าเข้าหาเมือง ทหารเหล่านี้ถูกสังหารเรียบโดยปืนใหญ่ของกองทัพหมิง

หนีว์เอ่อฮาชื่อจึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้วยการเข้าตีกำแพงเมืองทั้งสองด้านพร้อมๆ กัน แต่ความพยายามของฝ่ายแมนจูได้แต่เพิ่มจำนวนทหารที่ตายของพวกตนเท่านั้น หยวนฉงฮ่วนใช้ปืนใหญ่ น้ำมันที่ร้อนระอุ และอาวุธเพลิงกระหน่ำเข้าใส่พวกแมนจู ทำให้ความพยายามจะตีเมืองล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อเห็นการโจมตีเมืองไม่ได้ผล หนีว์เอ่อฮาชื่อจึงสั่งให้ทหารเข้าโจมตีสถานที่เก็บเสบียงของเมืองที่อยู่ที่เกาะกลางแม่น้ำ หยวนฉงฮ่วนไม่ได้ตระเตรียมการป้องกันไว้มากนัก เพราะคิดว่ากองทัพแมนจูไม่น่าจะข้ามมาได้เพราะไม่มีเรือ แต่ในช่วงนั้นอากาศกลับหนาวเย็นเป็นพิเศษ ทำให้พวกแมนจูข้ามแม่น้ำไปได้สำเร็จ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง ทหารหมิงบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก แต่ก็ป้องกันเกาะเอาไว้ได้

ไม่กี่วันต่อมา หยวนฉงฮ่วนได้แสดงให้หนีว์เอ๋อฮาชื่อประจักษ์ถึงฤทธานุภาพของปืนไฟด้วยตนเอง

เขายิงปืนไฟไปที่จุดที่หนีว์เอ๋อฮาชื่อคุมกองทัพอยู่ ปืนไฟได้ทำให้ข่านแมนจูได้รับบาดเจ็บสาหัส กองทัพแมนจูทั้งหมดจึงถอยไปจากหนิงหย่วนทันที หยวนฉงฮ่วนสามารถป้องกันเมืองเอาไว้ได้

หนีว์เอ๋อฮาชื่อไม่เคยหายจากอาการบาดเจ็บครั้งนั้น เขาสวรรคตในอีก 8 เดือนต่อมา บัลลังก์แมนจูจึงตกอยู่กับหวงไท่จี๋ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า หงไท่จี๋

ปะทะกับหวงไท่จี๋

ชัยชนะของหยวนฉงฮ่วนทำให้เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการมณฑลเหลียวตงและควบคุมกองทัพทั้งหมดนอกด่าน นโยบายการใช้ปืนใหญ่ของชาวตะวันตกได้รับการอนุมัติโดยราชสำนัก ทำให้เขาได้กำลังคนเพิ่มขึ้น 30,000-40,000 คน พร้อมกับงบเพื่อเอาไปสร้างเสริมการป้องกันเมือง

ยุทธศาสตร์ของหยวนฉงฮ่วนไม่ต้องสงสัยว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง ในการต่อสู้กับพวกอนารยชนที่ใช้ทหารม้าเป็นหลักจะต้องใช้ปืนใหญ่ที่ระดมยิงได้อย่างเฉียบขาด ชาวรัสเซียที่เอาชนะพวกอนารยชนได้ก็ใช้วิธีนี้มาแล้ว

ภายในเวลาไม่ถึงปีหลังจากปะทะกันที่หนิงหย่วน กองทัพแมนจูก็หวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้คุมมาโดยหวงไท่จี๋ ข่านแมนจูคนใหม่พร้อมกับกองทัพอีก 40,000 คน กองทัพของหวงไท่จี๋เข้าตีเมืองจินโจว ป้อมปราการสำคัญของฝ่ายหมิง

กองทัพแมนจูตีเมืองจินโจวเกือบจะแตก แต่จ้าวชัวเจียว ผู้บังคับบัญชาทหารหมิงในเมืองต้านทานเอาไว้ได้อย่างสุดชีวิต ทหารหมิงช่วยกันยิงปืนใหญ่อย่างหนัก ท้ายที่สุดกองทัพจินจึงถอยไป

อย่างไรก็ดี หวงไท่จี๋ยังไม่ปรารถนาจะถอยไปง่ายๆ เช่นนั้น เขาตัดสินใจเข้าตีหนิงหย่วนอีกครั้งหนึ่ง

หยวนฉงฮ่วนได้ทราบข่าวว่ากองทัพแมนจูเข้ามาใกล้ กำลังทหารในเมืองเองก็ใกล้เคียงกับกองทัพแมนจู ครั้งนี้เขาจึงส่งกองทัพไปตีสกัด ทหารหมิงปะทะทหารแมนจูอย่างรุนแรง ปืนใหญ่ในเมืองก็ช่วยระดมยิงพวกแมนจู ทำให้พวกแมนจูเสียหายหนัก และต้องถอยหนีจากเมืองเป็นคำรบสอง

คนอย่างหวงไท่จี๋ยังไม่ยอมแพ้ เขานำทหารไปเหลืออยู่ไปตีเมืองจินโจวที่ตีแล้วไม่แตกก่อนหน้านี้ เขาแยกกองทัพเป็นสี่กองและเข้าตีเมืองจากทุกด้าน แต่ปืนใหญ่ฝ่ายหมิงกระหน่ำยิงอย่างดุเดือด และทหารม้าหมิงก็เข้าตีจากด้านหลังด้วย กองทัพแมนจูได้รับความเสียหายอย่างหนัก หวงไท่จี๋จึงต้องล่าทัพไปจากจินโจวในที่สุด

ความปราชัยของหวงไท่จี๋ทำให้เขาตระหนักถึงอานุภาพของปืนใหญ่ หลังจากนั้นกองทัพแมนจูจึงเริ่มพัฒนาปืนใหญ่เอาไว้ใช้ในสมรภูมิบ้าง

พิษการเมือง

แม้จะได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ แต่หยวนฉงฮ่วนกลับถูกปลดออกจากตำแหน่ง ฝ่ายขุนนางกังฉินอ้างว่าหยวนฉงฮ่วนเจรจากับฝ่ายแมนจูโดยพลการ และปล่อยปละละเลยให้พวกแมนจูรุกรานโชซอน ทำให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ดีไม่กี่เดือนต่อมา เขาก็ได้รับตำแหน่งกลับคืน

ในปี ค.ศ.1629 หวงไท่จี๋ใช้ยุทธศาสตร์ใหม่ นั่นคือเขาล้มเลิกการเข้าตีจินโจวและหนิงหย่วน สองเมืองของหยวนฉงฮ่วนที่เคยตีแล้วพ่ายแพ้ แต่ยกกำลังอ้อมเมืองทั้งสองไป ผ่านด่านซานไห่กวนและเข้าเมืองปักกิ่งโดยตรง

หยวนฉงฮ่วนรีบนำกองทัพมาจากหนิงหย่วนเพื่อป้องกันกรุงปักกิ่ง (เป่ยจิง) เขาเอาชนะกองทัพแมนจูที่หน้าเมืองปักกิ่งได้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่ได้ตีให้แตกย่อยยับก็ตาม

แต่สิ่งที่เขาได้รับคืออะไร?

เขาถูกกล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับพวกแมนจู โดยปล่อยให้พวกแมนจูเข้ามาถึงหน้าเมืองปักกิ่งได้ และไม่ได้ตีพวกแมนจูให้แตกย่อยยับ พวกขันทีที่ฉ้อโกงและมีอำนาจต่างโจมตีเขากันยกใหญ่ ต่างคนช่วยกันเพ็ดทูลว่าหยวนฉงฮ่วนทรยศ

พวกขันทีเหล่านี้เกลียดชังหยวนฉงฮ่วนอยู่แล้ว เพราะเขาเคยลงอาญาประหารชีวิตแม่ทัพเด็กเส้นของพวกขันทีคนหนึ่งโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ทำให้พวกขันทีโกรธแค้นและหาจังหวะจะใส่ความหยวนฉงฮ่วน

ทั้งๆที่หยวนฉงฮ่วนเพิ่งจะตีกองทัพแมนจูแตกไปแท้ๆ เขากลับถูกใส่ความว่าทรยศได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่น่าตลกกว่าคือ ฮ่องเต้ฉงเจินแห่งราชวงศ์หมิงกลับเชื่อเสียด้วย เช่นเดียวกับพวกราษฎรทั่วไปที่มีประกาศอะไรออกมาก็เชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง

วาระสุดท้าย

ในปี ค.ศ.1630 หยวนฉงฮ่วนถูกจับกุมและนำตัวไปประหารชีวิตด้วยวิธีหลิงฉือ หรือ ค่อยๆ ตัดทีละส่วนให้ตายอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเริ่มการประหาร หยวนฉงฮ่วนได้กล่าวว่า

ชีวิตการทำงานของฉันจบลงอย่างเปล่าประโยชน์ การทำงานอีกครึ่งหนึ่งของฉันเหมือนว่าจะเป็นแค่ความฝัน ฉันไม่ห่วงว่าจะไม่มีผู้กล้าเหลืออยู่หลังจากการตายของฉัน เพราะวิญญาณอันซื่อสัตย์ของฉันจะคอยปกป้องเหลียวตงต่อไป

การประหารชีวิตใช้เวลาอยู่ครึ่งวัน สุดท้ายหยวนฉงฮ่วนก็จากโลกนี้ไป เขาอายุได้เพียง 46 ปีเท่านั้น มีแต่ชาวปักกิ่งเท่านั้นที่สะใจในการตายของเขา แต่ประชาชนส่วนอื่นของอาณาจักร หรือแม้กระทั่งโชซอนต่างล้วนแต่เศร้าโศกเสียใจกับการตายของยอดแม่ทัพผู้นี้

ผลที่ตามมา

ราชสำนักหมิงเสียหายอย่างร้ายแรงจากการตายของหยวนฉงฮ่วน เขาเป็นแม่ทัพคนเดียวที่สามารถต้านทานกองทัพแมนจูได้ การตายของเขาทำให้กองทหารนอกด่านอยู่ในมือของแม่ทัพที่ไร้ความสามารถ หรือ แม่ทัพที่ทรยศอย่างอู๋ซานกุ้ย การป้องกันภาคเหนือจึงอ่อนแอและทำให้ชาวแมนจูยกเข้าด่านได้ในที่สุด

ต่อมาเฉียนหลงฮ่องเต้ได้ให้มีการตรวจสอบเรื่องการใส่ความหยวนฉงฮ่วนว่ามีเงื่อนงำหรือไม่ ผลสุดท้ายนักวิชาการของราชสำนักก็พบเอกสารเก่าแก่ในคลังจดหมายเหตุของราชสำนักชิงที่แสดงให้เห็นว่า ราชสำนักแมนจูจัดฉากและติดสินบนขันทีและขุนนางหมิงเพื่อที่จะกำจัดหยวนฉงฮ่วน

หยวนฉงฮ่วนจึงได้รับการยกย่องอย่างสูงนับตั้งแต่บัดนั้น ปัจจุบันศาลที่ยกย่องความดีงามของเขาก็ยังอยู่ใกล้กับกรุงปักกิ่ง

ชะตาชีวิตของหยวนฉงฮ่วนมีหลายส่วนที่คล้ายกับเย่ว์เฟย แม่ทัพราชวงศ์ซ่งใต้ และ อีซุนซิน แม่ทัพแห่งโชซอน ในแง่ที่เป็นแม่ทัพที่มีความสามารถและจงรักภักดี แต่กลับถูกพวกขุนนางกังฉินให้ร้ายจนต้องพบวิบากกรรมทางการเมือง

Sources:

Swope, The Military Collapse of China’s Ming Dynasty

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here