ประวัติศาสตร์"ขุนศึกตระกูลหยาง" มีจริงหรือเป็นเพียงแค่ตำนาน

“ขุนศึกตระกูลหยาง” มีจริงหรือเป็นเพียงแค่ตำนาน

“ขุนศึกตระกูลหยาง” (杨家将, หยางเจียเจี้ยง) เป็นซีรีส์จีนที่มีการรีเมคซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งตัวซีรีส์โฟกัสไปที่ตัวขุนศึกตระกูลหยางโดยตรง บ้างโฟกัสไปที่ “มู่กุ้ยอิง” สะใภ้ของตระกูลหยางบ้าง

คำถามที่น่าสนใจคือ ขุนศึกตระกูลหยางมีตัวตนจริงในหน้าประวัติศาสตร์หรือไม่ หรือว่าเป็นเพียงแค่นิยายที่แต่งขึ้นมา

คำตอบคือ พวกเขามีตัวตนจริง แต่ไม่ครบทุกคน อย่างเช่น หยางจงเป่าและมู่กุ้ยอิงไม่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ แต่เป็นเพียงตัวละครที่แต่งขึ้นมาเพื่อใช้ในบทละครและบทงิ้วมานานนับร้อยปีแล้ว

เรามาดูกันดีกว่าครับว่าขุนศึกตระกูลหยางในหน้าประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร

หยางเย่

หยางเย่

ไม่ว่าจะเป็นในหน้าประวัติศาสตร์ ในซีรีส์ หรือในงิ้ว ต้นตระกูลของขุนศึกของตระกูลหยางคือ หยางเย่

หยางเย่ผู้นี้เคยเป็นขุนพลของราชวงศ์เป่ยฮั่นมาก่อน หลังราชวงศ์เป่ยฮั่นล่มสลาย หยางเย่ได้ยอมจำนนต่อราชวงศ์ซ่งเหนือ หลังจากนั้นเขาเป็นขุนศึกที่ซ่งไท่จง ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ซ่งวางใจมากคนหนึ่ง เขาได้รับหน้าที่ให้ดูแลชายแดนทางตอนเหนือเพื่อเฝ้าระวังภัยที่มาจากอาณาจักรเหลียวหรือชาวชี่ตัน หรือ คีตัน (Khitans)

ถึงแม้หยางเย่จะไม่รู้หนังสือ แต่เขาเรียนรู้วิธีการทำศึกสงครามจากประสบการณ์ที่เขาป้องกันชายแดนทางตอนเหนือมานานนับสิบปี นอกจากนี้เขายังเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของพวกทหารเป็นอย่างดี ทำให้ทหารทุกนายรักเขามาก ทุกคนพร้อมจะตายพร้อมกับหยางเย่มากกว่าที่จะคิดหนีเอาตัวรอด

ในปี ค.ศ.980 หยางเย่ได้ทำความดีความชอบอันใหญ่หลวง เขาสกัดกองทัพเหลียวจำนวนหนึ่งแสนนายไว้ได้ที่ด่านหยานเหมิน และร่วมมือกับแม่ทัพพานเหม่ย (ในซีรีส์และงิ้วมักใช้ว่า พานเหญินเม่ย) ตีกระหนาบกองทัพที่มีขนาดใหญ่กว่ามากของฝ่ายเหลียวแตกยับเยิน ทหารเหลียวบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพซ่งยึดได้เหลือคณานับ

สองปีต่อมา หยางเย่ตีกองทัพเหลียวแตกอีกครั้งหนึ่งที่ด่านหยานเหมิน ในครั้งนี้เขาบุกตีเข้าไปในดินแดนเหลียวด้วย และยึดเมืองสำคัญของฝ่ายเหลียวได้หลายแห่ง นอกจากนี้ยังจับเป็นเชลยศึกได้เป็นจำนวนมาก ชัยชนะของหยางเย่ทำให้ราชสำนักเหลียวสะพรึงกลัวและเลิกส่งกองทัพมารุกรานดินแดนซ่งเป็นเวลานานหลายปี

ความดีความชอบของหยางเย่ทำให้พวกขุนนางกังฉิน และแม่ทัพคนอื่นๆ อิจฉาริษยา โดยเฉพาะพานเหม่ย แม่ทัพที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาของหยางเย่มาก่อน ความอิจฉานี้เองจะทำให้หยางเย่ถึงแก่ชีวิตในเวลาต่อมา

ในปี ค.ศ.986 ซ่งไท่จงโปรดให้รุกรานอาณาจักรเหลียวครั้งใหญ่ เพื่อทวงคืนดินแดน 16 จังหวัดที่เคยเสียไปให้อาณาจักรเหลียว กองทัพซ่งแบ่งออกเป็นสามสาย ในสายหนึ่งมีพานเหม่ยเป็นแม่ทัพใหญ่ และหยางเย่เป็นรองแม่ทัพ

กองทัพของพานเหม่ยและหยางเย่เอาชนะศัตรูได้อย่างรวดเร็ว และตีดินแดนคืนได้ถึง 4 จังหวัด แต่กองทัพซ่งอีกสายหนึ่งกลับถูกกองทัพเหลียวตีแตก กองทัพเหลียวที่กำลังได้ใจจึงยกทัพเข้ามาใกล้กองทัพซ่งของพานเหม่ยและหยางเย่อย่างรวดเร็ว

ด้วยความพ่ายแพ้ทำให้ซ่งไท่จงสั่งให้กองทัพของพานเหม่ยและหยางเย่ถอยทัพ โดยให้คุ้มกันประชาชนจาก 4 จังหวัดลงมาด้วย

หยางเย่วิเคราะห์สถานการณ์และเสนอให้พานเหม่ยใช้กองทัพซ่งล่อกองทัพเหลียวออกไป แต่ให้พยายามหลบหลีกและไม่ให้เข้าโจมตี เพื่อที่จะถ่วงเวลาให้เหล่าราษฎรปลอดภัย แต่พานเหม่ยกับแม่ทัพคนอื่นๆกลับเสนอให้หยางเย่นำกำลังเข้าโจมตีกองทัพเหลียวโดยตรง หยางเย่ทัดทานและกล่าวว่าถ้าทำเช่นนี้กองทัพซ่งคงจะพินาศ

พานเหม่ยไม่เพียงไม่สนใจคำทัดทานของหยางเย่ เขายังกลับดูถูกว่าหยางเย่ขี้ขลาด หยางเย่จึงตอบว่า

ข้าไม่ได้หลบเลี่ยงความตาย แต่สถานการณ์อันเลวร้ายจะทำให้พวกทหารตายโดยเปล่าประโยชน์ แต่เมื่อพวกเจ้าใส่ความว่าข้ากลัวตาย ข้าจะเป็นคนแรกที่ตายให้พวกเจ้าได้เห็น

ก่อนที่จะยกทัพออกไป หยางเย่ขอให้พานเหม่ยซุ่มพลธนูไว้ที่หุบเขาเฉินเจียกู่ ถ้าหยางเย่ถอนกำลังมา กองทัพเหลียวจะได้ตื่นตระหนกที่เจอทหารที่ซุ่มอยู่ และจะถอยกลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น กองทัพของหยางเย่เข้าปะทะกับกองทัพเหลียวที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า หยางเย่ หยางเยี่ยนยู่ บุตรชายคนโต และทหารนายอื่นๆ ต่อสู้กับกองทัพเหลียวตั้งแต่เช้าจนค่ำ ทั้งสองฝ่ายได้รับความเสียหายอย่างหนัก เมื่อแทบจะสิ้นกำลังแล้ว หยางเย่จึงสั่งให้กองทัพที่เหลืออยู่ถอยกำลังไปยังหุบเขาเฉินเจียกู่ เพราะคาดว่าพานเหม่ยน่าจะซุ่มพลธนูไว้อยู่ที่นั้น

แต่ทว่าคาดไม่ถึง เมื่อหยางเย่มาถึงหุบเขาเฉินเจียกู่ กลับไม่มีทหารซ่งสักนายเดียว เพราะพานเหม่ยได้ถอยหนีไปแล้ว หยางเย่จึงไม่สามารถต้านทานกองทัพเหลียวได้ เมื่อเขาเห็นว่าทหารรอบกายเหลือไม่กี่ร้อยคน เขาสั่งให้พวกทหารหนีไป เพราะทหารแต่ละนายมีครอบครัวต้องดูแล

พวกทหารต่างร้องไห้แต่เลือกที่จะไม่ทิ้งหยางเย่ไป ทุกนายยังหันอาวุธเข้าปะทะกับทหารเหลียว หยางเย่ต่อสู้อย่างสุดกำลังและสังหารทหารเหลียวไปอีกนับร้อยคน จนสุดท้ายด้วยความอิดโรยและบาดเจ็บจากบาดแผล ทำให้หยางเย่ถูกทหารเหลียวกลุ้มรุมจับตัวมาได้ในที่สุด

ในวาระสุดท้าย หยางเย่ปฏิเสธที่จะยอมจำนน เขาไม่ยอมแตะต้องอาหารที่ฝ่ายเหลียวมอบมาให้ หยางเย่อยู่ได้เพียงสามวันก็สิ้นชีวิตลง เพราะบาดแผลที่ได้รับจากสมรภูมินั่นเอง หยางเย่อายุได้ประมาณหกสิบปี

ความตายของหยางเย่จึงไม่ต่างอะไรจากกรณีของเย่ว์เฟย ที่ถูกพวกขุนนางกังฉินทรยศ หยางเย่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากราชสำนักหลังจากที่เขาตายแล้ว บุตรหลานของเขาได้เข้ารับราชการทุกคน

น่าแปลกที่ซ่งไท่จงไม่ได้ประหารชีวิตพานเหม่ย แต่กลับให้ลดตำแหน่งเพียงสามขั้นเท่านั้น การละเลยการลงโทษขุนนางกังฉินเช่นนี้ทำให้ราชวงศ์ซ่งเสื่อมทรามลงทีละน้อยในที่สุด

หยางเหยียนจาว

หยางเหยียนจาว

หลังจากการตายของหยางเย่ หยางเหยียนจาว บุตรชายของหยางเย่ได้รับตำแหน่งแม่ทัพดูแลชายแดนทางภาคเหนือสืบต่อมา หยางเหยียนจาวเป็นบุตรชายที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาบุตรชายทั้ง 7 ของหยางเย่ทำให้มีข้อมูลหลงเหลืออยู่บ้าง ส่วนบุตรชายคนอื่น เราไม่มีข้อมูลของพวกเขามากนัก

ในปี ค.ศ.999 หยางเหยียนจาวได้รับหน้าที่ให้ป้องกันเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อซุ่ยเฉิง เมื่อกองทัพเหลียวโจมตีเมืองซุ่ยเฉิงในฤดูหนาว หยางเหยียนจาวมีทหารน้อยกว่าฝ่ายศัตรูมาก เขาจึงแก้สถานการณ์ด้วยการนำน้ำไปราดบริเวณกำแพงเมืองตอนกลางคืน ทำให้ตอนเช้ากำแพงเมืองถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง กองทัพเหลียวประสบความยากลำบากในการเข้าตีเมืองจึงล้มเลิกไปในที่สุด

สองปีต่อมาหยางเหยียนจาวทำความดีความชอบครั้งใหญ่ด้วยการซุ่มโจมตีกองทัพเหลียวที่กลางหุบเขา กองทัพเหลียวแตกยับ ตัวแม่ทัพถูกสังหาร ทำให้หยางเหยียนจาวได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นอีก

หลายปีต่อมา กองทัพเหลียวโจมตีราชวงศ์ซ่งครั้งใหญ่ แต่กลับเสียท่า ถูกกองทัพซ่งตีสกัดเอาไว้ได้ ราชสำนักเหลียวพยายามแก้สถานการณ์ด้วยการขอสงบศึก หยางเหยียนจาวรีบทูลซ่งเจินจงว่า ฝ่ายเหลียวกำลังเสียเปรียบ ทหารเหลียวกำลังเหนื่อยอ่อน ถ้าเข้าโจมตีครั้งนี้จะได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ซ่งเจินจงกลับปฏิเสธคำแนะนำของหยางเหยียนจาว และยอมสงบศึกกับฝ่ายเหลียว

ในสนธิสัญญาที่สองฝ่ายทำต่อกันปรากฏว่าฝ่ายซ่งกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะต้องส่งบรรณาการให้อาณาจักรเหลียวทุกปี แนวคิดสงบศึกลักษณะนี้จะเกิดซ้ำอีกหลายครั้งในสมัยซ่ง และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ราชวงศ์นี้พินาศในตอนท้ายเช่นกัน

หยางเหยียนจาวรับหน้าที่ดูแลชายแดนอีกนานหลายสิบปี ตัวเขาเป็นแม่ทัพที่รักเหล่าทหารไม่ต่างอะไรกับหยางเย่ บิดาผู้ล่วงลับ เมื่อได้รับของพระราชทานมา เขาจะแจกจ่ายให้กับพวกทหารอย่างสม่ำเสมอ หยางเหยียนจาวจากโลกนี้ไปเมื่ออายุได้ 56 ปี การตายของเขาทำให้เหล่าทหารและประชาชนเสียใจมาก

หยางเหวินก่วง

หยางเหวินก่วง

ในซีรีส์และงิ้วมักจะให้หยางเหวินก่วงเป็นบุตรชายของ หยางจงเป่า และมู่กุ้ยอิง สองตัวละครสมมติที่แต่งขึ้นมา และเป็นหลานชายของหยางเหยียนจาว แต่ในประวัติศาสตร์แล้ว เขาเป็นบุตรชายของหยางเหยียนจาว

เราไม่มีข้อมูลของหยางเหวินก่วงมากนัก นอกจากว่าเขาเป็นแม่ทัพยกไปปราบปรามดินแดนกว่างซีของชาวจ้วงทางตอนใต้ และทำหน้าที่ดูแลชายแดนจากภยันตรายที่มาจากอาณาจักรซีเซี่ย อาณาจักรที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของราชวงศ์ซ่ง

ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตได้ไม่นาน หยางเหวินก่วงเคยเสนอให้ซ่งเสินจง ฮ่องเต้ในขณะนั้นรุกรานอาณาจักรเหลียวเพื่อตีชิงดินแดนที่เสียไปกลับคืนมา น่าเสียดายที่แผนการดังกล่าวไม่เคยถูกนำไปใช้

หยางเหวินก่วงเป็นตระกูลหยางรุ่นสุดท้ายที่ได้รับการกล่าวถึงในฐานะแม่ทัพ หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลหยางอีกในหน้าประวัติศาสตร์

ตำนาน นิยายและงิ้ว

ด้วยความที่ตระกูลหยางเป็นที่ชื่นชอบในหมู่ประชาชนจีน เพราะความซื่อสัตย์ ไม่คอรัปชั่น และยึดมั่นในการต่อสู้กับศัตรูต่างชาติ ทำให้”ตำนาน” เกี่ยวกับตระกูลหยางเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งใต้แล้ว

ในสมัยราชวงศ์หยวนของชาวมองโกล ได้ปรากฏละครงิ้วที่เล่นเรื่องขุนศึกตระกูลหยางขึ้นมา พอในสมัยราชวงศ์หมิง นักเขียนหลายคนได้แต่งเรื่องราวของตระกูลหยางให้เป็นนิยายอยู่หลายเล่ม ไม่ต้องสงสัยว่าเรื่องที่ใช้ทำเป็นซีรีส์จึงมาจากนิยายเหล่านี้นี่เอง

ส่วนในสมัยราชวงศ์ชิง นิยายเกี่ยวกับขุนศึกตระกูลหยางเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีก และได้กลายเป็นละครงิ้วชื่อดังในปักกิ่งด้วย ปัจจุบันการแสดงละครงิ้วเรื่องตระกูลหยางก็ยังคงมีอยู่ในประเทศจีน เช่นเดียวกับละครซีรีส์

Sources:

  • History of Song

บทความการศึกษา

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!