ประวัติศาสตร์เหตุการณ์ที่ประตูเสวียนหวู่: ศึกชิงบัลลังก์ระหว่างพี่น้องราชวงศ์ถัง

เหตุการณ์ที่ประตูเสวียนหวู่: ศึกชิงบัลลังก์ระหว่างพี่น้องราชวงศ์ถัง

เหตุการณ์ที่ประตูเสวียนหวู่ (Xuanwu Gate Incident, 玄武门之变) เป็นการชิงอำนาจที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์จีน มันเคยถูกสร้างเป็นซีรีส์จีนครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะถ้าท่านเคยดูซีรีส์เก่าๆ หน่อยน่าจะจำได้

เรื่องนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ เรามาดูกันเลยดีกว่า

ถังเกาจู่

ปูมหลังการแย่งชิงอำนาจ

ถังเกาจู่ หรือ หลี่เยวียนเป็นปฐมจักรพรรดิพระองค์แรกของราชวงศ์ถัง เดิมทีหลี่เยียนเป็นเจ้าเมืองคนหนึ่งของราชวงศ์สุยในรัชกาลของสุยหยางตี้

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 7 เกิดการกบฏไปทั่วทุกหนแห่งเพราะว่าประชาชนทนไม่ไหวอีกต่อไปกับความฟุ่มเฟือยของราชสำนัก และความหน้าใหญ่ของสุยหยางตี้เองที่ส่งกองทัพไปตีโกคูรยอหลายต่อหลายครั้ง

ท้ายที่สุดหลี่เยวียนจึงเข้าร่วมการกบฏด้วย หลี่เยวียนรีบเข้าตีเมืองฉางอาน เมืองหลวงราชวงศ์สุยและจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอาณาจักรให้อยู่ในการครอบครองของตนได้อย่างรวดเร็ว

การครอบครองเมืองฉางอานทำให้หลี่เยวียนได้เปรียบขุนศึกกลุ่มอื่นๆ ในเวลาไม่กี่ปีหลี่เยวียนก็เป็นผู้ชนะในสงครามกลางเมือง เขาสถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ และสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้น

เมื่อหลี่เยวียนได้ราชสมบัตินั้น เขามีอายุเกือบห้าสิบปีแล้ว ทำให้ต้องแต่งตั้งรัชทายาทเตรียมไว้สืบบัลลังก์

ปัญหาสำคัญคือจะแต่งตั้งใครดี ตัวเลือกที่น่าสนใจมีอยู่สองคนได้แก่

หลี่เจี้ยนเฉิง บุตรชายคนโตที่เกิดกับมเหสีเอก ตามหลักการของขงจื้อแล้ว เขาเป็นรัชทายาทโดยชอบธรรม แต่ในช่วงสงครามกลางเมืองที่ผ่านมา หลี่เจี้ยนเฉิงทำหน้าที่ดูแลชายแดนทางภาคเหนือ ทำให้ไม่มีโอกาสสั่งสมบารมีเหมือนกับน้องชายคนอื่นๆ อย่างหลี่ซื่อหมิน

หลี่ซื่อหมิน บุตรชายคนรองที่เกิดกับมเหสีเอก หลี่ซื่อหมินผู้นี้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดทั้งบุ๋นและบู๊ ในสงครามกลางเมืองที่ผ่านมานั้น หลี่ซื่อหมินเป็นแม่ทัพคุมกองทัพไปเอาชนะศัตรูให้บิดาเกือบทั้งหมด ไม่มีใครสามารถเทียบความดีความชอบในการสถาปนาราชวงศ์ถังกับเขาได้ ทั้งขุนนางและแม่ทัพต่างชมชอบเขาเป็นจำนวนมาก บางคนพูดคุยกันอย่างลับๆ ว่าอยากให้หลี่ซื่อหมินเป็นรัชทายาท

จากความดีความชอบที่ผ่านมา ถังเกาจู่สถาปนาให้หลี่ซื่อหมินมียศศักดิ์เป็นถึงฉินหวาง และควบคุมดูแลกิจการทางพลเรือนและทหารทั้งหมดในบริเวณที่ราบกวนจง อิทธิพลของหลี่ซื่อหมินจึงยิ่งเพิ่มพูนขึ้นตามลำดับ

สำหรับบุตรชายคนที่สามอย่างหลี่หยวนจี๋นั้นไม่มีสติปัญญา บารมี และฐานะจะไปแข่งกับพี่ชายทั้งสองได้ เขาจึงสนับสนุนหลี่เจี้ยนเฉิง พี่ชายคนโต

ถังเกาจู่ได้ทำตามธรรมเนียมโบราณด้วยการสถาปนาหลี่เจี้ยนเฉิง บุตรชายคนโตเป็นรัชทายาท แต่การสถาปนารัชทายาทไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย

หลี่เจี้ยนเฉิงรู้สึกว่าหลี่ซื่อหมินกำลังสั่งสมบารมีเพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทจากการที่หลี่ซื่อหมินพยายามสรรหาพรรคพวกในราชสำนักและสั่งสมกำลังที่ลั่วหยาง หลังจากนั้นหลี่จื้อเฉิงจึงพยายามสร้างฐานกำลังของตนเองขึ้นมาบ้าง

ถังไท่จง หลี่ซื่อหมิน

เริ่มดุเดือด

ด้วยความที่หลี่ซื่อหมินมีหน้าที่บริหารจัดการดินแดนกวนจง ทำให้เขาไม่ได้อยู่ในเมืองฉางอานอันเป็นเมืองหลวงบ่อยนัก และหลี่เจี้ยนเฉิงยังให้พวกขุนนาง ขันทีและสนมในวังช่วยกัน “อวย” ตนเองต่อหน้าถังเกาจู่ด้วย เสียงสนับสนุนในฉางอานจึงเทไปทางหลี่เจี้ยนเฉิงอย่างชัดเจน

แผนการต่อมาของหลี่เจี้ยนเฉิงคือหาหนทางกำจัดผู้ช่วยและขุนนางที่สนับสนุนหลี่ซื่อหมินออกไปจากราชสำนัก เขาและหลี่หยวนจี๋ประสบความสำเร็จในการกำจัดผู้ช่วยสองคนของหลี่ซื่อหมินออกไปจากฉางอาน นอกจากนี้หลี่เจี้ยนเฉิงยังส่งคนไปทำร้ายแม่ทัพยีว์ฉื่อจิงเต๋อ แม่ทัพที่สนับสนุนหลี่ซื่อหมินอีกด้วย แต่ยีว์ฉื่อจิงเต๋อรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

ในปี ค.ศ.626 หลี่ซื่อหมินมั่นใจว่าพี่ชายและน้องชายของตนเองกำลังหาทางกำจัดตน หลังจากนั้นเขาก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่ก็ไม่วายเจอดีเข้าจนได้

หลี่ซื่อหมินได้รับเชิญไปยังวังของหลี่เจี้ยนเฉิง เมื่อหลี่ซื่อหมินกลับมาที่บ้านก็ปวดท้องอย่างหนัก แต่ยังโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก หลี่ซื่อหมินมองว่าพี่ชายพยายามจะเอาชีวิตตน และเริ่มเกรงกลัวว่าถูกฆ่าเข้าสักวัน

ถังเกาจู่สังเกตเห็นว่าพี่น้องกำลังขัดแย้งอย่างรุนแรงจึงเสนอหนทางว่าจะให้หลี่ซื่อหมินไปครองเมืองลั่วหยาง แต่หลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋ช่วยกันคัดค้าน เพราะว่าทั้งสองคิดว่าเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า

หลังจากนั้นหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋ก่อเหตุที่ชวนสงสัยว่าทำไปเพื่อสังหารหลี่ซื่อหมินอยู่หลายครั้ง พวกคนสนิทของหลี่ซื่อหมินจึงกังวลมาก และเสนอให้นายของตนจัดการกับหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋เสียก่อน ขณะเดียวกันเว่ยเจิง คนสนิทของหลี่เจี้ยนเฉิงก็เสนอให้นายของตนจัดการหลี่ซื่อหมินได้แล้ว

เรื่องดำเนินมาถึงปี ค.ศ.626 ปรากฏว่าพวกทูเจี๋ยรุกรานทางภาคเหนือ ทำให้ถังเกาจู่สั่งให้หลี่หยวนจี๋คุมกองกำลังที่อยู่ที่ภาคกลางไปปราบตามคำแนะนำของหลี่เจี้ยนเฉิง

หมากตานี้ของหลี่เจี้ยนเฉิงทำให้หลี่ซื่อหมินกลัวมาก เพราะกองกำลังกองนี้เป็นทหารที่สนับสนุนหลี่ซื่อหมิน ถ้าหลี่หยวนจี๋นำมันไปฉางอานแล้ว เขาจะไม่มีกองกำลังมาคุ้มกันตนเองอีก

หลี่ซื่อหมินเรียกพวกคนสนิทและที่ปรึกษาทั้งหลายมารวมกัน จางซุนหวู่จี้ยืนกรานว่าหลี่ซื่อหมินต้องลงมือกำจัดหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋ทันที ดังนั้นท้ายที่สุดทุกคนตกลงกันได้ว่าจะจัดการหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋เสียที่ประตูเสวียนหวู่โดยเร็วที่สุด

การต่อสู้ที่ประตูเสวียนหวู่

เย็นวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.626 หลี่ซื่อหมินยื่นฏีกาว่าหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋คบชู้กับนางใน ถังเกาจู่จึงสั่งให้หลี่ซื่อหมินมาเข้าเฝ้าในวันรุ่งขึ้นเพื่อสอบถามเรื่องราว

ข่าวดังกล่าวลอดไปเข้าหูพระสนมคนหนึ่งของถังเกาจู่ นางรีบแจ้งต่อหลี่เจี้ยนเฉิงให้ทราบความ เมื่อหลี่เจี้ยนเฉิงทราบจึงรีบมาปรึกษาหลี่หยวนจี๋ทันทีว่าจะทำอย่างไรกันดี หลี่หยวนจี๋เสนอว่าให้อ้างว่าป่วยไปก่อน และเตรียมทหารเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

หลี่เจี้ยนเฉิงกลับปฏฺิเสธ เขาบอกหลี่หยวนจี๋ว่าเขาต้องการเข้าวังตอนเช้าตรู่เพื่อแก้ข้อกล่าวหาต่อถังเกาจู่โดยเร็วที่สุด เช้าวันที่ 2 กรกฎาคม หลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋ต่างขี่ม้ามาถึงหน้าประตูเสวียนอู่ อันเป็นประตูเข้าสู่พระราชวังหลวง

สำหรับหลี่ซื่อหมินนั้น เขาสั่งให้ทหารแอบรอทั้งสองอยู่เป็นเวลานานแล้ว นายประตูเสวียนอู่เป็นนายทหารเก่าของเขาเอง ดังนั้นการซุ่มทหารจึงเป็นไปอย่างเรียบร้อย

เมื่อหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋มาถึงประตูเสวียนหวู่ ทหารของหลี่ซื่อหมินก็ห้อมล้อมเข้ามาจากทุกด้าน หลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋เห็นผิดท่าจึงรีบควบม้าหนี

หลี่ซื่อหมินไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไป เขาควบม้าตามทั้งสองไปทันที มือของหลี่ซื่อหมินคว้าคันธนูและหยิบลูกธนูขึ้นมาพาดสาย เขายิงมันไปที่หลี่เจี้ยนเฉิงในบัดดล

ลูกธนูดอกนั้นทะลุร่างกายของหลี่เจี้ยนเฉิง เขาสิ้นชีวิตลงในเสี้ยววินาทีนั้น แต่ยังเหลือหลี่หยวนจี๋อีกคนหนึ่ง

หลี่ซื่อหมินควบม้าไปกับยีว์ชื่อจิงเต๋อและพวกทหารเพื่อไล่ตามหลี่หยวนจี๋ ยีว์ชื่อจิงเต๋อยิงธนูไปโดนหลี่หยวนจี๋จนตกจากม้า หากแต่ว่าม้าหลี่ซื่อหมินกลับสะดุดต้นไม้ ทำให้หลี่ซื่อหมินตกจากหลังม้าเช่นเดียวกัน

หลี่หยวนจี๋เห็นเช่นนั้นจึงวิ่งเข้ามาและพยายามจะใช้คันธนูรัดคอหลี่ซื่อหมิน แต่ทว่ายีว์ชื่อจิงเต๋อตามมาทันทำให้หลี่หยวนจี๋วิ่งหนีไป ยีว์ชื่อจิงเต๋อไล่ตามหลี่หยวนจี๋ไปและสังหารเขาด้วยธนูได้สำเร็จ

ทหารของหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋พยายามจะบุกมาที่ประตูเสวียนหวู่เพื่อล้างแค้นแทนเจ้านาย การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรุนแรง จนกระทั่งยีว์ชื่อจิงเต๋อนำกำลังพร้อมกับศีรษะของทั้งสอง ทหารฝ่ายหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋จึงแตกกระจัดกระจายไปหมดสิ้น

ถังไท่จง

เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว ยีว์ชื่อจิงเต๋อจึงเข้าวังและทูลเรื่องทั้งหมดให้ถังเกาจู่ทราบ ถังเกาจู่ปรึกษาพวกขุนนางว่าจะทำอย่างไรดี พวกขุนนางที่อยู่ที่นั่นล้วนแต่เป็นคนสนิทของหลี่ซื่อหมิน ทำให้แต่ละคนทูลถังเกาจู่ว่า หลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋เป็นชู้กับพระสนม แถมยังก่อความวุ่นวายอีก การที่หลี่ซื่อหมินสังหารสองเจ้าชายก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว ถังเกาจู่จึงไม่ได้ว่าอะไรต่อไป

ไม่กี่วันต่อมา ถังเกาจู่สถาปนาให้หลี่ซื่อหมินเป็นรัชทายาท หลี่ซื่อหมินสั่งให้ถอดยศของหลี่เจี้ยนเฉิงและหลี่หยวนจี๋ ย้อนหลังและให้สังหารบุตรชายของทั้งสองด้วย แต่ไว้ชีวิตคนสนิทคนสำคัญของทั้งสองหลายคน เช่น เว่ยเจิงเป็นต้น

สองเดือนหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ประตูเสวียนหวู่ ถังเกาจู่สละราชสมบัติให้หลี่ซื่อหมินและไปดำรงตำแหน่งไท่ซ่างหวง หลี่ซื่อหมินจึงขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดินามว่า ถังไท่จง จักรพรรดิพระองค์ใหม่ให้บิดาของตนไปอยู่อย่างสุขสบาย จนกระทั่งหมดอายุขัยในปี ค.ศ.635

อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์ยุคใหม่บางคนที่ได้ศึกษาหลักฐานประวัติศาสตร์หลากหลายให้ความเห็นว่า หลี่ซื่อหมินน่าจะบิดเบือนประวัติศาสตร์บางส่วนอย่างจงใจเพื่อทำให้ตนเองดูดี

ดังนั้นเรื่องที่ผมเล่ามาด้านบนอาจจะเป็นความจริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ความจริงเป็นอย่างไรเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถบอกได้

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!