ประวัติศาสตร์จีนจ้านกว๋อซิ่นหลิงจวินหวนกลับแคว้น ตีกองทัพฉินแตกเป็นคำรบสอง

ซิ่นหลิงจวินหวนกลับแคว้น ตีกองทัพฉินแตกเป็นคำรบสอง

หลายปีต่อมาหลังจากซิ่นหลิงจวินตีกองทัพฉินแตก แคว้นฉินก็รุกรานหกแคว้นตะวันออกอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้แคว้นฉินยกเข้าประชิดเมืองหลวงต้าเหลียงของแคว้นเว่ย

สถานการณ์ของแคว้นเว่ยจึงคับขันยิ่งนัก เว่ยหวางไม่รู้จะทำอย่างไรดี  บรรดาขุนนางต่างเงียบงันไปทั้งหมดทั้งท้องพระโรงเช่นกัน

ตราสัญลักษณ์ของแม่ทัพที่ใช้ควบคุมอำนาจทางทหารในยุคจ้านกว๋อ By Antolavoasio – Own work, CC BY-SA 4.0,

ซิ่นหลิงจวินกลับแคว้น

หลังจากประชุมทั้งวัน เว่ยหวางกลับมาประทับอยู่กับพระสนมหรูจี เว่ยหวางเล่าเรื่องทั้งหมดให้นางฟัง หรูจีกล่าวว่า

ทูลต้าหวาง ต้าหวางทรงลืมเลือนไปแล้วหรืออย่างไร องค์ชายเว่ยอู๋จี้ซิ่นหลิงจวินอยู่ที่แคว้นจ้าว ไยพระองค์ไม่ให้ผู้ใดนำหมายบอกไปให้เขานำกองทัพจ้าวมาช่วยแคว้นเราเล่า

เว่ยหวางตอบว่า

ข้ากับซิ่นหลิงจวินบาดหมางกันมาตั้งแต่ เขาขโมยตราอาญาสิทธิ์และสังหารจิ้นพี่ แล้วนำทัพไปช่วยแคว้นจ้าว เหตุไฉนเขาจะยอมกลับมาช่วยข้าให้รอดพ้นภัย

พระสนมหรูจีกล่าวว่า

ทูลต้าหวาง ซิ่นหลิงจวินเป็นชาวเว่ย เกิดในแคว้นเว่ย มิหนำซ้ำยังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์แคว้นเว่ย แต่ไหนแต่ไรมาเขาเป็นคนมีคุณธรรม เขาจะยอมให้ศาลบุรพกษัตริยาธิราชพินาศไปด้วยน้ำมือของกองทัพฉินไปได้อย่างไร หม่อมฉันขอให้ต้าหวางทรงส่งคนไปแคว้นจ้าวให้ไปพบกับซิ่นหลิงจวิน ขอให้เขานำกองทัพจ้าวมาช่วยแคว้นเว่ย อนึ่งจ้าวหวางไม่น่าจะทรงปฎิเสธ เพราะครั้งก่อนกองทัพเว่ยเราก็ช่วยเหลือพระองค์มาแล้ว

เว่ยหวางตัดสินใจว่าจะลองดู เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเช่นกัน

ทูตของเว่ยหวางนำสาส์นของเว่ยหวางมามอบให้ซิ่นหลิงจวินที่แคว้นจ้าว จดหมายมีความว่า

ข้าเว่ยหวาง พระเชษฐาของท่านเอง ข้าได้สำนึกผิดแล้วในเรื่องคราวก่อนที่ขัดเคืองที่ไม่ให้ท่านไปช่วยแคว้นจ้าว บัดนี้แคว้นเว่ยมีภัยคับขัน กองทัพฉินบุกมาประชิดมาเมืองต้าเหลียงแล้ว สิบกว่าปีก่อนท่านไม่อาจแลเห็นแคว้นจ้าวล่มสลาย แล้วบัดนี้ท่านจะยินยอมเห็นแคว้นเว่ยย่อยยับเพราะกองทัพฉินกระนั้นหรือ ข้าขอให้ท่านลืมความขัดเคืองครั้งเก่าก่อน และทูลขอจ้าวหวางให้นำกองทัพมาช่วยแคว้นเว่ยด้วยเถิด

หากแต่ว่าก่อนที่ซิ่นหลิงจวินจะอ่านจดหมายนั้น เขาได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเว่ยหวางจะต้องส่งทูตมาหาตนเองอย่างแน่นอน ในใจของซิ่นหลิงจวินยังคงโกรธเคืองเว่ยหวางอยู่ เขาจึงกล่าวกับบรรดาแขกว่า

เว่ยหวางจำเป็นจะต้องเรียกใช้ข้า หาใช่สำนึกผิดด้วยพระองค์เองไม่ ข้ามิต้องการไปช่วยแคว้นเว่ย

ซิ่นหลิงจวินจึงเดินออกมากล่าวกับทูตแคว้นเว่ยว่า

ข้าได้ทิ้งแคว้นเว่ยมาสิบกว่าปีแล้ว บัดนี้ข้าได้เป็นชาวจ้าวเห็นแคว้นจ้าวเป็นบ้านของข้า ข้าไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับแคว้นเว่ยอีกต่อไป ข้าจึงหาต้องการไปช่วยแคว้นเว่ยไม่

ไม่ว่าทูตจะรบเร้าอย่างไร ซิ่นหลิงจวินยืนกรานว่าจะไม่ไปช่วยแคว้นเว่ยท่าเดียว ครึ่งเดือนผ่านไป ทูตแคว้นเว่ยจึงไปรบเร้าให้บรรดาแขกช่วยไปเกลี้ยกล่อมซิ่นหลิงจวิน

เซียกง แขกชั้นสูงของซิ่นหลิงจวินจึงกล่าวว่า

ข้าได้ยินว่าองค์ชายจะขอกองทัพจ้าวไปช่วยแคว้นเว่ยมิใช่หรือ เหตุใดจึงนั่งอยู่ที่นี่ไม่รีบเข้าวังหลวง ทูลขอกองทัพจากจ้าวหวางเล่า

ซิ่นหลิงจวินนั่งอยู่จึงกล่าวตอบว่า

ท่านแขกได้ยินผิดไปแล้ว ข้าไม่มีความตั้งใจจะไปช่วยแคว้นเว่ยเลยแม้แต่น้อย อย่างที่ข้าได้เคยบอกพวกท่านไปแล้วว่า ข้าอยู่แคว้นจ้าวมาสิบกว่าปี บัดนี้เป็นคนแคว้นจ้าวแล้ว ไม่คิดจะกลับแคว้นเว่ยอีก

เซียกงจึงกล่าวว่า

องค์ชายทรงกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงแม้องค์ชายจะทรงอยู่ในแคว้นจ้าวมาสิบกว่าปี แต่แคว้นเว่ยเป็นถิ่นกำเนิดขององค์ชาย บรรพบุรุษขององค์ชายมาจากแคว้นเว่ย ศาลและฮวงซุ้ยอยู่ที่แคว้นเว่ยทั้งสิ้นทั้งปวง องค์ชายจะยินยอมให้รากเหง้าขององค์ชายถูกกองทัพฉินทำลายจนป่นปี้กระนั้นหรืออย่างไร เกิดเป็นชายต้องกตัญญูต่อแผ่นดิน ถ้าดินแดนของบรรพบุรุษถูกกองทัพฉินทำลายสิ้น องค์ชายจะทรงพำนักอย่างทรนงในแคว้นจ้าวได้อย่างไร ข้าขอให้องค์ชายนำกองทัพจ้าวไปช่วยแคว้นเว่ยเถิด

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียกงนั้น ซิ่นหลิงจวินรีบยืนขึ้นทันที และกล่าวกับเซียกงว่า

อู๋จี้ได้ฟังวาจาของท่านแขกแล้วสำนึกตัวแล้ว อู๋จี้กระทำผิดเพราะเห็นความขัดเคืองส่วนตัวสำคัญมากกว่าแผ่นดินของบรรพบุรุษ อู๋จี้ขอเชื่อฟังวาจาท่าน

ซิ่นหลิงจวินจึงใส่ชุดขุนนางรีบเข้าวังจ้าว เขาเข้ากราบบังคมทูลจ้าวหวางขอกองทัพไปช่วยแคว้ยเว่ย

ทูลต้าหวาง ข้าพระองค์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอาศัยอย่างสุขสบายในแว่นแคว้นของพระองค์มานานสิบกว่าปี บัดนี้แคว้นเว่ย ที่เป็นแคว้นบรรพบุรุษของข้าพระองค์มีภัยจากกองทัพฉิน ข้าพระองค์ขอให้ต้าหวางพระราชทานกองทัพสักกองหนึ่งให้ข้าพระองค์เพื่อช่วยเหลือแคว้นเว่ย และเทิดทูนพระบารมีของพระองค์ด้วยเถิด

จ้าวเซี่ยวเฉิงหวางเดินมาจับแขนของซิ่นหลิงจวิน แล้วกล่าวด้วยน้ำตาไหลนองว่า

ตั้งแต่ข้าเสียกองทัพสี่สิบหมื่นที่ด่านฉางผิง ข้าได้พึ่งพาอาศัยองค์ชายปกป้องแว่นแคว้นของข้าดุจดั่งกำแพงยาว บัดนี้องค์ชายจะลาจากแคว้นข้าไป ข้าจะพึ่งพาผู้ใดได้อีก

ซิ่นหลิงจวินทูลจ้าวหวางว่า

ข้าพระองค์มิอาจจะทนเห็นกองทัพฉินย่ำยีดินแดนของบรรพบุรุษได้จึงต้องกลับไปช่วยเหลือ ขอต้าหวางทรงโปรดอนุญาตในคำขอของข้าพระองค์ด้วย

จ้าวหวางเห็นซิ่นหลิงจวินแน่วแน่เช่นนั้นจึงกล่าวกับเขาว่า

ครั้งก่อนแคว้นจ้าวเรามีภัย องค์ชายมีเมตตานำกองทัพมาช่วยเหลือแคว้นข้า บัดนี้ข้าขอแต่งตั้งให้องค์ชายเป็นแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าว นำทหารมีฝีมือยกไปช่วยแคว้นเว่ยเถิด

ซิ่นหลิงจวินจึงก้มลงถวายบังคมจ้าวหวาง หลังจากนั้นจ้าวหวางนำตราแม่ทัพใหญ่มาให้แก่ซิ่นหลิงจวิน และมอบทหารทั้งหมดหนึ่งแสนคน โดยมีแม่ทัพผังน่วนเป็นรองแม่ทัพยกไปช่วยแคว้นเว่ย

สงครามที่เหอไหว้

สิบกว่าปีที่ผ่านมา ซิ่นหลิงจวินได้สานสัมพันธไมตรีไปยังแคว้นต่างๆ เขาจึงให้แขกไปขอกองทัพอีกสามแคว้น ซิ่นหลิงจวินจึงได้กองทัพจากแคว้นฉู่ หาน และเยียนมาสมทบแล้วจึงยกไปแคว้นเว่ยเพื่อต่อสู้กับกองทัพฉิน

เมื่อเว่ยหวางได้ทราบว่ากองทัพสนับสนุนยกมาแล้ว เขาจึงสั่งให้ทหารเว่ยทั้งแคว้นยกไปรวมกับกองทัพของซิ่นหลิงจวิน และอยู่ในการควบคุมของซิ่นหลิงจวินทั้งหมด

กองทัพพันธมิตรนำโดยซิ่นหลิงจวินมาถึงแคว้นเว่ยภายในเวลาไม่นานนัก ซิ่นหลิงจวินสั่งให้กองทัพทั้งหมดเตรียมตัวเข้าโจมตีกองทัพฉินทันที

เมิ่งเอ้า แม่ทัพฝ่ายฉินนำกำลังทหารล้อมเมืองต้าเหลียงของแคว้นเว่ยเอาไว้อย่างหนาแน่น ในขณะที่หวางเหอก็ล้อมเมืองหัวโจวของแคว้นเว่ย ทำหน้าที่เป็นหน้าด่านของกองทัพหลวง

ซิ่นหลิงจวินสั่งให้ทหารสี่แคว้นแยกกันไปคนละด้าน ส่วนกองทัพจ้าวที่ตนเองนำมานั้นให้เข้าโจมตีเรือเสบียงที่แม่น้ำหวงเหอเสียก่อน ส่วนกองทัพเว่ยกับกองทัพฉู่ให้ยกไปโจมตีกองทัพหลวงของเมิ่งเอ้าที่เมืองต้าเหลียง

ทหารสอดแนมฝ่ายฉินรีบนำข่าวไปบอกหวางเหอแม่ทัพแคว้นฉินทันที เมื่อได้ยินข่าว หวางเหอตกใจยิ่งนักจึงรีบนำทหารหลายหมื่นคนออกไปป้องกันเรือเสบียง

เมื่อหวางเหอออกมาจากค่ายเท่านั้น หวางเหอพบกองทัพเยียนมาดักรออยู่แล้ว กองทัพทั้งสองเข้าต่อสู้กันที่ช่องเขาหน้าค่าย ระหว่างนั้นกองทัพหานก็ยกมาถึงจึงเข้าช่วยเหลือกองทัพเยียนต่อสู้กับกองทัพฉิน

หวางเหอตกใจที่เห็นกองทัพหานยกมาสนับสนุน เขาจึงสั่งให้ทหารฉินทุกคนสู้ตาย ทั้งสองฝ่ายจึงฆ่าฟันกันชุลมุนไปทั่วในบริเวณช่องเขานั้นจากเช้าจนพลบค่ำ

ซิ่นหลิงจวินเห็นสมรภูมิทั้งหมดอยู่โดยตลอด เขารอจนกระทั่งกองทัพฉินเหนื่อยล้าและไม่ระวังตัว เมื่อสมควรแก่เวลาแล้ว ซิ่นหลิงจวินจึงสั่งให้ทหารตีฆ้องนำทหารจ้าวสามหมื่นคน เข้าตีกระหนาบด้านหลังทันที ซิ่นหลิงจวินตวาดว่า

ข้าเว่ยอู๋จี้ รับพระบรมราชโองการจากจ้าวหวางให้นำกองทัพมาช่วยแคว้นเว่ย แม่ทัพแคว้นฉินอยู่ที่ใดจงมาสวามิภักดิ์โดยเร็ว อย่าให้ศาสตราวุธจากทหารข้าต้องเปี้อนเลือด

กองทัพฉินแต่ไหนแต่ไรมาได้ยินชื่อเสียงของซิ่นหลิงจวิน ทหารทุกนายเกิดเกรงกลัว ต่างคนต่างทิ้งอาวุธหนีไปหมด หวางเหอไม่สามารถจะหยุดได้ กองทัพเยียน จ้าว หานฉวยโอกาสฆ่าฟันทหารฉินล้มตายเกลื่อนกลาดถึงห้าหมื่นกว่าคน ส่วนกองทัพจ้าวอีกกองได้เข้าตีค่ายทหารฉินที่รักษาเรือเสบียงแตกยับ ยึดเรือเสบียงได้ทั้งหมด

อีกด้านหนึ่งนั้น  เมิ่งเอ้าทราบว่ากองทัพหลวงของซิ่นหลิงจวินเข้าประชิดกองทัพของหวางเหอจึงคิดจะยกไปช่วย เมิ่งเอ้าสั่งให้ทหารที่ชราและอ่อนแออยู่ในค่ายคอยป้องกันกองทัพเว่ยกับฉู่ไว้ ส่วนตนเองนำกองทัพหลักยกไปช่วยเมืองหัวโจว

เมื่อเมิ่งเอ้าเดินทางมาใกล้เมืองนั้นก็เข้าปะทะกับกองทัพหลวงของซิ่นหลิงจวิน ซิ่นหลิงจวินนำหน้าทหารออกปะทะกับเมิ่งเอ้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างรุนแรงอยู่หลายวันแต่ยังไม่ปรากฏผลแพ้ชนะ

จนกระทั่งผ่านไปไม่กี่วัน เมิ่งเอ้าและกองทัพฉินต่างตกตะลึง เพราะทหารฉู่และทหารเว่ยทั้งกองทัพอยู่ด้านหลังตน

อันที่จริงเมื่อกองทัพหลวงของเมิ่งเอ้าออกจากค่ายไปนั้น แม่ทัพเว่ยกับแม่ทัพฉู่มองออกว่าทหารที่อยู่ในค่ายของเมิ่งเอ้าล้วนแต่อ่อนแอ ทั้งสองจึงเข้าตีค่ายของเมิ่งเอ้าจนแตกพ่ายไป แล้วนำกำลังทหารมาช่วยเหลือซิ่นหลิงจวิน

เมิ่งอ้าวต่อสู้อย่างกล้าหาญในสมรภูมิ หากแต่ว่ากองทัพพันธมิตรเข้มแข็งมาก และเมิ่งเอ้ายังถูกตีกระหนาบจากทั้งสองข้างด้วย เขาจึงไม่สามารถจะต้านทานได้ ได้แต่สั่งให้ทหารล่าทัพกลับไปแคว้นฉิน

ซิ่นหลิงจวินไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไป เขาจึงสั่งกองทัพพันธมิตรไล่ติดตามไป ทหารฉินล้มตายลงคนแล้วคนเล่าระหว่างที่ถอยกลับไปทางทิศตะวันตกไปสู่ด่านหานกู่

กองทัพพันธมิตรยกมาถึงด่านหานกู่ แต่กองทัพฉินในด่านกลับไม่ออกมาสู้รบเลย จนเวลาผ่านไปเดือนหนึ่ง กองทัพพันธมิตรจึงยกทัพกลับแคว้น เท่ากับว่าซิ่นหลิงจวินช่วยเหลือแคว้นเว่ยได้สำเร็จ สงครามครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของซิ่นหลิงจวินนั้นดังระบือไปทั่วแผ่นดิน

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมกองทัพพันธมิตรไม่เข้าตีด่านหานกู่ให้รู้แล้วรู้รอดเสียเลย

คำตอบที่แท้จริงคงไม่มีผู้ใดทราบ แต่นักประวัติศาสตร์กล่าวว่าเพราะตัวภูมิประเทศของด่านหานกู่เป็นช่องแคบมีแนวเขาสูงชันรอบๆ ถ้าเรานั่งรถไปจากลั่วหยางไปซีอาน จะเห็นว่าข้างทางนั้นเป็นภูเขาสูง ตัวด่านป้องกันช่องทางเดียวจากตะวันออกที่จะเข้าสู่เสียนหยางเมืองหลวงของแคว้นฉินไว้ทั้งหมด

เพราะสาเหตุเหล่านี้ฝ่ายฉินที่เป็นฝ่ายตั้งรับจึงได้เปรียบ เพราะจำนวนที่มากกว่าของกองทัพห้าแคว้นไม่สามารถทำอะไรได้ แม้กระทั่งแม่ทัพของห้าแคว้นจะเป็นซิ่นหลิงจวินก็ตาม

บั้นปลายของซิ่นหลิงจวิน

หลังจากได้รับชัยชนะ ซิ่นหลิงจวินเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นเว่ย เว่ยหวางสวมกอดน้องชายต่างมารดาที่ไม่ได้พบกันสิบกว่าปีด้วยความรักใคร่ แล้วจึงแต่งตั้งให้เป็นสมุหนายกอยู่แคว้นเว่ย

ซิ่นหลิงจวินยินดีรับตำแหน่งดังกล่าว เขาจึงอยู่ที่แคว้นเว่ยต่อไป ขณะที่ผังน่วนนำกองทัพจ้าวกลับไปแคว้นของตน

ระหว่างที่ซิ่นหลิงจวินอยู่ที่แคว้นเว่ย เขาได้เขียนตำราพิชัยสงครามขึ้นมาเล่มหนึ่งชื่อ ตำราพิชัยสงครามของกงจื่อแคว้นเว่ย ตำราพิชัยสงครามเล่มนี้มีชื่อเสียงมากในยุคจ้านกว๋อ

หากแต่ความสัมพันธ์ของเว่ยหวางกับซิ่นหลิงจวินกลับไม่ราบรื่นนัก เพราะตัวเว่ยหวางทราบดีถึงชื่อเสียง และสติปัญญาของซิ่นหลิงจวิน ในใจเว่ยหวางจึงระแวงซิ่นหลิงจวินไม่น้อย

ขณะนั้นเองฉินจวงเซียงหวางที่อยู่ที่แคว้นฉินคิดว่าถ้าซิ่นหลิงจวินยังมีอำนาจในแคว้นเว่ย แคว้นฉินไม่มีทางจะรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งได้ เมื่อแคว้นฉินไม่มีสามารถเอาชนะซิ่นหลิงจวินได้ในการสัประยุทธ์ ฉินหวางจึงหันกลับไปใช้วิธีทางเดิม นั่นคือการใช้จารชน

ฉินหวางแสร้งปล่อยตัวรัชทายาทแคว้นเว่ยกลับไปที่แคว้นเว่ย แต่ติดสินบนคนสนิทของรัชทายาทแคว้นเว่ยให้ไปพูดให้ร้ายซิ่นหลิงจวินต่อเจ้านายบ่อยๆ ภายในเวลาไม่นานรัชทายาทก็ตกในกลลวงอย่างง่ายดายตามที่ฉินหวางคาดไว้

เมื่อกลับถึงแคว้นเว่ย องค์รัชทายาทนำความดังกล่าวไปกราบทูลเว่ยหวาง เว่ยหวางทราบเรื่องทั้งหมดก็ยิ่งระแวงแต่ยังไม่ทำอะไร เพราะคนรักซิ่นหลิงจวินมีทั่วทั้งแผ่นดิน

ซิ่นหลิงจวินได้รับทราบข่าวลือว่าตนเองจะชิงราชสมบัติเช่นกัน เขาจึงเข้าเฝ้าเว่ยหวางและทูลว่า

ข้าพระองค์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นสมุหนายกแคว้นเว่ย แต่บัดนี้ข้าพระองค์ป่วยไข้ ประกอบกับมีข่าวลือในราชสำนักว่าข้าพระองค์จะก่อกบฏชิงราชบัลลังก์ ข้าพระองค์ขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองด้วยการลาออกจากตำแหน่งสมุหนายก

เว่ยหวางรับตราของซิ่นหลิงจวินไว้ และปล่อยซิ่นหลิงจวินไป

หลังจากนั้นซิ่นหลิงจวินหมดอาลัยตายอยาก ไม่ต้องการรับราชการอีกต่อไป เขากลับมาสังสรรค์กับบรรดาแขกบ้าน ดื่มสุราเคล้านารีทุกวัน อยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิต บ้างว่าเพราะซิ่นหลิงจวินดื่มเหล้ามากเกินไป

เมื่อซิ่นหลิงจวินเสียชีวิตนั้น บรรดาราษฎรแคว้นเว่ยและแคว้นอื่นๆที่ชื่นชอบในตัวเขาต่างแสดงความอาลัยกันแทบจะทั้งแผ่นดินจีน มีแต่เพียงเว่ยหวางเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงท่าทีเสียใจแต่อย่างใด

ซิ่นหลิงจวินได้กลายเป็นตัวอย่างในประวัติศาสตร์จีนของแม่ทัพที่เลือกจะขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาในสถานการณ์ที่จำเป็น เพื่อนำชัยชนะบั้นปลายมาสู่กองทัพ

การสูญเสียซิ่นหลิงจวินเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงของหกแคว้นตะวันออก เพราะซิ่นหลิงจวินเป็นเหมือนปราการสำคัญที่ป้องกันไม่ให้หกแคว้นถูกเขมือบโดยกองทัพฉิน งานของฉินหวางเจิ้ง ฉินหวางคนใหม่ที่เพิ่งครองราชย์จึงง่ายขึ้นมาก

Sources

  • Sima Qian, Records of The Grand Historian
  • วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์, เลียดก๊ก เล่ม 3

บทความประวัติศาสตร์

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!