ฌ้อปาอ๋อง (6): ปล่อยเสือเข้าป่าและสังหารจักรพรรดิ

ตอนที่ 1 อยู่ที่นี่

เมื่อราชสำนักฉินล่มสลายไปแล้วด้วยน้ำมือเซี่ยงอวี่ แผ่นดินจีนจำต้องมีจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นปกครองแผ่นดิน เซี่ยงอวี่จึงยกฉู่ไหวหวางขึ้นเป็นจักรพรรดินามว่า ฉู่ยี่ตี้ ส่วนตัวเซี่ยงอวี่ก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นซีฉู่ป้าหวาง (หรือที่ภาษาถิ่นเรียกเพี้ยนไปว่า ฌ้อปาอ๋อง) พร้อมกับสถาปนาหวาง (กษัตริย์) ขึ้น 18 คน เพื่อปกครองดินแดนต่างๆ

คำถามสำคัญคือ หลิวปัง ผู้ปรับสำคัญของเซี่ยงอวี่ที่เข้าเมืองหลวงของราชวงศ์ฉินได้ก่อนก็เป็น 1 ใน 18 คนนี้ด้วย และต้องได้รับการสถาปนาให้ปกครองดินแดน ตามความดีความชอบที่ฉู่ยี่ตี้ (ฉู่ไหวหวาง) ได้ลั่นวาจาไว้ ฉู่ยี่ตี้เองก็ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าตัวพระองค์ต้องรักษาสัญญา เซี่ยงอวี่จึงไม่อาจขัดคำสั่งได้

จากพันธะสัญญาเดิมของฉู่ไหวหวาง หลิวปังต้องได้เป็นหวางแห่งกวนจง อันเป็นดินแดนเดิมของราชวงศ์ฉิน แต่เซี่ยงอวี่ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

จริงอยู่ว่าเซี่ยงอวี่ไม่ต้องการอยู่ที่กวนจงและต้องการกลับดินแดนฉู่ แต่ก็ไม่อยากให้ดินแดนกวนจงกับหลิวปัง เพราะเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ ชัยภูมิดีเยี่ยม เสียนหยางเองก็เป็นเมืองที่เข้าตียาก ป้องกันง่าย ถ้าหลิวปังได้ไปจะเป็นเสือติดปีก

ระบบขลประทานตู้เจียงเยี่ยนที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยแคว้นฉิน ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ By The original uploader was Huowax at Chinese Wikipedia. – Transferred from zh.wikipedia to Commons., CC BY-SA 3.0,

คำถามสำคัญคือจะส่งเขาไปอยู่ที่ใดดี?

ปล่อยเสือเข้าป่า

เซี่ยงอวี่กลัดกลุ้มจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาเรียกฟ่านเจิงมาปรึกษา

ฟ่านเจิงจึงเสนอให้เซี่ยงอวี่ส่งหลิวปังไปเป็นหวางหรือกษัตริย์แห่งดินแดนปาสู่ (ปัจจุบันคือมณฑลเสฉวน) ดินแดนแห่งนี้ทุรกันดารมาก เส้นทางเข้าออกมีเส้นทางเดียวซึ่งมีแต่ภูเขาสูงชัน ทำให้เข้าง่ายออกยาก แคว้นฉินจึงใช้เป็นสถานที่เนรเทศนักโทษมานานหลายร้อยปี นอกจากนี้ดินแดนสู่ยังมีเมืองขึ้นถึงสี่สิบกว่าเมือง มากกว่าแว่นแคว้นอื่นๆ ถ้าส่งหลิวปังไปอยู่ที่นี่เท่ากับว่าได้ตอบแทนความดีความชอบอันเหนือกว่าผู้อื่นของหลิวปังแล้ว

ส่วนดินแดนกวนจงนั้น ฟ่านเจิงเสนอให้จางหาน ซือหม่าซิน และต่งอี้สามคนเป็นหวาง และตัดแบ่งดินแดนกวนจงเป็นสามส่วน พร้อมทั้งให้เซี่ยงอวี่กำชับทั้งสามให้คอยป้องกันดูแลปากทางไว้ให้ดี เพราะถ้าหลิวปังจะยกทัพมาตีดินแดนตะวันออกก็ต้องผ่านทางนี้ก่อน

แผนของฟ่านเจิงดูเหมือนจะสมบูรณ์มาก เซี่ยงอวี่ได้ฟังก็เห็นด้วย เขาจัดการตั้งหลิวปังเป็นหวาง และเตรียมส่งหลิวปังไปปกครองดินแดนแถบนี้

ฝ่ายหลิวปังได้ทราบเรื่องก็โมโหอย่างมาก เขาและพวกทหารเตรียมจะไปต่อว่าและสู้ให้ตายไปข้างหนึ่งกับเซี่ยงอวี่ เซียวเหอและจางเหลียงเห็นเข้าต่างรีบเข้ามาขัดขวางทันที จางเหลียงกล่าวกับหลิวปังว่า

ปาสู่มีดินแดนและเมืองขึ้นมาก ฝ่ายเราสามารถรวมรวมกำลังและเสบียงอาหารกลับมาตีดินแดนกวนจงในภายหลังได้ ทางเข้าออกปาสู่เล่าก็กันดาร เซี่ยงอวี่มีทหารสักร้อยหมื่นก็ยกไปทำอันตรายไม่ได้ ถ้าท่านมัวแต่รวนเรอยู่ที่กวนจง ข้าพเจ้าเห็นว่าอีกไม่นานคงตายด้วยกลอุบายของฟ่านเจิง

อย่างไรก็ตาม จางเหลียงเสนอหลิวปังให้ขอความช่วยเหลือจากเซี่ยงป๋อเพื่อให้ได้ดินแดนเมืองฮั่นจงเพิ่มมาอีกสักหน่อยหนึ่ง เซี่ยงป๋อจึงไปพูดเกลี้ยกล่อมเซี่ยงอวี่ตามที่จางเหลียงว่า เซี่ยงอวี่ไม่ได้ระวังสงสัยจึงเพิ่มดินแดนดังกล่าวให้หลิวปังด้วย พร้อมทั้งสถาปนาหลิวปังเป็นฮั่นหวาง

หลิวปังและทหารรีบออกเดินทางไปยังดินแดนปาสู่ทันที เพราะเกรงว่าเซี่ยงอวี่จะเปลี่ยนใจ

แม่น้ำเปาเหอ ในฮั่นจง

ในเวลานั้นฟ่านเจิงก็รู้สึกได้ว่าตนเองทำพลาดแล้วที่ปล่อยเสือเข้าป่า เขาพยายามขอให้เซี่ยงอวี่เปลี่ยนแปลงคำสั่งแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะว่าคำสั่งได้ถูกส่งออกไปแล้ว หลิวปังเองก็เดินทางไปแล้วด้วย

หลังจากที่หลิวปังและทหารเข้าไปในเขตดินแดนปาสู่แล้ว จางเหลียงได้สั่งให้เผาสะพานที่ใช้เป็นเส้นทางเดินทัพทั้งหมด เพื่อที่จะลวงเซี่ยงอวี่ว่าจะไม่คิดยกทัพกลับมาอีก อีกอย่างหนึ่งก็เพื่อให้พวกทหารไม่คิดหนีทัพกลับมาดินแดนตะวันออก

เมื่อหลิวปังมาถึงดินแดนปาสู่แล้วก็พบว่าไม่แย่อย่างที่คิด เพราะถ้าผ่านยอดเขาสูงชันที่เป็นป้อมปราการมาได้แล้ว ดินแดนแห่งนี้อุดมสมบูรณ์มาก ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อดินแดนปาสู่เลย ระบบชลประทานอย่างเช่น ระบบชลประทานตู้เจียงเยี่ยนที่แคว้นฉินสร้างเอาไว้ยังอยู่อย่างสมบูรณ์ หลิวปังจึงเริ่มการเก็บสะสมเสบียงและฝึกทหารในดินแดนแห่งนี้เพื่อรอวันเวลาที่จะไปตีชิงดินแดนกวนจงกลับคืนมา

เซี่ยงอวี่ฆ่าฉู่ยี่ตี้

ขณะนั้นเซี่ยงอวี่ที่ได้ขึ้นเป็นซีฉู่ป้าหวางปรารถนาจะไปตั้งเมืองหลวงของตนเองที่เมืองเผิงเฉิง แต่ทว่าเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ประทับของฉู่ยี่ตี้ เซี่ยงอวี่จึงต้องการให้ฉู่ยี่ตี้ไปอยู่ที่อื่น ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจบังคับฉู่ยี่ตี้ไปอยู่ที่เมืองเฉิน

ฉู่ยี่ตี้อ้างว่าป่วย และไม่ยินยอมเดินทางไป เซี่ยงอวี่กลับยืนกรานให้ฉู่ยี่ตี้เดินทางออกจากเผิงเฉิง ฉู่ยี่ตี้ขัดเซี่ยงอวี่ไม่ได้ พระองค์จึงต้องออกจากเผิงเฉิงไปโดยดี เหล่าราษฎรในเมืองเผิงเฉิงต่างรวมตัวกันมาส่งฉู่ยี่ตี้ ทุกคนต่างทูลว่าเมื่อฉู่ยี่ตี้อยู่ที่นี่ บ้านเมืองอยู่เป็นสุข แล้วทำไมพระองค์ต้องเดินทางออกจากเมืองไป

ด้วยความอาลัย ฉู่ยี่ตี้ไม่อาจจะตรัสสิ่งใดออกมาได้ พระองค์เสด็จออกจากเมืองไปอย่างเงียบๆ

ฉู่ยี่ตี้เดินทางไปเมืองเฉินทางเรือ การเดินทางของฉู่ยี่ตี้ราบรื่นดี จนกระทั่งใกล้ถึงเมืองอันเป็นเป้าหมาย

ระหว่างที่ฉู่ยี่ตี้กำลังเดินทางมาถึงเมืองเฉิน เซี่ยงอวี่ตัดสินใจให้กำจัดฉู่ยี่ตี้เสีย เขาให้ยิงปู้นำทหารจำนวนหนึ่งนำเรือไปสังหารฉู่ยี่ตี้ ดังนั้นเมื่อขบวนของฉู่ยี่ตี้ใกล้ถึงเมืองเฉิน ยิงปู้จึงนำทหารเข้าสกัดไว้และบุกขึ้นไปบนเรือ

ทหารของยิงปู้ฆ่าฟันข้าราชบริพารของฉู่ยี่ตี้มากมาย ไม่ปรากฏชัดว่าฉู่ยี่ตี้สวรรคตอย่างไร บ้างว่าทหารของยิงปู้สังหารพระองค์เสีย หรือบ้างว่าฉู่ยี่ตี้ตัดสินพระทัยโดดลงแม่น้ำปลงพระชนม์พระองค์เอง

พระศพของฉู่ยี่ตี้ลอยไปถึงฝั่งแม่น้ำ พวกชาวเมืองเฉินเก็บพระศพได้จึงนำร่างของฉู่ยี่ตี้ไปฝังไว้อย่างเงียบๆ แถวนั้น

การปลงพระชนม์ฉู่ยี่ตี้ทำให้ปวงชนทั้งแผ่นดินเกลียดชังเซี่ยงอวี่ แม้กระทั่งชาวฉู่เอง ชาวฉู่ต่างไม่พอใจที่เซี่ยงอวี่ปลงพระชนม์เชื้อสายที่แท้จริงของฉู่หวาง เพื่อที่ตนเองจะได้มาอยู่ที่เมืองเผิงเฉิง กระแสต่อต้านเซี่ยงอวี่จึงลุกลามไปทั่วแผ่นดิน พวกชาวบ้านต่างเฝ้ารอให้มีผู้มีสติปัญญามาปราบปรามเซี่ยงอวี่เสียที

ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเหตุการณ์นี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือหลิวปัง เขาได้ข้ออ้างชั้นยอดที่จะยกกองทัพไปปราบปรามทรชนอย่างเซี่ยงอวี่ ราษฎรมากมายต่างต้องการมาเข้าด้วย ปัจจัยนี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้หลิวปังมีชัยชนะในบั้นปลาย

ติดตามตอนต่อไปได้ ที่นี่

error: Content is protected !!