ประวัติศาสตร์ฌ้อปาอ๋อง (1): เก่งแต่โหดเป็นจักรพรรดิในประวัติศาสตร์จีนไม่ได้

ฌ้อปาอ๋อง (1): เก่งแต่โหดเป็นจักรพรรดิในประวัติศาสตร์จีนไม่ได้

หลังจากเขียนเรื่อง บาเบอร์จบแล้ว ผมก็อยากเขียนประวัติของบุคคลสำคัญต่อไป บุคคลที่ผมเลือกที่จะเขียนต่อไปก็คือ ฌ้อปาอ๋อง หรือ ฉู่ป้าหวาง ในภาษาจีนกลาง

ในการเขียนเรื่องนี้ผมจะขออนุญาตใช้ภาษาจีนกลาง นั่นแปลว่าฌ้อปาอ๋องคือ ฉู่ป้าหวาง โดยชื่อเดิมของเขาในภาษาจีนกลางก็คือ เซี่ยงอวี่ หรือ เซี่ยงหยี่ว์ (Xiang Yu, 项羽)

เซี่ยงอวี่

ปัจจุบันมุมมองต่อฌ้อปาอ๋องในสายตาของคนจีนทั่วไปดีขึ้นมาก ภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่องให้สร้างให้เขาเป็นวีรบุรุษที่มีฝีมือเก่งกาจ เขารักทหาร รักเพื่อน รักพี่น้อง แต่โหดร้ายต่อศัตรู

หรือพูดง่ายๆ ฌ้อปาอ๋อง เซี่ยงอวี่มีความดีงามอยู่ ถึงแม้บางอย่างจะไม่ดี และตัวเขาเองก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงคราม ในบางมุมเขาคล้ายกับกรรณะในเรื่องมหาภารตะ

ในส่วนนี้ก็แล้วแต่ ท่านผู้อ่านจะตัดสินแล้วกันว่าจะมองเขาอย่างไร

ชาติกำเนิดของฌ้อปาอ๋อง (ฉู่ป้าหวาง)

ในยุคจ้านกว๋อ มีแคว้นแห่งหนึ่งชื่อแคว้นฉู่ แคว้นนี้เป็นแคว้นมหาอำนาจทางตอนใต้ของแผ่นดินจีน ดินแดนของแคว้นฉู่อุดมสมบูรณ์และมีพลเมืองมากมาย

แคว้นฉินซึ่งเป็นแคว้นที่เข้มแข็งที่สุดในยุคนั้นได้ผนวกหกแคว้นที่เหลือทีละแคว้น จนสุดท้ายก็มาถึงคราวของแคว้นฉู่ ในช่วงปี 224 BC (ก่อนคริสตกาล 224 ปี) ฉินหวางเจิ้ง (ต่อมาคือฉินสื่อหวงตี้ หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้) ได้โปรดให้หลี่ซิ่นนำกองทัพสองแสนคนยกไปตีแคว้นฉู่

ฉู่หวาง (กษัตริย์แคว้นฉู่) โปรดให้เซี่ยงเยี่ยน แม่ทัพเจนศึกเป็นแม่ทัพใหญ่ต้านศึกฉิน เซี่ยงเยี่ยนใช้วิธีตีตลบหลังทำให้กองทัพฉินแตกยับเยิน ชัยชนะอันยิ่งใหญ่เป็นของฝ่ายฉู่

ฉินหวางเจิ้งยังไม่ทรงยอมแพ้ พระองค์โปรดให้หวางเจี่ยน แม่ทัพใหญ่อันดับหนึ่งของฝ่ายฉินนำกองทัพมาตีแคว้นฉู่อีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้กองทัพฉินมีกำลังถึงหกแสนคน

แคว้นฉู่ไม่สามารถต้านทานการรุกรานจากแคว้นฉินได้ ถึงแม้ว่าแม่ทัพใหญ่เซี่ยงเยี่ยนจะพยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถก็ตาม เซี่ยงเยี่ยนต่อสู้จนถึงแก่กรรมกลางสมรภูมิอย่างกล้าหาญ

หลังการจากไปของเซี่ยงเยี่ยน แคว้นฉู่ก็ล่มสลายและตกเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นฉินโดยสมบูรณ์

ชาวฉู่ต่างโกรธแค้นยิ่งนักที่ชาวฉินทำลายล้างแคว้นของตน โดยเฉพาะบุตรหลานของเซี่ยงเยี่ยน ขุนพลที่ปกป้องแคว้นจนตัวตาย พวกเขาตั้งมั่นว่าจะล้างแค้นแคว้นฉิน และกอบกู้แคว้นฉินขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งให้จงได้

เซี่ยงเยี่ยนมีลูกชายทั้งหมดสามคน คนแรกคือ เซี่ยงหรง (บ้างว่า เซี่ยงเชา) เซี่ยงหรงจากไปตั้งแต่เยาว์วัย แต่ทิ้งบุตรชายไว้คนหนึ่ง เขาชื่อว่า เซี่ยงอวี่ หรือ เซี่ยงหยี่ว์

ดังนั้นเซี่ยงอวี่ หรือ ฌ้อปาอ๋องจึงเป็นหลานปู่ของเซี่ยงเยี่ยน แม่ทัพผู้โด่งดังแห่งแคว้นฉู่นั่นเอง

ด้วยความที่เสียพ่อตั้งแต่วัยเด็ก เขาจึงอยู่ในการดูแลของเซี่ยงเหลียง และเซี่ยงป๋อ อาทั้งสองของเขา ทั้งสามไม่ได้มีชีวิตร่ำรวยเหมือนกับสมัยก่อนอีกต่อไป พวกเขาใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาสามัญในการปกครองของราชวงศ์ฉิน

เซี่ยงอวี่เลือกที่จะไม่เรียนหนังสือ

เชื่อกันว่าเซี่ยงอวี่เกิดมาพร้อมกับตาสองชั้นเพียงข้างเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีบุญที่จะได้เป็นใหญ่ในวันข้างหน้า

ในใจของเซี่ยงเหลียงยังคงต้องการลุกฮือขึ้นต่อต้านราชวงศ์ฉิน เมื่อเซี่ยงอวี่โตขึ้นเป็นวัยรุ่น เขาจึงต้องการให้เซี่ยงอวี่เรียนรู้วิชาต่างๆ ไว้ให้มาก และเรียนการใช้ดาบด้วย

แต่แล้วเซี่ยงอวี่กลับไม่ใส่ใจเท่าไรนัก เขาบอกกับเซี่ยงเหลียงว่า

หนังสือมีประโยชน์แค่ทำให้ฉันจำชื่อตัวเองได้ก็เท่านั้นเอง

การไม่เรียนหนังสือแน่นอนว่าทำให้เซี่ยงอวี่เป็นคนหยาบกระด้าง และเป็นคนคาดเดาง่าย สิ่งนี้มีส่วนทำให้เขาเสียทีในการต่อสู้กับศัตรูในภายภาคหน้า

นอกจากนี้เซี่ยงอวี่ยังไม่เรียนวิชาดาบด้วย เขาบอกเซี่ยงเหลียงว่า

วิชาดาบทำให้ฉันสามารถต่อสู้กับศัตรูได้เพียงคนเดียว ดังนั้นจึงไม่มีค่าพอที่จะเรียน ฉันต้องการเรียนวิธีที่จะเอาชนะศัตรูนับพัน

ไม่ปรากฏว่าทำไมในขณะนั้นเซี่ยงอวี่ถึงไม่ยอมเรียน แต่ที่เป็นไปได้คือ ตัวเซี่ยงอวี่เก่งวิชาดาบหรือกระบี่อยู่แล้ว (อาจจะเรียนรู้ด้วยตนเอง) ในเวลาต่อมาเซี่ยงอวี่แสดงให้เห็นว่าสามารถใช้ดาบได้อย่างเก่งกาจ เรียกได้ว่าไม่มีผู้ใดสามารถเปรียบได้เลยก็ว่าได้

วิธีที่จะเอาชนะศัตรูนับพันแน่นอนว่าคือ ตำราพิชัยสงครามอย่างแน่นอน เซี่ยงเหลียงจึงนำตำราพิชัยสงครามที่ดีๆ เด่นๆ อย่างตำราพิชัยสงครามไท่กง หรือ ตำราพิชัยสงครามซุนวูมาให้เขาเรียน

ปรากฏว่าพอเซี่ยงอวี่เรียนไปได้สักพัก พอจะจับใจความสำคัญได้ เขาก็เลิกเรียน และเลิกสนใจศึกษาต่อไป

เซี่ยงเหลียงรู้สึกผิดหวังกับหลานคนนี้ยิ่งนัก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความกระตือรือร้นอะไรเลย เขาเลยตัดสินใจปล่อยเซี่ยงอวี่ไป และให้โอกาสในการตัดสินใจชีวิตของตัวเอง

เซี่ยงอวี่ไม่รู้เลยว่าการเข้าใจตำราพิชัยสงครามอย่างผิวเผิน จะทำให้เขาต้องประสบเคราะห์กรรมในอนาคต

พละกำลังมหาศาล

ตั้งแต่วัยรุ่น เซี่ยงอวี่มีพละกำลังมหาศาล ตัวเขาสูงเกือบ 190 เซนติเมตร และมีร่างกายใหญ่โตแข็งแกร่ง

มีเรื่องเล่าว่า เซี่ยงอวี่สามารถยกกระถางธูปขึ้นได้ (การยกกระถางธูปขึ้นได้เป็นสิ่งบ่งชี้ในเวลานั้นว่ามีพลังมาก) พละกำลังมหาศาลของเขายิ่งทำให้ผู้คนเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดามากขึ้น

กระถางธูปโบราณ By Mlogic – Own work, CC BY-SA 3.0,

ด้วยความที่มีพลังมาก อาวุธทุกชนิดของเซี่ยงอวี่ล้วนแต่มีขนาดใหญ่กว่าของคนอื่นทั่วไป การใช้อาวุธลักษณะนี้ พละกำลังมหาศาล และฝีมือการใช้อาวุธที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็นที่ครั่นคร้ามของศัตรูทั่วทั้งแผ่นดิน

ปากเสีย

จากที่ผมเล่ามา เราน่าจะเห็นกันว่า เซี่ยงอวี่เป็นคนมั่นใจตัวเองมาก ความมั่นใจของเขาเกือบทำให้เขาต้องงานเข้า เพราะสาเหตุต่อไปนี้

หลังจากที่เซี่ยงเหลียงฆ่าชายผู้หนึ่ง ครอบครัวตระกูลเซี่ยงจึงหลบหนีไปยังดินแดนอู๋เพื่อหลบกฎหมายอันเข้มงวดของราชสำนักฉิน ระหว่างนั้นเองเซี่ยงเหลียงและเซี่ยงอวี่ก็ได้พบกับขบวนรถใหญ่โตที่มีทหารอารักขามากมายเดินทางผ่านมา ทั้งสองและผู้คนจำนวนมากต่างมุงดูขบวนดังกล่าว

ขบวนรถนี้เป็นขบวนรถของฉินสื่อหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้) นั่นเอง พระองค์เสด็จมาประพาสดินแดนตะวันออกเพื่อตรวจตราความเรียบร้อย

เมื่อขบวนรถผ่านมาตรงหน้า เซี่ยงอวี่กลับพูดขึ้นว่า

ฉันสามารถแทนที่เขาได้!

เซี่ยงเหลียงได้ยินเช่นนั้น เขารีบหันมาทางหลานชาย และเอามืออุดปากเขา พร้อมกับดึงตัวหลานชายออกไปจากตรงนั้นทันที เพราะถ้าใครได้ยินเข้า เซี่ยงอวี่ต้องถูกหมายจับฐานกบฏอย่างแน่แท้ เคราะห์ดีที่ไม่มีใครสนใจ

ฉินสื่อหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้)

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเซี่ยงเหลียงกลับมองเซี่ยงอวี่ในแง่บวกมากขึ้น เหตุการณ์วันนั้นได้แสดงให้เห็นว่าเขามีความทะเยอทะยาน และมีความใจกล้าบ้าบิ่นอย่างที่ไม่มีคนทั่วไปกล้า (ฉินสื่อหวงตี้เป็นจักรพรรดิที่คนทั่วไปกลัวมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน การที่เซี่ยงอวี่กล้าพูดเช่นนั้นได้ ย่อมไม่ธรรมดา)

ในปี 213 BC ฉินสื่อหวงตี้สวรรคตอย่างฉับพลัน ขันทีจ้าวเกาคบคิดกับหลี่ซือปลอมแปลงพระบรมราชโองการเพื่อมอบราชสมบัติให้กับหูไฮ่ โอรสองค์รอง หูไฮ่ผู้นี้เป็นทรราช ทำให้อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือจ้าวเกา

ราษฎรต่างถูกกดขี่แสนสาหัสในรัชกาลใหม่ ผู้คนจำนวนมากถูกสั่งให้ไปสร้างสุสานเขาหลีซาน พระราชวังอาฝางกง และกำแพงเมืองจีน ภาษีก็มีการเก็บอย่างหนัก กฎหมายก็เข้มงวดเกินความจำเป็น เหล่าราษฎรสุดจะทนอีกต่อไป พวกเขาตัดสินใจลุกฮือขึ้นโดยการนำของเฉินเสิ้งและอู๋ก่วงในปี 209 BC

การลุกฮือลุกลามไปทั่วแผ่นดินจีน เหล่าตระกูลเซี่ยงต่างเห็นว่า เวลาที่พวกตนจะกอบกู้แคว้นฉู่มาถึงแล้ว เซี่ยงอวี่จะมีบทบาทอย่างไรในการกบฏครั้งนี้ ติดตามได้ในตอนที่ 2 ครับ

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!