ท่องเที่ยวดินแดนลาดัก (Ladakh) - เมืองเลห์ (Leh) มีสถานที่ไหนน่าไปเที่ยว?

ดินแดนลาดัก (Ladakh) – เมืองเลห์ (Leh) มีสถานที่ไหนน่าไปเที่ยว?

ลาดัก (Ladakh) เป็นดินแดนในประเทศอินเดียที่หลายคนใฝ่ฝันจะเดินทางไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต ลาดักอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัยทำให้มีทัศนียภาพโดยรอบสวยงามอย่างยิ่งยวด

ในโพสนี้ผมขออธิบายถึงข้อมูลคร่าวๆ ของลาดักให้ทุกคนได้ทราบก่อน และจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

เลห์ Image by puniani from Pixabay

รู้จักลาดัก (Ladakh) และเลห์ (Leh)

เขตลาดัก (Ladakh) เป็นเขตการปกครองพิเศษ (Union territory) ของประเทศอินเดีย ลาดักเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณที่เรียกว่าแคชเมียร์ (Kashmir) ซึ่งอินเดียและปากีสถานแบ่งออกเป็นสองส่วนเมื่อครั้งแยกประเทศ ดินแดนแห่งนี้มีเมืองหลวงคู่นั่นก็คือ เมืองเลห์ (Leh) และคาร์กิล (Kargil)

ในอดีตบริเวณเมืองเลห์เคยเป็นสถานที่พักกองคาราวานค้าขายที่เดินทางไปมาระหว่างจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง แต่ในช่วงนั้นเลห์ยังไม่ได้มีสถานะเป็นเมืองแต่อย่างใด เลห์เริ่มต้นเป็นเมืองเมื่อหลานชายของกษัตริย์ทิเบตได้ตีชิงดินแดนแถบนี้ได้สำเร็จ และเริ่มสร้างอาณาจักรขึ้นบริเวณนี้ชื่อ Maryul ซึ่งเมืองหลวงของอาณาจักรก็ตั้งอยู่ใกล้กับเลห์นี่เอง

ด้วยความที่ผู้ปกครองและชาวเมืองจำนวนมากมีเชื้อสายทิเบต วัฒนธรรมของชาว Maryul จึงได้รับอิทธิพลสูงมากจากทิเบต พวกเขานับถือศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน และมีวิถีการดำเนินชีวิตคล้ายคลึงกับชาวทิเบต ทุกวันนี้ชาวลาดักจำนวนมากก็ยังมีวิถีชีวิตแบบบรรพบุรุษอยู่ครับ

Sarchu, Ladakh Image by Manpreet_K from Pixabay

Maryul ตั้งอยู่ได้ยาวนานถึง 900 ปี อาณาจักรสูญสิ้นเพราะถูกอาณาจักร Jammu and Kashmir พิชิตในปี ค.ศ.1842 นับตั้งแต่บัดนั้นเลห์และดินแดนลาดักโดยรอบจึงเป็นส่วนหนึ่งของแคชเมียร์

ความวุ่นวายโกลาหลระหว่างอินเดียและปากีสถาน ทำให้ลาดักตั้งอยู่ในดินแดนที่มีกรณีพิพาท ในปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้แยกลาดักออกจากเขต Jammu and Kashmir แล้วเป็นที่เรียบร้อย ชาวลาดักจึงมีสิทธิในการปกครองตนเองมากยิ่งขึ้นครับ

นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาเที่ยวเลห์ และดินแดนอื่นๆ ในลาดัก เพราะวิวธรรมชาติสวยงาม และวัฒนธรรมโดดเด่นน่าค้นหา

อย่างไรก็ดีถ้าคุณอยากจะมาเที่ยวที่นี่ คุณต้องเตรียมตัวร่างกายให้ดี ตัวเมืองเลห์ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง 3,524 เมตรจากระดับน้ำทะเล และสถานที่เที่ยวอื่นๆ ในลาดักจะสูงกว่านี้เสียอีก เพราะฉะนั้นอาการแพ้ความสูงมีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงมากครับ

เราไปดูกันดีกว่าครับเลห์มีสถานที่เที่ยวใดที่น่าไปเยือนบ้าง

1. เลห์ (Leh)

เลห์ (Leh) เป็นหนึ่งในเมืองหลวงคู่ และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในลาดัก ภายในเมืองยังมีอาคารเก่าแก่แบบเดิมที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันครับ

สถานที่น่าไปภายในเมืองเลห์แห่งแรกคือ Royal Leh Palace หรือพระราชวังหลวงที่ตั้งอยู่บนที่สูง ทำให้คุณสามารถเห็นตัวพระราชวังได้จากทุกที่ภายในเมือง

Leh Palace By KennyOMG, CC BY-SA 4.0,

รูปลักษณ์ภายนอกของตัวพระราชวังเหมือนกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ในอดีตที่นี่เคยเป็นที่พำนักของกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนลาดักครับ โดยตัวพระราชวังสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 และได้กลายเป็นสัญลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาวเลห์นับตั้งแต่บัดนั้น

นอกจากนี้ถ้าคุณเข้าไปชมข้างในพระราชวัง คุณจะสามารถชมวิวเมืองเลห์ได้โดยรอบเลยครับ พิพิธภัณฑ์ด้านในยังมีของมีค่ามากมายให้คุณได้ชมด้วย

อีกจุดหนึ่งที่น่าไปคือ Shanti Stupa หรือสถูปสีขาวในศาสนาพุทธซึ่งตั้งอยู่เหนือเมืองเลห์ทั้งเมือง (ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร) เมื่อคุณเดินทางไปยังสถูป คุณจะมองเห็นวิวเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างสวยงามมากเลยครับ ที่นี่เลยเป็นจุดยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของเลห์เลยก็ว่าได้

Shanti Stupa By Vinay Goyal, Ludhiana, CC BY-SA 4.0,

Namgyal Tsemo Monastery เป็นอีกสถานที่เที่ยวที่คุณไม่ควรพลาด อารามในพุทธศาสนาแห่งนี้มีพระพุทธรูปทองคำของพระศรีอริยเมตไตรย และมีภาพเขียนสีเฟรสโกที่สวยงามมากมาย แต่ที่งามสุดๆ คือวิวข้างนอก ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณถูกโอบกอดโดยภูเขาอันทรงพลังครับ

สำหรับใครที่ชอบสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถื่น ลงไปที่ Leh Market หรือตลาดใหญ่ใจกลางเมืองเลห์ดูครับ นอกจากจะได้จับจ่ายซื้อของพื้นเมืองกลับบ้านแล้ว คุณยังจะได้ลองอาหารพื้นเมือง และเห็นชาวบ้านกำลังทักทอผ้า หรือเครื่องประดับอีกหลากหลายชนิดด้วยกัน

Leh Market By Chris Hunkeler, Flickr, CC By SA 2.0

2. Spituk Monastery

Spituk Monastery หรือ Spituk Gompa เป็นอารามพุทธที่ห่างออกจากเลห์ประมาณ 8 กิโลเมตร ตัวอารามมีอายุมากถึงเกือบหนึ่งพันปี และปัจจุบันมีลามะจำพรรษาอยู่ที่นี่มากถึง 100 รูปครับ แม้ว่าจะเป็นอารามพุทธ แต่แปลกดีที่ที่นี่มีรูปปั้นเจ้าแม่กาลีขนาดใหญ่มากตั้งอยู่ด้วย

Spituk Gompa By Koshy Koshy, Flickr, CC By 2.0

นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาที่นี่เพื่อชมด้านในอารามและวิวทิวทัศน์รายรอบ ซึ่งสวยงามมากเพราะอารามตั้งอยู่บริเวณหุบเขาใกล้กับแม่น้ำสินธุ (Indus River)

นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 27-29 ของเดือน 11 ตามปฏิทินทิเบตของทุกปีจะมีเทศกาลที่เรียกว่า Gustor Festival ในสองวันนั้นจะมีการแสดง โดยผู้แสดงจะสวมใส่หน้ากากเต้นรำ รวมไปถึงประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอื่นๆ ครับ

3. Shey Palace

Shey Palace เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นบนจุดเริ่มต้นของอาณาจักร Maryul ของชาวลาดัก และในเวลาต่อมาได้กลายเป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูร้อน ในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและเป็นสัญลักษณ์ของลาดักครับ

Shey Palace By Karunakar Rayker, CC BY-SA 2.0,

ด้านในพระราชวังมีอารามซึ่งมีพระพุทธรูปและรูปปั้นพระอรหันต์ตั้งอยู่เรียงรายกันไปให้คุณได้สักการะครับ องค์พระพุทธรูปตรงกลางทำมาจากทองแดงเคลือบทองซึ่งมีความประณีตงดงามมาก

ตัวพระราชวังอยู่ห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 15 กิโลเมตรครับ

4. Phyang Monastery

Phyang Monastery หรือ Phyang Gompa เป็นอีกหนึ่งอารามพุทธสำคัญที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองเลห์ อารามมีอายุมากกว่า 500 ปีและเก็บรักษารูปเคารพพระโพธิสัตว์ที่มีอายุมากกว่านั้นเสียอีกครับ ไม่เพียงเท่านั้นวิวของธรรมชาติบริเวณนี้ยังสวยงามเหมือนกับที่อื่นๆ

อารามแห่งนี้ห่างจากเลห์ประมาณ 15 ไปทางตะวันตกประมาณ 15 กิโลเมตรครับ

5. Thiksey Monastery

Thiksey Monastery เป็นอารามของนิกาย Gelug ในศาสนาพุทธนิกายวัชรยานของทิเบต ตัวอารามมีขนาดใหญ่กว่าอารามอื่นๆมาก เพราะประกอบด้วยวัด วิหาร สถูป และอารามย่อยหลายแห่งด้วยกัน รูปลักษณ์ของอารามคล้ายคลึงกับพระราชวังโปตาลาที่ลาซา เมืองหลวงของทิเบตครับ

Thiksey Monastery By Aksveer – Own work, CC BY-SA 4.0

นอกจากจะชมตัววัดแล้ว อย่าลืมชมทิวทัศน์แบบพาโนรามาแบบ 360 องศาของหุบเขาโดยรอบด้วยครับ ในจุดนี้บอกเลยว่าสวยสุดๆ จริงๆ

6. Magnetic Hill

Magnetic Hill เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับไฮไลท์ของลาดัก โดยห่างออกจากเลห์ไปประมาณ 30 กิโลเมตร บริเวณนี้มีชื่อเสียงเพราะนักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสกับปรากฏการณ์อันธรรมชาติอันน่าตื่นตา

Magnetic Hill By Rohit Ganda, Flickr, CC By 2.0

กล่าวคือถ้าคุณจอดรถในจุดที่กำหนด และไม่ใส่เบรกมือเอาไว้ คุณจะพบว่ารถจะวิ่งขึ้นเขาไปเองโดยอัตโนมัติราวกับว่ากำลังท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลก บางคนเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์ หรือว่ามีแรงแม่เหล็กอะไรสักอย่างที่ดูดรถขึ้นไป

จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะรถกำลังวิ่งลงเขาตามแรงโน้มถ่วงของโลกตามธรรมชาติ แต่ทิวทัศน์และบรรยากาศโดยรอบได้สร้างภาพลวงตาที่ทำให้คุณคิดว่ารถกำลังขึ้นเขา โดยรวมแล้วน่าตื่นตาตื่นใจดีครับ ถ้ามาถึงแล้ว คุณควรมาสัมผัสประสบการณ์นี้สักครั้ง

7. Hemis National Park

Hemis National Park เป็นอุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยสัตว์มากมาย โดยเฉพาะเสือดาวหิมะที่สวยงามและหาชมได้ยากมากๆ นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ อย่างหมาป่าทิเบต และแพะ Bharal ที่มีหาชมยากไม่แพ้กันอีกด้วย

เสือดาวหิมะที่ Hemis National Park By Snow Leopard Conservancy, Wikipedia, Public Domain

นอกจากนี้ทิวทัศน์บริเวณนี้ก็ยังตระการตาสุดๆ เลยครับ รอบตัวคุณจะรายล้อมไปด้วยภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่อลังการ อย่างเช่นในรูปด้านล่าง ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเทรคกิ้ง แต่บางเส้นทางจะปิดในฤดูหนาวครับ

ภายในอุทยานมีอารามทิเบตจำนวนมากมาย โดยอารามที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Hemis Monastery อารามอายุ 400 ปีที่เป็นสถานที่แสวงบุญของชาวลาดักครับ

Hemis Monastery By Bernard Gagnon , CC BY-SA 4.0,

ทางเข้าอุทยานห่างจากเลห์ไปประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้นสามารถเดินทางไปได้อย่างไม่ยากเย็นครับ

แต่ถ้าคุณอยากชมวิวของอุทยานแห่งนี้อย่างชัดเจนและตระการตาสุดๆ ลองไปที่ Stakna Monastery ซึ่งห่างจากเลห์ไป 25 กิโลเมตรครับ

Stakna Monastery By lensnmatter, Flickr, CC By 2.0

8. Khardung La Pass

Khardung La Pass เป็นช่องเขาซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถยนต์ที่ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก ความสูงของบริเวณดังกล่าวอยู่ที่ 5,359 เมตร (บริเวณนั้นจะมีป้ายบอกว่าสูง 5,602 เมตรและสูงที่สุดในโลก แต่ป้ายนั้นให้ข้อมูลผิด)

Khardung La PassBy Samson Joseph , CC BY-SA 4.0,

ช่องเขาแห่งนี้เป็นทางผ่านของกองคาราวานระหว่างเลห์กับ Kashgar เมืองเอกในเส้นทางสายไหมในมณฑลซินเจียงของจีนมาเป็นเวลานับพันปีแล้ว รายรอบช่องเขาเต็มไปด้วยภูเขาหิมะอันยิ่งใหญ่ที่สวยงามมาก แต่คุณต้องระมัดระวังอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) ด้วยครับ เพราะบริเวณนี้สูงจากระดับน้ำทะเลมากเลยทีเดียว

Khardung La Pass ห่างจากเลห์ประมาณ 39 กิโลเมตรครับ

9. Nubra Valley

Nubra Valley เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของดินแดนลาดัก หุบเขาแห่งนี้มีความหลากหลายทางภูมิประเทศสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นทะเลทราย ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง ฯลฯ

สิ่งที่ควรทราบก่อนที่จะเดินทางไปยังหุบเขา Nubra หรือ คุณกำลังก้าวย่างไปที่พรมแดนระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และห่างไม่กี่กิโลเมตรจากเส้น LOC (Line of Control) ซึ่งทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันอยู่

ดังนั้นคุณต้องขอใบอนุญาตจากรัฐบาลอินเดียในเมืองเลห์ก่อนที่จะเดินทางเข้าไป แต่ไม่ได้ขอยากอะไร และการเดินทางเข้าไปที่ Nubra ก็ไม่ได้อันตรายอะไรครับ

ตัวหุบเขาจะแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านตะวันตกเลียบแม่น้ำ Shyok กับด้านเหนือเลียบแม่น้ำ Nubra ครับ

เส้นทางแรกที่เราจะกล่าวถึงคือ

เส้นทางตะวันตก

หลังจากนั่งรถมา 150 กิโลเมตรจากเลห์ คุณจะมาถึง Diskit หมู่บ้านใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ ที่เมืองแห่งนี้มี Diskit Monastery อารามในศาสนาพุทธอายุหลายร้อยปีซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงใหญ่ เมื่อคุณเข้าไปใกล้อาราม คุณจะเห็นพระพุทธรูปของพระศรีอาริยเมตไตรยขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสีเฟรสโกที่สวยงามให้ชมอีกด้วย

Diskit Monastery By Priyambada Nath, Flickr, CC By 2.0

วิวภูเขาหิมะบริเวณนี้ถือว่าเป็นที่สุดเรื่องความสวยเลยครับ อย่าลืมเก็บภาพอันน่าประทับใจนี้ไว้ด้วย

ถัดมาจาก Diskit คือหมู่บ้านชื่อ Hunder หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องสันทรายที่สวยงามครับ ตัวหมู่บ้านเป็นโอเอซิสในทะเลทรายเย็นแห่ง Nubra อย่าลืมไปขี่อูฐ Bactria ซึ่งมีสองโหนกเพื่อชมสันทรายด้วยครับ

ขี่อูฐชมสันทรายท่ามกลางภูเขาหิมะที่ Hunder By Suryadasika, CC BY-SA 4.0,

อูฐที่นี่จะมีสองโหนกตามรูปด้านล่างครับ

อูฐสองโหนก By Elroy Serrao, Flickr, CC By SA 2.0

ถัดจาก Hunder ลึกเข้าไปใน Nubra Valley มีหมู่บ้าน Turtuk ซึ่งอยู่อย่างจากเส้น LOC ไม่กี่กิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้สวยมากๆ เพราะตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำ Shyok แต่เข้าถึงยากมากครับ ถ้าคุณจะไปจริงๆ ต้องเช่ารถเองมาจากเลห์ครับ

Turtuk By Rajeev Rajagopalan, Flickr, CC By 2.0

เส้นทางเหนือ

เส้นทางด้านเหนือเลียบแม่น้ำ Nubra มีจุดที่น่าสนใจเช่นกัน

จุดแรกที่น่าสนใจคือ Samstanling Monastery อารามที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Sumur และตั้งอยู่ในอ้อมกอดของภูเขาหิมะ ภายในอารามมีรูปเขียนสีอันสวยงามของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ให้ได้ชมด้วยครับ

หมู่บ้านอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปคือ Panamik หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องสระน้ำร้อน มีความเชื่อว่ามันมีแร่ธาตุมากทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ นักท่องเที่ยวจึงมักเดินทางมาแช่น้ำร้อนที่นี่ และชมความสวยงามของหุบเขาโดยรอบไปด้วยครับ

ในทางทฤษฎีแล้ว คุณสามารถเดินขึ้นไปถึงบริเวณธารน้ำแข็งเหนือ Panamik ขึ้นไปได้อีก แต่รัฐบาลอินเดียไม่อนุญาตให้คุณเข้าไปครับ ถ้าจะท่องเส้นทางนี้ก็จะต้องจบลงที่นี่นั่นเอง

10. Pangong Lake

Pangong Lake หรือ Pangong Tso เป็นทะเลสาบน้ำเค็มสุดสวยที่อยู่ห่างจากเลห์ไปทางใต้ 223 กิโลเมตร ทะเลสาบแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยหุบเขารอบด้าน ทำให้ทิวทัศน์สวยมาก สิ่งมหัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งคือทะเลสาบแห่งนี้จะมีสีที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของวันครับ ในช่วงฤดูหนาว ทะเลสาบแห่งนี้จะแข็งเป็นน้ำแข็งอีกด้วย

Pangong Lake By Sidharthkochar , CC BY-SA 3.0

แม้ว่าทะเลสาบแห่งนี้จะงดงาม แต่แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่เลย เพราะน้ำในทะเลสาบเค็มมากนั่นเองครับ

Pangong Lake By Fulvio Spada, Flickr, CC By SA 2.0

11. Tso Kar Lake

Tso Kar Lake เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยงามที่สุดของลาดัก ตัวทะเลสาบตั้งอยู่ใน Rupshu Valley หุบเขาที่สวยงามและเป็นสถานที่วางไข่ของนกนานาชนิดครับ ทะเลสาบแห่งนี้ห่างจากเลห์ประมาณ 153 กิโลเมตรไปทางใต้ (แต่ไปคนละเส้นกับ Pangong Lake)

ทะเลสาบเป็นแบบน้ำเค็มเช่นเดียวกัน ทำให้ชาวพื้นเมืองนำเกลือจากทะเลสาบแห่งนี้ไปขายอยู่บ่อยๆ ทัศนียภาพของทะเลสาบตระการตาสุดๆ เพราะมียอดเขาสูงกว่า 6,000 เมตรโอบล้อมเอาไว้ครับ

12. Zanskar Valley

Zanskar Valley เป็นหุบเขาสุดสวยที่เป็นสวรรค์ของนักเทรคกิ้งและปีนเขา ธรรมชาติที่สวยงามจะทำให้คุณสดชื่น และลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินเท้าไปจนหมดเลยครับ

จุดแรกที่เป็นสัญญาณว่าคุณได้มาถึงหุบเขาแห่งนี้แล้วคือ Pensi La Pass หรือช่องเขาอันเป็นทางเขาของ Zanskar Valley ครับ ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยไม่เบาเพราะเห็นได้ทั้งภูเขาหิมะและธารน้ำแข็ง แต่ช่องเขานี้เปิดแค่ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เพราะหิมะจะตกหนักครับ

ธารน้ำแข็งที่เห็นจาก Pensi La Pass By Malikbek, CC BY 3.0,

คุณจะเข้ามาถึง Padum เมืองเล็กๆ ที่เป็นศูนย์กลางของหุบเขา ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเทรคกิ้งที่น่าสนใจและสวยงามหลายเส้นครับ

Padum By Mahuasarkar25, CC BY-SA 3.0

ใกล้กับ Padum มีอารามที่สวยงามชื่อ Stongdey Monastery ที่อยู่บนเขา ทำให้วิวโดยรอบอลังการสุดๆ ภายในอารามมีพระจำพรรษาอยู่ประมาณ 60 รูปครับ

พระที่ Stongdey Monastery By BasinField, CC BY-SA 3.0,

นอกเหนือจากอารามแห่งนี้แล้ว ภายในหุบเขายังมีอารามสวยๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งจะต้องเดินเท้าเข้าไป แต่วิวของโดยรอบสวยสุดๆ แต่คุณต้องเตรียมตัวให้ดีกับความสูงเฉลี่ยที่มากถึง 6,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล นอกจากนี้คุณยังต้องนั่งรถเกือบ 500 กิโลเมตรจากเลห์ และใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมงครับ

Zanskar Valley By Corto Maltese 1999, CC BY 2.0,

13. Rangdum

Rangdum เป็นส่วนหนึ่งของ Suru Valley และอยู่ในเส้นทางจากเลห์สู่ Zanskar Valley ดังนั้นคุณอาจจะแวะเที่ยวที่นี่ก่อนเดินทางไปยัง Zanskar Valley ได้ครับ สถานที่แห่งนี้ห่างจากเลห์ประมาณ 350 กิโลเมตร

บริเวณนี้จัดว่ากันดารสุดๆ คุณแทบจะไม่สามารถติดต่อกับโลกภายนอกได้เลยเพราะว่าไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตใดๆ แต่นั่นจะทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม ภูเขาหิมะที่ Rangdum สวยงดงามไม่แพ้ที่ใดในลาดัก นอกจากนี้ยังมีธารน้ำแข็งให้ชมด้วยครับ

ใกล้กับ Rangdum มีชนเผ่าชื่อ Bakarwal อาศัยอยู่ พวกเขาจะเลี้ยงแกะไว้จำนวนมาก และจะต้อนพวกมันไปกินหญ้าที่ทุ่งหญ้าในหุบเขาครับ

Rangdum By Narender9 , CC BY-SA 3.0,

ใกล้กับ Rangdum มีอารามชื่อ Rangdum Monastery ตั้งอยู่ คุณสามารถหาที่พักที่มีไฟฟ้าได้ที่นี่ เพราะเพิ่งมีผู้นำแผงโซลาร์เซลล์มาติดให้กับเหล่าพระลามะไม่นานมานี้ การพักที่นี่จะเป็นประสบการณ์แสนวิเศษในชีวิตของคุณ เนื่องจากคุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่นอย่างเต็มเปี่ยม และจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างยากจะหาที่ใดเปรียบด้วยครับ

Rangdum Monastery ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาหิมะ By Narender9 , CC BY-SA 3.0,

14. Chadar Trek

Chadar Trek เป็นเส้นทางเทรคกิ้งยอดนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของลาดัก แต่บอกไว้ก่อนว่าเหมาะสำหรับสายลุยสุดขั้วเท่านั้น เพราะคุณจะต้องต่อสู้กับลิมิตของตัวคุณเองอย่างมากเลยครับ

Chadar Trek by Alosh Bennett, Flickr, CC By 2.0

เส้นทางนี้เริ่มต้นที่จุดที่เรียกว่า Chilling ซึ่งห่างจากเลห์ไปประมาณ 60 กิโลเมตร คุณจะได้เดินบนแม่น้ำ Zanskar ที่แข็งตัวเป็นน้ำแข็ง รายรอบเส้นทางจะเต็มไปด้วยหุบเหวที่มีความสูงถึง 600 เมตร รวมไปถึงภูเขาหิมะที่ตั้งตระหง่านอยู่มากมาย วิวบริเวณนี้สวยสุดๆ อย่างยากที่จะหาที่ใดมาเปรียบเลยครับ

ความยาวทั้งหมดในการเดินทั้งหมดจะอยู่ที่ 75 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่คุณต้องเดินในช่วงฤดูหนาว นั่นจะทำให้อุณหภูมิระหว่างเดินอยู่ที่ -30 องศาเซลเซียส นั่นเป็นอุปสรรคสำคัญที่คุณต้องเผชิญครับ อย่างไรก็ดีถ้าคุณตัดสินใจจะเดิน มีบริษัททัวร์หลายบริษัทที่ให้บริการนำทาง ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องหลง หรือปราศจากผู้ดูแลครับ

15. Moonland

Moonland เป็นบริเวณที่มีความขรุขระ รกร้าง และกันดารอย่างมากราวกับว่าเป็นภูมิประเทศบนดวงจันทร์ นั่นเป็นสาเหตุที่บริเวณนี้ได้ชื่อดังกล่าวนั่นเองครับ วิธีการชมที่ดีที่สุดคือขึ้นไปชมที่ Lamayuru Monastery อารามสงฆ์ที่ตั้งอยู่ที่ Lamayuru Meditation Hill

Moonland By Anirban Biswas, Flickr, CC By SA 2.0

เมื่อคุณมองลงมาเบี้องล่าง คุณจะเห็น Moonland ได้โดยรอบเลยครับ ทั้งนี้ Moonland ห่างจากเลห์ประมาณ 100 กิโลเมตร และใช้เวลาในการเดินทาง 2-3 ชั่วโมง

16. Likir Monastery

Likir Monastery เป็นอารามเก่าแก่ที่สร้างขึ้นโดยพระชาวทิเบต จุดเด่นสำคัญที่สุดของอารามคือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านนอกวัด ตัวพระพุทธรูปมีความวิจิตรและเป็นที่เคารพนับถือของชาวพื้นเมืองที่นี่ครับ

17. Phuktal Monastery

Phuktal Monastery เป็นอารามพุทธที่สร้างขึ้นโดยยึดติดกับขุนเขา (แบบเดียวกับที่ปรากฏทั่วไปใน Bhutan) บางคนมองว่ารูปลักษณ์ของอารามเหมือนกับรวงผึ้งครับ ปัจจุบันมีพระจำพรรษาอยู่ที่นี่ประมาณ 70 รูป

ในการเข้าถึงอารามแห่งนี้ทำได้ยากสุดๆ เพราะคุณต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้นครับ แต่เดินเข้าไปแล้วบอกเลยว่าคุ้ม เพราะวิวสวยมากๆ ทั้งตัวอารามและภูเขาที่โอบกอดตัวเราและอารามอยู่ครับ

18. สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

นอกเหนือจากสถานที่ด้านบนแล้ว ลาดักยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

  • ช่องเขา: Lachulung La, Nakee La, Chang La, Baralacha La, Rohtang Pass, Tanglang La
  • อาราม: Mulbekh Monastery, Rizong Monastery, Basgo Monastery, Alchi Monastery
  • หมู่บ้าน: Jispa, Pang, Upshi, Karu
  • หุบเขา: Markha Valley, Ripchar Valley, Drass Valley
  • จุดแวะพัก: Sarchu
  • เส้นทางเทรคกิ้ง: Stok Kangri
  • Zingzing Bar – บาร์ริมภูเขาสูง
Markha Valley Image by Jonathan Verner from Pixabay

ไปเที่ยวเลห์ (Leh) และลาดัก (Ladakh) อย่างไรดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่สายลุยคือช่วงฤดูร้อนหรือ มิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายน เพราะอากาศจะดี ไม่หนาวจัด ไม่มีอันตรายจากหิมะถล่ม พายุหิมะ ฯลฯ

แต่สำหรับสายลุยที่ต้องการไปเดิน Chadar Trek หรือเส้นทางเทรคกิ้งโหดแต่สวยอื่นๆ คุณต้องมาช่วงฤดูหนาวอย่างเช่นเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ครับ

ทั้งนี้เนื่องจากลาดักมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก อย่างที่ผมได้แนะนำไปแล้วด้านบน คุณควรจะใช้เวลาเที่ยวประมาณ 8 วันขึ้นไปครับ

เลห์ By Reflectionsbyprajakta , CC BY-SA 4.0,

ในการท่องเที่ยว คุณสามารถเดินทางมาเที่ยวลาดักเองได้ โดยบินมาลงที่สนามบินเลห์ (Leh) คุณจะต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง 1 ครั้งก่อนที่จะบินมาที่เลห์ สายการบินที่น่าสนใจได้แก่

  • Spice Jet
  • Go Air
  • Air India

เมื่อคุณมาถึงเลห์แล้ว คุณสามารถนั่งรถบัสหรือรถเช่าหรือแท็กซี่ให้นำคุณไปยังที่ต่างๆ หรือว่าซื้อทัวร์ไปเลยก็ได้ครับ แต่รถบัสจะไม่ได้มีทุกที่ที่คุณจะไป ถ้าคุณต้องการไปที่ไกลๆ กันดารๆ อย่างเช่น Zanskar Valley คุณอาจจะต้องเช่ารถไป ซึ่งมีราคาสูงมาก ทำให้นักท่องเที่ยวบางคนจับกลุ่มกันเพื่อหารค่าใช้จ่ายครับ

ถ้าคุณไม่อยากยุ่งยากกับการวางแผนการเดินทาง ทัวร์ไทยที่นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเลห์และลาดักมีจำนวนมาก อาทิเช่น

  • Operation Thai Travel (ชำนาญทัวร์อินเดีย)
  • Oceansmile
  • Double Enjoy

อย่างไรก็ดี การไปกับทัวร์ไทย คุณจะได้เห็นเลห์และลาดักเพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนที่ลึกที่ไปยากแต่สวยมากอย่างเช่น Zanskar Valley หรือ Chadar Trek คุณจะไม่มีโอกาสได้เข้าไป เพราะทัวร์ไม่มีเวลาเพียงพอนั่นเองครับ

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!