ท่องเที่ยวดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) เมืองในอ้อมกอดหิมาลัยมีที่ไหนน่าไปเที่ยว?

ดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) เมืองในอ้อมกอดหิมาลัยมีที่ไหนน่าไปเที่ยว?

ดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย คนไทยหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อดาร์จีลิ่งมาบ้างจากชื่อชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling Tea) และอาจจะสงสัยว่าเป็นดาร์จีลิ่งเดียวกันหรือไม่

ใช่ครับ เมืองดาร์จีลิ่งกับชาดาร์จีลิ่งมีที่มาเหมือนกัน ชาเป็นสินค้าส่งออกชื่อดังของเมืองดาร์จีลิ่ง และทำให้เมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

อย่างไรก็ดีดาร์จีลิ่งเป็นเมืองที่มีดีมากกว่าชา เพราะทัศนียภาพของเมืองในอ้อมกอดเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้งดงามไม่แพ้ที่ใดในโลกเลยครับ

ในโพสนี้เราจะมาดูกันว่าครับเมืองดาร์จีลิ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวไหนน่าไปบ้าง แต่ก่อนอื่นผมขอเล่าข้อมูลของเมืองดาร์จีลิ่งให้ทราบกันคร่าวๆ ก่อนครับ

Kangchenjunga Image by Nilanjan Ghosh from Pixabay

รู้จักดาร์จีลิ่ง (Darjeeling)

ดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 130,000 คน ตัวเมืองตั้งอยู่เหนือสุดของรัฐเบงกอลตะวันตก ลักษณะภูมิประเทศของเมืองเป็นหุบเขาที่ถูกห้อมล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย จากตัวเมืองดาร์จีลิ่ง คุณสามารถมองเห็นยอดเขา Kangchenjunga ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกได้อย่างชัดเจนครับ

ในอดีตดินแดนรอบเมืองแห่งนี้ถูกปกครองโดยอาณาจักรสิกขิม (Sikkim) ก่อนที่อังกฤษจะเข้ามาครอบครองในช่วงศตวรรษที่ 19 อังกฤษได้สร้างความเจริญให้กับดาร์จีลิ่งโดยเปลี่ยนตัวเมืองเป็นเมืองพักตากอากาศสำหรับพวกทหาร เพราะว่าอากาศดี และทิวทัศน์สวยงาม ในเวลาต่อมาพวกชนชั้นสูงในบริติชอินเดียต่างใช้ที่นี่เป็นสถานที่ตากอากาศด้วยเช่นกัน

ไร่ชาดาร์จีลิ่ง By User:Anilbharadwaj125, CC BY-SA 3.0

ชาวอังกฤษได้นำชาเข้ามาปลูกที่ดาร์จีลิ่งในปี ค.ศ.1856 ปรากฏว่าชาที่ปลูกมีคุณภาพสูงมาก ธุรกิจดังกล่าวจึงเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลบริติชอินเดียจึงสร้างทางรถไฟเพื่อให้การสัญจรมายังดาร์จีลิ่งจากเมืองอื่นๆ ในอินเดียง่ายดายมากขึ้น

หลังจากอินเดียได้รับเอกราช ดาร์จีลิ่งได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐเบงกอลตะวันตก และเมื่อสิกขิมถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย ดาร์จีลิ่งก็ได้กลายเป็นประตูเข้าสู่สิกขิม เช่นเดียวกับในอดีต การปลูกชาและการท่องเที่ยวยังคงสร้างรายได้มากมายให้กับตัวเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ครับ

เมืองแห่งนี้จะมีที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง เราไปเริ่มต้นกันเลยครับ

1. Tiger Hill

Tiger Hill เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองดาร์จีลิ่ง เมื่อคุณยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ คุณจะมองเห็นยอดเขา Kangchenjunga ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ถ้าฟ้าเปิด คุณจะสามารถมองเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้ด้วยครับ

แสงอาทิตย์ทอดผ่าน Kangchenjunga ฺBy Mashrik Faiyez, Flickr, CC By ND 2.0

นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาที่นี่ตอนเช้าตรู่เพื่อชมดวงอาทิตย์ขึ้น แสงสว่างจะค่อยๆทอแสงเหนือยอดเขา Kanchenjunga ทีละน้อย ประสบการณ์เช่นนี้คุณจะจำได้ไม่รู้ลืมเลยทีเดียวครับ

Tiger Hill อยู่ห่างจากตัวเมืองดาร์จีลิ่งประมาณ 11 กิโลเมตรโดยทางเท้า หรือ 20 กิโลเมตรทางรถยนต์ สำหรับใครที่จะไปทางรถยนต์ ในช่วง High Season นักท่องเที่ยวจะเยอะมาก ทำให้มีโอกาสที่รถจะติด และคุณอาจจะพลาดชมดวงอาทิตย์ขึ้นก็ได้ เพราะฉะนั้นควรเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดีครับ

คนแน่นเอี๊ยดที่ Tiger Hill ฺBy Tripnotice.com, Flickr, CC By 2.0

2. Darjeeling Himalayan Railway

Darjeeling Himalayan Railway (DHR) เป็นเส้นทางรถไฟความยาว 88 กิโลเมตรระหว่าง New Jalpaiguri และ Darjeeling ทางรถไฟสายนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 และได้กลายเป็นมรดกโลกขององค์กร UNESCO ในเวลาต่อมาครับ

Darjeeling Himalayan Railway By Vikramjit Kakati, CC BY-SA 3.0,

ในปัจจุบันยังมีรถไฟแบบเครื่องจักรไอน้ำและดีเซลเดินรถอยู่ ถ้าคุณสนใจจะนั่งก็สามารถทำได้ครับ เส้นทางที่รถไฟผ่านบอกเลยว่าสวยไม่เบา โดยเฉพาะบริเวณ Batasia Loop ที่รถไฟค่อยๆ ไต่เขาขึ้นสู่เมืองดาร์จีลิ่ง จากบนรถไฟคุณจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบอย่างเช่นอนุสรณ์ทหารกูรข่า สวนสาธารณะที่มีดอกไม้สวยงาม หุบเขาดาร์จีลิ่ง สุดสายตาของตุณจะมียอดเขา Kangchenjunga ตั้งอยู่ครับ

3. Observatory Hill

Observatory Hill หรือ The Mall เป็นจุดชมวิวยอดเขา Kanchenjunga ได้อย่างสวยงามอีกจุดหนึ่งของดาร์จีลิ่ง โดยห่างจากตัวเมืองดาร์จีลิ่งแค่ 2 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับจัตุรัส Chowrasta

Observatory Hill By Kailas98, Flickr, CC By SA 3.0

นอกจากคุณจะได้ชมวิวแล้ว บริเวณเนินเขาแห่งนี้ยังมี Mahakal Temple วัดศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดูที่อุทิศให้กับพระศิวะ และ Bhutia Busty Monastery อารามในพุทธศาสนาสายทิเบตให้คุณได้เข้าไปสักการะด้วยครับ

4. Happy Valley Tea Estate

Happy Valley Tea Estate เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 437 เอเคอร์ที่ใช้ปลูกชาอันเลื่องชื่อแห่งดาร์จีลิ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ที่นี่เริ่มต้นปลูกชาตั้งแต่ปี ค.ศ.1854 เลยครับ

Happy Valley Tea Estate By Matt Stabile, Flickr, CC By 2.0

คุณจะได้ชมวิธีการปลูกชาอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนแรกและขั้นตอนสุดท้าย รวมไปถึงชมทิวทัศน์ของบริเวณหุบเขาด้วย และสุดท้าย คุณจะได้ชิมชาดาร์จีลิ่งคุณภาพเยี่ยมที่ส่งตรงจากแหล่งผลิตเลยครับ

5. Singalila National Park

Singalila National Park เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองดาร์จีลิ่ง ภายในอุทยานมีสัตว์นานาชนิด อาทิเช่น แพนด้าสีแดง (Red Panda) หมี เสือดาว ฯลฯ

Singalila National Park By solarshakti, Pradiptaray, CC BY 2.0,

นอกจากสัตว์แล้ว สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างมากคือ วิวเทือกเขาหิมาลัยและแนวเขา Singalila ที่สวยงามจับใจ คุณจะสามารถมองเห็นภูเขาหิมะที่ตั้งอยู่ในสิกขิม เนปาล หรือแม้กระทั่งภูฎานได้อย่างชัดเจน (แต่ต้องเป็นวันที่อากาศดีเท่านั้นนะครับ) นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเดินเทรคกิ้งเพื่อจะได้สัมผัสกับธรรมชาติเหล่านี้อย่างเต็มอิ่ม

6. Neora Valley National Park

Neora Valley National Park เป็นอุทยานแห่งชาติอีกแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองดาร์จีลิ่ง ที่นี่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้าแดงจำนวนมากที่สุดในอินเดีย จำนวนสัตว์ที่นี่มากจริงๆ เพราะบริเวณป่าถือว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ บางแห่งหนาแน่นมากถึงขนาดที่แสงอาทิตย์แทบจะส่องลงมาไม่ถึงพื้นเลยทีเดียว

แพนด้าแดงที่ Neora Valley National Park By Soumyadeep Chatterjee, CC BY-SA 2.0,

ด้วยความที่ตัวอุทยานยากต่อการเข้าถึง และบางบริเวณแทบจะไม่เคยมีใครเดินสำรวจมาก่อนเลย นักท่องเที่ยวสายลุยบางคนจึงอยากจะมาผจญภัยที่นี่สักครั้งครับ

7. สถานที่เที่ยวอื่นๆ

ถ้าคุณยังเหลือเวลาในดาร์จีลิ่ง คุณสามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้ได้ครับ

  • Padmaja Naidu Zoological Park – สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะเสือดาวหิมะให้คุณได้ชม
  • Japanese Peace Pagoda – เจดีย์สีขาวในศาสนาพุทธที่พระชาวญี่ปุ่นเพิ่งมาสร้างไว้เมื่อ 20 กว่าปีมานี้
  • Ghoom Monastery – วัดในศาสนาพุทธที่แสดงถึงความศรัทธาของชาวสิกขิมโบราณ
  • Dali Monastery – อารามพุทธที่ใหญ่ที่สุดในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย
  • Himalayan Mountaineering Institute – สถาบันเทรนนักปีนเขาที่เปิดโดยเทนซิง นอร์เกย์ เชอร์ปาผู้พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์เป็นคนแรกร่วมกับเซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี ปัจจุบันที่นี่จัดแสดงอุปกรณ์ปีนเขาที่เขาเคยใช้ และยังมีสุสานของเขาตั้งอยู่ด้วยครับ

ไปเที่ยวดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) อย่างไรดี?

ถ้าคุณจะไปเที่ยวดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) คุณควรจะรวมสิกขิม (Sikkim) เข้าไปในทริปของคุณด้วย อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้วดาร์จีลิ่งเปรียบเหมือนประตูสู่สิกขิม และกังต๊อก เมืองหลวงของสิกขิมเองก็ห่างออกไปแค่ 100 กิโลเมตรเท่านั้นเอง

ยอดเขา Kangchenjunga ที่ Batasia Loop By Judith, CC BY 2.0,

ในอดีตคุณอาจจะเคยเห็นรีวิวหรือไกด์ทัวร์ที่บินไปลงกัลกัตตาก่อน และนั่งรถอีก 14 ชั่วโมงมายังดาร์จีลิ่ง แต่ปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยครับ คุณสามารถบินไปลงสนามบิน Bagdogra (IXB) ซึ่งห่างจากดาร์จีลิ่งประมาณ 90 กิโลเมตร และนั่งรถเช่าหรือแท็กซี่เข้ามาที่ดาร์จีลิ่ง วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางไปอย่างมากเลยครับ

สายการบินที่ให้บริการเส้นทางนี้ และน่าสนใจได้แก่สายการบิน IndiGo ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางจากกรุงเทพไปยัง Bagdogra เพียง 7 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าสายการบินอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าคุณไม่ซีเรียสกับการไปนอนพักเมืองอื่นอย่างเช่นเดลีก่อน สายการบิน Air India ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกันครับ

สำหรับทัวร์ไทยต่างๆ แล้วก็มักจะใช้เส้นทางเดียวกันนี้ในการเที่ยวดาร์จีลิ่งเช่นกัน นั่นคือไปดาร์จีลิ่งก่อนแล้วถึงจะเดินทางเข้าสิกขิม ทัวร์ไทยส่วนใหญ่จะใช้เวลา 8-10 วันในการเที่ยว ซึ่งก็เป็นตัวเลือกที่ควรค่าต่อการพิจารณา เพราะคุณจะได้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง เช่นไม่มีรถหรือโดนโกงเป็นต้น

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!