Tiktok คืออะไร? ทำไมถึงดังจนมีผู้ดาวน์โหลดพันล้านครั้ง?

0
27

ในปี ค.ศ.2019 เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแอพลิเคชัน social network ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้คือ Tiktok

การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Tiktok ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง ภายในเวลา 3 ปีเศษ มีผู้ดาวน์โหลดแอพ Tiktok ไปแล้วมากกว่าพันล้านครั้ง! จำนวนพันล้านครั้งนี้นับทุกประเทศยกเว้นผู้ใช้แอนดรอยด์ประเทศจีน ถ้านับรวมทั้งหมดแล้ว Tiktok จะมีจำนวนดาวน์โหลดมากกว่านี้อีก

โลโก้ Tiktok by Bytedance

Tiktok คืออะไรกันแน่?

Tiktok คืออะไร

Tiktok เป็นแอพ social network สัญชาติจีนที่เราสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทาง app store ของ iOS และ play store ของ Android อย่างไรก็ดี Tiktok มีความแตกต่างจาก Facebook และ Instagram

ตัวแอพ Tiktok จะสนับสนุนให้ผู้ใช้อัพโหลดคลิปวีดิโอสั้นๆ ไม่เกิน 1 นาทีลงไปในแอพ แต่ที่เจ๋งคือ แอพ Tiktok จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใส่เพลงและเอฟเฟคต่างๆ ลงในคลิปได้ นอกจากนี้ในปัจจุบันผู้ใช้ยังสามารถลงคลิปลิปซิงค์สั้นๆ ของตัวเองลงไปในแอพด้วย

แล้วมันดียังไง?

คำตอบน่าจะเป็นว่า มันทำให้ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องการตัดต่อวิดีโอมากนักสามารถสร้างคลิปของตัวเองที่ตลก สนุกสนาน และน่าสนใจได้อย่างรวดเร็ว Tiktok จึงเป็นที่นิยมสูงมากในหมู่ Gen Z ที่ชอบการดูคลิปที่เป็นไวรัลต่างๆ

หลายคนที่ทำคลิป Tiktok แล้วเป็นไวรัลได้ขึ้นสู่สถานะเซเลป เพลงบางเพลงก็ดังขึ้นจากความนิยมใน Tiktok ด้วย

นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Tiktok ดังและเป็นที่นิยมสูงมากทั่วโลก

อย่างไรก็ดี Tiktok ไม่ใช่ปราศจากอุปสรรค ปลายปี ค.ศ.2019 Tiktok กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครทราบว่าจะผ่านไปได้หรือไม่

Tiktok คือ “โต่วยิน”

Tiktok ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Bytedance บริษัทสัญชาติจีนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง ผู้ก่อตั้ง Bytedance ชื่อ จางอีหมิง ผู้เคยทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ (Software engineer) มาก่อน

เดิมทีจางอีหมิงต้องการจะสร้างเว็บข่าวสารและ search engine ขึ้นมาแข่งกับไป่ตู้ (Baidu) เพราะเขาพบว่าไป่ตู้มักจะแอบโฆษณาในผลลัพธ์ของการ search โดยไม่บอกผู้ใช้ จางอีหมิงจึงต้องการสร้างเว็บใหม่ขึ้นมาโดยใช้ AI หาผลลัพธ์ที่ดีกว่า ผู้ใช้จะได้พึงพอใจมากกว่าการใช้ Baidu

จางอีหมิงเริ่มสร้างเว็บชื่อโถวเถียวขึ้นมาในปี ค.ศ.2012 ตามแนวคิดของเขา โถวเถียวประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จชนิดสะท้านโลก เหมือนกับ Tiktok

ในปี ค.ศ.2016 Bytedance และจางอีหมิงเปิดตัว social network ตัวใหม่ชื่อ โต่วยิน ซึ่งเป็นแอพ social network ที่ให้ผู้ใช้อัพวีดิโอสั้นๆ ลงใน app และตอบสนองกันได้

แอพลักษณะอย่างโต่วยินไม่ใช่ของใหม่อะไรเลย จริงๆ แล้วมีแอพถึง 2-3 ที่เหมือนกับโต่วยินเป๊ะๆ แต่ภายในเวลาไม่ถึงปี โต่วยินกลับมีสมาชิกมากถึง 100 ล้านคน หรือว่าเป็น 10 เท่าของเว็บอย่างโถวเถียว

สาเหตุที่โต่วยินประสบความสำเร็จคือ การ position ตัวเองล้วนๆ ก่อนหน้านี้แอพเจ้าเก่ามักจะเป็นที่นิยมในเมืองรองของจีน และมักจะถูกใช้เป็นแอพที่พวกไฮโซมักมาอวดร่ำอวดรวย ส่วนเมืองหลักอย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ยังไม่มีความนิยมในแอพลักษณะนี้เท่าไรนัก

Bytedance จึงเข้าสร้างตลาดในกลุ่มคนเหล่านี้โดยพุ่งเป้าไปที่เยาวชนอายุต่ำกว่า 24 ปี Bytedance โฆษณาแอพโต่วยินในรายการทีวีที่ดังๆ ที่เยาวชนเหล่านี้ดู ทำให้เกิดกระแสหันมาลองใช้งานแอพใหม่นี้

เมื่อคนได้ลองใช้ แน่นอนว่ามันก็เกิดเป็นไวรัล และขยายความนิยมมากขึ้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วโต่วยินจึงมีสมาชิกในจีนมากจนเกิดปัญหาการใช้งานอยู่บ่อยๆ เพราะเซิฟเวอร์ไม่สามารถรับ traffic ที่มากมายมหาศาลได้ทัน

จางอีหมิงและ Bytedance จึงต้องลงทุนเซิฟเวอร์ที่ใหญ่มากขึ้น และเพิ่มเอฟเฟ็คต่างๆ อย่างฟิลเตอร์ สติกเกอร์ เพื่อที่ผู้ใช้จะได้มีลูกเล่นในการจัดการกับคลิปของตัวเองมากขึ้น โต่วยินยิ่งได้รับความนิยมและมีผู้ใช้มากกว่าร้อยล้านคนในปี ค.ศ.2017

อย่างไรก็ตามจางอีหมิงปรารถนาจะนำโมเดลธุรกิจนี้ออกไปสู่ต่างประเทศด้วย ในเดือนกันยายน ค.ศ.2017 เขาจึงเปิดแอพในลักษณะเดียวกันให้ชาวต่างชาติสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ แอพที่ว่านี้คือ Tiktok นั่นเอง

ความนิยมพุ่งราวกับจรวด

Tiktok เป็นแอพที่เหมือนกับโต่วยินทุกประการ เพียงแต่ใช้คนละชื่อเท่านั้นเอง สิ่งที่ต่างออกไปสิ่งเดียวคือ เซิฟเวอร์ของ Tiktok จะอยู่นอกประเทศจีน ส่วนของโต่วยินจะอยู่ในประเทศจีน เพราะข้อบังคับของรัฐบาลจีนเข้มงวดกว่านอกประเทศมาก

ความนิยมของ Tiktok ในต่างประเทศเกิดขึ้นในประเทศรายรอบประเทศจีนก่อน อาทิเช่นประเทศไทยเป็นต้น

ในประเทศไทย Tiktok เคยนิยมมากถึงขนาดเป็น app ที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งอยู่ช่วงหนึ่งเลยทีเดียว และทำให้เกิดกระแสทางลบด้วยเพราะมีเยาวชนนำแอพไปโพสวีดิโอในเชิงวาบหวิว

แต่ไม่ใช่ว่า Tiktok จะนิยมเฉพาะในประเทศไทย Tiktok ยังเป็นที่นิยมมากในอินเดียและญี่ปุ่นด้วย Tiktok มีผู้ดาวน์โหลด Tiktok ในอินเดียไปแล้วมากถึง 250 ล้านครั้ง อ้างอิงจากข้อมูลในต้นปี ค.ศ.2019

อย่างไรก็ดีผู้บริหาร Tiktok ปรารถนาจะให้ Tiktok เป็นที่นิยมไปทั่วโลก พวกเขาจึงติดต่อขอควบรวมกิจการให้ Musical.ly บริษัทสตาร์ทอัพที่ทำธุรกิจคล้ายกัน และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา

การควบรวมดำเนินไปด้วยดี โดย Bytedance จ่ายเงินมากถึง 1 พันล้านเหรียญในการรวม Tiktok กับ Musical.ly เข้าด้วยกัน การควบรวมทำให้สมาชิกของ Musical.ly กลายเป็นสมาชิกของ Tiktok ไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ดีการผนวก Musical.ly เข้ามาไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับ Tiktok ในแง่ของการเพิ่มสมาชิกในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น Tiktok ยังได้ฟังก์ชันหลายอย่างของ Musical.ly เข้ามาด้วยเช่นการสร้างวิดีโอลิปซิงค์และวิดีโอตลก หรือทำคลิปแบบ duet ทำให้ผู้ใช้มีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น

หลังจากควบรวม Musical.ly ได้สำเร็จ Tiktok ได้สร้างฐานผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับโชคดีด้วยที่แอพวิดีโออย่าง Vine ปิดตัวลง ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากย้ายมายัง Tiktok

ดังนั้น Tiktok จึงเป็นแอพจีนแอพแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำสถิติดาวน์โหลดมากที่สุดในเดือนในเดือนหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ในปัจจุบัน Tiktok มีผู้ดาวน์โหลดในอเมริกาอย่างน้อย 80 ล้านครั้ง

Tiktok ทำเงินอย่างไร?

วิธีการทำเงินของ Tiktok ไม่ซับซ้อนเลย นั่นคือ Tiktok จะให้ผู้ใช้ซื้อเหรียญเพื่อใช้มอบให้กับผู้ใช้ Tiktok ที่ตัวเองถูกใจ แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ของบริษัทเท่านั้น

Tiktok กำลังจะพัฒนาระบบการโฆษณาของตัวเอง อย่างที่ Bytedance ได้ลองใช้แล้วในแอพโต่วยิน ในอนาคตเชื่อได้ว่า โฆษณาภายในแอพน่าจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ

ปัญหาที่ Tiktok ต้องเผชิญ

ปัญหาแรกเป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้แอพอย่างไม่ถูกต้องของเยาวชน เช่นมีเยาวชนเอาไปเต้นวาบหวิว (เหมือนที่เป็นข่าวในไทย) และโพสคลิปที่ใช้ความรุนแรงต่างๆ หรือแม้กระทั่งมีผู้ล่อลวงเยาวชนจากแอพก็มี

อย่างไรก็ดี Tiktok ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่กำลังเกิดสงครามการค้ากับจีน ทำให้มีผู้ระแวงว่า Tiktok ที่มีข้อมูลจำนวนมหาศาลของประชาชนชาวอเมริกันอาจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปให้รัฐบาลจีนก็เป็นได้

Bytedance รีบออกมาปฏิเสธว่า Tiktok และแอพที่ใช้ในจีน (โต่วยิน) เป็นคนละแอพกัน และข้อมูลของ Tiktok ก็อยู่ที่เซิฟเวอร์นอกประเทศจีน หรือส่วนใหญ่อยู่ที่ประเทศที่ผู้ใช้ใช้งานด้วยซ้ำไป

การแก้ต่างของ Bytedance ไม่สามารถทำให้หยุดกระแสระแวงที่ตัวแอพได้ ปลายปี ค.ศ.2019 Marco Rubio ได้ขอให้คณะกรรมาธิการการลงทุนต่างชาติในสหรัฐอเมริกาให้สอบสวน Tiktok และ Bytedance หลังจากนั้นไม่นาน Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook และคนอื่นๆ ก็เริ่มโจมตี Tiktok

ชะตากรรมของ Tiktok จะเป็นอย่างไร คงยังไม่มีใครตอบได้ แต่ Tiktok ได้ทำให้ Bytedance เป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลไปแล้ว

Sources:

  • Sensor TowerTikTok Surpasses One Billion Installs on the App Store and Google Play
  • MoneyMeet the Head of TikTok, a 35-Year-Old Who Makes Employees Do Push-Ups if Their Videos Don’t Get Enough Likes
  • Business InsiderInside the rise of TikTok, the Chinese video-sharing app that’s currently the No. 1 iPhone app in the US

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here