เพลิงไหม้ซานติก้าผับ: อุทาหรณ์ครั้งสำคัญของนักเที่ยวผับ

0
581

ค่ำคืนของวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.2008 เป็นคืนที่ชาวไทยสนุกกันสุดๆ เพราะเป็นคืนการนับถอยหลังสู่วันปีใหม่ คนหนุ่มสาวจำนวนมากจะไปที่สถานบันเทิงต่างๆ เพื่อรับวันปีใหม่

ทุกคนหวังว่าจะได้สนุกกันอย่างเต็มที่หลังจากทำงานมาทั้งปี ไม่มีใครเคยคิดเลยว่า คืนนั้นจะมีโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

ซานติก้าผับหลังเพลิงไหม้ Cr: Epak

ซานติก้าผับ

ซานติก้าผับเป็นผับดังตั้งอยู่แถวเอกมัย ผับแห่งนี้จัดว่าเป็นผับระดับแนวหน้าแห่งหนึ่งของประเทศไทย

คืนวันนั้น ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่าซานติก้าผับมีกิจกรรมเฉลิมฉลองแบบพิเศษ นั่นก็คือนอกจากจะมีคอนเสิร์ตพิเศษรับวันปีใหม่แล้ว ทางผับยังได้มอบพลุกระดาษและไฟเย็นให้กับลูกค้าเพื่อนำไปเล่นอีกด้วย

ทางเจ้าของวางแผนจะปิดบริการผับแห่งนี้อยู่แล้ว คืนวันนั้นเลยเป็นคืนสุดท้ายที่ผับจะเปิดให้บริการ คืนนั้นจึงเป็นคืนที่พิเศษมากๆ เพราะลูกค้าที่มีความทรงจำดีๆกับที่นี่พากันมาอำลาผับแห่งนี้

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ค่ำคืนดังกล่าวจึงเป็นคืนที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแน่นเป็นพิเศษ ผู้รอดชีวิตเล่าว่าแน่นมากจนแทบไม่มีที่ยืน (จริงๆ เพราะคืนนั้นผับรับคนไปเป็นสองเท่าของจำนวนคนที่รับได้)

ค่ำคืนแห่งเพลิง

ถึงแม้จะเป็นคืนพิเศษ แต่การเฉลิมฉลองก็เหมือนกับการเคาน์ดาวน์ทั่วไป นั่นก็คือมีการแสดงดนตรี เล่นเกม เหล่าลูกค้าก็แดนซ์ เล่นพลุกระดาษ และไฟเย็นกันตามปกติ

ทุกอย่างดูปกติมากๆ พูดง่ายๆ ว่า มากเกินไปที่จะมีผู้คิดว่าเหตุร้ายกำลังจะเกิดขึ้น

วงดนตรีวงแล้ววงเล่าขึ้นแสดงไปบนเวที จนใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืน ก็เป็นคิวของวงเบิร์น (Burn) ที่มีความหมายว่า “ไหม้”

เมื่อถึงเที่ยงคืนอันเป็นวันใหม่แล้ว พลุไฟแบบพิเศษจำนวนมากก็ถูกจุดขึ้น กลายเป็นตัวอักษร Happy New Year ที่ดูน่าสวยงามให้ลูกค้าได้ชม นอกจากนี้พลุหน้าเวทีก็ถูกจุดขึ้น สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้าที่กำลังสนุกสนานและเมามายด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์

หากแต่ว่าสะเก็ดไฟที่เกิดจากพลุกลับพุ่งขึ้นไป ทำให้เพดานที่เป็นไม้ของตัวผับลุกติดไฟ

สมาชิก “วงเบิร์น” คนหนึ่งให้การว่า เขาสังเกตเห็นว่าไฟกำลังลุกไหม้เพดาน เขาจึงตะโกนบอกร่วมวง จังหวะนั้นเองก็มีเสียงตะโกนว่า “ไฟไหม้” ความโกลาหลในหมู่ลูกค้าก็เริ่มต้นขึ้นในทันที

ผู้ที่มาเที่ยวด้านล่างเวทีเริ่มสังเกตเห็นสะเก็ดไฟตกใส่ตัว ทุกคนจึงหนีตายกันไปที่ทางออกของผับ แต่ทำได้ยากอย่างยิ่ง เพราะคนทั้งหมดนับพัน แต่ประตูหน้าผับกลับมีประตูเดียว ส่วนหน้าต่างของผับออกไม่ได้เพราะติดเหล็กดัดอย่างหนาแน่น

จริงๆแล้ว ผับมีประตูทางอื่นด้วย แต่ลูกค้าทั่วไปไม่ทราบว่ามีประตูเหล่านี้ ส่วนนักร้องนั้นทราบ พวกเขาพากันออกจากผับทางประตูนั้น ทำให้เหล่านักร้องทุกคนรอดชีวิต

นอกจากนี้ความโกลาหลยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะลูกค้าจำนวนมากเมามายไม่ได้สติ คนเหล่านี้กีดขวางทางเข้าออกจากผับที่กำลังไหม้ไฟ คนจำนวนมากจึงยังออกมาจากผับไม่ได้ในขณะที่ไฟกำลังลุกโชน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว แต่ที่ตั้งของผับไม่ใช่ว่าเข้าถึงได้โดยง่ายโดยรถใหญ่ๆ อย่างรถดับเพลิง ทำให้อุปกรณ์ในการดับไฟของเจ้าหน้าที่ไม่อาจเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ซานติก้าผับกลายเป็นทะเลเพลิงอย่างรวดเร็ว เพลิงได้เผาผลาญผับดังแห่งนี้จนวายวอด แต่การควบคุมเพลิงใช้เวลาไม่นาน เจ้าหน้าที่ใช้เพียงชั่วโมงเศษก็สามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จ

ความสูญเสีย

เจ้าหน้าที่ลำเลียงร่างไร้วิญญาณหลายสิบร่างออกมาจากซานติก้าผับ ส่วนมากแล้วพวกเขาไม่ได้เสียชีวิตเพราะถูกไฟคลอก แต่เป็นเพราะสำลักควันไฟหรือขาดอากาศหายใจ

ผู้เสียชีวิตมีมากถึง 66 คน ส่วนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 200 คน

ในวันรุ่งขึ้นหรือวันปีใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ค้นพบว่าซานติก้าผับไม่ได้มาตรฐานหลายอย่าง ได้แก่

  1. ซานติก้าผับไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นผับแต่อย่างใด
  2. ประตูทางเข้าออกหลักของซานติก้าผับคับแคบกว่ามาตรฐาน และไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าประตูอื่นๆ อีก 3 ประตูสามารถใช้เข้าออกได้
  3. อุปกรณ์ตกแต่งภายในผับไม่ได้มาตรฐาน เพราะเมื่อโดนความร้อนล้วนแต่สร้างแก๊สพิษขึ้นมา นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

อีกประเด็นที่สำคัญคือ ต้นเพลิงที่ไหม้ผับมาจากที่ใด

ผู้รอดชีวิตบางคนเห็นว่า น่าจะเพราะนักร้องนำของวงเบิร์นใช้ไฟแช็คจุดพลุกระดาษ ทำให้เกิดประกายไฟบนเพดาน นำมาสู่ไฟไหม้

เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบจากกล้องที่อยู่ในผับ พวกเขาถึงได้พบข้อเท็จจริง

ปรากฏว่าเพลิงไม่ได้เกิดจากการจุดพลุกระดาษของนักร้องนำวงเบิร์น แต่เกิดจากประกายไฟที่มาจาก special effect หน้าเวทีที่ทางผับได้ติดตั้งเอาไว้

จะว่าไปแล้ว เหตุการณ์นี้ก็เกิดจากการละเมิดกฎระเบียบเรื่องความปลอดภัย ไม่ต่างอะไรกับเพลิงไหม้โรงแรมรอยัลจอมเทียน หรือ แก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรี เลย อาจจะเรียกได้ว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยก็ว่าได้

เหตุการณ์วันนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนจำนวนมากที่ประสบเหตุการณ์ บางคนต้องกลายเป็นผู้พิการ และสูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ

เพลิงไหม้ที่ซานติก้าผับจึงเป็นอุทาหรณ์ครั้งสำคัญให้กับเหล่านักเที่ยวว่า เรื่องความปลอดภัยสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง อย่าได้ประมาทเด็ดขาด