เจ้าชายโพชาสกี้และคูซมา มินิน สองวีรบุรุษผู้กอบกู้แผ่นดินรัสเซีย

ถ้าสยามประเทศมีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นผู้กอบกู้เอกราช รัสเซียคงมี เจ้าชายดมิทรี โพชาสกี้ และ คูซมา มินิน ทั้งสองเป็นวีรบุรุษคนสำคัญที่ช่วยกอบกู้แผ่นดินรัสเซีย

แผ่นดินรัสเซียแตกสาแหรกขาด

ในช่วง Time of Troubles (Смутное время) แผ่นดินรัสเซียแตกสาแหรกขาด แผ่นดินมีการต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงอำนาจ และยังถูกรุกรานโดยอาณาจักรโปลิช-ลิทัวเนียอีก กองทัพรัสเซียที่ปราศจากผู้นำที่เข้มแข็งถูกตีแตกที่สมรภูมิแห่งคลูชิโนทั้งๆที่ฝ่ายรัสเซียมีกำลังมากกว่าหลายเท่า ต่อมากองทัพโปแลนด์ได้บุกเข้ายึดครองมอสโคว์ได้เป็นผลสำเร็จ วลาดิสลอว์ (Wladyslaw) โอรสของกษัตริย์โปแลนด์ยังได้รับเลือกให้ขึ้นเป็นซาร์อีกด้วย (แต่ไม่เคยได้ครองตำแหน่ง)

กองทัพโปลตีกองทัพรัสเซียแตกยับที่คลูชิโน

แผ่นดินรัสเซียจึงอยู่ในสภาวะวิกฤตที่ไร้ทางออก ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปรัสเซียคงเป็นส่วนหนึ่งของโปแลนด์หรือสวีเดนเป็นแน่แท้

กองกำลังอาสาสมัคร

เจ้าชายดมิทรี โพชาสกี้เป็นนักรบที่แข็งแกร่ง เขาต่อสู้ในสงครามกลางเมืองมาหลายครั้ง เมื่อชาวรัสเซียก่อการกบฏครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านกองทัพโปล โพชาสกี้ก็เข้าร่วมการกบฏด้วย แต่เขาพลาดท่าได้รับบาดเจ็บ เขาได้รับการช่วยเหลือให้ไปพักฟื้นที่มหาวิหาร Sergiev Posad ใกล้กับมอสโคว์

มหาวิหาร Sergiev Posad Cr:
Александр Гришин

ปลายปี ค.ศ.1611 มีพ่อค้าเนื้อคนหนึ่งชื่อ คูซมา มินิน แห่งเมือง Nizhny Novgorod เขาได้ทำการปลุกระดมให้ผู้คนในเมืองรวมกำลังกันเพื่อขับไล่ชาวโปลออกไป เขาได้รับการสนับสนุนมากมายจนสามารถระดมกำลังจัดตั้งเป็นกองทัพอาสาสมัครที่ 2 (Second Volunteer Army)

เมื่อได้กองทัพมาแล้ว มินินเดินทางไปขอให้โพชาสกี้เป็นแม่ทัพของกองทัพใหม่นี้ โพชาสกี้ตอบรับมาเป็นแม่ทัพและฝึกฝนกองกำลังอาสาสมัครจนเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งกองหนึ่ง

กองกำลังอาสาสมัครตีได้เมือง Yaroslavl กลับคืนมาก่อน แล้วสถาปนารัฐบาลชั่วคราวขึ้น ข่าวเรื่องกองกำลังอาสาสมัครกองใหม่จุดประกายความหวังให้กับชาวรัสเซีย ทำให้เมืองต่างๆเร่งส่งกำลังสนับสนุนและเงินมาให้กับโพชาสกี้และมินิน

เจ้าชายโพชาสกี้ (ซ้าย) และคูซมา มินิน (ขวา)

ในปี ค.ศ.1612 โพชาสกี้ทราบว่ากองทัพโปลกำลังยกมาหนุนกองกำลังที่ยึดครองมอสโคว์อยู่ โพชาสกี้จึงนำกำลังไปทันทีและยึดมอสโคว์ส่วนนอกไว้ได้ ทหารชาวโปลหนีไปหลบในเครมลินที่มีป้อมปราการสูงใหญ่ล้อมรอบ ก่อนที่โพชาสกี้จะตีเครมลินได้ กองทัพสนับสนุนของชาวโปลก็มาถึง โพชาสกี้จึงต้องปะทะกับกองทัพชาวโปลอย่างไม่มีทางเลือก

สมรภูมิแห่งมอสโคว์

โพชาสกี้มีกำลังทหารราบ 8,000 คน ทหารม้าคอสแซก 2,500 คน ส่วนกองทัพสนับสนุนชาวโปลมีทั้งทหารม้าฮุสซาร์ที่แข็งแกร่งและทหารราบจำนวน 12,000 คน ส่วนในเมื่องมอสโคว์มีทหาร 3,000 คน 

กองทัพโปลต้องการจะช่วยเหลือพวกที่อยู่ในวงล้อมจึงทุ่มกำลังเข้าโจมตีทันทีด้วยทหารม้าฮุสซาร์ที่เก่งกาจ พวกเขาสามารถทะลวงกองทหารราบอาสาสมัครได้สำเร็จ แต่ในเวลานั้นเอง ช่องว่างทางปีกขวากลับเปิดออก เจ้าชายดมิทรี ทรูเบ็ตสกอย (Dmitri Trubetskoy) ที่ควบคุมกองทหารม้าคอสแซกจึงสั่งให้กองทหารม้าคอสแซกเข้าโจมตีตอบโต้

การโจมตีของทหารม้าคอสแซกทำให้กองทหารม้าและกองทหารราบโปลแตกพ่าย ทหารรัสเซียไล่ฆ่าฟันทหารโปลล้มตายลง ในขณะนั้นทหารโปลที่อยู่ภายในเครมลินพยายามโจมตีออกมา แต่ถูกกองทหารอาสาสมัครต้านทานเอาไว้ได้

วันต่อมา กองทัพโปลพยายามโจมตีอีก การโจมตีเกือบประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายโพชาสกี้สั่งให้ตั้งรับในตรอกซอกซอย ทำให้พวกโปลไม่อาจจะหักเข้ามาได้ โพชาสกี้สั่งให้โจมตีตอบโต้ ทหารโปลล้มตายไปจำนวนมาก แม่ทัพโปลจำต้องสั่งให้ถอยทัพจากมอสโคว์ 

หลังจากนั้นกองทหารของทรูเบ็ตสกอยได้เข้ายึดเสบียงอาหารของกองทัพโปลที่หลบอยู่ในเครมลิน ท้ายที่สุดกองทัพโปลที่ถูกล้อมจึงต้องยอมแพ้เพราะปราศจากเสบียงอาหารและกำลังสนับสนุน แต่ทว่าความโกรธแค้นของชาวรัสเซียต่อชาวโปลหนักหนากว่าที่จะทนทานได้ เชลยศึกชาวโปลล้วนแต่ถูกทรมานและสังหารจนหมดสิ้น 

ระหว่างการศึก มินินได้ทำหน้าที่เป็นแม่ทัพภายใต้เจ้าชายโพชาสกี้และได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญเช่นเดียวกับนายทัพคนอื่นๆ

ชาวโปลยอมแพ้ต่อเจ้าชายโพชาสกี้ แต่ความแค้นของชาวรัสเซียเหนือกว่าที่จะประมาณได้ พวกทหารโปลถูกสังหารจนเกือบหมดสิ้น

ความพ่ายแพ้ของกองทัพโปลที่มอสโคว์ทำให้กองทัพโปลถอนกำลังออกจากรัสเซียทั้งหมด รัสเซียจึงกลับเป็นอิสระอีกครั้งหนึ่ง 

วีรบุรุษของชาวรัสเซียทั้งมวล

โพชาสกี้และทรูเบ็ตสกอยช่วยกันดูแลรัฐบาลชั่วคราวอยู่ประมาณครึ่งปี จนกระทั่งสภาเซมสกี้ โซบอร์ได้ลงมติเลือก มิคาอิล โรมานอฟ ขึ้นเป็นซาร์พระองค์ใหม่ ราชวงศ์โรมานอฟจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่บัดนั้น

ซาร์มิคาอิลทรงแต่งตั้งให้โพชาสกี้และมินินเป็นโบยาร์ ทั้งสองได้รับการยกย่องมากมาย มินินเสียชีวิตในปี ค.ศ.1616 ส่วนโพชาสกี้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนักจนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ.1642 และได้รบการยกย่องจากซาร์มิคาอิลโดยเฉพาะว่าเป็น “Savior of Motherland” หรือผู้กอบกู้แห่งแผ่นดินแม่

ต่อมาซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 ได้ทรงสร้างอนุสาวรีย์โพชาสกี้และมินินขึ้นที่มอสโคว์ระหว่างที่นโปเลียนรุกรานรัสเซียเพื่อปลุกใจเหล่าประชาชน ปัจจุบันอนุสาวรีย์ของทั้งสองยังคงตั้งอยู่ที่จัตุรัสแดงมาถึงทุกวันนี้ 

มินิน (คนยืน) กับเจ้าชายโพชาสกี้ (คนนั่ง)

สำหรับอาณาจักรโปลิช-ลิทัวเนียแล้วนั้นเป็นหนามยอกอกของรัสเซียตลอดมา หลังจากเหตุการณ์นี้จบลง ชาวรัสเซียไม่ปรารถนาที่จะให้อาณาจักรดังกล่าวเข้มแข็งอีก เมื่อรัสเซียเรืองอำนาจขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 รัสเซียจึงได้ตัดแบ่งอาณาจักรโปลิช-ลิทัวเนียเป็นชิ้นๆ ร่วมกับออสเตรียและปรัสเซีย

error: Content is protected !!