ประวัติศาสตร์ชีวิตอันผาดโผนของพุ่ม สาคร จากเด็กในตลาดสู่ทหารม้าฮุสซาร์

ชีวิตอันผาดโผนของพุ่ม สาคร จากเด็กในตลาดสู่ทหารม้าฮุสซาร์

พุ่ม สาคร เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เขาเป็นคนไทยหนึ่งเดียวที่ได้สวมเครื่องแบบทหารม้าฮุสซาร์ของจักรวรรดิรัสเซีย และยังได้เข้าต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย เขาทำได้อย่างไรกันแน่?

ชีวิตอันพลิกผัน

พุ่มเกิดในปี ค.ศ.1883 บิดาของเขาชื่อนายซุ้ยและนางชื่น พุ่มจึงมีเชื้อสายจีนอยู่ในตัว พ่อของเขาทำมาค้าขายอยู่ที่ตลาดพลู และจัดว่าเป็นผู้มีฐานะคนหนึ่ง ในวัยเด็ก พุ่มจึงวิ่งเล่นอยู่ในละแวกบ้านที่บิดามารดาทำการค้าขายนั่นเอง

เขาได้เข้าศึกษาในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบสายอังกฤษ (โรงเรียนเทพศิรินทร์ในปัจจุบัน) เขาเป็นคนเรียนดี เรียนเก่ง และมีอุปนิสัยเรียบร้อย ทำให้เขาเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนดังกล่าว

ในช่วงปี ค.ศ.1897 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำริว่าจะส่งพระราชโอรสและนักเรียนจำนวนหนึ่งไปศึกษาต่อที่ทวีปยุโรปเพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศสยาม กลุ่มนักเรียนไทยที่ไปศึกษายังทวีปยุโรปมีทั้งหมด 19 คน ประกอบด้วยพระราชโอรส 5 พระองค์ เหล่าบุตรหลานขุนนาง 13 คน และอีกหนึ่งคนสุดท้ายคือ สามัญชนที่เรียนดีเด่น

ในช่วงเวลาที่จะส่งไปนั้น ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงส่งคำเชิญมายังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อขอให้พระองค์ส่งพระโอรสไปศึกษาต่อที่ประเทศรัสเซียบ้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตอบรับคำเชิญ พระองค์ดำริว่าจะส่งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถไปศึกษาที่ประเทศรัสเซีย ถึงกระนั้นรัชกาลที่ 5 ดำริว่าพระองค์น่าจะส่งสามัญชนที่เรียนดีเด่นไปกับพระโอรสด้วยเพื่อที่จะได้เป็นเพื่อนคู่คิด และคู่แข่งกัน พระโอรสจะได้มุ่งมานะในการศึกษามากยิ่งขึ้น

การคัดเลือกสามัญชนดีเด่นเป็นไปอย่างเข้มข้น และประกอบด้วยหลายรอบด้วยกัน ในรอบสุดท้าย เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงมาพิจารณาด้วยพระองค์เองด้วย ปรากฏว่าพระองค์ทรงถูกชะตากับนายพุ่มมากที่สุด เหล่าข้าหลวงก็เห็นตรงกันว่านายพุ่มหลักแหลมและมีกิริยามารยาทเรียบร้อย

ด้วยเหตุนี้นายพุ่มจึงได้รับเลือกให้เดินทางไปกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทำให้นายพุ่มเป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงคนแรกในประวัติศาสตร์ไทย ปัจจุบันทุนเล่าเรียนหลวงนี้ก็ยังมีอยู่

เรียนต่อที่รัสเซีย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขอให้ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงอนุเคราะห์นายพุ่มให้เทียบเท่ากับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทุกประการ เพื่อที่นายพุ่มจะได้เป็นคู่แข่งที่เท่าเทียม และมีความสนิทสนมกับพระโอรสไปในคราวเดียวกัน ซาร์นิโคลัสก็ทรงอนุญาต

โรงเรียนที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและนายพุ่มได้เข้าศึกษาต่อคือ โรงเรียนนายร้อยทหารที่เรียกว่า Pazhecky Korpus หรือ Page Corps ซึ่งเป็นโรงเรียนทหารระดับสูงที่สุดในจักรวรรดิรัสเซีย โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่พระราชวัง Vorontsov ใกล้กับถนน Nevsky

โรงเรียน Page Corps

โรงเรียนทหารนี้เป็นโรงเรียนที่ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงโปรดปรานมาก ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งเจ้าฟ้าหนุ่มและนายพุ่มย่อมได้รับการอนุเคราะห์อย่างดีที่สุดจากซาร์แห่งรัสเซีย ระหว่างการศึกษา ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงเชิญเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและพุ่มไปร่วมงานเลี้ยงในวังอย่างสม่ำเสมอ

ในช่วงแรกที่ไปทั้งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและนายพุ่มต่างมีปัญหาเรื่องภาษา แต่ทั้งสองก็เชี่ยวชาญในภาษารัสเซียอย่างรวดเร็ว และทำผลการเรียนได้อย่างดีเยี่ยม ในการสอบในปี ค.ศ.1900 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงได้ที่ 2 ในขณะที่นายพุ่มได้ที่ 4 แต่การสอบจบการศึกษาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงสอบได้ลำดับที่ 1 ส่วนนายพุ่มสอบได้ที่ 2

พุ่ม สาคร ในชุดทหารม้าฮุสซาร์

หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนทหาร เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและนายพุ่มต่างได้ประดับยศเป็นร้อยตรีแห่งกองทหารม้าฮุสซาร์ ต่อมาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถเสด็จกลับสยาม นายพุ่มเองก็ได้ติดตามกลับมาด้วย พุ่มได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นร้อยตรีประจำกองทหารรักษาพระองค์

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถเสด็จกลับไปรัสเซียอีกครั้งเพื่อศึกษาต่อในโรงเรียนเสนาธิการ นายพุ่มเองก็ตามเสด็จไปด้วย และได้ศึกษาในโรงเรียนเดียวกัน ในช่วงเวลานี้เองที่นายพุ่มเริ่มเหินห่างจากสมเด็จเจ้าฟ้า เนื่องด้วยพระองค์ทรงมีความรักกับแคทเทอรีน เดสนิคสกี้ สตรีชาวรัสเซีย

พุ่มและเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถจบการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการรัสเซียในอีกไม่กี่ปีต่อมา พุ่มได้รับตำแหน่งเป็นพันเอกแห่งกองทัพรัสเซีย โดยยังสังกัดกองพลฮุสซาร์ตามเดิม หากแต่ว่าเมื่อเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถเสด็จกลับสยามพร้อมกับหม่อมชาวรัสเซีย พุ่มไม่ได้ตามเสด็จกลับไปด้วย เนื่องจากต้องการอยู่ที่รัสเซียต่อ รัฐบาลสยามต้องการให้พุ่มเดินทางกลับได้แล้ว แต่พุ่มปฏิเสธ เขาอ้างต่อรัฐบาลว่าขอศึกษาภาษาฝรั่งเศสที่รัสเซียต่อไปก่อน

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและนายพุ่มที่โรงเรียนเสนาธิการ

การจากลาของพุ่มและเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ เขาไม่ได้พบเห็นพระองค์อีกเลย

ความขัดแย้งกับรัฐบาลสยาม

ข้อเสนอของพุ่มทำให้ทูตรัฐบาลสยามขุ่นเคือง และไม่ยอมรับข้อเสนอของพุ่ม เขาจึงโต้เถียงกับทูตสยามอย่างหนักเพื่อที่จะอยู่รัสเซียต่อไป สุดท้ายแล้วเพื่อตัดปัญหา รัฐบาลสยามจึงขังพุ่มไว้ที่สถานทูตสยามในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเปิร์ก

ในช่วงนี้ เราไม่แน่ชัดว่าเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างไร แต่การที่พุ่มถูกคุมขังทำให้เพื่อนนายทหารรัสเซียของพุ่มโกรธเคืองว่า รัฐบาลสยามไม่ให้เกียรตินายทหารม้าฮุสซาร์ พวกเขาจึงมาลักลอบนำตัวพุ่มออกไปจากสถานทูต พุ่มจึงกลับบ้านเกิดเมืองนอนไม่ได้อีกแล้ว เขาตัดสินใจเปลี่ยนสัญชาติเป็นรัสเซีย เปลี่ยนชื่อเป็นพุ่มสกี้ และเปลี่ยนศาสนาเป็นศาสนาคริสต์นิกายรัสเซียนออโธดอกซ์ บางหลักฐานว่าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงถึงกับเป็นบิดาทางศาสนาให้กับพุ่มด้วยพระองค์เอง

การปฏิวัติรัสเซีย

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้น พุ่มและกองทหารม้าฮุสซาร์ได้ออกรบกับฝ่ายศัตรูอย่างกล้าหาญ ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าพุ่มเข้าร่วมรบในสมรภูมิใด หากแต่ว่าพุ่มต้องเป็นคนมีฝีมือและดวงแข็งมากคนหนึ่ง เพราะพวกทหารม้าฮุสซาร์มักจะสิ้นชีวิตกลางสมรภูมิตั้งแต่อายุไม่มาก พุ่มรักษาตัวรอดมาได้จนถึงปี ค.ศ.1917 เหตุการณ์สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งก็เกิดกับชีวิตพุ่ม

ในปี ค.ศ.1917 ซาร์นิโคลัสที่ 2 สละราชสมบัติหลังจากประชาชนในกรุงเปโตรกราดได้ลุกฮือขึ้นจนกลายเป็นการปฏิวัติกุมภาพันธ์ เหล่านายทหารต่างถูกทหารชั้นผู้น้อยสังหารเพื่อไปเข้าร่วมกับการปฏิวัติ ไม่ต้องสงสัยว่าเพื่อนเสนาธิการของพุ่มจำนวนมากล้วนแต่ถูกสังหารไปด้วย หากแต่ว่าพุ่มกลับไม่เป็นอันตราย เขากลับได้รับเลือกจากทหารชั้นผู้น้อยให้บังคับบัญชาต่อไป สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะพุ่มเป็นคนอัธยาศัยดี และไม่เคยถือตัวเลย

พุ่มกลับปฏิเสธที่จะรับหน้าที่นี้ต่อไป เพราะกองทัพเหล่านี้มิใช่กองทัพของซาร์นิโคลัสที่ 2 อีกต่อไปแล้ว ในฐานะนายทหารที่ถวายสัตย์ พุ่มจึงไม่อาจทำเช่นนั้นได้ มีเรื่องเล่าว่าพุ่มมีโอกาสได้เข้าเฝ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พระองค์ตรัสสั่งให้พุ่มรีบเดินทางออกไปจากรัสเซียเสีย

รีบหนีไปเร็วๆ นี่เป็นเรื่องของคนรัสเซีย ไม่ใช่เรื่องของเจ้า

ไม่ปรากฏว่าซาร์นิโคลัสได้พบกับพุ่ม ณ เวลานั้นจริงหรือไม่ เพราะพระองค์ถูกคุมขังอย่างแน่นนหนาในพระราชวังอเล็กซานเดอร์ แต่แอนนา ไวรูโบวา นางสนองพระโอษฐ์เคยเขียนในหนังสือของเธอว่า พระองค์ทรงคาดเดาว่าแผ่นดินรัสเซียจะต้องวุ่นวายไปอีกนานหลายปี พระองค์จึงให้เหล่าผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจากไปเสีย

ซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัว

ดังนั้นพุ่มจึงปฏิบัติตามรับสั่ง เขาพาสุภาพสตรีรัสเซียที่เขาเคารพเหมือนแม่หนีไปยังฝรั่งเศส พุ่มทำงานเป็นเสมียนธนาคารเลี้ยงดูตนเองกับสตรีรัสเซียผู้นั้น จนกระทั่งเธอสิ้นชีวิตลง

แต่แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดกับชีวิตพุ่มอีกครั้งหนึ่ง

กลับคืนบ้านเกิดเมืองนอน

พุ่มได้พบกับพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ซึ่งในเวลานั้นน่าจะสิ้นพระชนม์แล้ว พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้ให้นายพุ่มมาเป็นเลขาให้กับอดีตหม่อมแคทรีน พระมารดาที่ได้แต่งงานใหม่ไปเรียบร้อยแล้วที่กรุงปารีส นอกจากนี้พระองค์ยังช่วยเหลือให้พุ่มได้สัญชาติไทยคืนอีกด้วย

หลังจากที่อำลาดินแดนสยามไป 33 ปี พุ่มเดินทางกลับมายังประเทศไทยด้วยความตื่นตาตื่นใจ ในเวลานั้นมีกระแสฮือฮาไม่น้อยที่มีคนไทยที่เคยเป็นนายทหารฮุสซาร์แล้วได้กลับมายังประเทศ จอมพล ป.พิบูลสงครามขอให้นายพุ่มอยู่ในประเทศไทยและเป็นอาจารย์ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก พุ่มจะได้ยศพันโทแห่งกองทัพไทย แต่พุ่มกลับปฏิเสธข้อเสนอ บ้างว่าพุ่มปรารถนาจะได้รับยศพันเอกอย่างที่เคยได้รับในกองทัพรัสเซีย

พุ่มจึงเดินทางกลับมายังอังกฤษและอาศัยอยู่กับพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ตามเดิม จนกระทั่งเขาเสียชีวิตลงในวัย 70 ปี ที่ประเทศอังกฤษ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์โปรดให้ฝังร่างของเขาไว้ในสุสานใกล้บ้านของพระองค์

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!