ท่องเที่ยวเมืองลอสแองเจลิส (Los Angeles) มีสถานที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง?

เมืองลอสแองเจลิส (Los Angeles) มีสถานที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง?

ลอสแองเจลิส (Los Angeles) หรือแอลเอ (L.A.) เป็นมหานครที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามหลังนิวยอร์กซิตี้เพียงเมืองเดียว

คนไทยน่าจะรู้จักเมืองแห่งนี้จากภาพยนตร์ฮอลลีวูดมากมายหลายเรื่อง และลอสแองเจลิสเองก็เป็นเมืองหลวงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ ซึ่ง Hollywood Sign ที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ตั้งอยู่ที่นี่ครับ

เราไปรู้จักเมืองนี้กันอย่างละเอียดกันดีกว่า และไปดูกันว่าลอสแองเจลิสจะมีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้างครับ

Los Angeles Image by Free-Photos from Pixabay

รู้จักลอสแองเจลิส (Los Angeles)

ลอสแองเจลิส (Los Angeles) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานประมาณ 200 ปีเศษ โดยนักสำรวจชาวสเปนได้เดินทางมายังดินแดนแถบนี้ และได้ตั้งเมืองขนาดเล็กขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 โดยผู้ที่เข้ามาอยู่ในอาศัยในเมืองในช่วงแรกคือชาวเม็กซิกันจากอาณานิคม New Spain (เม็กซิโกในปัจจุบัน) และพวก Mestizo ซึ่งเป็นลูกครึ่งระหว่างชาวสเปนและชาวพื้นเมือง

ช่วงห้าสิบปีแรกเป็นช่วงที่ตัวเมืองเติบโตอย่างช้าๆ ในช่วงปี ค.ศ.1820 เมืองลอสแองเจลิสมีประชากรเพียง 600 คนเท่านั้น เมื่อเม็กซิโกได้อิสรภาพจากสเปน ลอสแองเจลิสได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงของจังหวัด Alta California ซึ่งครอบคลุมรัฐแคลิฟอร์เนียในปัจจุบันเกือบทั้งหมด

Los Angeles Image by David Mark from Pixabay

ในปี ค.ศ.1846 กองทัพสหรัฐอเมริกาได้รุกราน Alta California จนเกิดเป็นสงครามใหญ่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ปรากฏว่าสหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ ทำให้เม็กซิโกต้องยกเมืองลอสแองเจลิสและดินแดนแคลิฟอร์เนียให้เป็นการถาวร

กระแสตื่นทองและการที่รัฐบาลอเมริกันสร้างทางรถไฟเชื่อมรัฐแคลิฟอร์เนียกับส่วนอื่นของประเทศได้ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากอพยพมาอาศัยที่รัฐแคลิฟอร์เนีย จำนวนประชากรในเมืองใหญ่ของรัฐอย่างลอสแองเจลิสจึงเพิ่มจำนวนขึ้นไปด้วย ในช่วงปี ค.ศ.1900 ผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองมีจำนวนมากถึง 100,000 คนเลยทีเดียว

ในช่วงทศวรรษ 1900-1910 บริษัททำภาพยนตร์จำนวนมากย้ายมาตั้งอยู่ที่เมือง Hollywood เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับลอสแองเจลิส เพราะบริษัทเหล่านี้ต้องการหลบหลีกกรณีพิพาทกับบริษัทของเอดิสันที่ครอบครองลิขสิทธิ์เทคโนโลยีการทำภาพยนตร์จำนวนมาก การย้ายมาอยู่ฝั่งตะวันตกที่กันดารกว่าทำให้การบังคับใช้ลิขสิทธิ์ยากขึ้น นอกจากนี้ดินแดนแถบนี้ยังมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ดี แถมค่าที่ดินยังถูกมากๆ อีกด้วย เหมาะต่อการขยับขยายกิจการ

ลอสแองเจลิสในช่วงปี ค.ศ.1913 By University of Southern California, Public Domain

ด้วยเหตุนี้ทำให้เมือง Hollywood ได้กลายเป็นศูนย์กลางการทำภาพยนตร์ของสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1910 ชาวเมืองได้โหวตรวมตัวเมืองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลอสแองเจลิส ทำให้ลอสแองเจลิสกลายเป็นฮับของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มาจนถึงทุกวันนี้

ประชากรในเมืองลอสแองเจลิสเพิ่มมากขึ้นตามลำดับในช่วง Roaring Twenties และ Great Depression ส่วนหนึ่งเพราะความเจริญทางเศรษฐกิจของเมืองที่เกิดจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เฟื่องฟู ผู้คนจากต่างถิ่นจึงอพยพเข้ามาอาศัยที่นี่จนประชากรพุ่งทะลุ 1 ล้านคนในปี ค.ศ.1930 และขยับขึ้นมาเป็นมากกว่า 13 ล้านคนในปัจจุบัน (ถ้านับรวมบริเวณมหานครทั้งหมด)

นอกจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์แล้ว ปัจจุบันลอสแองเจลิสได้เป็นศูนย์กลางของการค้าขาย และการผลิตในฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา ท่าเรือและสนามบินของเมืองแออัดไปด้วยเรือคอนเทนเนอร์ขนาดยักษ์และเครื่องบินจำนวนมากมาย ถ้าเปรียบเทียบในเรื่องของ GDP แล้ว ลอสแองเจลิสมี GDP สูงกว่าเมืองใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่เพียงโตเกียวและนิวยอร์กซิตี้เท่านั้นเองครับ

ถัดไปเราไปดูกันดีกว่า ลอสแองเจลิสมีสถานที่ไหนน่าไปเที่ยวบ้าง

1. Hollywood Sign

Hollywood Sign เป็นป้ายอักษร 9 ตัว “Hollywood” ตั้งอยู่บนภูเขาชื่อเดียวกัน ป้ายนี้เองที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านและเมืองลอสแองเจลิสที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

Hollywood Image by David Mark from Pixabay

เดิมทีป้ายนี้มีคำว่า “Land” อยู่ด้วย โดยสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 20 เพื่อโฆษณาย่านที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีชื่อว่า “Hollywoodland” ป้ายดังกล่าวอยู่ยงคงกระพันมานานถึงเกือบ 60 ปี ทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองไปแล้ว การบูรณะจึงเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1978 โดยตัดคำว่า “Land” ออกไป กลายเป็น “Hollywood” อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันครับ

2. Walk of Fame/Kodak Theatre

Walk of Fame เป็นทางเดินตามถนนชื่อ Hollywood Boulevard บนพื้นถนนจะมีดวงดาวซึ่งจะจารึกชื่อและบทบาทของบุคลากรในวงการบันเทิงอเมริกันที่เคยสร้างผลงานอันสุดยอดเอาไว้เรียงรายกันไป ในปัจจุบันมีดาวเหล่านี้มากกว่า 2,500 ดวงด้วยกันครับ

Walk of Fame By Owen Lloyd, Public Domain

บนถนนเดียวกันมีโรงละครที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งอยู่ บางแห่งมีอายุร่วมร้อยปีแล้ว แต่ที่มีชื่อที่สุดก็คือ Kodak Theatre ซึ่งใช้ประกาศผลรางวัลออสการ์ทุกปีครับ

3. Universal Studio Hollywood

Universal Studios Hollywood เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ของ Universal และเป็นสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย เครื่องเล่นที่นี่อย่างเช่น The Wizarding World of Harry Potter หรือ Jurassic World- The Ride ต่างได้รับความนิยมสูงมากครับ ถ้าเหนื่อยแล้วสามารถไปเดินเล่นที่ Universal City Walk เพื่อเก็บบรรยากาศ ถ่ายรูป และหาอะไรกินก็ได้เช่นกันครับ

Universal Studio Hollywood Image by David Mark from Pixabay

ดังนั้นถ้าคุณมาถึงลอสแองเจลิสแล้ว การไปเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้สักครั้งเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยครับ

4. Disneyland

Disneyland ตั้งอยู่ที่ Anaheim โดยห่างจากลอสแองเจลิสไม่ไกลนัก ที่นี่เป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกของโลก โดยเปิดทำการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 และเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเดียวที่ถูกสร้างในการควบคุมดูแลของวอลท์ ดิสนีย์ ประธานผู้ก่อตั้งของบริษัทดิสนีย์โดยตรงจนเสร็จสิ้น

ตัวสวนสนุกแน่นอนว่าใช้ theme ตัวละครต่างๆ จากแอนิเมชันและภาพยนตร์อื่นๆ ของดิสนีย์ครับ แม้ว่าขนาดจะใหญ่ไม่เท่า Disney World แต่ที่นี่ก็มีดีที่ความเป็นสวนสนุกแบบออริจินัลซึ่งให้ความสุขกับคุณและครอบครัวได้อย่างแน่นอนครับ

5. Griffith Park

Griffith Park เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย และครอบคลุมพื้นที่บริเวณแนวเขา Santa Monica โดยอยู่ห่างจาก Hollywood Sign ไม่ไกลนัก

Griffith Observatory Image by Gary-Alan Hopkins from Pixabay

ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง อาทิเช่น

  • Griffith Observatory – หอดูดาวขนาดใหญ่ที่คุณสามารถมาใช้กล้องโทรทรรศน์คุณภาพเยี่ยมมาดูท้องฟ้าในยามค่ำคืนได้ นอกจากนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์อวกาศอีกด้วยครับ ทั้งนี้หอดูดาวตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้มองเห็นดาวได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ก็ตามครับ
  • Los Angeles Zoo – สวนสัตว์ขนาดใหญ่แห่งเมืองลอสแองเจลิส มีสัตว์นานาชนิดให้ชมเช่นยีราฟ โคอาลา ช้าง ฯลฯ

6. Museums

เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ๆ ทั่วไปของสหรัฐอเมริกา ลอสแองเจลิสมีพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดอยู่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งมีทั้งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และศิลปะ เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีที่ไหนบ้าง

Battleship Iowa Museum By John Murphy, Flickr, CC By SA 2.0
  • Natural History Museum of Los Angeles County – พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่มีไฮไลท์สำคัญคือฟอสซิลไดโนเสาร์ และฟอสซิลที่นี่เป็นแบบทั้งตัว ไม่ใช่แค่ส่วนแขนขาเหมือนกับในพิพิธภัณฑ์บางแห่งครับ
  • California Science Center – พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีขนาดใหญ่โตอลังการ และมีสิ่งจัดแสดงในทุกสาขาของวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศที่มีพืชและสัตว์อันหลากหลาย หรือว่ากระสวยอวกาศที่ปลดระวางแล้วอย่าง Endeavour ครับ
  • Los Angeles County Museum of Art (LACMA) – พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา และมีงานศิลปะให้ชมมากถึง 13,000 ชิ้นครับ
  • Getty Center – พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนแนวเขา Santa Monica ภายในพิพิธภัณฑ์มีผลงานศิลปะมากมาย โดยส่วนมากจะเป็นภาพเขียนของจิตรกรชาวยุโรปครับ
  • Peterson Automotive Museum – พิพิธภัณฑ์สำหรับคนรักรถและมอเตอร์ไซค์ครับ โดยมีรถให้ชมมากกว่า 300 คัน แต่ละคันมาจากต่างยุคต่างสมัยกันครับ
  • The Broad – พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เน้นไปที่ศิลปะร่วมสมัยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ครับ
  • Museum of Contemporary Art (MOCA) – พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่รวบรวมงานศิลป์จำนวนมากหลังสมัยสงคราม
  • Battleship Iowa Museum – อดีตเรือประจัญบาน (USS Iowa) ที่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ คุณจะได้เห็นว่าชีวิตของทหารเรืออเมริกันเป็นอย่างไรครับ

7. Long Beach

Long Beach เป็นย่านที่น่าสนใจย่านหนึ่งของเมืองลอสแองเจลิส และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยกัน

สถานที่เที่ยวแห่งแรกที่น่าสนใจคือ RMS Queen Mary อดีตเรือเดินสมุทรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกของบริษัท Cunard Line และเคยได้รางวัล Blue Riband ซึ่งจะให้สำหรับเรือที่ข้ามมหาสมุทรได้รวดเร็วที่สุดด้วย (เคยมีข่าวลือว่าเรือไททานิกพยายามจะเอารางวัลนี้ให้ได้ด้วย แต่ก็ล้มเหลวเพราะเรือจม)

RMS Queen Mary By Sergey Yarmolyuk, CC BY-SA 3.0,

ปัจจุบันเรือแห่งนี้ได้ทอดสมออยู่ริมฝั่ง และได้กลายสภาพเป็นโรงแรมสุดหรู และพิพิธภัณฑ์ ถ้าคุณอยากดูว่าเรือเดินสมุทรในช่วงยุคคลาสสิกเป็นอย่างไรก็สามารถดูได้บนเรือลำนี้ครับ

ห่างออกไปไม่ไกลนักคือ Aquarium of the Pacific พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีสัตว์มากถึง 11,000 ตัวจากมหาสมุทรแปซิฟิกให้ได้ชมกัน ภายในพิพิธภัณฑ์มีกิจกรรมมากมายที่คุณจะได้เรียนรู้และสัมผัสชีวิตของสัตว์ทะเลครับ

หรือถ้าเบื่อแล้วอยากจะไปช็อปปิ้งหรือหาอะไรกิน คุณสามารถไปที่ Shoreline Village ที่นั่นจะมีร้านอาหารและร้านขายของมากมายให้คุณได้เลือกสรรครับ

Catalina Island Image by 1778011 from Pixabay

แต่ถ้าใครอยากสัมผัสกับบรรยากาศท้องทะเล คุณสามารถนั่งเรือออกไปจากท่าเรือเพื่อไปชมวิวทะเลที่เกาะชื่อ Catalina Island ได้ครับ เกาะนี้มีหาดสวยๆ และร้านอาหารริมทะเลมากมาย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันครับ

8. La Brea Tar Pits

La Brea Tar Pits เป็นสถานที่ที่คนรักฟอสซิลพลาดไม่ได้ เพราะแอ่งแห่งนี้เป็นจุดที่นักบรรพชีวินวิทยากำลังขุดซากฟอสซิลอยู่จริงๆ ส่วนใหญ่แล้วซากฟอสซิลของที่นี่จะเป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีอายุประมาณ 10,000-40,000 ปี อาทิเช่นช้างแมมมอธ เสือเขี้ยวดาบ ฯลฯ

La Brea Tar Pits By L. Allen Brewer, Flickr, CC By 2.0

ใกล้กับแอ่งดังกล่าวมีพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ คุณจะได้เห็นฟอสซิลมากมายที่ถูกจัดเรียงเหมือนกับครั้งที่มันมีชีวิตอยู่ และได้ทราบถึงกระบวนการการขุดฟอสซิลครับ

9. Beaches

ลอสแองเจลิสเป็นเมืองชายทะเล ดังนั้นที่นี่จึงมีหาดสวยๆ อยู่หลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

  • Santa Monica – หาดทรายสีทองที่มีสัญลักษณ์เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้บริเวณท่าเรือยังมีร้านค้ามากมายให้คุณได้เดินช็อปปิ้งด้วยครับ
  • Venice Beach – หาดทรายสีขาวที่เป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมือง คุณจะได้เห็นพวกเขามาที่นี่เพื่อเล่นสเก็ตบอร์ดกันมากมายเลยครับ ที่นี่มีอาหารขายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะของกินเล่นอย่างเช่น funnel cakes ครับ
  • Zuma Beach – หาดที่มีคลื่นลมรุนแรง เหมาะต่อการเล่นกระดานโต้คลื่น

ไปเที่ยวลอสแองเจลิส (Los Angeles) อย่างไรดี?

ลอสแองเจลิส (Los Angeles) เป็นหนึ่งในเมืองในสหรัฐอเมริกาที่คนไทยนิยมไปเที่ยวมากที่สุด ดังนั้นมีบริษัททัวร์ไทยหลายแห่งที่นำนักท่องเที่ยวไปยังมหานครแห่งนี้ ทัวร์ที่พาไปมีหลายแบบตั้งแต่ทัวร์อเมริกาทั้งประเทศ และทัวร์อเมริกาฝั่งตะวันตกเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาเที่ยวประมาณ 10 วันครับ

อีกทางเลือกหนึ่งคือคุณมาเที่ยวลอสแองเจลิสด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ยากอะไรนัก คุณสามารถบินจากกรุงเทพมาถึงลอสแองเจลิสโดยหลากหลายสายการบิน อาทิเช่น Korean Air, Cathay Pacific, ANA ฯลฯ โดยใช้เวลาไม่เกิน 20 ชั่วโมงครับ สำหรับเรื่องตั๋วเครื่องบิน ผมแนะนำให้อ่านคู่มือการจองตั๋วเครื่องบินมายังอเมริกาเพิ่มเติมครับ

ทั้งนี้ลอสแองเจลิสห่างจาก Las Vegas ประมาณ 430 กิโลเมตร และห่างจาก Yosemite 450 กิโลเมตร (ถ้าใช้เส้นทางที่ใกล้ที่สุด) ดังนั้นถ้าคุณชอบขับรถเที่ยว คุณสามารถขับไปทั้งสองแห่งได้โดยไม่ยากอะไรนักครับ

แต่สำหรับ Yosemite แล้ว นักท่องเที่ยวที่มีเวลาเที่ยวมากจะเลือกเส้นทางเลียบหาดผ่าน Pacific Coast Highway ซึ่งจะใช้เวลามากกว่า แต่สวยกว่าและมีจุดให้แวะเที่ยวมากกว่าครับ

ถ้าคุณจะใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผมแนะนำให้ลองพิจารณา Omio ครับ เพราะใช้ง่ายดี คุณจะเห็นตารางการให้บริการและราคาของพาหนะทุกอย่างตั้งแต่รถ รถไฟ และเครื่องบินได้บนแพลตฟอร์ม ทำให้คุณสามารถเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ และซื้อได้เลยทันทีครับ

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!