กรรณะ วีรบุรุษผู้พ่ายแพ้แห่งมหาภารตะ (9): ต่อสู้ด้วยความแกล้วกล้า

0
979

การตายของฆโฎตกัจในตอนที่แล้วทำให้พระกฤษณะยิ้มด้วยความดีใจ ในขณะที่ทุกๆคนในฝ่ายปาณฑพต่างสลดใจในความเสียสละของเขา

อรชุนเองก็ทำใจไม่ได้ แต่เมื่อเห็นพระกฤษณะยิ้มกว้าง เขาจึงถามพระกฤษณะว่าทำไมถึงยิ้มดีใจ

พระกฤษณะจึงบอกว่าตนเองได้มอบหมายให้ฆโฏตกัจไปหลอกล่อพวกเการพ เพื่อที่ทุรโยธน์จะได้ให้กรรณะใช้หอกของพระอินทร์กับตัวเขา ฆโฏตกัจเองก็รู้ว่าจะต้องตายในวันนั้น แต่ก็ยอมทำตามแผนแต่โดยดี

ฆโฏตกัจจึงได้เสียสละอันยิ่งใหญ่ และทุกอย่างก็ได้เป็นไปตามแผน กรรณะไม่มีหอกวสวศักติอีกแล้ว ทำให้อรชุนปลอดภัยจากกรรณะแล้วเกือบ 100% เพราะพระกฤษณะสามารถช่วยเหลือเขาหยุดยั้งอาวุธอย่างอื่นไว้ได้

ในวันต่อมา พระกฤษณะใช้กลลวงสังหารโทรณะ ทำให้ตำแหน่งแม่ทัพของฝ่ายเการพว่างลง

ทุรโยธน์จึงแต่งตั้งกรรณะเป็นแม่ทัพใหญ่สูงสุดของฝ่ายเการพ ในเย็นของวันที่ 15 ที่โทรณะเสียชีวิต กรรณะเองก็ตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในวันรุ่งขึ้น

ความฝันประหลาด

คืนก่อนที่จะออกไปรบ มหาภารตะบางฉบับได้เขียนไว้ว่า กรรณะฝันเห็นปรสุราม (Parashurama) ผู้เป็นอาจารย์ กรรณะจึงขอร้องให้อาจารย์ถอนคำสาปให้กับเขา

ปรสุรามบอกกรรณะว่า ตอนที่กรรณะมาเรียนกับเขานั้น ตัวเขาทราบล่วงหน้าแล้วว่า กรรณะมาจากวรรณะกษัตริย์ ไม่ใช่วรรณะพราหมณ์ แต่เขาก็ยังสอนศิลปศาสตร์ให้เพราะเห็นในความตั้งใจอันแรงกล้าของกรรณะ

ปรสุรามว่าต่อไปว่า กรรณะต้องรับคำสาปนี้ไป มิฉะนั้นกรรณะจะสังหารอรชุน และทุรโยธน์จะเป็นผู้ชนะสงคราม แผ่นดินทั้งปวงจะวุ่นวาย ปรสุรามจึงขอให้กรรณะรับคำสาปนี้เสีย และตายด้วยมือของอรชุน

กรรณะได้ฟังเช่นนั้น เขาจึงพยักหน้ารับคำสาปดังกล่าวแต่โดยดี ปรสุรามจึงอวยพรให้ชื่อเสียงกรรณะคงอยู่ต่อไปตลอดชั่วกาลนาน

นั่นเท่ากับว่ากรรณะทราบตั้งแต่แรกแล้วว่า รบไปก็จะต้องตาย!

กรรณะสังหารฆโฏตกัจด้วยหอกวสวศักติ

ออกรบ

เมื่อวันที่ 16 เริ่มต้นขึ้น กรรณะนำกองทัพออกมารบ ฝ่ายปาณฑพก็ต้อนรับเขาด้วยการ “รุม” สิบสองต่อหนึ่ง โดยไม่มีอรชุน กรรณะต่อสู้อย่างกล้าแกร่งกลางวงล้อมของพวกปาณฑพ กรรณะเอาชนะพวกปาณฑพไปทีละคน ด้วยอาวุธที่พวกปาณฑพแต่ละคนถนัดเช่น กรรณะเอาชนะยุธิษฐิระด้วยหอก เอาชนะภีมะด้วยกระบอง เอาชนะนกุล และ สหเทวะด้วยดาบ

หากแต่ว่ากรรณะไม่ได้สังหารพวกปาณฑพทั้งสี่คนเลยสักคนเดียว เพราะกรรณะได้เคยสัญญาไว้แล้วกับนางกุนตีว่าเขาจะไม่ทำอันตรายต่อพวกปาณฑพยกเว้นแต่อรชุนเพียงคนเดียวเท่านั้น

กรรณะเพียงแค่เหยียดหยามพวกเขาเล็กน้อยเป็นพิธี หลังจากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาถอยหนีไปได้ตามสะดวก กรรณะได้สังหารไพร่พลฝ่ายปาณฑพล้มตายเป็นจำนวนมาก

ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากที่พระกฤษณะช่วยกำบังอรชุนมานานหลายวัน กรรณะก็พบกับอรชุนเสียที ทั้งสองฝ่ายจึงเข้าต่อสู้กันเป็นมหายุทธการ เหล่าเทวดาทั้งชั้นฟ้าแทบทั้งหมดต่างลงมาดูพวกเขาต่อสู้กัน

มหายุทธการกับอรชุน

กรรณะเปิดฉากกระหน่ำยิงใส่อรชุนด้วยลูกศรจำนวนมหาศาลราวกับพายุ อรชุนจึงต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ และสู้พลางถอยพลาง อรชุนเริ่มจะเหลือกำลังที่จะต้านทานพายุศรได้อีก กรรณะฉวยโอกาสนั้นร่ายมนต์ปลุกศรนาคบาศ (Nagastra) ทันที ศรนี้เป็นศรเดียวกับศรที่อินทรชิต (Indrajit) ยิงเข้าใส่พระลักษมณ์ (Lakshamana) ในเรื่องรามายณะ

ราชาศัลยะ (Shalya) ผู้เป็นสารถีกรรณะแนะให้กรรณะเล็งที่หัวใจของอรชุน แต่กรรณะไม่เชื่อถือ สาเหตุคือศัลยะผู้นี้ “รับงาน” จากพระกฤษณะมาให้พูดจาดูถูกกรรณะให้เสียสมาธิ กรรณะที่ถูกศัลยะดูถูกมาตลอดวันจึงคิดว่าคำแนะนำของศัลยะไม่น่าจะดี ดังนั้นกรรณะจึงเล็งศรไปที่หัวของอรชุน

หากแต่ว่าจริงๆแล้ว ศัลยะเห็นคุณธรรมของกรรณะในสมรภูมิ เขาจึงเปลี่ยนใจอย่างช้าๆ เมื่อกรรณะต่อสู้กับอรชุนจึงให้คำแนะนำที่จริงใจ

กรรณะ (ฝั่งซ้าย) ต่อสู้กับอรชุน (ฝั่งขวา) Cr: Wikipedia

ศรตรงไปที่ศีรษะของอรชุนอย่างแรง เมื่อศรของกรรณะพุ่งออกมาจากคันศร อรชุนได้เตรียมใจที่จะตายไว้แล้ว เพราะศรนี้ตนเองไม่มีวิธีปัดป้อง

หากแต่ว่าอรชุนยังมีผู้หนึ่งนั่งอยู่หน้าเขา พระกฤษณะนั่นเอง

พระกฤษณะเห็นศรพุ่งมาอย่างแรง เขาจึงใช้เท้าทั้งสองข้างกดรถศึกด้วยพละกำลังแห่งทั้งสามโลก ทำให้รถศึกของอรชุนจมลึกลงไปใต้ดินคืบหนึ่ง ศรนาคบาศของกรรณะจึงพลาดไปโดยมงกุฎของอรชุน

ถ้ากรรณะเชื่อศัลยะ อรชุนคงจะตายไปแล้ว!

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กันต่อ เมื่อใกล้จะจบวัน กรรณะยิงอรชุนจนพลาดท่าอีกครั้ง อรชุนทำคันธนูคันธีวะตกจากมือเป็นครั้งแรกในชีวิต และสายธนูก็ขาดอีกด้วย ทำให้อรชุนหมดอาวุธจะป้องกันตัวเองแล้ว

ถ้ากรรณะยิงอรชุนด้วยศรศักดิ์สิทธิ์ นั่นหมายความว่า อรชุนจะเกมโอเวอร์กลับบ้านเก่าไปพบกับพระอินทร์ ผู้เป็นบิดา

ในขณะนั้นดวงอาทิตย์กลับลับขอบฟ้า กรรณะผู้ที่เคารพในกฎระเบียบของสงคราม (ตรงข้ามกับโทรณะผู้เฒ่า) จึงตัดสินใจไม่ยิงอรชุน เพราะว่าเวลาการต่อสู้หมดลงแล้ว

มีผู้วิเคราห์ว่าเจตนารมณ์ของกรรณะคือ เขาต้องการส่งสัญญาณให้ฝ่ายปาณฑพรู้ว่า ที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้ละเมิดกฎแห่งสงคราม แต่ตราบใดที่กรรณะเป็นแม่ทัพใหญ่ ฝ่ายเการพจะไม่มีการละเมิดกฎอีกต่อไป

แต่ เอ ทำไมดวงอาทิตย์มันตกในจังหวะนั้นได้?

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นผลงานของพระกฤษณะ

พระกฤษณะคิดว่ายังไงอรชุนต้องตายแน่ๆถ้าพระองค์ไม่ช่วย พระองค์จึงทำให้ดวงอาทิตย์ตกเร็วขึ้นเพื่อช่วยอรชุน

หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางกลับไปที่ค่าย อรชุนกลับไปค่ายฝ่ายปาณฑพ ส่วนกรรณะกลับไปค่ายฝ่ายเการพ

เย็นวันนั้น พระกฤษณะบอกกับอรชุนว่า พรุ่งนี้อรชุนจะต้องโกงเพื่อสังหารกรรณะให้ได้ เพราะโอกาสสังหารกรรณะมีอยู่ครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือเมื่อคำสาปทั้งสามของกรรณะทำงานพร้อมกัน

อรชุนจะต้องฉวยโอกาสนั้นสังหารกรรณะ ถึงแม้ว่าจะผิดคุณธรรมทั้งหลายก็ตาม

ในใจของอรชุนไม่เห็นด้วยเลย ตัวเขาอยากจะสู้กับคู่ปรับอย่างแฟร์ๆ (อรชุนยังไม่รู้ว่ากรรณะเป็นพี่ชาย) แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจว่าในวันรุ่งขึ้นจะต้องโกงเพื่อสังหารกรรณะ

เรามาดูกันตอนหน้าว่า อรชุนกับพระกฤษณะจะโกงอย่างไร??