ตำนานกรรณะ วีรบุรุษผู้พ่ายแพ้แห่งมหาภารตะ (4): ชาติกำเนิดเปิดเผย

กรรณะ วีรบุรุษผู้พ่ายแพ้แห่งมหาภารตะ (4): ชาติกำเนิดเปิดเผย

ตอนที่ 1 อยู่ที่นี่

ความเดิมตอนที่แล้ว พวกปาณฑพออกไปอยู่ป่ามาแล้วถึง 12 ปี และเริ่มต้นการลี้ภัยปีสุดท้ายซึ่งพวกเขาจะต้องระมัดระวังไม่ให้พวกเการพเจอตัว มิฉะนั้นจะต้องกลับไปอยู่ป่าอีก 12 ปี

ทุรโยธน์พยายามตามล่าพวกปาณฑพอย่างเต็มความสามารถ แต่ทว่าผลสุดท้ายการตามล่ากลับจบลงด้วยความล้มเหลว ทำให้พวกปาณฑพเป็นอิสระตั้งแต่บัดนั้น

หลังจากนั้นพวกเการพและปาณฑพยังตกลงกันเรื่องบัลลังก์ไม่ได้ เพราะทุรโยธน์ยืนกรานปฏิเสธข้อต่อรองของฝ่ายปาณฑพท่าเดียว สงครามเพื่อแย่งชิงบัลลังก์แห่งหัสตินาปุระจึงกำลังจะใกล้เข้ามา

กรรณะรู้ชาติกำเนิด

บรรดาผู้เฒ่าในราชสำนัก รวมไปถึงพระกฤษณะก็หาวิธีต่างๆ มายับยั้งศึกครั้งใหญ่นี้ แต่ก็ล้มเหลวไปทุกวิธี

กรรณะพูดคุยกับพระกฤษณะ
กรรณะพูดคุยกับพระกฤษณะ

พระกฤษณะเป็นอวตารของพระวิษณุ เพราะฉะนั้นเขารู้ทุกสิ่งในจักรวาล ทำให้เขาทราบไปถึงชาติกำเนิดของกรรณะด้วยเช่นกัน

กรรณะเดินทางมาส่งพระกฤษณะตามคำสั่งของทุรโยธน์ พระกฤษณะจึงเกิดปิ๊งไอเดียหย่าศึกมาอีกอันหนึ่งได้ เขากล่าวกับกรรณะว่า

กรรณะ ท่านต้องการรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของท่านหรือไม่ ว่าบิดามารดาของท่านนั้นเป็นผู้ใด

เมื่อได้ฟังพระกฤษณะพูดเช่นนั้น กรรณะถึงตกตะลึงงัน เขาจึงถามพระกฤษณะด้วยความนอบน้อมว่า ชาติกำเนิดของเขานั้นเป็นอย่างไร พระกฤษณะตอบว่า

กรรณะ ท่านหาใช่บุตรของคนขับรถศึกไม่ บิดาของท่านคือสุริยเทพ มารดาของท่านก็คือนางกุนตี มารดาของพวกปาณฑพทั้งห้า ดังนั้นท่านคือพี่ชายคนโตของพวกปาณฑพทั้งห้านั่นเอง

เมื่อได้รับทราบความจริง กรรณะถึงกับตัวสั่นเทิ้ม เพราะศัตรูที่เขาเกลียดชังมากที่สุดกลับเป็นน้องร่วมมารดาของเขาเอง พระกฤษณะว่ากล่าวต่อไปว่า

กรรณะ ถ้าข้าเปิดเผยเรื่องชาติตระกูลของท่านให้ทุกคนบนแผ่นดินนี้ทราบ และเปลี่ยนไปอยู่ฝั่งปาณฑพเสีย ท่านก็จะได้ทุกสิ่งของพวกปาณฑพในฐานะพี่ชายคนโต บัลลังก์แห่งอินทรปัตถ์ก็จะเป็นของท่าน นางเทราปทีก็จะเป็นของท่าน ท่านจะได้อยู่กับครอบครัวที่แท้จริงของท่าน ยุธิษฐิระนั้นเล่าก็เป็นผู้ทรงคุณธรรม ถ้าเขารู้ความจริง เขาย่อมไม่ปฎิเสธเงื่อนไขนี้อย่างแน่นอน แม้แต่ทุรโยธน์เองก็คงจะดีพระทัยไม่น้อย ที่เพื่อนรักเช่นท่านได้เป็นกษัตริย์ ข้อเสนอนี้ดีหรือไม่

กรรณะกลับปฎิเสธเงื่อนไขของพระกฤษณะอย่างสุภาพ โดยเขากล่าวว่า

กฤษณะ ข้ามิอาจจะรับข้อเสนอดังกล่าวของท่านได้ ถ้าข้ายินยอมรับข้อเสนอนั้นก็เท่ากับว่า ข้าเปลี่ยนไปอยู่ฝั่งปาณฑพซึ่งเป็นศัตรูของทุรโยธน์ ข้ามิอาจจะทรยศทุรโยธน์ ซึ่งเป็นผู้ทำให้ข้ามีทุกวันนี้ได้ หากแต่ว่า กฤษณะ ข้าขอร้องให้ท่านทำสิ่งหนึ่งในข้าได้หรือไม่

สิ่งที่กรรณะขอต่อพระกฤษณะคือ ขอให้พระกฤษณะเก็บความลับนั้นเอาไว้ไม่ให้บอกต่อแก่ผู้ใด

ความรูู้สึกในใจของกรรณะในเวลานั้น ซับซ้อน หรือ อาจจะเรียกได้ว่าสับสนวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง

เขาดีใจที่บิดาของตนเองคือสุริยเทพ และตนเองเป็นวรรณะกษัตริย์ แต่สะเทือนใจที่ศัตรูของเขาคือน้องร่วมมารดาของเขาเอง หลังจากที่เขารู้ความจริงแล้ว ความเกลียดชังพวกปาณฑพก็ลดลงไปเกือบจนหมดสิ้น

ได้พบแม่ที่แท้จริง

ถึงแม้กรรณะจะย้ำหนักย้ำหนาไว้แล้วว่าอย่าบอกใคร แต่คนอย่างพระกฤษณะนั้นหรือจะฟัง พระกฤษณะรีบไปหานางกุนตี มารดาของพวกปาณฑพเพื่อบอกความจริงทั้งหมดให้รู้ และขอให้นางใช้ความเป็นแม่ชักนำกรรณะให้ทำตามข้อเสนอของตน

นางกุนตีเดินทางไปพบกับกรรณะที่บ้าน และบอกกรรณะว่าแท้จริงกรรณะเป็นลูกชายของนาง นางกุนตียังให้องค์สุริยเทพลงมายืนยันด้วยตนเองอีกด้วย ก่อนหน้านี้พ่อแม่ของกรรณะก็ได้บอกกรรณะอยู่แล้วว่าเก็บกรรณะได้ที่แม่น้ำ กรรณะตัวสั่นเทิ้มทันทีที่เห็นความจริงปรากฏขึ้นกับตา

สุริยเทพ

นางกุนตีพยายามโน้มน้าวกรรณะให้ทำตามข้อเสนอของพระกฤษณะ แต่กรรณะกลับปฎิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปอีกครั้ง เมื่อเห็นเช่นนั้น นางกุนตีจึงขอให้กรรณะสัญญากับนางว่าจะ

  1. กรรณะจะไม่สังหารพี่น้องปาณฑพผู้ใด นอกจากอรชุนผู้ซึ่งกรรณะลั่นวาจาแล้วว่าจะสังหารเท่านั้น
  2. เมื่อกรรณะต่อสู้กับอรชุน กรรณะจะใช้ศรศักดิ์สิทธิ์แต่ละชนิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

ข้อเสนอทั้งสองข้อทำให้กรรณะเสียเปรียบมาก โดยเฉพาะข้อ 2 ที่ให้กรรณะต่อสู้กับอรชุนโดยใช้ศรศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงครั้งเดียว ดูเหมือนว่าถึงแม้ว่านางกุนตีจะรู้ว่ากรรณะเป็นลูกชายคนโตแล้วนางก็ยังเข้าข้างพวกปาณฑพทั้งห้าอยู่ดี

กรรณะคงไม่คิดอะไรมากนัก ชีวิตของเขาก็พบพานกับเรื่องที่ไม่ยุติธรรมเช่นนี้มากอยู่แล้วตั้งแต่เกิดมา เขาจึงตั้งหน้าตั้งตายอมรับมันไป เขาให้สัญญาดังกล่าวกับนางกุนตีแต่โดยดี

หากแต่ว่ากรรณะก็ขอให้นางกุนตีสัญญากับตนเช่นเดียวกันว่า จะไม่เปิดเผยชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเองจนกระทั่งสงครามสงบ กรรณะได้ขอนางกุนตีว่า

ท่านแม่ ข้าขอให้ท่านเก็บรักษาความลับนี้ไว้เถิด พวกปาณฑพนั้นมีคุณธรรม ถ้าพวกเขารู้ความจริงเขาจะไม่มีใจที่จะต่อสู้ ข้าต้องการให้พวกเขาต่อสู้อย่างเต็มที่ในมหายุทธการนี้ ข้าขอให้สัญญากับท่านว่า ก่อนสงครามจะเริ่มต้นท่านมีบุตรชายห้าคน เมื่อสงครามสงบท่านก็จะยังมีบุตรชายครบ 5 คนเหมือนเดิม

ความนัยของกรรณะคือเมื่อเริ่มต้นสงคราม นางกุนตีมีบุตรชายทั้งหมด 5 คนได้แก่พี่น้องปาณฑพทั้งห้า แต่ในสงคราม กรรณะและอรชุนจะต่อสู้กันจนเหลือเพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นนางกุนตีก็จะเหลือลูกชาย 5 คนเหมือนเดิม

ในคำพูดของกรรณะยังแฝงไว้ว่า ตนเองจะไม่ทำอันตรายแก่พี่น้องคนอื่นนอกจากอรชุนตามที่ได้สัญญากับนางไว้แล้ว

นางกุนตีเห็นกรรณะกล่าวเช่นนั้น นางจึงเดินทางกลับไปด้วยน้ำตา

เข้าสู่สงคราม

ในระหว่างนั้น พวกปาณฑพและเการพก็เตรียมการสำหรับสงครามใหญ่ ต่างฝ่ายต่างเกณฑ์ไพร่พลช้างม้า มาที่ทุ่งกุรุเกษตร (Kurushetra) ทุ่งขนาดใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้ว่าจะเข้าต่อสู้กันอย่างทรงเกียรติที่นี่

ทั้งสองฝ่ายได้ขอกำลังจากพันธมิตรต่างๆ ด้วย หัวเมืองต่างๆ จึงยกกำลังมาสมทบกับกองกำลังของปาณฑพและเการพตามที่แต่ใจจะปรารถนา

กองทัพตั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน

ปรากฏว่าทุรโยธน์กลับรวบรวมกำลังมาได้มากกว่า เขารวมกำลังมาได้ถึง 11 อักเษาหินี (Akshauhini) ส่วนพวกปาณฑพรวมมาได้ 7 อักเษาหินี

คำถามคือ 1 อักเษาหินีนี่มีกี่คน?

1 อักเษาหินีประกอบด้วย สัดส่วนต่อไปนี้

  • รถศึก 21,870 คัน
  • ช้าง 21,870 ตัว
  • ม้า 65,610 ตัว
  • ทหารราบ 109,350 นาย

โดยรวมแล้ว 1 อักเษาหินีจึงมีทหารทั้งหมด 21,870+21,870+65,610+109,350 = 218,700 นาย

ดังนั้นพวกเการพมี 11 อักเษาหินี จึงมีทหารรวมทั้งหมด 218,700*11 = 2,405,700 นาย

ส่วนพวกปาณฑพมี 7 อักเษาหินี จึงมีทหารรวมทั้งหมด 218,700*7 = 1,503,900 นาย

กำลังทหารดูเหมือนจะเวอร์ไปนิด แต่นั่นแหละครับไม่แปลกอะไร ก็มันเป็นนิยายนี่นา

ความดีของทุรโยธน์

ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมกรรณะถึงยังจงรักภักดีต่อทุรโยธน์ และเมืองต่างๆ ก็เข้าข้างทุรโยธน์มากกว่าด้วย ทำให้ทุรโยธน์รวบรวมทหารได้มากกว่าฝ่ายปาณฑพมาก ทั้งๆ ที่ทุรโยธน์ดูเหมือนจะเป็นคนชั่วใช้วิธีสกปรกต่างๆ มากมาย

เรื่องมหาภารตะเป็นเรื่องที่ตัวละครเป็นสีเทา ถึงแม้ทุรโยธน์จะทำลายพวกปาณฑพด้วยวิธีสกปรกอย่างเล่นสกา ทุรโยธน์หัวหน้าฝ่ายเการพเป็นคนที่มีความดีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเหล่ามิตรสหายที่ใกล้ชิดอย่างกรรณะ อย่างในสองเรื่องต่อไปนี้

หลังจากที่กรรณะได้เป็นกษัตริย์แห่งอังกะและเป็นขุนพลคนสำคัญของทุรโยธน์แล้ว กรรณะก็ยังถูกพวกผู้เฒ่าเหยียดหยามอย่างหนักในที่ประชุมว่าเป็นพวกต่ำต้อย ทุรโยธน์จึงกล่าวปกป้องกรรณะออกมาว่า

พระมหาฤาษี ยอดนักรบ ยอดนักปรัชญา มีผู้ใดใส่ใจกับชาติกำเนิดของคนเหล่านี้ด้วยงั้นหรือ

เราจึงเห็นได้ว่าทุรโยธน์มองคนจากความสามารถของเขา ไม่ใช่ที่ชาติกำเนิดเหมือนกับคนอินเดียโบราณ แนวคิดของเขาเหมือนกับกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงถึงความดีของทุรโยธน์

ทุรโยธน์ในการแสดงละครหุ่นวายัง (Wayang) ของชาวชวา

มีอยู่วันหนึ่ง กรรณะ และนางภาณุมาต (Bhanumati) มเหสีของทุรโยธน์กำลังเล่นสกากันอยู่อย่างเข้มข้น เมื่อนางภาณุมาตเห็นทุรโยธน์เดินเข้ามา นางจึงยืนขึ้นเพื่อที่จะทำความเคารพ

แต่ทว่ากรรณะเข้าใจผิด เขาคิดว่านางหมายใจจะโกง เขาจึงพยายามจะดึงลูกเต๋าไปจากมือนาง แต่ก็พลาดไปโดนเสื้อผ้านางภาณุมาตีจนหลุดรุ่ย

ทุรโยธน์ที่เดินเข้ามาจึงเห็นเพื่อนตัวเองกับภรรยาตนเองเหมือนว่ากำลังพลอดรักกัน เหมือนกับละครไทยไม่มีผิดเพี้ยน

ถ้าเอาตามความจริง ถ้าทุรโยธน์จะโกรธเคืองก็ไม่แปลก เพราะกรรณะมาเล่นสกากับมเหสีตัวเองในตำหนักใน และยังทำเสื้อผ้านางหลุดรุ่ยอีก กรรณะเองก็ทราบว่าตนเองทำผิด เขาจึงก้มหน้านิ่งรออาญาจากทุรโยธน์

ทุรโยธน์เห็นทั้งภรรยาตนเอง และเพื่อนรักก้มหน้าก็หัวเราะ และกล่าวว่า

พวกท่านต้องการให้ข้าเก็บพวกไข่มุกที่หล่นอยู่นี้อย่างไร เก็บขึ้นมาเฉยๆ หรือว่าผูกมันด้วย?

นั่นจึงแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมของทุรโยธน์ เขาเชื่อใจเพื่อนและคนใกล้ชิดอย่างสนิทใจ เขามองทุกสิ่งด้วยความเป็นกลาง และไม่ใช้อารมณ์ ผู้คนมากมายรวมไปถึงกรรณะจึงมอบกายถวายชีวิตให้ทุรโยธน์

นอกจากนี้ทุรโยธน์จึงเอาใจใส่เหล่าประชาชนในเมืองหัสตินาปุระอย่างดี และให้ความเคารพกับเมืองอื่นๆ ด้วย ทุรโยธน์จึงเป็นผู้ที่ประชาชนในเมืองหัสตินาปุระรักมาก ราชาองค์อื่นในชมพูทวีปก็ชื่นชอบในตัวทุรโยธน์ทำให้นำกำลังมาสนับสนุนเขามากกว่า

ทุรโยธน์จึงเป็น “ตัวร้าย” ที่มีมิติมาก เขาไม่ได้เลวบริสุทธิ์เหมือนกับตัวร้ายในละครไทย นี่จึงเป็นเสน่ห์ของมหาภารตะครับ

ติดตามตอนต่อไปได้ที่นี่

บทความการศึกษา

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!