“ฌอง แบร์นาดอตต์” จอมพลของนโปเลียนผู้เป็นกษัตริย์แห่งสวีเดน

0
71

ฌอง แบร์นาดอตต์ (Jean Bernadotte) เป็นบุคคลหนึ่งที่ชะตาชีวิตพลิกผันอย่างสุดขั้ว เขาไม่ใช่ชาวสวีเดน หรือเกี่ยวดองอะไรสักนิดเดียวกับกษัตริย์สวีเดน แต่เป็นเพราะจังหวะชีวิตล้วนๆ ที่ทำให้เขาได้เป็นกษัตริย์แห่งสวีเดน และราชวงศ์ของเขายังเป็นประมุขของสวีเดนมาจนถึงทุกวันนี้

เรามาดูกันดีกว่า ชีวิตของเขาเป็นอย่างไร

วัยเด็กและการเข้าร่วมกองทัพ

แบร์นาดอตต์เกิดที่เมือง Pau เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1763 ทั้งบิดาและมารดาของเขาเป็นคนฝรั่งเศส ดังนั้นเขาจึงเป็นคนฝรั่งเศสอย่างเต็มตัว

ฌอง แบร์นาดอตต์

บิดาของเขาเป็นอัยการของเมือง ดังนั้นแบร์นาดอตต์จึงเกิดในตระกูลชนชั้นกลางที่พอมีพอกิน แต่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก ในวัยเด็กแบร์นาดอตต์ตั้งความหวังว่าจะประกอบอาชีพกฎหมายเหมือนกับพ่อ เมื่อเขาอายุได้เพียง 14 ปี แบร์นาดอตต์ก็ทำงานเป็นผู้ช่วยทนายความแล้ว

อย่างไรก็ดี พ่อของเขาจากไปเมื่อแบร์นาดอตต์อยู่ได้เพียง 17 ปี ทำให้แบร์นาดอตต์เลิกคิดจะประกอบอาชีพกฎหมายนับตั้งแต่บัดนั้น และตัดสินใจสมัครเข้าเป็นทหารในปี ค.ศ.1780

การปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงนั้นเปิดโอกาสให้แบร์นาดอตต์ได้แสดงความสามารถและความกล้าหาญของเขา ทำให้แบร์นาดอตต์ไต่เต้าจากพลทหารเป็นนายทหารสัญญาบัตร และเป็นนายพลอย่างรวดเร็วในเวลา 20 ปีระหว่างช่วงปี ค.ศ.1780-1800

แบร์นาดอตต์สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่เมื่อสามารถตั้งรับการไล่ตามกองทัพออสเตรียเอาไว้ได้ในยุทธการที่ Theiningen ทำให้แบร์นาดอตต์ในวัยเกือบ 40 ปี เป็นนายทหารดาวรุ่งไฟแรงคนหนึ่งของสาธารณรัฐ

ถูกกลั่นแกล้ง

แบร์นาดอตต์ยังคงนำกองทัพฝรั่งเศสต่อสู้กับศัตรูต่อไป แม้ว่าบรรยากาศในฝรั่งเศสกำลังเข้าสู่ช่วงแตกหัก เพราะนโปเลียน โบนาปาร์ตกำลังมีอำนาจและอิทธิพลมากขึ้นทุกที จนเริ่มคุกคามคณะกรรมาธิการดิเร็กทัวร์ (le Directoire) ที่ปกครองสาธารณรัฐฝรั่งเศสอยู่ในขณะนั้น

ตัวแบร์นาดอตต์เองเคยเป็นแม่ทัพภายใต้การบังคับบัญชาของนโปเลียนในสงครามอิตาลี และปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของนโปเลียนได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดิม อย่างไรก็ตามแบร์นาดอตต์ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของนโปเลียนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในฝรั่งเศสที่เขามองว่าไม่สมควร

ที่แบร์นาดอตต์ทำเช่นนี้ เขาคงต้องการแสดงออกว่าเขายังจงรักภักดีต่อคณะกรรมาธิการดิเร็กทัวร์ และไม่ได้จงรักภักดีต่อนโปเลียนราวกับว่าเป็นเจ้านายอย่างที่แม่ทัพคนอื่นๆ เป็น

นโปเลียนมองออกเช่นกันว่าแบร์นาดอตต์จงรักภักดีต่อคณะกรรมาธิการ เขาจึงทำเป็นมาเยี่ยมแบร์นาดอตต์เพื่อแสดงมิตรไมตรี แต่หลังจากนั้นก็ยึดกองทหารครึ่งหนึ่งที่แบร์นาดอตต์บังคับบัญชา และสั่งให้แบร์นาดอตต์คุมกองกำลังที่เหลือกลับฝรั่งเศสไป สาเหตุที่นโปเลียนทำเช่นนั้นก็คงเพราะไม่ไว้ใจแบร์นาดอตต์นั่นเอง และต้องการขัดขวางผู้ที่อาจจะเป็นอุปสรรคของตน

แบร์นาดอตต์ในช่วงที่เป็นนายทหารในกองทัพฝรั่งเศส

หลังจากนั้นไม่นาน คณะกรรมาธิการดิเร็กทัวร์ก็ทราบเรื่อง พวกเขาเปลี่ยนคำสั่งของนโปเลียน ด้วยการแต่งตั้งให้แบร์นาดอตต์เป็นผู้บังคับบัญชากองทัพฝรั่งเศสทั้งหมดในอิตาลี เพื่อสกัดกั้นนโปเลียน

ฝ่ายนโปเลียนจึงสั่งให้ตาเลฮองค์ (Talleyrand) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแก้สถานการณ์ด้วยการล็อบบี้คณะกรรมาธิการอย่างหนัก ทำให้สุดท้ายแล้วแบร์นาดอตต์ได้รับคำสั่งให้ไปเป็นทูตที่เวียนนา เมืองหลวงของออสเตรียแทน

แบร์นาดอตต์ไม่พอใจอย่างยิ่งเพราะตนเองเป็นทหารไม่ใช่ทูต แต่ก็ต้องยอมรับคำสั่งแต่โดยดี อย่างไรก็ดีในปี ค.ศ.1798 แบร์นาดอตต์กลับมายังฝรั่งเศสและได้แต่งงานกับ Désirée Clary อดีตคู่หมั้นของนโปเลียนที่ถูกทิ้งไป

ในช่วงปี ค.ศ.1799 แบร์นาดอตต์ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสงคราม แต่ดำรงตำแหน่งได้ไม่นานก็ถูกสมาชิกคณะกรรมาธิการที่เข้าข้างนโปเลียนกลั่นแกล้งด้วยการประกาศว่าแบร์นาดอตต์ลาออกจากตำแหน่งทั้งๆที่ตัวเขาไม่รู้เรื่อง แบร์นาดอตต์จึงต้องพ้นจากตำแหน่งไปโดยปริยาย

การกลั่นแกล้งครั้งนี้จึงเป็นครั้งที่สองที่เขาได้รับจากฝ่ายนโปเลียน สาเหตุสำคัญที่เขาโดนอะไรแบบนี้ เพราะแบร์นาดอตต์ไม่เคยสนับสนุนนโปเลียนอย่างเปิดเผยนั่นเอง

อย่างไรก็ตามแบร์นาดอตต์ก็ไม่ได้แสดงออกว่าเป็นปฏิปักษ์กับนโปเลียนเช่นเดียวกัน เมื่อนโปเลียนก่อรัฐประหาร แบร์นาดอตต์ไม่ได้สนับสนุนแต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง ทำให้แบร์นาดอตต์ยังมีดำรงตำแหน่งเดิมอยู่ได้ ต่อมานโปเลียนสั่งเขาไปควบคุมกองทัพให้อยู่ในความสงบ ซึ่งแบร์นาดอตต์ก็ทำได้ดี

จอมพลของนโปเลียน

นโปเลียนราชาภิเษกตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1804 แบร์นาดอตต์เป็นหนึ่งในสิบแปดแม่ทัพฝรั่งเศสที่ได้รับตำแหน่ง “จอมพล” และได้รับคำสั่งให้ควบคุมกองทัพในฮันโนเวอร์และเยอรมันตอนเหนือ

แบร์นาดอตต์ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนเคย เขาได้แสดงออกถึงความสามารถทางด้านบริหาร ทำให้กองทัพของเขามีระเบียบวินัยมาก นอกจากนี้เขายังไม่เย่อหยิ่งจองหอง ทำให้ทหารในบังคับบัญชาและประชาชนรักเขามาก

ในยุทธการครั้งใหญ่ที่ Austerlitz แบร์นาดอตต์ได้มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ปีกขวาของกองทัพพันธมิตรออสเตรีย-รัสเซียเข้าตีกระหนาบกองทัพฝรั่งเศสได้ ซึ่งเขาสามารถทำได้สำเร็จ และมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้นโปเลียนได้รับชัยชนะครั้งสำคัญ นโปเลียนจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าชายแห่งพอนเต คอร์โว เมืองแห่งหนึ่งในอิตาลี

แบร์นาดอตต์ในชุดจอมพล

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของเขากับนโปเลียนกลับแย่ลง เพราะแบร์นาดอตต์ไม่สามารถนำกองกำลังของเขามาสนับสนุนที่ Jena และ Auerstädt  ได้ทัน นโปเลียนมองว่าแบร์นาดอตต์จงใจไม่เข้าช่วยเหลือกองทหารกองอื่นๆ และเกือบจะส่งตัวแบร์นาดอตต์ขึ้นศาลอยู่แล้ว

ในความเป็นจริงแล้ว แบร์นาดอตต์ไม่ได้ทำผิดอะไร เส้นทางที่เลวร้ายทำให้การเดินทัพของเขาช้าลงมาก ทำให้เขาเดินทัพไปไม่ทัน แบร์นาดอตต์รอดจากการสอบสวนมาได้อย่างหวุดหวิด และได้รับคำสั่งให้นำกองทัพไล่ตีกองทัพปรัสเซียต่อไป

แบร์นาดอตต์ได้นำกองทัพเข้าตีเมือง Lübeck เมืองท่าทางตอนเหนือของเยอรมนีได้สำเร็จ และขับไล่กองทัพปรัสเซียออกไป ในบรรดาเชลยศึก ปรากฏว่ามีทหารสวีเดนอยู่เป็นจำนวนมาก แบร์นาดอตต์ได้ปฏิบัติต่อพวกเชลยอย่างดี และอนุญาตให้พวกเขากลับบ้านเกิดเมืองนอนได้

เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาครั้งนี้จะทำให้เขาได้นั่งบัลลังก์สวีเดนต่อไปในภายภาคหน้า

หลังจากนั้นแบร์นาดอตต์ได้เข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างฝรั่งเศสกับชาติพันธมิตรที่รุนแรงขึ้น ระหว่างการต่อสู้กับกองทัพปรัสเซีย แบร์นาดอตต์ถูกกระสุนที่บริเวณคอเข้าไปอย่างจัง ทำให้แบร์นาดอตต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาถูกส่งตัวไปแนวหลังและไม่ได้ออกรบอีกนานหลายปี

ในปี ค.ศ.1808 เมื่อหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว แบร์นาดอตต์ได้รับคำสั่งให้ไปดูแลหัวเมืองเยอรมันตอนเหนือ และต่อมาถูกสั่งให้ตั้งทัพในเดนมาร์กซึ่งในตอนนั้นยอมอ่อนน้อมเป็นพันธมิตรของฝรั่งเศส แบร์นาดอตต์สั่งให้กองทัพของเขามีวินัยอย่างเข้มงวดที่สุด ทำให้ประชาชนและเชื้อพระวงศ์ชาวเดนมาร์กรู้สึกประทับใจในตัวเขามาก

ก่อนที่นโปเลียนจะมีบุตรชายที่เกิดจากเจ้าหญิงมารี หลุยส์ นโปเลียนเคยปรารถนาจะตั้งให้แบร์นาดอตต์เป็นผู้สืบทอดของตน เพราะแบร์นาดอตต์มีทั้งความสามารถในการบริหาร และความนิยม แต่ทุกอย่างที่นโปเลียนคิดไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เมื่อสงครามระหว่างฝรั่งเศสและออสเตรียเกิดขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ.1809 แบร์นาดอตต์ได้รับคำสั่งให้ควบคุมชาวแซ็กซอนออกรบ แบร์นาดอตต์แจ้งให้นโปเลียนทราบว่าพวกแซ็กซอนยังไม่พร้อม แต่นโปเลียนยืนกรานที่จะให้เขาออกรบอยู่ดี แบร์นาดอตต์จึงไม่สามารถปฏิเสธได้ เขานำพวกแซ็กซอนสู้รบอย่างแข็งแกร่ง แต่ด้วยกำลังที่มากกว่าของศัตรูจึงแตกพ่าย

แบร์นาดอตต์ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญและสร้างความเสียหายไม่น้อยต่อศัตรู ตัวเขาเองเกือบจะถูกทหารม้าออสเตรียสังหารด้วย เมื่อเขาถูกนโปเลียนสอบถาม เขาแจ้งว่าพวกแซ็กซอนต่อสู้ด้วยความกล้าหาญแล้ว นโปเลียนจึงไม่เอาโทษพวกทหารกองนี้แต่อย่างใด นับตั้งแต่นั้นพวกแซ็กซอนจึงซาบซึ้งในตัวแบร์นาดอตต์มาก

ได้รับข้อเสนอ

หลังจากไม่นานเรื่องที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นกับชีวิตของแบร์นาดอตต์ เพราะมีข่าวว่า

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 13 หรือ คาร์ลที่ 13 แห่งสวีเดนเสนอว่าจะยกบัลลังก์แห่งสวีเดนให้กับแบร์นาดอตต์

เรื่องมีอยู่ว่าคาร์ลมีอายุ 61 ปีแล้วและยังมีสุขภาพอ่อนแอ แต่กลับไม่มีรัชทายาทสักคนเดียว ก่อนที่จะมีข้อเสนอให้กับแบร์นาดอตต์ ได้มีการพูดคุยว่าจะยกบัลลังก์ให้กับน้องชายหรือญาติของนโปเลียนสักคนหนึ่ง แต่ไม่มีใครสักคนต้องการไปสวีเดน และไม่มีใครปรารถนาจะเปลี่ยนศาสนาเป็นนิกายลูเธอรันเพื่อที่จะมีสิทธิ์ในการครองบัลลังก์สวีเดนด้วย

ในสถานการณ์เช่นนั้น จู่ๆ เสนาบดีคนหนึ่งชื่อ Karl Otto Mörner บุตรชายของแม่ทัพที่ยอมจำนนต่อแบร์นาดอตต์ และเคยได้รับการปฏิบัติอย่างดีมาก่อน Mörner ได้แจ้งต่อแบร์นาดอตต์ว่าจะรัฐบาลสวีเดนจะยกบัลลังก์แห่งสวีเดนให้กับเขา

ทั้งนี้ข้อเสนอของ Mörner ไม่ได้รับการยอมรับโดยรัฐบาลสวีเดน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการกระทำโดยพลการด้วยซ้ำไป แบร์นาดอตต์ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังนโปเลียน ซึ่งนโปเลียนเองก็เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องตลกเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดีรัฐบาลสวีเดนกลับเริ่มเปลี่ยนท่าที เพราะความนิยมในตัวแบร์นาดอตต์ที่มีมาก่อนหน้านี้ รวมไปถึงแบร์นาดอตต์เป็นแม่ทัพฝรั่งเศสที่มีความสามารถคนหนึ่ง ถ้าแบร์นาดอตต์เป็นกษัตริย์สวีเดนน่าจะช่วยป้องกันสวีเดนจากทั้งฝรั่งเศสและรัสเซียได้ แบร์นาดอตต์จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างรวดเร็ว

สำหรับนโปเลียนแล้ว แม้ตอนแรกจะไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายก็จำยอม เพราะรัฐบาลสวีเดนได้ส่งข้อเสนอมาอย่างเป็นทางการ และแบร์นาดอตต์ก็แสดงเจตจำนงว่าต้องการจะไป

ก่อนที่นโปเลียนจะลงนามปลดแบร์นาดอตต์ออกจากหน้าที่ทั้งหมดในฝรั่งเศส เพื่อที่แบร์นาดอตต์จะได้เป็นกษัตริย์แห่งสวีเดนได้ นโปเลียนได้ขอให้แบร์นาดอตต์รับปากว่าจะไม่เป็นศัตรูต่อฝรั่งเศส แต่แบร์นาดอตต์ปฏิเสธ เพราะโดยอ้างว่าในฐานะกษัตริย์แห่งสวีเดน เขาต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสวีเดนเป็นหลัก

เมื่อพ้นจากหน้าที่ทั้งหมดแล้ว แบร์นาดอตต์จึงเดินทางมายังสวีเดนและเข้ารับตำแหน่งรัชทายาทในฐานะบุตรเลี้ยงของคาร์ลที่ 13 ต่อมาแบร์นาดอตต์ก็ได้เป็นผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพสวีเดนและเปลี่ยนศาสนาเป็นลูเธอรัน เพื่อเตรียมการการขึ้นครองราชย์หลังจากที่คาร์ลที่ 13 ล่วงลับ

ต่อต้านนโปเลียน

ในฐานะรัชทายาท แบร์นาดอตต์เป็นที่นิยมอย่างมากในสวีเดน และเขาไม่ได้ทำให้ชาวสวีเดนผิดหวัง แบร์นาดอตต์ดำเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างระมัดระวัง แม้ชาวสวีเดนจำนวนมากจะต้องการให้เขาทำสงครามกับรัสเซีย เพื่อชิงฟินแลนด์กลับคืนมา แต่แบร์นาดอตต์เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่สวีเดนจะเอาชนะรัสเซียได้ เขาจึงหันไปให้ความสนใจกับการผนวกนอร์เวย์แทน และสกัดการรุกรานจากต่างชาติที่จะเข้ามาในสแกนดิเนเวีย

แบร์นาดอตต์นำกองทัพสวีเดน

ในปี ค.ศ.1812 ความสัมพันธ์ของแบร์นาดอตต์และนโปเลียนถึงขั้นแตกหัก เพราะนโปเลียนรุกรานดินแดน Pomerania ของสวีเดนในวันเกิดของแบร์นาดอตต์ ทำให้แบร์นาดอตต์โกรธมาก และหันไปผูกมิตรกับอังกฤษและรัสเซียแทน

เมื่อนโปเลียนถูกตีแตกจากรัสเซีย แบร์นาดอตต์และพันธมิตรได้ร่วมมือกันเข้าโจมตีอาณาจักรฝรั่งเศสของนโปเลียน เขานำกองทัพสวีเดนตีกองทัพฝรั่งเศสแตกไปหลายครั้ง และนำกำลังเข้าเผชิญหน้าครั้งใหญ่กับนโปเลียนที่ยุทธการแห่งไลป์ซิก (Battle of Leipzig)

ระหว่างการต่อสู้ที่ไลป์ซิก ทหารแซ็กซอนที่เคยซาบซึ้งในน้ำใจของแบร์นาดอตต์ได้เปลี่ยนฝั่ง และช่วยแบร์นาดอตต์เข้าโจมตีกองทัพฝรั่งเศสจนได้รับชัยชนะที่ไลป์ซิก กองทัพสวีเดนและพันธมิตรจึงฉวยโอกาสตามตีต่อไปจนเข้าถึงกรุงปารีสได้สำเร็จในปี ค.ศ.1814

หลังจากนั้นแบร์นาดอตต์ได้มีบทบาทสำคัญในการผนวกนอร์เวย์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสวีเดนได้สำเร็จ ทำให้ความนิยมในตัวเขาเพิ่มมากขึ้นไปอีก เมื่อคาร์ลที่ 13 สวรรคตในปี ค.ศ.1818 แบร์นาดอตต์จึงกลายเป็นกษัตริย์สวีเดนและนอร์เวย์ อดีตจอมพลฝรั่งเศสจึงกลายเป็นกษัตริย์แห่งสวีเดนในนาม ชาร์ลส์ที่ 14 หรือ คาร์ล จอห์น นับตั้งแต่บัดนั้น

กษัตริย์แห่งสวีเดน

หลังจากครองราชย์ได้ไม่นาน แบร์นาดอตต์ในฐานะกษัตริย์แห่งสวีเดนต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องการต่างประเทศ เพราะมิตรประเทศของสวีเดนทั้งสองอย่างรัสเซียและอังกฤษมีความสัมพันธ์ที่แย่ลง

แบร์นาดอตต์แจ้งให้สองประเทศทราบว่าสวีเดนไม่ขอยุ่งเกี่ยวในเรื่องความขัดแย้งดังกล่าว และขอวางตัวเป็นกลาง ยุทธศาสตร์นี้ของแบร์นาดอตต์ได้ถูกใช้ตลอดมาทำให้สวีเดนอยู่ร่มเย็นเป็นสุขจนถึงทุกวันนี้

ต่อมาแบร์นาดอตต์หันไปพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา การค้าขายของสวีเดนแทน ทำให้ชาวสวีเดนเฟื่องฟูขึ้นมาก และอาศัยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอด 26 ปีที่แบร์นาดอตต์ครองบัลลังก์ แม้ว่าแบร์นาดอตต์จะไม่เคยพูดภาษาสวีดิชได้เลยก็ตาม

ชาร์ลส์ที่ 14 หรือ ฌอง แบร์นาดอตต์สวรรคตด้วยโรคหลอดเลือดสมองในปี ค.ศ.1844 เขามีอายุได้ 81 ปี ก่อนที่จะจากไปแบร์นาดอตต์ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เขาเป็นศัตรูของนโปเลียนว่า

ไม่มีใครมีชีวิตการทำงานอย่างฉัน ฉันอาจจะสามารถยินยอมเป็นพันธมิตรของนโปเลียน แต่เมื่อเขาโจมตีประเทศที่มอบชะตากรรมให้อยู่ในมือของฉันแล้ว เขาไม่สามารถจะหาอะไรจากฉันได้อีกนอกเสียจากความเป็นศัตรู

ราชวงศ์ของแบร์นาดอตต์สืบต่อมาจากถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้กษัตริย์แห่งสวีเดนทรงมาจากราชวงศ์แบร์นาดอตต์ที่ ฌอง แบร์นาดอตต์ได้ก่อตั้งนั่นเอง

Sources:

  • The American Cyclopædia (1879)/Bernadotte, Jean Baptiste Jules
  • Palmer, Bernadotte : Napoleon’s Marshal, Sweden’s King
  • Barton, The Amazing Career of Bernadotte 1763–1844

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here