เรียนวิธีการลงทุนหุ้นตามมูลค่า (Value Investing) ด้วยตนเองอย่างไรดี?

การลงทุนตามมูลค่า (Value Investing) หรือที่นักลงทุนชาวไทยมักเรียกว่า “วีไอ” (VI) เป็นแนวทางการลงทุนที่ใช้การประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ การลงทุนแบบ Value Investing เป็นมิตรกับนักลงทุนที่ชอบการใช้เหตุผล รวมไปถึงนักลงทุนระยะยาวที่ไม่อยากจะใส่ใจการเคลื่อนไหวระยะสั้นของราคาหุ้น

ในโพสนี้ผมจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ Value Investing อย่างคร่าวๆ และจะแนะนำวิธีเรียนรู้การลงทุนเป็นลำดับต่อไปครับ

Investing Image by Nattanan Kanchanaprat from Pixabay

รู้จัก Value Investing

Value Investing เป็นวิธีการลงทุนที่เกิดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 20 โดยผู้คิดค้นแนวทางนี้คือ เบนจามิน เกรแฮม (Benjamin Graham) และเดวิด ดอดด์ (David Dodd) ศาสตราจารย์ของวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย (Columbia Business School)

หลักการของ Value Investing แบบออริจินัลคือ การซื้อหุ้นที่ถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ (Intrinsic Value) โดยหุ้นตัวนั้นจะต้องมีงบการเงินดี (กำไร กระแสเงินสด ตลอดจนหนี้สินที่มั่นคง) เพราะในระยะยาวแล้วราคาหุ้นจะต้องเบนเข้าหามูลค่าที่แท้จริงเสมอ

Benjamin Graham By Equim43, CC BY-SA 4.0,

อย่างเช่นถ้าหุ้นพื้นฐานดีตัวหนึ่งมีมูลค่าที่แท้จริงอยู่ที่ 30 บาท ถ้าคุณซื้อได้ที่ราคา 5 บาท นั่นแปลว่าคุณเหมือนกับได้ซื้อของดีในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 80% คุณมีโอกาสในทำกำไรถึง 25 บาท

ดังนั้นยิ่งคุณซื้อในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเท่าไรก็ยิ่งดี หุ้นที่เกรแฮมชอบมากคือ หุ้นที่เมื่อนำเงินสดหักลบกับหนี้สินทั้งหมดแล้วยังมากกว่ามูลค่าตลาดของกิจการ (Market Value) เพราะนั่นหมายความว่า คุณใช้เงิน 1 บาทในการ “ซื้อ” เงิน 1.5 บาทหรือมากกว่า

แนวทางที่ว่านี้เป็นแนวทาง Value Investing แบบดั้งเดิม แต่ในยุคต่อมาแนวทางนี้ก็ได้เปลี่ยนไปบ้างเล็กน้อย แนวทางใหม่นี้เองเป็นแนวทางที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) หนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลได้นำมาใช้

บัฟเฟตต์ยังคงใช้แนวทางเดิมของ Value Investing แต่ใส่ปัจจัยเพิ่มเติมเข้าไป นั่นคือหุ้นที่ซื้อจะต้องเป็นหุ้นที่มีคุณภาพ เช่นมีผู้บริหารที่เก่งและซื่อสัตย์ มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สกัดคู่แข่งไม่ให้เข้ามาแย่งตลาดได้ง่ายๆ และมีศักยภาพสูงที่จะเติบโต หุ้นเหล่านี้ไม่จำเป็นที่จะต้องต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมากๆ เหมือนกับเกรแฮม แต่ขอให้ราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไปจนน่าเกลียดเป็นใช้ได้

แนวทางใหม่นี้มักถูกเรียกว่า GARP หรือ Growth at a Reasonable Price ซึ่งจัดว่าเป็นแขนงหนึ่งของ Value Investing เช่นเดียวกัน

Warren Buffett By Mark Hirschey , CC BY-SA 2.0,

ทั้งสองแนวทางยึดมั่นในการลงทุนระยะยาว โดยไม่สนใจกับการแกว่งตัวของราคาหุ้นในระยะสั้น เกรแฮมเปรียบเทียบว่าตลาดหุ้นเปรียบได้กับคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว บางวันมองโลกในแง่ร้ายสุดๆ บางวันมองแบบโลกสวย ทำให้ป่วยการจะไปคาดการณ์ราคาหุ้นในระยะสั้น

เท่าที่ผมอธิบายมา Value Investing ฟังดูง่าย แต่จริงๆ แล้วซับซ้อนมาก เพราะ “มูลค่าที่แท้จริง” ไม่ได้หามาง่าย การที่คุณจะได้ค่าดังกล่าวมาจะต้องอาศัยการวิเคราะห์การเงินของบริษัทในระดับสูงทีเดียว ดังนั้นคุณจะต้องมีความรู้ในกระบวนการดังกล่าวอย่างยิ่งยวด

แต่ถามว่าคุณจำเป็นจะต้องไปเรียน Value Investing ในมหาวิทยาลัยหรือไม่ คำตอบคือไม่จำเป็น เพราะคุณสามารถเรียนทั้งหมดได้ด้วยตนเองทางออนไลน์ หรือว่าทางหนังสือครับ

เราไปดูกันดีกว่าจะเรียน Value Investing ได้จากทางไหนบ้าง?

เรียนกับคอร์สออนไลน์

ในปัจจุบันบนโลกออนไลน์มีคอร์ส Value Investing ที่มีคุณภาพหลายคอร์สด้วยกัน แต่ละคอร์สจะแตกต่างกันเพราะหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นระดับความยากง่าย ไปจนถึงความเป็นทางการ เพราะคอร์สที่สอนโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำก็จะแพงถึงแพงมากครับ

1. Udemy

Udemy เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอร์สเรียนตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ สำหรับคอร์ส Value Investing แล้วนั้น มีคอร์สนับร้อยให้คุณเลือกเรียน ซึ่งคุณไม่ต้องเรียนทุกคอร์ส เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่น่าจะซ้ำๆ กันครับ

คอร์สของ Udemy เป็นคอร์สแบบซื้อขาด นั่นหมายความว่าคุณซื้อไปแล้ว ตัวคอร์สจะเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ คุณจะกลับมาเรียนบนแพลตฟอร์มเมื่อใดก็ได้ครับ นอกจากนี้ถ้าผู้สอนอัพเดต Content ใหม่คุณยังจะได้ content นั้นฟรีโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้คุณยังมีอิสระในการเรียนบนช่องทางไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็น PC, Tablet, Smartphone หรือแม้กระทั่ง Smart TV ครับ

สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดคือ แต่ละคอร์สของ Udemy จะมีช่วงลดราคาแทบทุกสัปดาห์ และลดแรงมากถึง 90% ทำให้ลดแล้วเหลือแค่ไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นครับ ดังนั้นเป็นโอกาสที่คุณจะซื้อคอร์สสอน Value Investing ในราคาประหยัด

สมมติว่าคุณเข้าเว็บไปแล้วพบว่าคอร์สอยู่ที่ราคาเต็ม (เหมือนกับรูปด้านล่างในโพสนี้) ผมแนะนำให้คุณรอ 2-5 วันครับ หรือว่าจะสมัครแจ้งเตือนกับ Victory Tale ไว้ก็ได้ ผมจะได้แจ้งให้คุณทราบทันทีถ้ามีลดราคาครับ

เราไปดูกันดีกว่าคอร์สสอน Value Investing บน Udemy มีคอร์สไหนน่าสนใจบ้าง

1.1) Value Investing Bootcamp: How to Invest Wisely

คอร์สสอน Value Investing ที่จัดทำโดย Nick Kraakman หนึ่งใน Value Investor ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มานานกว่า 16 ปี และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีเยี่ยม นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ valuespreadsheet.com ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้กับผู้สนใจอีกด้วย

จากในรูปราคาคอร์สอยู่ที่ราคาเต็ม ถ้ากดเข้าไปแล้วเจอแบบนี้ ผมไม่แนะนำให้คุณซื้อที่ราคานี้ รอจังหวะราคาลด 90% แล้วค่อยซื้อครับ

เนื้อหาในคอร์สนี้จะเป็นการปูพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้สนใจ โดยคุณจะได้เรียนสิ่งต่อไปนี้

  • แนะนำการลงทุนในตลาดหุ้น
  • ราคา vs มูลค่า
  • ความเสี่ยง vs ผลตอบแทน
  • งบการเงิน
  • แนวทางการซื้อหุ้นให้ถูกตัวโดยใช้หลักการ Value Investing

คอนเซปต์เหล่านี้เป็นแก่นสำคัญของ Value Investing ซึ่งผู้สอนจะเรียบเรียงออกมาเป็นอย่างดี โดยรวมแล้วเนื้อหาในคอร์สมีกว่า 3.5 ชั่วโมง ตัวคอร์สถือว่ามีประโยชน์มากๆ สำหรับใครที่อยากเป็น Value Investor แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดีครับ

คะแนนรีวิวคอร์สนี้ได้ไป 4.5/5.0 จากผู้เรียนกว่า 30,500 คน

1.2) Value Investing, Taught by Six Superinvestors

คอร์สนี้สอนโดย John Mihaljevic ผู้จัดการกองทุนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนด้วย Value Investing มานานเกือบ 20 ปี สำหรับในคอร์สนี้เขาจะถ่ายทอดกลยุทธ์ต่างๆ ของ Value Investing จากนักลงทุนเก่งๆ ทั้ง 6 คนให้คุณได้ทราบครับ

สิ่งที่คุณจะได้เรียนในคอร์สนี้คือ

  • การตั้ง Mindset ที่ถูกต้องสำหรับการลงทุนแบบ Value Investing
  • กระบวนการต่างๆ ในการที่คุณจะประสบความสำเร็จในการลงทุน
  • วิธีการหาบริษัทคุณภาพเยี่ยม
  • เจาะลึกความสำคัญของ “ราคา” ที่มีต่อการลงทุนแบบ Value Investing
  • การจัดการความเสี่ยง และการหลบเลี่ยงการขาดทุน
  • เคล็ดลับการลงทุนจากนักลงทุนระดับเซียน

รวมแล้วคอร์สนี้มีเนื้อหา 5 ชั่วโมงด้วยกัน ตัวคอร์สถือว่าน่าสนใจมากโดยเฉพาะถ้าคุณมีทักษะการลงทุนใน Value Investing มาระดับหนึ่งแล้ว แต่อยากพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ของความเป็น Value Investor ของคุณครับ

นักเรียนที่เรียนจบคอร์สนี้ไปแล้วมีกว่า 4,200 คน และได้คะแนนรีวิวไป 4.4/5.0 ครับ

สิ่งที่คุณควรเรียนเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี 2 คอร์ส Value Investing ใน Udemy ที่ผมสอนไปยังขาดเนื้อหาสำคัญอย่างมาก ดังนั้นคุณควรจะเลือกคอร์สออนไลน์เหล่านี้ไปเรียนเพิ่มเติมด้วยครับ

  • งบการเงิน (Financial Statements) – งบการเงินหรือ Financial Statements เป็นหัวใจสำคัญของ Value Investing คุณไม่มีทางเลือกหุ้นที่ดีได้ถ้าคุณอ่านงบการเงินไม่เป็นหรือว่าไม่เจนจัดพอครับ
  • Financial Modeling – ทักษะที่สำคัญในการประเมินมูลค่าที่แท้จริง หรือมูลค่าที่เหมาะสม ซึ่งเป็นแก่นสำคัญที่สุดของ Value Investing อย่างไรก็ดีคุณควรจะเรียนคอร์สเหล่านี้ต่อจาก Financial Statements ครับ
  • ตลาดการเงิน (Financial Markets) – ความเข้าใจตลาดเป็นอีกสิ่งที่ Value Investor ต้องมี ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับตลาดการเงินจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรเพิ่มทักษะเพื่อที่จะเป็นนักลงทุนแบบ Value Investor ที่ดีครับ

2. Columbia Business School

สำหรับคนที่อยากจะเรียน Value Investing แล้วนั้น จะมีอะไรดีไปกว่าการได้เรียนที่บ้านเกิดของ Value Investing อย่าง Columbia Business School ละครับ

ทั้งนี้คอร์สนี้ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องเหินฟ้าไปเรียนที่อเมริกา และสมัครเข้าโรงเรียนธุรกิจนะครับ แต่เป็นคอร์สเรียนออนไลน์ที่คุณสามารถเรียนได้จากคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือของคุณครับ

คอร์สที่ว่าคือ Value Investing (Online): Making Intelligent Investment Decisions คอร์สนี้จะสอนการลงทุนแบบ Value Investing ตั้งแต่ระดับเบี้องต้นไปจนถึงระดับสูง คุณจะได้ตั้งทฤษฎี เคสตัวอย่าง วิธีการนำไปใช้ และอื่นๆ อีกมาก เรียกว่าคอร์สเดียวสามารถครอบคลุมทุกอย่างเลยครับ เรียกได้ว่าไม่ต้องไปเรียนที่ไหนอีกแล้วก็ว่าได้

ราคาค่าเรียนอยู่ที่ ($3,750 หรือประมาณ 112,500 บาท) ทางมหาวิทยาลัยคาดว่าคุณควรจะใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงในการเรียนต่อสัปดาห์ โดยความยาวของคอร์สจะอยู่ที่ 2 เดือน การจะเรียนจบได้คุณจะต้องทำการบ้านและสอบให้ผ่าน หลังจากเรียนจบแล้ว คุณจะได้รับประกาศนียบัตรที่ออกโดยมหาวิทยาลัยครับ

เรียนกับหนังสือ

การเรียนกับ Value Investing กับหนังสือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ตัวผมเองก็ได้อ่านหนังสือเหล่านี้มานับสิบๆ เล่ม หนังสือที่ผมอยากจะแนะนำให้ผู้สนใจคือ

  1. One Up on Wall Street/Learn To Earn – หนังสือสองเล่มที่เขียนโดยผู้จัดการกองทุนระดับตำนานของ Fidelity อย่าง Peter Lynch เล่มนี้มีทั้งฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทยครับ
  2. Warren Buffett Way (By Robert Hagstrom) – หนังสือที่เล่าถึงวิธีการลงทุนของวอร์เรน บัฟเฟตต์
  3. Margin of Safety – เขียนโดยผู้จัดการกองทุนชื่อดังอย่าง Seth Klarman หนังสือเล่มนี้ดีมากแต่หายากมาก ผมไม่แน่ใจว่าในไทยจะมีสักเล่มหรือไม่ แต่ผมเคยอ่านจนจบเพราะไปยืมมาจากห้องสมุดที่มหาวิทยาลัยในอเมริกาครับ

4 เล่มนี้คุณสามารถเริ่มต้นอ่านได้เลยโดยไม่ต้องมีพื้นฐาน หรือว่าอาจจะเรียนคอร์สหุ้นออนไลน์แล้วค่อยมาอ่านก็ได้ครับ

สองเล่มต่อไปเป็นหนังสือที่อ่านยาก คุณควรอ่านหลังจากมีประสบการณ์ในการลงทุนในระดับหนึ่งแล้ว นั่นคื

  • Intelligent Investor – หนังสือที่เขียนโดยเบนจามิน เกรแฮม บิดาผู้ให้กำเนิด Value Investing
  • Security Analysis – หนังสืออีกหนึ่งเล่มที่เขียนโดยเบนจามิน เกรแฮม และเดวิด ดอดด์

สองเล่มนี้ถือว่าเป็นหนังสือระดับคลาสสิก ซึ่งค่อนข้างซับซ้อน แต่ถ้าคุณอยากเข้าถึงหัวใจของการลงทุนแบบ Value Investing จริงๆ คุณก็ควรอ่านดูครับ จากประสบการณ์ที่เคยอ่านมาแล้ว ผมบอกได้เลยว่า “ไม่ง่าย” แต่ไม่เกินความสามารถครับ

หนังสืออื่นๆ ที่น่าสนใจเล่มอื่นได้แก่

  • ตีแตก: กลยุทธ๋การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤตของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแบบ Value Investing ชื่อดังของไทย
  • Investing the Templeton Way: The Market-Beating Strategies of Value Investing’s Legendary Bargain Hunter
  • Value Investing: From Graham to Buffett and Beyond
  • The Dhandho Investor
  • The Theory of Investment Value – เป็นเล่มที่อ่านยากมาก แต่เป็นต้นแบบของการคิดมูลค่าที่แท้จริงโดยใช้ DCF (Discounted Cash Flow) ซึ่งใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน

ทั้งนี้หนังสือหลายเล่มในรายชื่อนี้สามารถซื้อออนไลน์กับ Kinokuniya ได้ครับ

error: Content is protected !!