เมื่อเมือง “แฮลิแฟกซ์” เกิดการระเบิดครั้งใหญ่เพราะเรือชนกัน!

0
45

เมืองแฮลิแฟกซ์ (Halifax) เป็นเมืองสำคัญในประเทศแคนาดา เพราะเป็นทั้งเมืองท่าที่รุ่งเรือง และเมืองหลวงของรัฐโนวาสโกเชียด้วย

ในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ.1917 อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดกลับเกิดขึ้นกับเมืองนี้ มันได้คร่าชีวิตผู้คนไปถึงเกือบ 2,000 คน และทำลายเมืองราบไปถึง 1 ใน 6

ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดการระเบิดครั้งนี้ขึ้น แต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เมืองท่าแฮลิแฟกซ์

ในปี ค.ศ.1917 ประเทศแคนาดาได้เข้าร่วมต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย ในช่วงเวลานั้นแฮลิแฟกซ์จึงเป็นเมืองท่าที่สำคัญมาก เพราะเป็นเมืองท่าให้เรือต่างๆ เข้ามาจอด เพื่อจะได้นำเสบียงอาหาร กำลังคน อาวุธยุทโธปกรณ์ และยุทธปัจจัยไปยังสมรภูมิในยุโรป เรือที่จอดหรือผ่านแฮลิแฟกซ์ไปมีนับพันนับหมื่นลำ

แฮลิแฟกซ์ก่อนการระเบิด

เดิมทีแฮลิแฟกซ์มีประชากรประมาณ 50,000 คน แต่ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่ที่แฮลิแฟกซ์มากกว่านั้นหลายเท่า ทหารและกะลาสีเรือที่กำลังจะไปยุโรป หรือเพิ่งจะกลับมาจากแนวหน้าต่างเดินในเมืองอย่างขวักไขว่

เราอาจจะเรียกได้ว่าแฮลิแฟกซ์เป็นเมืองหลวงของการทำสงครามของประเทศแคนาดาในเวลานั้นเลยก็ว่าได้

รอบเมืองแฮลิแฟกซ์มีการป้องกันอย่างหนาแน่น สาเหตุหนึ่งเพราะชาวแคนาเดียนเองเกรงว่าสักวันหนึ่งเรือรบเยอรมันคงจะมาถึงแผ่นดินแคนาดา ซึ่งไม่ไกลเกินความเป็นจริงแต่อย่างใด เพราะเรือดำน้ำเยอรมันก็ก่อกวนการลำเลียงในมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นประจำอยู่แล้ว ตาข่ายสกัดกั้นเรือดำน้ำ (anti-submarine nets) จึงถูกใช้เพื่อไม่ให้เรือดำน้ำเยอรมันเข้ามาใกล้ท่าเรือได้

เรือทั้งสองลำมาถึง

ในช่วงต้นเดือนธันวาคม เรือสินค้าชื่อ SS Imo ของนอร์เวย์ได้ออกเดินทางจากเนเธอร์แลนด์มายังนิวยอร์กเพื่อที่จะนำยุทธปัจจัย เสบียงอาหาร และของที่จำเป็นไปยังประเทศเบลเยียมซึ่งเป็นแนวหน้าในขณะนั้น ข้างเรือได้มีคำว่า “บรรเทาทุกข์ชาวเบลเยียม” (Belgian Relief) ติดไว้ทำให้สามารถเห็นได้จากระยะไกล

ตามแผนการแล้ว SS Imo จะจอดที่แฮลิแฟกซ์ในช่วงวันที่ 3-5 ธันวาคมเพื่อเข้ารับการตรวจสอบ และเติมถ่านหิน ก่อนที่จะเดินทางไปนิวยอร์กต่อไป

เรือ SS Imo หลังเกิดระเบิด

การตรวจสอบดำเนินไปด้วยดี แต่การเติมเชื้อเพลิงกลับดำเนินไปอย่างตรงกันข้าม เพราะในบ่ายของวันที่ 5 เรือก็ยังไม่ได้เติมถ่านหิน เพราะถ่านหินที่จะมาส่งกลับมาช้ากว่าที่กำหนดไว้ นอกจากนี้เมื่อถ่านหินมาถึง ทางเมืองก็ได้เปิดการใช้ตาข่ายแล้ว ทำให้เรือไม่สามารถออกไปได้ และต้องรอถึงวันรุ่งขึ้น

เย็นวันที่ 5 ธันวาคม เรือสัญชาติฝรั่งเศสชื่อ SS Mont-Blanc ได้เดินทางมาจากนิวยอร์ก เพื่อที่จะไปยุโรป เรือลำนี้บรรทุกวัตถุระเบิดและอาวุธยุทโธปกรณ์มาอย่างเต็มจำนวน เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในสงคราม

ตามกฎหมายเดิม เรือลักษณะนี้จะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในท่าเรือและบริเวณเมือง เพราะเกรงอันตราย แต่ในช่วงสงคราม กฎหมายข้อนี้ถูกยกเลิกไปชั่วคราว

SS Mont-Blanc มาถึงแฮลิแฟกซ์เย็นของวันนั้น และหมายใจว่าจะเข้าไปจอดในท่าเรือของเมือง แต่ไม่สามารถทำได้เพราะในเวลานั้นตาข่ายป้องกันเรือดำน้ำได้ถูกใช้แล้ว ทำให้เรือต้องทอดสมออยู่นอกเมือง และเปลี่ยนไปเข้าเมืองในวันรุ่งขึ้นแทน

อุบัติเหตุเรือชน

เรือ SS Imo ได้รับอนุญาตให้ออกจากท่าในตอน 7.30 น.ของวันที่ 6 ธันวาคม กัปตันวิลเลียม เฮส สั่งให้ลูกเรือเดินเรือเต็มกำลังเพราะที่จะได้ทำเวลากลับคืน หลังจากที่เกิดเรื่องล่าช้าเมื่อวาน

อย่างไรก็ตามในการเดินเรือเข้าออกท่าเรือของเมืองแฮลิแฟกซ์จะต้องผ่านช่องแคบออกไป ตามกฎระเบียบแล้วกัปตันจะต้องนำเรือชิดขวา และผ่านไปในความเร็วที่ไม่สูงเกินไป เพื่อป้องกันอุบัติเหตุการชนกัน

จุดที่เรือชนคือ บริเวณช่องแคบเล็กๆระหว่าง Halifax และ Dartmouth ตามรูปด้านบน By Dr. Blofeld – Maps for Free (OSM)., CC BY-SA 2.0,

ในวันนั้นกัปตันเฮสกลับเดินเรือด้วยความเร็วสูงกว่าที่กำหนด เรือลำอื่นเห็นเรือ SS Imo วิ่งออกมาจากท่าอย่างรวดเร็ว จึงช่วยกันหลบอย่างยกใหญ่ เพื่อไม่ให้เรือของพวกเขาไปชนกับเรือลำนี้

สำหรับ SS Mont-Blanc แล้ว ฟรานซิส แมคกี (Francis Mackey) ผู้บังคับเรือก็ปรารถนาจะนำเรือเข้าเทียบท่าในวันนั้นเช่นเดียวกัน

ก่อนที่จะออกเรือ แมคกีได้สอบถามเจ้าหน้าที่ท่าเรือว่าเรือของเขาขนวัตถุอันตรายจำนวนมากมา ทางท่าเรือจะจัดสรรเรือนำทางให้ได้หรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการจัดเรือดังกล่าวให้กับ SS Mont-Blanc แต่อย่างใด และไม่มีการเตือนให้เรืออื่นๆ หยุดเมื่อเรืออันตรายลำนี้เข้ามาในช่องแคบด้วย

เรือ SS Mont-Blanc แล่นเข้าในช่องแคบช่วงเวลาเดียวกับที่ SS Imo กำลังวิ่งออกมา แมคกีเห็น SS Imo เล่นอยู่ในเส้นทางเดียวกับเรือของเขา และน่าจะเฉียดผ่านด้านกราบขวา (Starboard) ของ SS Mont-Blanc

แมคกีรีบส่งสัญญาณด้วยการยิงพลุไฟ 1 นัดเพื่อให้ SS Imo เห็นว่าเรือ SS Mont-Blanc เป็นเรือที่แล่นในทางเอกอย่างถูกต้อง เรือ SS Imo จึงต้องหยุดแล่นเพื่อให้ SS Mont-Blanc ไปก่อน (คล้ายๆ กับกรณีรถสวนกัน)

อย่างไรก็ตามเรือ SS Imo กลับยิงพลุสองนัดกลับมา การยิงพลุสองนัดเป็นสัญลักษณ์ว่าเรือ SS Imo จะไม่ยอมหลบให้กับ SS Mont Blanc

แมคกีเห็นเช่นนั้นจึงสั่งให้หยุดเครื่องยนต์ของเรือทันที และนำเรือเบนไปทางกราบขวาเพื่อที่จะหลบการแล่นเข้ามาของ SS Imo นอกจากนี้เขาส่งพลุไปอีกครั้งหนึ่ง เพื่อขอให้ SS Imo ปฏิบัติตามกฎ และกลับได้รับการยิงพลุสองครั้งกลับมาเช่นเดิม

เมื่อ SS Imo วิ่งเข้ามาใกล้ กัปตันเฮสถึงค่อยสั่งให้ชะลอเครื่องยนต์ลง แต่ความเร็วเรือที่มีอยู่เดิมยังส่งเรือได้เดินหน้าต่อไปอยู่ดี จนกระทั่งเรือทั้งสองลำเกือบจะขนานกันอยู่ในช่องแคบดังกล่าว

แมคกีพยายามเบี่ยงเรือของเขาหลบ เช่นเดียวกับ SS Imo ที่พยายามทำเช่นกัน แต่ความผิดพลาดในการเดินเรือได้ทำให้หัวเรือ SS Imo เบนมาที่กราบขวาของ SS Mont-Blanc และชนเข้าใส่อย่างเต็มๆ ในเวลา 8.45 น.

การชนไม่ได้ทำให้ตัวเรือเสียหายมากนัก แต่มันทำให้สารต่างๆ ที่เรือ SS Mont-Blanc บรรทุกมาด้วยเกิดการสปาร์คขึ้น ไฟเริ่มลุกลามเรือ SS Mont-Blanc อย่างรวดเร็ว แมคกีรีบสั่งให้ลูกเรือสละเรือและขึ้นเรือชูชีพทันที ลูกเรือของ SS Mont-Blanc ที่อยู่ในชูชีพต่างขึ้นบกไปยังท่าเรือฝั่ง Dartmouth ได้อย่างปลอดภัย

ตัวเรือ Mont-Blanc ที่กำลังไหม้ไฟและถูกทิ้งแล้วได้ลอยไปทางท่าเรือ 6 ฝั่งเมืองแฮลิแฟกซ์ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฝั่ง Dartmouth ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เพราะมีบ้านที่อยู่อาศัย ร้านค้ามากมาย โรงงานน้ำตาลและโรงเรียนนายเรือด้วย

ผู้คนมากมายในฝั่งแฮลิแฟกซ์ต่างพากันมาดูไฟไหม้เรือครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ พวกลูกเรือ SS Mont-Blanc ช่วยกันตะโกนอย่างสุดเสียงว่าอย่ามารวมตัวอยู่ที่นั่น เพราะเรือกำลังจะระเบิดแล้ว แต่ไม่มีใครได้ยิน

เรือหลายลำและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามช่วยกันดับเพลิงอยู่อย่างสุดความสามารถ ประมาณ 20 นาที จนกระทั่งเวลา 9 โมง 4 นาที

การระเบิดครั้งใหญ่

9 โมง 4 นาทีของวันที่ 6 ธันวาคม เรือ SS Mont-Blanc ที่ไหม้ไฟมา 20 นาทีได้เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดได้กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ และทำให้เกิดสึนามิลูกใหญ่ที่กระจายไปโดยรอบ ทุกสิ่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณ 2.5 ตารางกิโลเมตรพินาศยับเยิน ไม่ว่าจะเป็นเรือหรืออาคารใดๆ

การระเบิดครั้งใหญ่ที่เมืองแฮลิแฟกซ์

เสียงระเบิดดังไกลไปนับร้อยกิโลเมตร ผู้ที่อยู่ที่รัฐแมซซาชูเซสต์ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังได้ยินเสียงการระเบิดครั้งนี้ นอกจากนี้ควันของการระเบิดยังพุ่งสูงขึ้นถึง 3,600 เมตรเลยทีเดียว

ระเบิดได้กลายเป็นลูกไฟดวงใหญ่ที่เผาผลาญทุกสิ่ง ผู้คนที่ยืนมุงดูเรืออยู่ในวันนั้นสิ้นชีวิตทันทีแทบทั้งหมด นอกจากนี้กระจกที่แตกเพราะแรงระเบิดยังปลิวว่อน ทำให้ผู้คนจำนวนมากตาบอด

บรรดาผู้ที่รอดชีวิตมีแผลไฟไหม้เต็มตัว บางคนต้องตัดแขนหรือขาเพื่อรักษาชีวิต ทำให้มีผู้พิการจำนวนมากมายจากเหตุการณ์นี้

จากการสำรวจพบว่า ผู้เสียชีวิตในการระเบิดครั้งนั้นมากถึง 1,946 คน และได้รับบาดเจ็บอีกมากถึง 9,000 คน ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าอุบัติเหตุการระเบิดใดๆ ในช่วงยุคใหม่

การสอบสวน

ในช่วงแรกชาวเมืองคิดว่าการระเบิดเป็นฝีมือของกองทัพเยอรมัน แต่หลังจากนั้นไม่นานทุกอย่างก็ได้ข้อสรุป นั่นคือมันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครปรารถนาจะให้เกิดขึ้น

ความเสียหายส่วนหนึ่งในเมือง Halifax

การสอบสวนได้พุ่งเป้าไปที่เรือ SS Mont-Blanc ว่าเป็นผู้ก่อเหตุนี้ แต่สุดท้ายแล้วข้อกล่าวหาก็ได้ถูกระงับลงไป และไม่มีใครต้องรับผิดชอบในทางกฎหมายต่อความสูญเสียครั้งนี้แต่อย่างใด

สำหรับผู้รอดชีวิตมาได้ ความสูญเสียครั้งนั้นเป็นความเจ็บปวดที่ต้องการจะลืมเลือน และไม่มีใครปรารถนาจะระลึกถึงมันมากนัก

Sources:

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here