“เฟรนช์ฟรายส์” กำเนิดจากประเทศใด? ฝรั่งเศสหรือเบลเยียม?

0
54

เฟรนช์ฟรายส์ (French Fries) หรือมันฝรั่งทอดที่เป็นแท่งๆ เป็นอาหารยอดฮิตที่นิยมกินเป็น side dish หรืออาหารจานประกอบกับเมนูอาหารตะวันตกอย่าง แฮมเบอร์เกอร์และสเต็กเป็นต้น คนไทยน่าจะคุ้นเคยกับเฟรนช์ฟรายส์ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง แมคโดนัลด์ หรือ KFC เป็นอย่างดี

สำหรับโพสนี้ เราจะมาดูกันว่า ประวัติความเป็นมาของเฟรนช์ฟรายส์เป็นอย่างไร? เฟรนช์ฟรายส์คิดค้นโดยชาวฝรั่งเศสจริงหรือไม่? หรือว่าเป็นอาหารที่มาจากประเทศเบลเยียมกันแน่?

เฟรนช์ฟรายส์

ประวัติของเฟรนช์ฟรายส์

ในศตวรรษที่ 16 Pedro Cieza de Leon นักรบชาวสเปนที่ได้เดินทางไปยึดครองจักรวรรดิอินคาได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับมันฝรั่งที่เขาเล่าว่าเป็นอาหารที่ชาวอินคากินเป็นอาหารหลัก และเขาได้นำมันกลับมายังสเปนด้วย แต่เนื่องจากการล่องเรือกลับสเปนใช้เวลายาวนานมาก เขาจึงใช้การทอดเพื่อถนอมอาหาร และให้กำเนิดเป็นต้นแบบของมันฝรั่งทอดขึ้นมา

แต่ทว่า มันฝรั่งทอดของนักรบชาวสเปนผู้นี้น่าจะไม่ใช่เฟรนช์ฟรายส์แบบที่สมบูรณ์เท่าใดนัก นักประวัติศาสตร์จึงเลือกที่จะข้ามมันไป อย่างไรก็ตามเราทราบแน่ชัดว่าชาวสเปนเป็นผู้นำมันฝรั่งจากทวีปอเมริกามายังยุโรป จนมันกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในการทำอาหารที่ยุโรปด้วย

ประเทศที่อ้างว่าตนเองเป็นผู้ให้กำเนิดเฟรนช์ฟรายส์มีอยู่สองประเทศคือ เบลเยียม และฝรั่งเศส

เรามาดูข้อมูลฝั่งเบลเยียมกันก่อน

ตำนานฝั่งเบลเยียมเล่าว่า เฟรนช์ฟรายส์ถือกำเนิดในประเทศเบลเยียมในช่วงปี ค.ศ.1680 ชาวเบลเยียมมักจะจับปลามาทอดกินโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่ในฤดูหนาว ปลาไม่เพียงพอสำหรับการกิน และการตกปลาก็เสี่ยงอันตรายมากเพราะแม่น้ำแข็งเป็นน้ำแข็ง ทำให้ชาวบ้านชาวเบลเยียมหันไปนำมันฝรั่งมาทอดกินแทน อาหารอย่างเฟรนช์ฟรายส์จึงเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น

ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อกองทัพอเมริกันยกไปรบในเบลเยียม พวกเขาพบอาหารชนิดนี้ แต่ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรดี ด้วยความที่ชาวเบลเยียมพูดภาษาฝรั่งเศส พวกเขาเลยเรียกอาหารชนิดนี้ว่าเฟรนช์ฟรายส์

อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าที่ค้านตำนานนี้อยู่หลายเรื่อง อย่างเช่น

สำหรับประเทศฝรั่งเศสมีเรื่องเล่าว่า เฟรนช์ฟรายส์ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยชาวฝรั่งเศสเอง (คงจะทำนองเดียวกับครัวซอง นั่นคือเอามันฝรั่งทอดของสเปนมาดัดแปลง) ในช่วงก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศสเล็กน้อย (ปี ค.ศ.1780) มีบันทึกว่าตามถนนในกรุงปารีสมีขายอาหารลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว

ชาวฝรั่งเศสกับเบลเยียมกำลังเถียงกันอยู่ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้คิดค้นเฟรนช์ฟรายส์บนโลก ต่างฝ่ายต่างปฏิเสธข้ออ้างของอีกฝ่ายว่าไม่จริงมาจนถึงทุกวันนี้

เฟรนช์ฟรายส์มาสู่อเมริกา

ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกามีบันทึกว่าเมื่อ โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ประธานาธิบดีคนที่สามของสหรัฐอเมริกาเป็นทูตอยู่ที่ฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 18 เขาได้ให้ทาสของเขาชื่อ เจมส์ เฮมมิง (James Heming) ไปฝึกเป็นเชฟในกรุงปารีส

เฮมมิงได้จดสูตรอาหารในฝรั่งเศสกว่า 150 เมนูไว้ในบันทึกของเขา เจฟเฟอร์สันเองก็ช่วยจดเมนูที่เขาพบเห็นลงไปด้วย หนึ่งในเมนูที่อยู่ในบันทึกดังกล่าวคือ pommes de terre frites à cru en petites tranches หรือแปลว่า มันฝรั่งทอดชิ้นเล็กๆ ที่ทอดตอนมันยังดิบอยู่

อย่างไรก็ตามมันฝรั่งทอดของที่เฮมมิงจดมาไม่ได้อยู่ในรูปทรงเป็นแท่งเหมือนกับเฟรนช์ฟรายส์ในปัจจุบัน

แม้ว่าอาหารชนิดนี้อยู่ในสหรัฐอเมริกาก็จริง แต่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับตำนานเบลเยียมที่ว่า ทหารอเมริกันยังไม่รู้จักเฟรนช์ฟรายส์มาก่อน ตอนไปรบในยุโรป และนำเมนูอาหารชนิดนี้กลับบ้านเกิดไปด้วย

จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่เฟรนช์ฟรายส์เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 คนอเมริกันเองก็รู้จักเฟรนช์ฟรายส์มากขึ้นตามลำดับ จนเฟรนช์ฟรายส์กลายเป็นอาหารทั่วไปที่กินคู่กับสเต็กและแฮมเบอร์เกอร์ และเมื่อฟาสต์ฟู้ดของอเมริกาเปิดสาขาไปทั่วโลก ความนิยมในเฟรนช์ฟรายส์ก็แพร่กระจายไปด้วย ทำให้มันเป็นหนึ่งในเมนูที่หากินได้ในทุกประเทศ

สำหรับเรื่องชื่อก่อนปี ค.ศ.1960 ชาวอเมริกันเรียกอาหารชนิดนี้ว่าเฟรนช์ฟรายส์ แต่หลังจากนั้นมาก็ตัดคำว่าเฟรนช์ออกไปจนเหลือแค่คำว่าฟรายส์ เท่านั้นมาถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าถามคนอังกฤษแล้ว Chips ของคนอังกฤษคือฟรายส์ของคนอเมริกันนั่นเอง

เบอร์เกอร์และเฟรนช์ฟรายส์ By Matti Blume – Own work, CC BY-SA 4.0,

เฟรนช์ฟรายส์ให้พลังงานกี่แคลอรี่

ท่านที่รักสุขภาพน่าจะอยากรู้ว่า เฟรนช์ฟรายส์ให้พลังงานกี่แคลอรี่?

เฟรนช์ฟรายส์ของแมคโดนัลด์ ขนาดกลางให้พลังงานทั้งหมด 346 แคลอรี (อ้างอิงจาก Mcdonalds) ซึ่งพลังงานหลักก็มาจากคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง

ในปัจจุบันการกินเฟรนช์ฟรายส์มีพัฒนาการหลายรูปแบบ เช่น คลุกกับผงต่างๆ อย่างเช่นของ potato corner หรือจิ้มกับดิปชีส และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้แคลอรีที่ได้รับจากเฟรนช์ฟรายส์สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะถ้าจิ้มกับซอสที่แคลอรีสูงๆ ทั้งหลาย อาจจะทำให้แคลอรี่พุ่งปรี๊ดไปที่ 500-600 แคลอรีก็เป็นได้

แต่ถามว่ากินมั้ย กินสิครับ! 55

Sources:

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here