ไครเมีย ดินแดนภายใต้กรณีพิพาทที่อุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว

0
188

ไครเมีย (Crimea, Крым) เป็นดินแดนที่มีกรณีพิพาทระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังจากปี ค.ศ.2014 ดินแดนแห่งนี้อยู่ในการปกครองของรัสเซียโดยพฤตินัย แม้ประเทศส่วนใหญ่จะยังไม่ยอมรับก็ตาม ดังนั้นการจะเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ได้ต้องผ่านรัสเซียเท่านั้น (ณ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2019)

ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สำหรับท่านที่ติดตามเรื่อง วันสุดท้ายของราชวงศ์โรมานอฟมา ท่านน่าจะได้ทราบแล้วว่า ครอบครัวโรมานอฟปรารถนาอย่างมากที่จะย้ายมาอยู่ที่น

ไครเมียมีอะไรดีกันแน่ ติดตามได้ในโพสนี้เลยครับ

แนะนำไครเมีย

ไครเมียเป็นคาบสมุทรที่อยู่ติดกับทะเลดำ และอยู่ทางใต้ของรัสเซีย (ตามรูปด้านล่าง) ไครเมียมีพื้นที่ 27,000 ตารางกิโลเมตร และมีเมืองหลวงอยู่ที่เมือง Simferopol

ไครเมียในแผนที่โลก By The Emirr, Spesh531 – File:Turkey (orthographic projection).svg, CC BY-SA 3.0,

ด้วยความที่อยู่ทางใต้ของรัสเซีย และมีละติจูดใกล้เคียงกับอิตาลี ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆ ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ไครเมียมีอากาศที่อบอุ่น ฤดูหนาวของไครเมียก็ไม่หนาวจัดสักเท่าใดนัก

นอกจากนี้ภูมิประเทศของไครเมียยังหลากหลายมาก ไครเมียมีทั้งยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม และชายหาดสีฟ้าอมเขียวอันงดงาม ภูมิประเทศและภูมิอากาศลักษณะนี้ทำให้ไครเมียเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวรัสเซียมานานหลายร้อยปีแล้ว

ประวัติศาสตร์ของไครเมียยาวนานมากตั้งแต่สมัยยุคกรีก-โรมัน แต่ความรุ่งเรืองของดินแดนแถบนี้เกิดขึ้นสูงสุดเมื่อ ไครเมียมีอาณาจักรเป็นของตนเอง หรือที่เรียกว่า รัฐข่านไครเมีย (Crimean Khanate) อาณาจักรแห่งนี้เป็นอาณาจักรของชาวตาตาร์ที่มีอายุนานกว่าสามร้อยปี (ค.ศ.1441-1783) จนกระทั่งถูกรัสเซียพิชิตได้ในเวลาต่อมา

ชาวตาตาร์ท้องถิ่นที่เคยอาศัยอยู่แถบนี้ถูกรัฐบาลโซเวียตบังคับให้ย้ายถิ่นไปอยู่ที่เอเชียกลางจำนวนมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้จะมีการย้ายถิ่นกลับมาบ้างหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ชาวตาตาร์ที่เป็นชาวท้องถิ่นของไครเมียจึงเหลือแค่เพียง 12% เท่านั้นของประชากรในไครเมียทั้งหมด

เรามาดูกันดีกว่าครับว่า ไครเมียมีอะไรเด่นๆน่าเที่ยวบ้าง

1. Livadia Palace

พระราชวังลิวาเดีย (Livadia Palace) เป็นพระราชวังที่อยู่ที่เมืองลิวาดียา (Livadiya) ใกล้กับเมืองยัลตา (Yalta) เมืองสำคัญในไครเมีย

พระราชวังลิวาเดีย By Neovitaha777 – Own work, CC BY-SA 4.0,

พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่ครอบครัวโรมานอฟรักมากที่สุด ทุกคนมักจะเดินทางมาที่นี่ยามต้องการจะพักผ่อน และรับลมทะเล โดยเฉพาะในฤดูร้อน สถานที่แห่งนี้จึงเกี่ยวพันอย่างมากต่อราชวงศ์โรมานอฟ ซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 หมดลมหายใจที่นี่ ส่วนซาร์นิโคลัสที่ 2 และครอบครัวหวังว่าจะได้มาอยู่ที่นี่หลังจากที่ความวุ่นวายทางการเมืองจบสิ้นลงแล้ว แต่ทุกอย่างก็เป็นแค่ความฝันเพราะทุกคนจากไปที่บ้านอิปาตเยฟในปี ค.ศ.1918

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พระราชวังลิวาเดียเป็นสถานที่ที่ผู้นำฝ่ายพันธมิตรอย่าง รูสเวลต์และเชอร์ชิลล์มาพบกับสตาลินในการประชุมที่เรียกว่า Yalta Conference ในปี ค.ศ.1945

พระราชวังลิวาเดียในปัจจุบันมีสถานะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมได้ ตัวพิพิธภัณฑ์สร้างขึ้นจากแกรไนต์ไครเมียสีขาวในรูปแบบนีโอเรอแนซองส์ จุดเด่นของพระราชวังแห่งนี้คือภายในถูกตบแต่งหลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบอาระเบีย แบบบารอค ทำให้แต่ละห้องมีความหลากหลายที่น่าสนใจมาก

2. Khan’s Palace

พระราชวังข่าน (Khan’s Palace) หรือ พระราชวัง Bakhchisaray (เรียกสั้นๆ ว่า Han Saray) เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ที่เมือง Bakhchysarai ในไครเมีย ตัวพระราชวังสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่พักอาศัยของข่านแห่งไครเมีย ดังนั้นมันจึงมีศิลปกรรมแบบไครเมียตาตาร์ดั้งเดิม ต่างจากพระราชวังลิวาเดียที่มีกลิ่นอายของศิลปะตะวันตกอยู่มาก

ภายในพระราชวังมีอาคารมากมาย ตั้งแต่ฮาเร็มของข่าน ห้องบรรทม หรือห้องพักผ่อน แต่ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดน่าจะเป็นมัสยิดในพระราชวังแห่งนี้ เพราะว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในไครเมีย และมันถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะพื้นเมืองที่หาชมที่อื่นได้ยาก นอกจากนี้ในบริเวณโดยรอบมัสยิดยังมีสวนที่ควรค่าแก่การถ่ายรูปด้วย

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

3. Sudak Genoese Fortress

ป้อมปราการเจนัวที่ Sudak (Sudak Genoese Fortress) เป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่เมือง Sudak เมืองพักตากอากาศชื่อดังของไครเมีย ตัวป้อมปราการนี้เก่าแก่มาก เพราะสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 6-7 โดยชาวไบแซนไทน์ แต่ในเวลาต่อมาชาวเจนัวได้สร้างอาณานิคมขึ้นมาในดินแดนแถบนี้ และได้บูรณะและเสริมสร้างป้อมปราการให้แข็งแรงขึ้น สิ่งก่อสร้างที่เหลือมาถึงทุกวันนี้ส่วนใหญ่คือ สิ่งที่พวกเจนัวสร้างขึ้นมานั่นเอง

ป้อมปราการเจนัวที่ Sudak By Insider – Own work, CC BY-SA 4.0,

ทิวทัศน์ที่บริเวณป้อมปราการส่วนมาก เพราะด้านหนึ่งเป็นภูเขา ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นทะเลน้ำเงินใส ถ้ามองจากป้อมปราการแล้วจะเห็นวิวโดยรอบอย่างชัดเจน

4. Swallow’s Nest

Swallow’s Nest เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุดแห่งหนึ่งในไครเมีย มันตั้งอยู่ที่เมืองเล็กๆ ชื่อ Gaspra ที่มีชื่อเสียงเรื่องการให้บริการสปาสำหรับสุขภาพมานานนับร้อยปีแล้ว

ลักษณะของ Swallow’s Nest เป็นปราสาทเล็กๆ ที่สร้างขึ้นบนหน้าผาสูง 40 เมตรชื่อ Aurora Cliff ตัวปราสาทไม่เก่าแก่มากนักเพราะสร้างขึ้นได้ร้อยกว่าปีนี้เอง เพื่อเป็นที่พักผ่อนให้กับนักธุรกิจชาวเชื้อสายเยอรมันคนหนึ่ง

Swallow’s Nest By Ivan Sedlovskyi – Own work, CC BY-SA 4.0,

จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือนักท่องเที่ยวสามารถมองออกไปแหลม Ai-Todor และเห็นวิวทะเลดำแบบพาโนรามาได้แบบ 180 องศา ปัจจุบันภายในปราสาทมีร้านอาหารอิตาเลียนเปิดอยู่ร้านหนึ่ง ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปรับประทานและชมวิวได้

Swallow’s Nest เป็นจุดเด่นสำคัญอย่างหนึ่งของไครเมีย และเป็นฉากหลังในภาพยนตร์โซเวียตหลายครั้ง สถานที่แห่งหนึ่งจึงพลาดไม่ได้ถ้าท่านใดได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่

5. Chufut Kale และเมืองถ้ำอื่นๆ

Chufut Kale เป็นเมืองถ้ำ หรือถ้ำที่มีการขุดเจาะเป็นที่อยู่อาศัยจำนวนมาก เมืองถ้ำแห่งนี้เก่าแก่มาก นักประวัติศาสตร์ยังไม่แน่ชัดว่ามันมีอายุเท่าไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ มันมีอายุนานหลายร้อยปี หรืออาจจะมากกว่าหนึ่งพันปีด้วยซ้ำไป ผู้คนนับพันคนเคยอาศัยที่นี่อยู่เป็นเวลานาน และสร้างที่อยู่อาศัยด้วยการเจาะเข้าไปในถ้ำ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ทิ้งที่นี่ไปในช่วงศตวรรษที่ 19

Chufut Kale By Neovitaha777 – Own work, CC BY-SA 4.0,

ภายในถ้ำเหลือร่องรอยไม่มากนัก ส่วนมากเหลือแต่บริเวณที่พอจะมองออกว่าเคยมีผู้คนอาศัยอยู่ในนี้ และยังมีสุสานและวิหารเล็กๆที่แสดงร่องรอยของวัฒนธรรมเดิมๆ เอาไว้

นอกจาก Chufut Gale แล้วภายในไครเมียยังมีเมืองถ้ำอีก 14 แห่ง ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนโบราณเช่นกัน

Chufut Kale สามารถเดินไปได้จากเมือง Bahkchisaray แต่ต้องใช้ความสามารถในการเดินไม่น้อย เพราะเส้นทางไม่ดีเท่าไรนัก

6. อารามถ้ำ

อารามถ้ำที่น่าสนใจในไครเมียมีอยู่สองแห่งนั่นก็คือ Inkerman Cave Monastery ที่เมือง Inkerman และ Uspensky Cave Monastery ที่ Bahkchisaray

ภายในอารามถ้ำ Inkerman Cave Monastery By Alexandco – Own work, CC BY-SA 3.0,

อารามทั้งสองเก่าแก่ทั้งคู่และเป็นสถานที่ทางศาสนาของชาวคริสต์มาตั้งแต่โบราณ (บ้างว่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 8) ภายในอารามก็ไม่ได้ต่างกับโบสถ์อื่นทั่วไป แต่ที่แปลกคือมันถูกสร้างในถ้ำนั่นเอง

7. Chersonesus

Chersonesus เป็นซากอาณานิคมกรีกเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Sevastopol ในไครเมีย มันมีอายุมากกว่า 2,600 ปี (สร้างตั้งแต่ 600-700 ปีก่อนคริสตกาล) ทำให้เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดในไครเมียเลยก็ว่าได้

ซากเมือง Chersonesus By Dmitry A. Mottl – Own work, CC BY-SA 3.0,

ในปัจจุบันโครงสร้างหลายๆ อย่างของเมืองยังหลงเหลืออยู่อาทิเช่น เสาหินแบบกรีก หรือกำแพงโบราณ นอกจากนี้ยังมีสิ่งของปลีกย่อยที่ถูกค้นพบอีกมากถึง 200,000 ชิ้น

ปัจจุบันรัฐบาลรัสเซียอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ สถานที่นี้จึงเป็นที่นิยมมากที่สุดที่หนึ่งในไครเมีย

8. Marble Caves และ Mammoth Cave

Marble Caves หรือชื่อในภาษารัสเซียว่า Мра́морная пещера (Mramornaya peshera) เป็นหนึ่งในถ้ำในมีชื่อเสียงมาก และได้รับการขนานนามบ่อยครั้งว่าเป็นถ้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (ก่อนจะมีความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน)

Marble Caves By Алексей Решетников, CC BY 3.0,

ตัวถ้ำเพิ่งจะมีการค้นพบเพียง 30 ปีที่ผ่านมานี้เอง ตัวถ้ำค่อนข้างใหญ่ และใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 80 นาที

ใกล้ๆ กับ Marble Caves มีถ้ำใหญ่อีกถ้ำหนึ่งเรียกว่า Mammoth Cave (Emine-Bair-Khosar, Эмине-Баир-Хосар) จุดเด่นของถ้ำนี้คือ มันมีซากสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อยู่ข้างใน อาทิเช่น ช้างแมมมอธเป็นต้น

โครงกระดูกสัตว์ยุคหินที่พบในถ้ำ Mammoth Автор: Nurgayan K – собственная работа, CC BY-SA 4.0,

ถ้ำนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น แต่เท่าที่ให้ชมก็ใช้เวลาเดินทั้งหมดประมาณ 90 นาทีแล้ว

โดยทั่วไปแล้ว นักท่องเที่ยวมักจะไปถ้ำทั้งสองในทริปเดียว เพราะจะได้ชมความงามภายในถ้ำอย่างเต็มอิ่ม การเดินทางไปถ้ำทั้งสองนี้ค่อนข้างยากเพราะว่ามันอยู่ระหว่างเมือง Simferopol และ Alushta การจะเดินทางไปต้องใช้รถยนต์ ดังนั้นนักท่องเที่ยวมักจะซื้อทัวร์ไปถ้ำทั้งสองมากกว่า

9. Bataklava Naval Museum

นอกจากเมือง Bataklava จะมีอ่าวที่สวยงามชื่อ Bataklava Bay แล้ว เมืองแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่น่าสนใจมาก

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์เรือดำน้ำที่เคยเป็นอดีตฐานทัพมาก่อน By Russianname – Own work, CC BY 3.0,

พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเคยเป็นฐานทัพเรือดำน้ำโซเวียตมาก่อน ตัวฐานทัพนี้ถูกสร้างอย่างดีใต้ดินให้ทนต่อแรงระเบิดนิวเคลียร์ได้ นอกจากมันจะถูกใช้เก็บและซ่อมแซมเรือดำน้ำแล้ว มันยังเคยใช้เป็นที่ฝึกปลาโลมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารด้วย

ทุกวันนี้สิ่งของภายในที่น่าสนใจก็มีหลายอย่าง เช่นลานปล่อยเรือดำน้ำ และรถขนกับระเบิดเป็นต้น

10. Black Sea

ด้วยความที่ไครเมียติดกับทะเลดำถึงสามด้าน การท่องเที่ยวแบบสบายๆจึงเป็นหนึ่งในรายได้หลักของที่นี่ ทั่วทั้งไครเมียมีรีสอร์ทมากมาย และมีหาดที่มีชื่อเสียงเช่น หาด Tsarsky หรือ หาดซาร์ อันเป็นหาดที่พวกชนชั้นสูงไฮโซมักจะมาจิบแชมเปญชมวิวเงียบๆ ที่นี่ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

Tarkhankut Cape Автор: Слащёв Роман. Original uploader was Дождь – Casio EX-Z60, Общественное достояние,

สำหรับท่านใดที่ชอบดำน้ำ สามารถไปดำได้ที่แหลม Tarkhankut (Tarkhannut Cape) ใต้ทะเลของที่นี่มีเรือมากมายที่จมอยู่ตั้งแต่สมัยโบราณ จนเรียกได้ว่าเป็นสุสานเรือเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ทะเลบริเวณนั้นยังสวยมากด้วย

บทส่งท้าย

ทั้งนี้ไครเมียยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจ ไว้โอกาสหน้าผมจะมานำเสนอใหม่ครับ