เอเชียจีนเมืองฉงชิ่ง (Chongqing) มีที่เที่ยวไหนที่คุณไม่ควรพลาดบ้าง?

เมืองฉงชิ่ง (Chongqing) มีที่เที่ยวไหนที่คุณไม่ควรพลาดบ้าง?

ฉงชิ่ง (Chongqing) หรือที่เรียกกันในอดีตว่าจุงกิง (Chungking) เป็นเมืองสำคัญที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีน สถานะของฉงชิ่งเป็นเมืองพิเศษที่อยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงจากรัฐบาลกลาง (เช่นเดียวกับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเทียนจิน) ดังนั้นฉงชิ่งจึงไม่ได้อยู่ในมณฑลใดๆ ในประเทศจีนครับ

เมืองฉงชิ่งเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ แต่ก่อนอื่นเราไปรู้จักเมืองแห่งนี้กันก่อนจะดีกว่าครับ

ฉงชิ่ง

รู้จักฉงชิ่ง (Chongqing)

ฉงชิ่งเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงยุคจ้านกว๋อ (316 BC) โดยเป็นเมืองในแคว้นปา แคว้นที่ถูกแคว้นฉินพิชิตและใช้เป็นฐานกำลังในการพิชิตแผ่นดินจีน ในเวลานั้นชื่อของเมืองฉงชิ่งคือเจียงโจวครับ

นับตั้งแต่ยุคจ้านกว๋อจนถึงศตวรรษที่ 14 ฉงชิ่งไม่มีบทบาทสำคัญใดๆ ในประวัติศาสตร์จีนเลย พงศาวดารที่บันทึกไว้ก็แค่กล่าวถึงแค่ว่าตัวเมืองถูกเปลี่ยนชื่อเมื่อใดเท่านั้น

อย่างไรก็ดีชะตาของเมืองฉงชิ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลในราชวงศ์หมิงและชิง เพราะฉงชิ่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแยงซีเกียงได้กลายเป็นเมืองท่าสำคัญของจีน รัฐบาลชิงก็สนับสนุนการย้ายถิ่นเข้าสู่ตัวเมืองฉงชิ่ง ทำให้บริเวณตัวเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ พ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาซื้อขายสินค้ากันที่นี่

ในช่วงศตวรรษที่ 19 รัฐบาลชิงถูกบังคับให้เปิดประเทศ ฉงชิ่งจึงกลายเป็นเมืองท่าแห่งแรกที่เปิดให้กับชาวตะวันตกเข้ามาค้าขาย สถานะของฉงชิ่งจึงกลายเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของมณฑลเสฉวน การค้าขายได้ทำให้ตัวเมืองเติบโตขึ้นมาก และมีขยายออกไปทุกทิศทาง

ฉงชิ่งในปี ค.ศ.1944 By William L. Dibble, Public Domain

ต่อมาในปี ค.ศ.1937 กองทัพญี่ปุ่นรุกรานประเทศจีน และตีชิงดินแดนทางชายฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเมืองหนานจิง (นานกิง) อันเป็นเมืองหลวงเอาไว้ได้สำเร็จ ทำให้รัฐบาลจีนคณะชาติต้องย้ายหนีศัตรูมาตั้งเมืองหลวงชั่วคราวที่ฉงชิ่ง

การเป็นเมืองหลวงของประเทศไม่ได้ทำให้ฉงชิ่งปลอดภัยแต่อย่างใด แต่กลับส่งผลให้กองทัพอากาศญี่ปุ่นส่งเครื่องบินรบมาโจมตีอย่างหนัก ตัวเมืองถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 5 ปี ทำให้ตัวเมืองเสียหายยับเยิน ชาวเมืองต้องหนีหลบซ่อนไปอยู่ตามบังเกอร์ในภูเขา แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งสงครามสิ้นสุดด้วยการที่ญี่ปุ่นยอมแพ้

อย่างไรก็ดีการเป็นเมืองหลวงได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านบวกกับตัวเมืองอยู่บ้าง เพราะทำให้โรงงาน มหาวิทยาลัย ตลอดจนเม็ดเงินจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาที่นี่ ฉงชิ่งจึงกลายเป็นมหาอำนาจทางด้านอุตสาหกรรม การค้าขาย และการศึกษานับตั้งแต่บัดนั้น

ในปี ค.ศ.1997 รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนได้รวมเมืองฉงชิ่งกับจังหวัดอื่นๆ โดยรอบ และยกระดับเมืองเป็นเขตเทศบาล (Chongqing Municipality) ขนาดใหญ่ที่ไม่ขึ้นกับมณฑลใด และต่อมาในปี ค.ศ.2010 ตัวเมืองก็ได้ถูกยกระดับเป็นหนึ่งในเมืองระดับประเทศ (National Central Cities หรือ 国家中心城市) เช่นเดียวกับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเทียนจิน

Chongqing ในปัจจุบัน By Juukeihc , CC BY-SA 3.0,

ในปัจจุบันฉงชิ่งจึงเป็นเมืองใหญ่ขนาดเกือบ 30 ล้านคนที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าขาย การคมนาคม และอุตสาหกรรมของภาคตะวันตกของจีน ฉงชิ่งจึงเปรียบได้กับเมืองหัวหอกในการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศครับ

ลักษณะภูมิประเทศของฉงชิ่งจะเป็นรอยต่อของที่ราบสูงทิเบต และที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซี ทำให้พื้นที่รายรอบเมืองเต็มไปด้วยภูเขาสูงที่ถูกแม่น้ำตัดผ่าน รวมไปถึงน้ำตก สระน้ำ โตรกผา และถ้ำ ดังนั้นฉงชิ่งจึงงดงามตามธรรมชาติไปโดยปริยายครับ

ถัดไปเราไปดูกันดีกว่าครับ ฉงชิ่งมีสถานที่เที่ยวไหนที่คุณน่าไปเที่ยวชมบ้าง?

ในเมืองฉงชิ่ง

1. Hongya Cave

Hongya Cave เป็นอาคารจีนโบราณที่สร้างพิงภูเขาซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองฉงชิ่ง และยังตั้งอยู่ใกล้กับย่านเศรษฐกิจของเมืองด้วย ในยุคจ้านกว๋อที่นี่เคยเป็นป้อมปราการ แต่ในปัจจุบันอาคารสไตล์จีนโบราณ 11 ชั้นที่ถูกสร้างขึ้นตามแนวถ้ำ และกลายเป็นศูนย์รวมร้านอาหารรสชาติดีจำนวนมาก รวมไปถึงร้านขายของพื้นเมืองอีกด้วยครับ

Hongya Cave Image by xjqwangj from Pixabay

นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยว Hongya Cave ตอนช่วงกลางคืน เพราะตัวอาคารจะเปิดไฟสวยงามมาก เหมาะต่อการถ่ายรูปสุดๆ เลยครับ นอกจากนี้คุณยังสามารถเดินไปเที่ยวย่านธุรกิจ Jiefangbei จากที่นี่ได้อีกด้วย

2. Great Hall of the People

Great Hall of the People หรือ Chongqing People’s Hall เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบรูปร่างมาจากหอเทียนถานที่กรุงปักกิ่ง แต่ก็มีกลิ่นอายของโซเวียตรัสเซียอยู่ด้วย

Chongqing People’s Hall By Lauri Vain, Flickr, CC By 2.0

ที่นี่เป็นหอประชุมขนาดยักษ์ที่มีผู้เข้าร่วมได้ถึง 4,000 คนครับ อาคารแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1954 และได้รับการจัดอันดับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งที่สร้างในยุคประธานเหมาเจ๋อตง

ทุกวันนี้หอประชุมแห่งนี้เป็นสถานที่จัดประชุมเวลาที่มีงานทางการของพรรคคอมมิวนิสต์ รวมไปถึงการจัดงานแสดงต่างๆ ด้วย ด้านหน้าของหอประชุมเป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่และร่มรื่นที่เรียกกันว่า People’s Square ชาวเมืองมักจะออกมาเดินเล่น ออกกำลังกาย และพักผ่อนกันที่นี่ครับ

3. Ciqikou Old Town

Ciqikou Old Town เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติความเป็นมา 1,800 ปี แต่สิ่งก่อสร้างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันสามารถย้อนไปได้แค่สมัยราชวงศ์หมิงและชิงครับ

Ciqikou By Michael Gwyther-Jones, Flickr, CC By 2.0

ตัวเมืองยังอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมรวมไปถึงโครงสร้างของเมืองสไตล์จีนโบราณไว้อย่างครบถ้วน ภายในเมืองเก่ามีร้านขายอาหารแบบดั้งเดิมรวมไปถึงร้านน้ำชาสไตล์โบราณหลายแห่งที่มีเล่นเพลงจีนพื้นบ้านให้คุณฟังด้วยครับ การเข้าไปเที่ยวที่นี่จึงเหมือนกับได้หลุดเข้าไปในซีรีส์จีนสไตล์พีเรียดก็ไม่ปาน

4. Stillwell Museum

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสหรัฐได้ส่งนายพล Joseph Stillwell มาประจำการในฉงชิ่งเพื่อช่วยเหลือกองทัพจีนในการต่อสู้กับผู้รุกรานชาวญี่ปุ่น ถ้าใครเคยอ่านประวัติศาสตร์จีนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 น่าจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี

เกือบตลอดเวลาที่ Stillwell อยู่ในจีน เขาได้อาศัยอยู่ที่ฉงชิ่ง และอยู่ที่บ้านหลังนี้ครับ ในปี ค.ศ.1991 รัฐบาลจีนได้เปลี่ยนบ้านหลังนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมได้

ภายในบ้านจัดแสดงสิ่งของและข้าวของเครื่องใช้ของ Stillwell รวมไปถึงรูปภาพต่างๆ ที่ช่วยร้องเรียงเรื่องราวว่า Stillwell ได้มีบทบาทอย่างไรบ้างในประเทศจีนครับ

5. E-ling Park

E-ling Park หรือสวนคอห่าน (เพราะว่ามีรูปร่างเหมือนคอห่าน) เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองฉงชิ่ง โดยด้านบนมีหอคอยสไตล์จีนชื่อ Liangjiang Pavilion ตั้งอยู่ นักท่องเที่ยวและชาวเมืองมักจะชมวิวมุมสูงของเมืองจากที่นี่ครับ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ตัวหอคอยจะเปิดไฟ ทำให้มีความสวยงามมาก

ที่เที่ยวอื่นๆ ในเมืองฉงชิ่ง

  • Liberation Stele หรือ People’s Liberation Monument – อนุสรณ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางย่านธุรกิจ ตัวอนุสรณ์ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1945 เพื่อระลึกถึงชัยชนะเหนือกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
  • Chongqing Zoo – สวนสัตว์แห่งเมืองฉงชิ่งที่มีไฮไลท์คือหมีแพนด้าครับ
  • Three Gorges Museum – พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่เก็บรักษาโบราณวัตถุจำนวนมากทั้งจากในเมืองฉงชิ่ง และพื้นที่เขื่อนซานเสียต้าป้า หรือเขื่อนสามโตรก (Three Gorges) ครับ

นอกเมืองฉงชิ่ง

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองฉงชิ่งนั้นไม่อาจจะเทียบได้กับนอกเมืองฉงชิ่ง เพราะนอกเมืองมีทั้งสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามอย่างมากครับ เราไปดูกันเลยดีกว่ามีที่ไหนบ้าง

1. Dazu Grottoes

Dazu Grottos เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีมีงานแกะสลักพระพุทธรูปหินจำนวนมหาศาล รวมแล้วมากถึง 50,000 องค์ ความยิ่งใหญ่ของถ้ำแห่งนี้จึงไม่แพ้ถ้ำหลงเหมินที่ลั่วหยาง และถ้ำโม่เกาที่ตุนหวง และจัดว่าเป็นยอดของผลงานศิลปะจีน ถ้ำแห่งนี้ผ่านการสร้างและต่อเติมนานถึง 250 ปีในสมัยปลายราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ่งครับ

องค์พระพุทธรูปจะมีขนาดใหญ่และเล็กสลับกันไป และตั้งอยู่เรียงรายตามช่องเขา ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของถ้ำของจุดที่เรียกว่าเขา Baodingshan และ Beishan ครับ เพราะพระพุทธรูปบริเวณนี้มีมาก มีขนาดใหญ่ และอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด แต่จุดอื่นก็น่าสนใจเช่นกัน ถ้าคุณมีเวลาเหลือครับ

ถ้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากฉงชิ่งประมาณ 167 กิโลเมตร วิธีเดินทางไปที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถบัสออกไปจากเมืองครับ โดยจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

2. Three Gorges of Yangtze River

การเดินทางมาเที่ยวฉงชิ่งคงจะไม่ครบถ้วน ถ้าคุณไม่ได้ไปเยือนโตรกขนาดใหญ่ทั้ง 3 ของแม่น้ำแยงซีเกียงที่ประกอบด้วย Qutang Gorge, Wu Gorge และ Xiling Gorge บริเวณโตรกทั้งสามนี้ถือว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งตลอดความยาวหลายพันกิโลเมตรของแม่น้ำแยงซีเกียงครับ

Qutang Gorge By Tan Wei Liang Byorn – Self-photographed, CC BY 3.0,

สิ่งที่คุณจะได้เห็นคือขุนเขาอันเขียวขจีที่ถูกแม่น้ำตัดผ่านเป็นเส้นทางอันคดเคี้ยว ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง คุณจะเห็นใบไม้ทั้งหุบเขาเปลี่ยนสีเป็นสีแดงหรือส้ม ทำให้เป็นภาพที่สวยงามมากเลยครับ

วิธีการไปชมโตรกทั้งสามที่ดีที่สุดคือการนั่งเรือครับ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน (คุณจะต้องนอนค้างในเรือ) จากเมืองฉงชิ่งไปสู่เมืองอี๋ชาง (Yichang) แต่คุณจะได้ประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมกลับไปครับ

3. Fengdu Ghost City

Fengdu Ghost City หรือเมืองผีเฟิงตู เป็นเมืองที่ได้รับกิตติศัพท์ว่าเป็นเมืองผีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกแล้ว ตำนานเล่าว่ามีขุนนางแซ่หยินและหวางลาออกจากราชการมาบำเพ็ญพรตสายเต๋าที่นี่ และได้สำเร็จเป็นเซียน แต่ด้วยความที่แซ่ของทั้งสองคนรวมกันแล้วกลายเป็นหยินหวาง ซึ่งแปลว่ายมบาล ชาวบ้านจึงเรียกที่นี่ว่าเมืองผีไปโดยปริยาย

อีกตำนานหนึ่งก็เล่าว่าผู้ตายจะเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ และคนที่ทำชั่วจะถูกส่งไปลงนรก ดังนั้นในหน้าประวัติศาสตร์จึงมีการสร้างวัดวาอารามหลายสิบแห่งขึ้นที่นี่ ทำให้เมืองเฟิงตูเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่น่าสนใจไปโดยปริยายครับ

อย่างไรก็ดีการสร้างเขื่อนสามผาได้ทำให้ตัวเมืองเฟิงตูเดิมอยู่ใต้น้ำ แต่วัดส่วนใหญ่ยังสามารถไปชมได้ครับ แต่ละแห่งจะมี theme เหมือนกันหมด นั่นคือเป็น theme นรก ถ้าคุณสนใจว่าคนจีนโบราณมองชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร คงไม่มีที่ไหนที่จะสัมผัสได้ดีกว่าที่นี่อีกแล้วครับ

ใกล้กับเมืองผีมีถ้ำที่สวยงามชื่อ Xueyu Cave ซึ่งมีหินงอกหินย้อยที่มีรูปร่างแปลกตา และมีความงดงามมากครับ ถ้ามีเวลาสามารถไปชมได้เช่นกัน

วิธีการไปชมเมืองแห่งนี้ที่ดีที่สุดคือ นั่งเรือล่องแม่น้ำแยงซีเกียง (ทริปสามโตรกด้านบน) ซึ่งโดยมากแล้วจะแวะชมเมืองผีแห่งนี้อยู่แล้วครับ

4. Shibaozhai

Shibaozhai เป็นหอคอยไม้สูง 12 ชั้นที่สร้างพิงกับภูเขาและมีอายุเกือบ 300 ปี แต่ละชั้นของหอคอยจะมีรูปปั้นและภาพเขียนของแม่ทัพคนสำคัญๆ ในยุคสามก๊ก อย่างเช่นกวนอูเป็นต้น โดยชั้นบนสุดจะมีวัดเต๋าโบราณตั้งอยู่ครับ อย่างไรก็ดีการปีนขึ้นไปชั้นบนสุดถือว่าไม่ง่าย เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าเหนื่อยครับ

วิธีการไปที่ง่ายที่สุดคือไปกับเรือล่องแม่น้ำแยงซีเกียง เพราะเรือสามารถมาจอดที่ด้านหน้าของหอคอยได้ครับ

5. Lesser Three Gorges

ตอนเหนือของโตรกสามผามีโตรกของแม่น้ำต้าหนิงอีก 3 แห่งที่เรียกกันว่า Lesser Three Gorges ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่นักท่องเที่ยวบางคนบอกว่าสวยกว่าโตรกใหญ่ของแม่น้ำแยงซีเกียงเสียอีก โตรกทั้งสามนี้คือ Longmen Gorge, Bawu Gorge และ Dicui Gorge

สิ่งที่คุณจะได้เห็นคือ หน้าผาอันสูงชัน แนวเขาที่สลับซับซ้อน น้ำสีเขียวใส รวมไปถึงผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และสัตว์ต่างๆ ครับ นักท่องเที่ยวใจกล้าบางคนนิยมนั่งเรือเล็กเพื่อสำรวจบริเวณโตรกผาเหล่านี้เพื่อที่จะได้สัมผัสกับแรงน้ำอันไหลเชี่ยวครับ

วิธีไปที่ง่ายที่สุดคือจองทริปไปล่องเรือที่สามโตรกนี้โดยตรงครับ แต่บางทัวร์ที่พาล่องแม่น้ำแยงซีเกียงอาจจะพาคุณไปชมได้ด้วยเช่นกัน เพราะการสร้างเขื่อนสามผาทำให้เรือใหญ่สามารถเข้าไปได้แล้วครับ

6. Wulong Karst

สำหรับใครที่อยากไม่อิ่มเอมกับขุนเขาอันยิ่งใหญ่ ลองไปชมกันต่อที่ Wulong Karst พื้นที่สูงชันที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง หน้าผา และโตรกที่ลึกอย่างมาก ภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่าง Transformer 4 Age of Extinction เคยใช้ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทำมาแล้วครับ

ไฮไลท์ของที่นี่ประกอบด้วย

  • Furong Cave – ถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามตามธรรมชาติ คุณสามารถเดินเข้าไปชมในตัวถ้ำได้ครับ
  • Three Natural Bridges – สะพานหินปูนขนาดใหญ่สามแห่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
  • Qingkou Tiankeng Scenic Area – หลุมลึกขนาดใหญ่ห้าแห่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

วิธีการไปที่ง่ายที่สุดคือนั่งรถไฟจากฉงชิ่ง โดยระยะทางจะอยู่ที่ 205 กิโลเมตร เวลาเดินทางจะใช้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ

ไปเที่ยวฉงชิ่งอย่างไรดี?

ฉงชิ่ง (Chongqing) เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับทุกทริปที่ล่องแม่น้ำแยงซีเกียง ดังนั้นถ้าคุณไปกับบริษัททัวร์ไทย คุณจะได้เที่ยวตัวเมืองและชมสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในและนอกเมืองได้ครบในระดับหนึ่งอยู่แล้วครับ

ในทางกลับกันการไปเที่ยวเองก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก เพราะสายการบิน Air Asia มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพสู่ฉงชิ่งเลยครับ คุณสามารถหาตั่วราคาถูกที่ได้ที่ Skyscanner หรือว่า Cheaptickets

ถ้าคุณมีเวลา 10-14 วัน การไปเที่ยวฉงชิ่ง เฉิงตูและจิ่วจ้ายโกวในทริปเดียวก็เป็นทางเลือกที่น่าพิจารณา เพราะเฉิงตูห่างจากฉงชิ่งเพียง 300 กิโลเมตร รถไฟความเร็วสูงวิ่งเพียงชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงแล้วครับ ส่วนจิ่วจ้ายโกวจะไกลหน่อย แต่คุณไปถึงได้ในเวลาชั่วโมงเศษด้วยการบินในประเทศจากเฉิงตูครับ

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!