ประวัติศาสตร์ย่อของกัญชา

0
1044

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา บางประเทศได้ประกาศให้ กัญชา ถูกต้องตามกฎหมาย อาทิเช่นประเทศแคนาดา และบางรัฐของสหรัฐอเมริกาเป็นต้น สำหรับประเทศไทยแล้ว รัฐบาลก็ได้ประกาศอนุญาตให้มีการศึกษากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ พรรคการเมืองอย่างพรรคภูมิใจไทยก็ได้มีนโยบายกัญชาเสรี หรือ เปิดกว้างให้คนไทยสามารถปลูกกัญชาได้โดยไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป

ประวัติศาสตร์ของกัญชาจึงค่อนข้างมีความเป็นพิเศษ มันได้เข้าสู่การเป็นสิ่งเสพติดมานานเกือบหนึ่งร้อยปี แต่ในปัจจุบันมีแนวโน้มว่ากัญชาจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย

ต้นกัญชา Cr: Cannibis Training University

กัญชาและกัญชง

กัญชาและกัญชงเป็นพืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์เหมือนกัน นั่นคือ Cannibis Sativa แต่สายพันธุ์ของพืชทั้งสองแตกต่างกัน ด้วยความที่กัญชงมีสาร THC ซึ่งเป็นสารที่มีผลกระทบต่อจิตใจน้อยกว่า กัญชงเลยส่งผลกระทบต่อจิตใจน้อยกว่า แต่ที่เหมือนกันคือทั้งสองเป็นพืชที่เติบโตง่ายและเร็ว

กัญชง

กัญชง (Hemp) มีประโยชน์อย่างมาก เมล็ดกัญชงสามารถรับประทานแบบดิบๆได้ ใช้ทำเป็นขนมก็ได้ ใช้ทำเป็นน้ำมันพืชก็ได้อีก ใบกัญชงสามารถรับประทานแบบดิบๆ ได้ หรือทำเป็นน้ำผักก็ย่อมได้อีก เส้นใยของมันก็เหนียว มันจึงใช้ทำเป็นเครื่องนุ่งห่มได้

เครื่องแต่งกายที่ทำมาจากเส้นใยกัญชง

ส่วนกัญชา (Marijuana) มีประโยชน์ที่ต่างออกไป สารในกัญชาทำให้อารมณ์ดี ผ่อนคลายเห็นอะไรก็ตลกไปหมด และยังทำให้เจริญอาหาร มันมีประโยชน์มากในการใช้มาทำเป็นยาลดอาการเจ็บปวด (Pain-killer) ในปัจจุบันการศึกษาประโยชน์ของกัญชายังอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น เพราะสถานะของมันที่เป็นสิ่งเสพติดมาอย่างยาวนาน

ถึงกระนั้นการใช้กัญชาเป็นเวลานานๆ ทำให้ผู้ใช้บางคนมองเห็นภาพหลอนได้ และทำให้ศักยภาพการควบคุมตนเองลดลง บ้างว่ากัญชาทำให้คุณภาพชีวิตของผู้เสพด้อยลง แต่ในระดับที่น้อยกว่าบุหรี่หรือยาสูบอื่นๆ ทั้งนี้โทษของกัญชาเองก็ยังไม่ได้รับการศึกษามาไม่มากนัก จนกระทั่งในปัจจุบันที่อุตสาหกรรมกัญชาในอเมริกาเริ่มเฟื่องฟู กัญชาถึงเริ่มได้รับการศึกษามากยิ่งขึ้น

กัญชาในสังคมมนุษย์

ถิ่นกำเนิดของกัญชาอยู่ในประเทศอินเดียและเอเชียกลาง แต่หลายภูมิภาคของโลกก็มีการใช้กัญชาและกัญชงมาเป็นเวลานานแล้ว ที่ไม่แน่ชัดคือมนุษย์ริเริ่มนำกัญชามาเสพเพื่อ “ทำให้อารมณ์ดี” ตั้งแต่เมื่อไหร่ บ้างว่าชาวอินเดียและเปอร์เซียเป็นผู้ค้นพบมันและเผยแพร่ความรู้นี้ให้กับชาติอื่นๆ สุดท้ายมันเลยแพร่กระจายไปทั่วโลก

กัญชายังถูกใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาในหลายอารยธรรมของโลก ตั้งแต่ในอารยธรรมอินเดีย เปอร์เซีย ไซเธีย เดเซีย จีน และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นกัญชาจึงเรียกได้ว่าเป็นพืชเก่าแก่ที่มนุษย์ใช้มานานและต่อเนื่องที่สุดชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

การใช้งานกัญชาได้เผยแพร่จากชาวเปอร์เซียไปสู่ชาวอาหรับ และชาวแอฟริกาอื่นๆ ในช่วงยุคกลาง แต่ในช่วงนี้ชาวมุสลิมมักจะกินมันเสียมากกว่าที่จะนำมันมาสูบ ต่อมากัญชาก็ได้ไปสู่ทวีปอเมริกาทั้งสองเพื่อชาวสเปนนำมันไปปลูกในชิลีในช่วงศตวรรษที่ 16

สำหรับประเทศไทย กัญชาใช้ถูกนำมาจากอินเดียมาเป็นเวลานานมากแล้ว คนไทยใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบอาหาร อาทิเช่นนำไปใส่แกงไก่ นำไปต้มน้ำแกง นำไปเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว นอกจากนี้เกษตรกรบางคนยังใช้เป็นยาคลายเครียด ยาคลายกล้ามเนื้อ กัญชาจึงเป็นสมุนไพรชาวบ้านที่คนไทยใช้มาเป็นเวลานาน และปรากฏในนิยายไทยหลายเล่ม อาทิเช่น พล นิกร กิมหงวนเป็นต้น

เข้าสู่สถานะสิ่งเสพติด

ในศตวรรษที่ 19 กัญชาเริ่มถูกประกาศว่าเป็นสิ่งกฎหมายในอาณานิคมของอังกฤษหลายแห่ง สาเหตุเพราะว่าพวกแรงงานชาวอินเดียใช้กัญชากันเยอะมาก รัฐบาลอาณานิคมจึงเกรงกลัวว่ามันจะมีผลกระทบในการลบต่อพวกเขาเหล่านั้น หลายสิบปีต่อมาประเทศตะวันตกเกือบทั้งหมดก็ประกาศว่ากัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตามมาด้วยหลายประเทศในโลกมุสลิมและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านกัญชา

สาเหตุของการประกาศห้ามกัญชาค่อนข้างคลุมเครือ บ้างว่าเกิดจากกัญชาและกัญชงมีประโยชน์มาก และปลูกก็ง่าย มันจะไปทำลายอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของนักธุรกิจใหญ่ๆ ในเวลานั้น กระแสโฆษณาชวนเชื่อให้ต่อต้านกัญชาจึงถูกปลุกขึ้น จนสุดท้ายทั่วทั้งโลกประกาศให้มันกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มันปลูกง่ายมาก การลักลอบปลูกกัญชาจึงมีอยู่ทั่วไปแม้กระทั่งในประเทศตะวันตกก็ตาม อย่างร้านกาแฟในยุโรปหลายร้านยังคงแอบขายกัญชาอยู่อย่างลับๆ ถึงแม้จะมีการประกาศห้ามหลายอย่าง แต่ผู้เสพกัญชากลับเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา รัฐบาลสหรัฐจึงเริ่มทำการปราบปรามและยังใช้อิทธิพลบีบบังคับให้ประเทศผู้ผลิตกัญชายกเลิกการผลิตอีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย ได้มีพระราชบัญญัติกัญชา พ.ศ.2477 ประกาศให้การครอบครอง ซื้อขายและใช้กัญชาเป็นความผิดทางกฎหมาย โทษของการครอบครอง เพาะปลูก และขายกัญชามีทั้งจำและปรับ แต่ส่วนมากจะเป็นปรับเสียมากกว่า สาเหตุหนึ่งเพราะว่าทางราชการเห็นว่ากัญชาเป็นภัยน้อยกว่ายาบ้า

การผ่อนปรนกัญชาในศตวรรษที่ 21

ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 รัฐบาลหลายแห่งมีทัศนะที่ผ่อนปรนต่อกัญชามากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในศตวรรษที่ 21 ท่าทีต่อกัญชาเริ่มเป็นมิตรมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในหลายประเทศเริ่มมีการวิจัยกัญชาในทางการแพทย์มากยิ่งขึ้น กัญชาเริ่มกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ รัฐบาลหลายแห่งประกาศให้การใช้กัญชาทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย

ในปี ค.ศ.2018 แคนาดาเป็นประเทศ G7 แห่งแรกที่ประกาศให้การใช้กัญชาทุกรูปแบบ (เสพเล่นๆ หรือทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย) วันแรกที่ประกาศว่ากัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย มีผู้เข้าคิวจำนวนมากไปรอที่หน้าร้านที่ขายกัญชาเพื่อซื้อมันมาเสพ ตามลิงค์

สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว หลายรัฐประกาศให้มีการปลูกวิจัยกัญชาได้ทางการแพทย์ อุตสาหกรรมกัญชาจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และทำรายได้มหาศาลให้กับผู้ผลิต หุ้นกัญชาจำนวนมากพุ่งขึ้นรวดเร็วอย่างไม่หยุด

หรือว่ากัญชาจะกลายเป็นพืชแห่งศตวรรษที่ 21 หลังจากถูกประกาศห้ามในศตวรรษที่ 20?