คดีบัณฑิต-ศยามล โศกนาฏกรรมความรักที่เศร้ากว่าภาพยนตร์เรื่องใดๆ

0
1001

คดีบัณฑิต-ศยามล เป็นคดีที่เกิดขึ้นเพราะความรัก ไม่ต่างอะไรกับคดีนวลฉวี หรือ คดีเสริม-เจนจิรา

สิ่งที่เหมือนกับอีกสองคดีด้านบนคือ ในคดีนี้ผู้ก่อเหตุเป็นแพทย์เช่นเดียวกับสองคดีนั้น

เราอาจจะเรียกเหตุการณ์ทั้งสามว่า เป็นเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยก็ว่าได้

ความรัก

เรื่องนี้เริ่มขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2530-2536

น.ส.ศยามล ลาภก่อเกียรติเป็นผู้ช่วยพยาบาลสาวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอได้จดบันทึกเรื่องความรักทั้งหมดกับ นพ.บัณฑิต ไว้ในบันทึกของเธอ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนจะนำไปสู่โศกนาฏกรรม

ศยามลได้เล่าว่าเธอได้พบกับหมอบัณฑิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอบัณฑิตเป็นคนเจ้าชู้ เขาหลงรักนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งอยู่แล้ว แต่เขากลับมาจีบศยามลด้วย ในช่วงแรกนั้นศยามลพยายามบ่ายเบี่ยงเพราะเธอ “เห็นใจลูกผู้หญิง”

หากแต่ว่าหมอบัณฑิตยังคงจีบเธอต่อไป เขาพยายามมาทำความรู้จักกับครอบครัวของศยามล และต่อมาเขาถึงกับไปสาบานหน้าหลุมศพของพ่อศยามลว่า เขารักศยามลและจะขอเธอแต่งงานด้วย

ลึกๆ แล้วศยามลตกหลุมรักหมอบัณฑิตไปแล้ว ท้ายที่สุดเธอจึงตอบรับรักและจะแต่งงานด้วย แต่เธอขอให้หมอจดทะเบียนสมรสกับเธอด้วย ซึ่งหมอก็จดให้ตามคำขอ

ทั้งนี้ไม่มีใครทราบว่าทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกัน นอกจากหมอบัณฑิตและศยามลเท่านั้น สาเหตุก็คือทั้งสองเกรงว่าญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะขัดขวาง

ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะแฮปปี้เอนดิ้ง แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะหมอบัณฑิตได้เปลี่ยนตัวเองอย่างเงียบๆ หลังจากนั้นไม่นาน

เมื่อเขาเปลี่ยนไป

หลังจากนั้นทั้งสองก็แอบอยู่ด้วยกันเป็นการลับ ต่อมาศยามลไปเรียนตัดเย็บผ้าในกรุงเทพ หมอบัณฑิตบอกว่าในช่วงนี้เขาอยากจะแต่งงานกับเธอแบบเป็นทางการ แต่ศยามลขอเรียนให้จบก่อน ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มห่างเหินกัน

ปรากฏว่าศยามลกลับตั้งครรภ์ แทนที่หมอจะดีใจ เขากลับทำตัวเหินห่างและให้คำแนะนำแปลกๆราวกับว่าไม่ต้องการเด็กในท้อง ท่าทีของหมอบัณฑิตทำให้ศยามลเจ็บปวดมาก

ศยามลเล่าต่อไปว่า หมอบัณฑิตไม่เคยดูแลเธอเลยแม้กระทั่งเวลาที่เธอใกล้จะคลอดลูกแล้วก็ตาม เขาไม่ให้แม้แต่บัตรประชาชนเพื่อไปแจ้งความเป็นบิดาของเด็ก ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายจึงร้าวฉานถึงขีดสุด

ในช่วงนี้เหมือนกับว่าครอบครัวของศยามลจะจับได้ว่า ศยามลและหมอบัณฑิตแอบแต่งงานกัน ญาติของศยามลจึงบังคับให้ศยามลหย่ากับหมอบัณฑิตเสีย ศยามลจึงยอมหย่าในที่สุด โดยได้เงินมาเป็นค่าเลี้ยงดูลูกสาวชื่อน้องอิงอิง จำนวนสองล้านบาท

หมายเหตุ: ในช่วงนี้หมอบัณฑิตอ้างว่า เขาต้องไปงานเลี้ยงบ่อยครั้งเลยไม่มีเวลาให้เธอ และหลังจากหย่าแล้ว เขาขอเลี้ยงดูลูกที่คลอดออกมาเองด้วย แต่ศยามลปฏิเสธ พ่อของบัณฑิตจึงมอบเงินให้ศยามลจำนวนสองล้านบาทเป็นค่าเลี้ยงดู ในส่วนนี้แล้วแต่ว่าท่านผู้อ่านจะเชื่อใคร

ถึงแม้จะหย่ากันแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าศยามลจะหมดรักหมอบัณฑิต เธอนำเงินที่ได้มาเปิดร้านขายเสื้อบูติกแห่งหนึ่ง

แต่หมอบัณฑิตยังรักศยามลอยู่หรือ?

ความสัมพันธ์อันเลวร้าย

สองปีหลังจากการหย่า หมอบัณฑิตก็หลงรักแพทย์หญิงคนหนึ่งที่โรงพยาบาลเดียวกัน และมีแผนว่าจะแต่งงานกัน เรื่องทราบไปถึงหูศยามล เธอกลับยอมไม่ได้ที่จะให้อดีตสามีไปแต่งงานใหม่ บ้างว่าเธอจึงทำการ “ก่อกวน” พยายามไม่ให้ทั้งสองแต่งงานกัน ศยามลเขียนไว้ในบันทึกว่า ถ้าหมอบัณฑิตแต่งงานใหม่ เธอจะแต่งชุดดำไปฉีกหน้าในงานแต่งงานของเขา

หมอบัณฑิตรู้สึกรำคาญในตัวศยามล เขาจึงนัดศยามลมาพบและข่มขู่ให้เธอออกไปจากหัวหิน อำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่ทั้งสองอาศัยอยู่ แน่นอนว่าศยามลปฏิเสธ

โศกนาฏกรรม

เช้าวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2536 เช้าวันนั้นก็เป็นเช้าที่เหมือนกับทุกๆวัน แต่สำหรับชาวบ้านหมู่บ้านหนองปลาไหลแล้ว ย่อมเป็นวันที่ทุกคนไม่มีวันลืม

เหล่าพระภิกษุในวัดใกล้ๆ ได้ออกมาบิณฑบาตตามปกติตั้งแต่เช้า แต่จู่ๆ กลับได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กคนหนึ่งที่ออกมาจากในรถเก๋งนิสสันสีขาว เหล่าพระภิกษุจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ และมองเข้าไปในรถ พวกเขาพบกับภาพอันน่าสยดสยอง

เด็กหญิงที่ยังไม่ประสีประสากำลังร้องไห้อย่างหนัก เธอพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อซับเลือดให้กับหญิงสาววัยประมาณ 30 ปี ผู้ที่น่าจะเป็นมารดาของเธอ ผู้ถูกแทงที่หน้าอกจนเลือดไหลโซม

เหล่าพระภิกษุและชาวบ้านจึงรีบแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาโดยเร็วทันที

จากการตรวจสอบขั้นต้นพบว่า ผู้ตายคือนางศยามล ลาภก่อเกียรติ เธอเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ตำรวจต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะนำน้องอิงอิงออกจากร่างของมารดาที่จากไปแล้วได้สำเร็จ แต่น้องอิงอิงยังคงเรียกหาแต่แม่อยู่ดี

ภาพที่เห็นสร้างความเศร้าใจแก่ตำรวจและชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนต่างตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้สังหารเธอ

เรื่องที่เกิดขึ้น

คืนวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2536 หมอบัณฑิตได้โทรมาหาศยามลและบอกเธอว่า ขอให้เธอมาหาเขา หมอจะพาไปดูบ้านใหม่ที่เขาซื้อให้เป็นของขวัญกับเธอและลูก แต่ห้ามไม่ให้ศยามลบอกใครว่าเธอไปไหน

จริงๆ แล้วศยามลน่าจะเอะใจว่าเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากล เพราะว่าเขากับเธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีมาหมาดๆ จู่ๆ จะมาซื้อบ้านให้ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังไม่ให้เธอบอกใครด้วย

แต่นั่นแหละครับ คงเป็นเพราะความรัก ศยามลจึงไม่เอะใจเลยว่า นั่นเป็นกลลวงของหมอบัณฑิต อดีตสามีของเธอ

ศยามลขับรถเก๋งคันดังกล่าวออกมาตามถนน จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งปาดหน้ารถของเธอ และสั่งให้เธอหยุดรถ หลังจากนั้นชายฉกรรจ์ในรถก็เข้ามาจี้ศยามลและน้องอิงอิงไปนั่งที่เบาะหลัง พวกฆาตกรได้ขับรถนิสสันของศยามลไปไว้ที่หมู่บ้านหนองปลาไหล หลังจากนั้นจึงแทงศยามลที่หน้าอกจนเธอเสียชีวิตต่อหน้าบุตรสาวของเธอ

หากแต่ว่าไม่จบเพียงเท่านั้น

พวกฆาตกรได้ทำการเปลี้ยงเสื้อผ้าเธอ และพยายามอำพรางศพว่าเป็นคดีฆ่าข่มขืน อำพรางอย่างไร ผมขอไม่ลงรายละเอียดละกัน เพราะว่าจะเป็นการไม่ให้เกียรติแก่ผู้ตาย

สาเหตุที่ฆาตกรทำเช่นนั้นก็เพราะเป็นความต้องการของ “ผู้จ้างวาน” เพื่อพยายามจัดฉากหลอกลวงตำรวจ

จับกุมหมอบัณฑิต

เหล่าญาติพี่น้องของศยามลทราบดีว่า ศยามลมีความสัมพันธ์อันเลวร้ายต่อหมอบัณฑิตอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หมอบัณฑิตน่าสงสัยที่สุด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงตัวเขา หมอบัณฑิตกลับไม่มีท่าทีหวั่นเกรงอะไรเลย เขาทำสีหน้าเรียบๆ และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

หมอบัณฑิตพยายามจะอ้างว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นในคดีดังกล่าว เขานำใบเสร็จโรงแรมที่พักที่ภูเก็ตมาให้ตำรวจดู แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่หมอบัณฑิตไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ

ถึงหมอบัณฑิตจะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นผู้จ้างวานฆ่าไม่ได้นี่นา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการค้นพบความจริงว่า ศยามลไม่ได้ถูกฆ่าข่มขืนอย่างที่เห็นในตอนแรก หลังจากนั้นไม่นานตำรวจก็ได้จับกุมกลุ่มฆาตกรได้ทั้งหมด พวกเขาได้ให้การซัดทอดว่าหมอบัณฑิตเป็นผู้จ้างวานพวกตน และสั่งให้พวกตนทำการอำพรางศพด้วย (ลักษณะเดียวกับคดีนวลฉวี)

เกมจึงโอเวอร์สำหรับหมอบัณฑิต เขาดิ้นไม่หลุดอีกต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าว่า สาเหตุที่หมอบัณฑิตจ้างวานพวกฆาตกรก็เพราะว่าเขาต้องการจะแต่งงานใหม่ และกลัวว่าศยามลจะไปทำลายงานของเขา เขาจึงตัดสินใจลงมือกับเธอ

เคสนี้ต้องให้เครดิตเจ้าหน้าที่อย่างมากที่ทำงานด้วยความรวดเร็ว ต่างกับเคสอย่างเชอร์รี่ แอน ที่ใช้เวลานานนับสิบปี

บ่วงกรรม

หมอบัณฑิตจึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเข้าคุก หมอเฝ้ารอคนที่หมอจะแต่งงานด้วยมาเยี่ยมอยู่ตลอด แต่เธอก็ไม่มาปรากฏให้เห็นแม้แต่เงา

ศาลอาญาทั้งสามศาลได้ตัดสินให้ประหารชีวิตหมอบัณฑิต แต่หมอบัณฑิตกลับได้รับพระราชทานอภัยโทษ โทษของเขาเหลือเพียงจำคุก 40 ปี หมอบัณฑิตจึงใช้ชีวิตอยู่ในคุกหลังจากนั้น โดยทำหน้าที่เป็นหมอให้กับนักโทษคนอื่นๆ ในคุก

คดีนี้จึงปิดลงในที่สุด มันได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความรักที่เศร้ากว่าภาพยนตร์เรื่องใดๆ ไปแล้ว

อ่านคดีแปลกประหลาดที่ FBI ยังไม่สามารถแก้ไขได้ที่นี่