อยากลงทุนใน “หุ้นอเมริกา” เองจะเปิดพอร์ตกับโบรกเกอร์ไหนดี?

0
87

ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนมากน่าจะอยากไปลงทุนในประเทศอเมริกาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการกระจายความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ ในประเทศไทย หรือว่าอยากลงทุนในบริษัทระดับโลก หรือบริษัทเทคโนโลยีที่มีวิทยาการอันล้ำสมัยอย่างเช่น Tesla เป็นต้น

ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยไทยสามารถนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินของต่างประเทศได้อย่างอิสระภายใต้วงเงินที่กำหนด (อ้างอิงจากหลักเกณฑ์และคู่มือนี้ รวมไปถึงข่าวธปท. ฉบับที่ 66/2562 ข้อ 2.1) ทำให้การลงทุนเองในหุ้นอเมริกาไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป

ทั้งนี้การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศแบ่งออกได้ 2 ช่องทางตามนิยามของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่

  • ลงทุนเอง – นักลงทุนไทยจะต้องติดต่อโบรกเกอร์ต่างชาติเอง
  • ลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุนในไทย – นักลงทุนไทยติดต่อโบรกเกอร์ในไทยเพื่อเป็นตัวกลางในการซื้อขายสินทรัพย์ต่างประเทศ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหนก็ตาม คุณจะต้องติดต่อและเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ทั้งสิ้น ในโพสนี้ผมจะมาแนะนำว่า ถ้าคุณอยากจะซื้อขายหุ้นอเมริกาเอง คุณควรจะเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับโบรกเกอร์ไหนดีครับ

การลงทุนหุ้นอเมริกาเอง vs ผ่านตัวกลาง

การเปิดโบรกเกอร์ลักษณะนี้มีข้อดีหลายประการ อาทิเช่น

  • ค่าคอมมิชชั่นจะถูกมาก หลายโบรกเกอร์จะไม่คิดคอมมิชชั่นคุณเลยด้วยซ้ำไป
  • สามารถเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นได้ และลงคะแนนโหวตได้
  • สินทรัพย์ที่มีให้ลงทุนและซื้อขายมากกว่าการลงทุนผ่านตัวกลางในไทยอย่างมาก
  • แพลตฟอร์มทันสมัย มีทรัพยากรให้ใช้ทั้งด้าน fundamental และ technical

อย่างไรก็ดีถ้าคุณอยู่ในประเทศไทย การลงทุนแบบนี้จะมีประสบปัญหาเรื่องความซับซ้อนที่อาจก่อให้เกิดความยุ่งยากหลายประการ อาทิเช่น

  • คุณจะต้องแจ้งความประสงค์ไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด (อ่านได้ตามนี้)
  • การยืนยันตัวตนและที่อยู่อาจจะทำได้ลำบากสำหรับนักลงทุนบางคน เพราะต้องการเอกสารที่มีชื่อสกุลตลอดจนที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
  • การฝากเงินเข้าบัญชีแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะต้องใช้ Wire Transfer/Credit Card หรือวิธีอื่นๆ
  • ถ้าเกิดปัญหา การติดต่อกับโบรกเกอร์จะต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้

สำหรับข้อดีและข้อเสียการลงทุนในหุ้นอเมริกาผ่านตัวกลางนั้นจะสลับกัน นั่นคือไม่ต้องประสบกับปัญหาอันยุ่งยาก แต่ค่าคอมมิชชั่นของคุณจะสูงกว่า สินทรัพย์มีให้ซื้อน้อยกว่ามากเป็นต้น

Interactive Brokers

Interactive Brokers เป็นโบรกเกอร์ที่ผมใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา การใช้งานแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย แถมยังสะดวกสบายมากๆ เพราะเครื่องมือที่คุณใช้ในการเทรดหุ้นอเมริกานั่นมีอยู่พร้อมเพรียงเลยครับ หรือพูดง่ายๆ ครบเครื่องที่สุดที่รายย่อยจะมีได้ครับ

อย่างด้านล่างคือส่วนหนึ่งของหน้าจอการเทรดของผมเอง ในส่วนนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่างครับ อยากใส่กราฟใส่อะไรก็ใส่ได้ แต่ผมชอบ Watch List ให้มันใหญ่ๆ เอาไว้ก่อน มันเลยออกมาเป็นแบบนี้ครับ

ส่วนด้านล่างเป็นตัวอย่างของกราฟ Technical ครับ ในส่วนนี้มี Indicator หลายสิบตัวให้คุณเลือกใช้ คุณจะใส่อะไรยังไงก็ได้ ซึ่งผมเองก็ใช้ง่ายๆ อย่างเช่น Moving Average, MACD และ Volume ครับ

ส่วนสาย Fundamental ก็มีข้อมูลหุ้นของบริษัทต่างๆ ให้เราใช้วิเคราะห์ได้ แม้ว่าข้อมูลจะไม่ละเอียดเท่ากับผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินโดยตรง แต่ก็มีภาพรวมให้เราเห็นได้ ทั้งเรื่องข่าวสาร งบการเงิน อัตราส่วนการเงิน มุมมองของนักวิเคราะห์ การจ่ายปันผล และรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ครับ ในส่วนนี้ใช้ฟรีไม่ต้องเสียเงิน (เคยต้องเสีย แต่ตอนนี้ยกเลิกแล้ว)

เครื่องมือต่างๆ ที่ Interactive Brokers มีให้ผมบอกเลยว่าเยอะจนใช้ไม่หมด ตั้งแต่เครื่องมือจัดการพอร์ตและเครื่องมือช่วยเทรด บางอย่างผมยอมรับเลยว่าไม่เคยใช้ครับ ถ้าอยากรู้ว่าทั้งหมดมีอะไรบ้าง ดูได้จากที่นี่ครับ

นอกจากนี้คุณยังสามารถอัพเกรดฐานข้อมูลของคุณได้เพื่อการเข้าถึงข่าวสารที่ฉับไว และข้อมูลที่ละเอียดขึ้น โดยใช้บริการของ third party หลายสิบเจ้า ทำให้คุณมีฐานข้อมูลเหมือนนักลงทุนสถาบันแบบย่อมๆ เลยทีเดียวในส่วนนี้จะเสียเงินรายเดือนเพิ่มครับ แต่บางบริการก็ให้ใช้กันได้แบบฟรีๆ เลยทีเดียว รายชื่อของบริการที่เสริมได้ทั้งหมดดูได้ที่นี่

สำหรับเรื่องความน่าเชื่อถือ ผมบอกเลยว่าไม่ต้องกังวลครับ เพราะ Interactive Brokers จดทะเบียนกับ SEC อเมริกาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหุ้นของบริษัทยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาด้วยครับ บริษัทเองก็ทำธุรกิจโบรกเกอร์อย่างเดียว ไม่ได้ทำธุรกรรมทางการเงินแบบสุ่มเสี่ยงเหมือนกับสถาบันการเงินใหญ่ๆ ครับ

นอกจากค่าคอมมิชชั่นแล้ว สิ่งเดียวที่คุณจะต้องจ่ายเพิ่มคือค่า Real-time Market Data เพื่อทำให้คุณเห็นราคาสินทรัพย์แบบ Real-time นั่นเอง ทั้งนี้คุณสามารถเลือกระดับได้ว่าคุณต้องการข้อมูลที่ละเอียดขนาดไหน ถ้าละเอียดมาก (Level II Deep Book) ราคาก็จะแพงขึ้น

ตัวค่าใช้จ่ายจะคิดแบบเป็นรายเดือน ซึ่งไม่แพงอะไรครับ อย่างหุ้นอเมริกาจะอยู่เริ่มต้นที่ $4.50 หรือประมาณ 140 บาทต่อเดือนครับ สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไปใช้เท่านี้ก็พอแล้ว แต่ถ้าคุณอยากเพิ่มกว่านี้ก็ทำได้สบายๆ ครับ

ผมขอสรุปจุดแข็งของ Interactive Brokers ดังต่อไปนี้

  • นอกจากหุ้นอเมริกาแล้ว คุณยังสามารถเทรดหุ้นได้อีกหลายสิบตลาดด้วยกัน รวมไปถึงสินทรัพย์อื่นๆ อย่างเช่น ETF, Bond, CFD, Futures, Options รวมแล้วถึง 135 ตลาดจาก 33 ประเทศ และ 23 สกุลเงิน เรียกได้ว่าโบรกเดียวทำได้ทุกอย่าง
  • ค่าคอมมิชชั่นต่ำมากในทุกๆ ตลาด สำหรับหุ้นอเมริกาแล้ว ค่าคอมมิชชั่นเริ่มต้นที่ $1 ($0 ถ้าคุณอยู่ในอเมริกา และสมัคร IBKR Lite)
  • เครื่องมือครบครันทุกอย่างทั้ง Market Data, Fundamental Research, Technical Research, Portfolio Management, Algo Trading ฯลฯ เทคโนโลยีการเทรดของ Interactive Brokers น่าจะดีที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับรายย่อย
  • เป็นโบรกเกอร์ไม่กี่แห่งที่ให้รายย่อยใช้งานทรัพยากรระดับนักลงทุนสถาบัน (แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม)
  • เป็นโบรกเกอร์ใหญ่ เชื่อถือได้
  • การเปิด Account ไม่ซับซ้อน ทำทุกอย่างผ่านทาง online

อย่างไรก็ดีข้อเสียของ Interactive Brokers ก็มีเช่นกัน ได้แก่

  • IBKR Lite ที่ฟรีค่าคอมมิชชั่นมีให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
  • มี Activity Fee $10 ทุกเดือน ถ้าคุณไม่ได้เทรดให้ค่าคอมมิชชั่นเกิน $10 และพอร์ตของคุณเล็กกว่า $100,000 ดังนั้นอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่พอร์ตเล็กเท่าไรนัก
  • การใช้งานเบี้องต้นจัดว่ายากสำหรับมือใหม่ ฟีเจอร์ที่มากมายอาจจะทำให้คุณงงได้ ดังนั้นคุณจะต้องศึกษาก่อนครับ

สรุป: จากที่ได้ใช้งานมา ผมบอกได้แค่ว่า Interactive Brokers เหมาะกับเทรดเดอร์และนักลงทุนทุกคนที่สนใจจะซื้อขายหุ้นอเมริกาครับ

โบรกเกอร์หุ้นอเมริกาคล้ายกันที่ควรพิจารณา

นอกเหนือจาก Interactive Brokers แล้ว ยังมีโบรกเกอร์หุ้นอเมริกาอื่นๆ ที่เชื่อถือได้ และควรค่าต่อการพิจารณาเช่นกัน อาทิเช่น

  • TD Ameritrade
  • Charles Schwab
  • E*Trade
  • Fidelity

โบรกเกอร์เหล่านี้บางแห่งอาจจะต้องใช้ Social Security Number ของอเมริกา ถ้าต้องใช้ คุณจะไม่สามารถเปิดพอร์ตได้ครับ แต่ Interactive Brokers ไม่ต้องใช้แน่ๆ เพราะผมไม่มีก็สามารถเปิดได้ครับ

อย่างไรก็ดีถ้าเทียบกันเรื่องฟีเจอร์ต่างๆ แล้ว Interactive Brokers ก็เหนือว่าโบรกเกอร์เหล่านี้อย่างชัดเจน และ Interactive Brokers มีสินทรัพย์ให้เทรดได้มากกว่าโบรกเกอร์ด้านบนอย่างเทียบไม่ติดด้วย เพราะคุณสามารถเทรดหุ้นประเทศอื่นๆ ได้ใน account เดียวกัน ต่างจากบางโบรกเกอร์ที่เทรดเพิ่มได้ไม่กี่ประเทศ และต้องสมัคร account แยกจากหุ้นอเมริกา ความยืดหยุ่นในการลงทุนและเทรดของ Interactive Brokers จึงสูงกว่ามากครับ