4 เครื่องมือ Social Listening ที่ช่วยปกป้องแบรนด์ของคุณ

ทุกวันนี้เป็นโลกของ Social media อย่างเช่น Facebook, Instagram และ Twitter รวมไปถึงเว็บไซต์ใหญ่ๆ อย่าง pantip การพูดคุยถึงสินค้าแต่ละชนิดทั้งในทางบวกและทางลบจึงเกิดขึ้นอย่างมากในโลกออนไลน์ ดังนั้น Social Listening Tool จึงมีความสำคัญมากสำหรับทุกธุรกิจไปด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่าเครื่องมือ Social Listening คืออะไร?

เครื่องมือ Social Listening คือเครื่องมือที่ช่วยติดตามการกล่าวถึงของ Keyword ใดๆ ใน Social media (ที่เปิด public) และเว็บไซต์ ซึ่งรวมไปถึงชื่อแบรนด์ของคุณ อุตสาหกรรมโดยรวม คู่แข่ง และอื่นๆ อีกมากมาย

Image by Gerd Altmann from Pixabay

การทราบถึงข้อมูลเหล่านี้สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้าการกล่าวถึงเป็นในทางลบ เพราะคุณจะได้รีบแก้ไขอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้นกับแบรนด์ของคุณ (ถ้าคุณสังเกตดีๆ แบรนด์ใหญ่ๆ ของประเทศจะติดต่อลูกค้าที่ complain ใน social media หรือเว็บไซต์ใหญ่ๆ อย่างรวดเร็วมาก นั่นก็เพราะบริษัทใช้บริการมีเครื่องมือเหล่านี้นั่นเอง)

พูดง่ายๆ คือเครื่องมือเหล่านี้ช่วยคุณในกรณีที่เกิดวิกฤต ทำให้การจัดการวิกฤต (Crisis Management) รวดเร็วและสร้างความเสียหายน้อยที่สุดต่อแบรนด์ที่คุณสร้างมาครับ

ในโพสนี้เราจะมาดูกันว่าเครื่องมือ Social Listening ที่น่าใช้มีตัวไหนกันบ้างครับ

ข้อควรทราบ: ราคาและเงื่อนไขการใช้งานอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้บริการโดยที่ผมไม่ทราบเรื่อง ทำให้ราคาไม่ตรงกับในโพส เพราะฉะนั้นรบกวนผู้ที่สนใจตรวจสอบกับทางเว็บไซต์ผ่านทางลิงค์เพื่อความแน่นอนครับ

1. Awario

Awario เป็นผู้ให้บริการ Social Listening เจ้าใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ แต่จุดแข็งก็คือให้บริการในทุกระดับ รวมไปถึงธุรกิจรายย่อยด้วยเช่นกัน ต่างจากบริษัทอื่นๆ ที่จะให้บริการแต่บริษัทใหญ่ๆ หรือระดับ Enterprise เท่านั้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั่วไปมีโอกาสใช้โปรแกรม social listening ได้ด้วยครับ

ฟีเจอร์ของ Awario หลากหลายมาก อาทิเช่น

  • Non-stop Monitoring – เครื่องมือ Social Listening หรือรู้ได้ทันทีว่ามีผู้กล่าวถึงแบรนด์ของคุณอย่างไรบ้าง ทั้งใน Social Media (Facebook, Twitter, Youtube, Instagram) และเว็บไซต์ทุกแห่ง หรือว่าถ้าคุณอยากให้ตรวจสอบคู่แข่ง อุตสาหกรรมโดยรวม และ keyword อื่นๆ ที่คุณต้องการก็สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งนี้การ Track สามารถทำได้ทุกภาษาอย่างไม่มีข้อจำกัดครับ
  • Powerful Analytics – รวบรวมสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและจัดเรียงข้อมูลให้ออกมาเข้าใจง่าย และยังสามารถหา Influencer ที่น่าจะช่วยโปรโมตสินค้าและบริการของคุณได้ด้วย
  • Social Selling – ตรวจสอบได้ว่ามีคนกำลังต้องการข้อมูลหรือรีวิวสินค้าและบริการของคุณหรือไม่ หลังจากนั้นคุณสามารถติดต่อกับพวกเขาโดยตรงได้ หรือว่าเขียนบทความเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลได้
  • Boolean Search – ถ้าลูกค้าไม่ได้เอ่ยชื่อแบรนด์ของคุณโดยตรง คุณก็สามารถ search ได้เช่นกันด้วยการ search ที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Boolean search
  • Organized Workspace – แพลตฟอร์มของ Awario จะจัดเรียงแบบใดก็ได้ตามใจคุณหรือสมาชิกในทีมของคุณ อย่างเช่นคุณสามารถให้ความสำคัญกับ conversation อันใดอันหนึ่งเป็นพิเศษได้
  • White label reports – สร้างรายงานที่ใส่แบรนด์ของคุณได้ (เหมาะกับ agency ต่างๆ)
  • และอื่นๆ อีกมากมาย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ features ครับ
ตัวอย่างแพลตฟอร์ม Social Listening ของ Awario

สำหรับเรื่องราคานั้น Awario มี 3 ราคาด้วยกันได้แก่

  • Starter ($29 หรือ 870 บาทต่อเดือน)
  • Pro ($89 หรือ 2,670 บาทต่อเดือน)
  • Enterprise ($299 หรือ 8,970 บาทต่อเดือน)

ถ้าคุณสมัครรายปี จะคิดราคาแค่ 10 เดือนเท่านั้นครับ

ความแตกต่างของแต่ละแพลนอยู่ที่ฟีเจอร์ย่อยและทรัพยากรครับ สำหรับแพลน Starter จะตรวจสอบการ mention ใน Social media ได้แค่ 30,000 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น แต่แพลนแบบ Pro และ Enterprise จะตรวจสอบได้ถึง 150,000 และ 500,000 ครั้งตามลำดับ

การตรวจสอบการ Mention บนเว็บไซต์ต่างๆ ของ Awario

นอกจากนี้ฟีเจอร์ย่อยยังจะแตกต่างด้วย นั่นคือแบบ Starter จะนำข้อมูลออกไปจากแพลตฟอร์มไม่ได้ และสร้าง White-label reports ไม่ได้ครับ ถ้ายังสงสัยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Awario Pricing

อย่างไรก็ดีผมมองว่าสำหรับรายย่อยแล้ว การใช้แพลนแบบ Starter ก็เพียงพอแล้วครับ เพราะแบรนด์เรายังเล็ก การพูดถึงในโลกออนไลน์ยากที่จะถึง 30,000 ครั้งต่อเดือน (ยกเว้นว่าคุณจะทำอะไรไวรัลสักอย่างหนึ่ง) ส่วนฟีเจอร์ย่อยทั้งหลายนั้นจะใช้งานสำหรับบริษัทใหญ่ๆ หรือ Digital Marketing Agency มากกว่าครับ

ผมแนะนำให้คุณลองใช้งานก่อนจะดีกว่า ทาง Awario ให้คุณลองใช้แพลตฟอร์ม Social Listening ได้ฟรีครับ ลองใช้งานแบบไม่ต้องใส่ Credit Card ได้เลยที่นี่

2. BrandMentions

BrandMentions เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการเล็กในการเข้าถึงเครื่องมือ Social Listening ฟีเจอร์ของ BrandMentions นั้นน่าสนใจมาก เพราะผสมผสานกันทั้ง Business Intelligence, Analytics และ Social Listening เลยครับ

BrandMentions

ฟีเจอร์หลักๆ ของ BrandMentions ได้แก่

  • Web & Social Listening – ตรวจสอบว่ามีการพูดถึงแบรนด์หรือ Keyword ที่คุณต้องการอย่างไรบ้างทั้งบนเว็บไซต์และ Social network ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบแนวโน้มของภาคธุรกิจโดยรวมด้วยว่ากำลังมุ่งหน้าไปทางใด เมื่อมีการกล่าวถึงที่ตรวจเจอขึ้นมา ก็จะมีการเตือนบน Platform ทันที
  • Competitor Spying – BrandMentions ให้คุณตรวจสอบทุกซอกทุกมุมของคู่แข่ง คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆของคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงบน social network หรือ บทความจาก blogและสำนักข่าวที่กล่าวถึงคู่แข่งของคุณ สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปใช้วิเคราะห์และหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น
  • Key Influencer – คุณสามารถเช็คได้ว่า Influencer ในสายธุรกิจของคุณมีใครบ้าง และคุณอาจจะติดต่อเพื่อให้พวกเขาและเธอช่วยโปรโมตสินค้าและบริการของคุณก็ได้
  • Business Intelligence – แพลตฟอร์มอย่างสมบูรณ์ที่ช่วยให้คุณประเมินผล ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่คุณได้มา
  • และอื่นๆ อีกมากมาย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ BrandMentions โดยตรงครับ

จุดแข็งของ BrandMentions คือข้อมูลที่ละเอียดมาก ไม่เพียงเท่านั้นคุณสามารถระบุไปได้ว่าต้องการการ mention จากภาษาใด และจากภูมิภาคใด ทำให้การประเมินภาพลักษณ์ของ Brand เป็นไปอย่างดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการติดต่อเว็บไซต์แต่ละแห่งที่ mention ธุรกิจของคุณ และขอให้เจ้าของเว็บไซต์ให้ backlink ที่มีคุณภาพแก่เว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องราคานั้น Brand Mentions คิดราคาตามนี้ครับ

  • New Business ($49 หรือ 1,470 บาทต่อเดือน)
  • Growing Business ($79 หรือ 2,370 บาทต่อเดือน)
  • Company ($299 หรือ 8,970 บาทต่อเดือน)

ความแตกต่างของแต่ละแพลนคือฟีเจอร์และทรัพยากรเช่นเดิม โดยแพลน New Business นั้นเรียกได้ว่าทำได้แค่ Track อย่างเดียว แถมยังไม่เป็นแบบ Real Time อีกต่างหาก ดังนั้นถ้าหากจะใช้งานจริงๆ ผมแนะนำให้เริ่มใช้ Growing Business ครับ เพราะจะได้เกือบทุกฟีเจอร์ โดยจะ Track ได้พร้อมกันถึง 15 Keyword และจะเป็นแบบ Real-time ด้วยครับ

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ อ่านได้ที่ BrandMentions Pricing

ทั้งนี้ BrandMentions ให้คุณใช้งานได้ฟรี ถ้าสนใจไปลองใช้ได้ที่นี่ครับ

3. Buzzsumo

Buzzsumo เป็นเครื่องมือ Social Listening ระดับเจ้าตลาดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่รู้จักและใช้งานกันโดยทั้งแบรนด์ต่างๆ และ เหล่า blogger มาเป็นเวลานานมากแล้ว

Buzzsumo

ฟีเจอร์ของ Buzzsumo มีมากมาย อาทิเช่น

  • Monitoring – ครบถ้วนเรื่อง Social Listening ด้วยการตรวจสอบการกล่าวถึง Keyword ที่คุณใส่ลงไปทุกหนแห่งในโลกออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของคุณ ข่าวสารต่างๆ ในวงการ สินค้า รวมไปถึงคู่แข่งของคุณ ทุกอย่างสามารถจัดการได้อย่างง่ายดายบนแพลตฟอร์มของ Buzzsumo ครับ
  • Author & Outlets – คุณสามารถสั่งให้ Buzzsumo ติดตาม Influencer ที่คุณต้องการบนโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าว Influencer ที่ช่วยเหลือคุณโปรโมต รวมไปถึง Blog ที่มีผู้ติดตามมาก
  • Backlinks – ตรวจสอบทุก Backlinks ที่ลิงค์เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณว่ามาจากไหนบ้าง
  • Keyword Tool – ตรวจสอบได้ว่ามีคน search คีย์เวิร์ดไหนบ้างใน search engine
  • Trends – ตรวจสอบเทรนด์ต่างๆ บน Social media ว่ากำลังมีประเด็นไหนกำลังร้อนแรงหรือเป็นไวรัล โดยผลที่ได้จะเป็นแบบ Real-time และคุณสามารถเลือกภูมิภาคได้ อย่างเช่นประเทศไทย หรือจังหวัดอ่างทองเป็นต้น
  • Content Research – ตรวจสอบและหาข้อมูลต่างๆ สำหรับการเขียน content บนเว็บไซต์หรือ Facebook
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

อย่างไรก็ดีแม้ว่าฟีเจอร์ของ Buzzsumo จะมากมาย แต่ราคาจะสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ โดยรูปแบบสมาชิกแบ่งเป็น

  • Pro ($99 หรือ 2,970 บาทต่อเดือน)
  • Plus ($179 หรือ 5,370 บาทต่อเดือน)
  • Large ($299 หรือ 8,970 บาทต่อเดือน)
  • Enterprise ($499 หรือ 14,970 บาทต่อเดือนขึ้นไป หรือปรับได้ตามความต้องการของธุรกิจ)

ถ้าซื้อเป็นปีจะลดราคา 20% จากราคาด้านบนครับ

ความแตกต่างของแต่ละแพลนคือฟีเจอร์ต่างๆ อย่างเช่นแพลนแรกสุดจะไม่สามารถ search แบบลงลึกในส่วนของ Facebook, Youtube ได้ครับ นอกจากนี้ทรัพยากรที่ได้ก็ยังจะน้อยกว่ามากอีกด้วย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

อย่างไรก็ดีโดยรวมแล้ว Buzzsumo เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือครบถ้วนที่สุดแล้ว เพราะเป็นทั้ง content analysis และ social listening tool แต่ในเรื่องราคาจะสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นหลายเท่าครับ

สำหรับธุรกิจเล็กที่มีงบจำกัด การใช้แพลตฟอร์มอื่นอาจจะเหมาะสมกว่าครับ ในทางตรงกันข้าม ถ้าธุรกิจของคุณใหญ่และมีรายได้มากมายแล้ว Buzzsumo จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ

4. Sprout Social

SproutSocial เป็นแพลตฟอร์มที่ผมกล่าวถึงไปแล้วว่าเป็น Facebook Analytics ชั้นยอด แต่ด้วยความที่ตัวแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์มากมาย ทำให้ Sprout Social เป็น Social Listening tool ชั้นเยี่ยมเช่นกันครับ

Sprout Social

ฟีเจอร์ของ Sprout Social ครอบคลุมทั้ง Social Publishing, Scheduling, Analytics และ Social Listening

โดยในส่วนของ Social Listening นั้นมีฟีเจอร์ต่อไปนี้

  • Keywords and Hashtags – ติดตามทั้ง Keywords และ Hashtags ใน social network ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือ Twitter
  • Evolve with Audiences – ตรวจสอบพัฒนาการของภาคธุรกิจของคุณ รวมไปถึงข้อมูล Influencer ที่อาจช่วยคุณโปรโมตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Competitor Research – หาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ยังมีคู่แข่งเบาบาง ด้วยการค้นหาข้อมูลคู่แข่งของคุณ
  • Consumer Research – ตรวจสอบว่าลูกค้าของคุณมีอายุเท่าไร อาศัยอยู่ที่เมืองไหน ประเทศไหน เพศอะไร ฯลฯ
  • และอื่นๆอีกมากมาย อ่านได้ที่ SproutSocial

สำหรับเรื่องราคานั้น Sprout Social มีอยู่ 3 แพลน ประกอบด้วย

  • Standard ($99 หรือ 2,970 บาทต่อเดือน)
  • Professional ($149 หรือ 4,470 บาทต่อเดือน)
  • Advanced ($249 หรือ 7,470 บาทต่อเดือน)

ในส่วนของ Social Listening นั้นจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่แพลน Standard แต่ว่าจะยังไม่สมบูรณ์ เพราะจะขาด Trend Analysis ซึ่งมีให้ใช้ในแพลนแบบ Professional ครับ

ข้อเสียของ Sprout Social คือยังไม่สามารถ track เว็บไซต์ได้ ซึ่งผมมองว่าขาดการ Track ที่สำคัญไปมากโขเลยครับ

เลือกใช้เครื่องมือ Social Listening ตัวไหนดี?

ถ้าคุณมีธุรกิจขนาดเล็ก ผมแนะนำ Awario หรือ BrandMentions ครับ เพราะราคาย่อมเยาและมีฟีเจอร์ Social Listening ครบถ้วน

แต่ถ้าคุณมีธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ Buzzsumo เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะฟีเจอร์มีอย่างมากมายล้นเหลือ ส่วน Sprout Social นั้นจะเหมาะกับกิจการที่เน้น Social media เป็นหลักเช่นมีเพจขายสินค้าใน facebook, Instagram, Twitter ฯลฯ ครับ

error: Content is protected !!