8 สถานที่เที่ยวแห่งเมือง “หนานจิง” (นานกิง) ที่คุณไม่ควรพลาด

0
48

หนานจิง (Nanjing, 南京) หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม “นานกิง” เป็นเมืองหลวงของมณฑลเจียงซูในประเทศจีน เมืองแห่งนี้มีประวัติยาวนานมากเกือบสามพันปี หนานจิงเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรต่างๆ มาหลายยุคหลายสมัย ทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของจีนด้วย

การที่หนานจิงมีประวัติอันยาวนาน ทำให้หนานจิงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เรามาดูกันดีกว่าครับว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง

1. สุสานซุนยัดเซ็น

สุสานซุนยัดเซ็น หรือ จงซานหลิง เป็นสุสานที่ชาวจีนสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาร่างของซุนยัดเซ็น (ซุนจงซาน) ผู้อุทิศทั้งชีวิตของตนในการล้มล้างราชวงศ์ชิง และสร้างประเทศจีนที่ทันสมัยและเข้มแข็งขึ้นมา

ตัวสุสานตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้คุณต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไปเป็นจำนวน 392 ขั้น ซึ่งไม่ได้เหนื่อยมากนัก เพราะแต่ละขั้นไม่ได้ชันเท่าไรครับ

สุสานซุนยัดเซ็น By IlshatS – Own work, CC BY 3.0,

สถาปัตยกรรมที่ใช้สร้างสุสานคือรูปแบบเดียวกับที่สุสานของจักรพรรดิ แต่ก็มีความเป็นยุคใหม่ผสมผสานอยู่ด้วย ภายในตัวสุสาน คุณจะพบเห็นรูปปั้นซุนยัดเซ็นตั้งอยู่ และลึกเข้าไปจะมีโลงศพหินอ่อนที่เก็บร่างของซุนยัดเซ็นอยู่ครับ

ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในวันหยุดสำคัญๆ นักท่องเที่ยวชาวจีนมากมายจะเดินขึ้นมาที่นี่เพื่อมาแสดงความระลึกถึงซุนยัดเซ็น บางคนจะนำดอกไม้ขึ้นมาวางด้วยครับ

ตัวสุสานอยู่นอกเมืองหนานจิง วิธีการไปสุสานซุนยัดเซ็นจากเมืองหนานจิงคือ

  • นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 และลงที่ Xiamafang Station และเดินขึ้นเหนือไปอีก 15 นาที
  • นั่งรถเมล์สาย 34 ลงที่ Zhongshanling Tingchechang (ง่ายและเหนื่อยไม่มาก)
  • นั่งแท็กซี่ (ผมเลือกวิธีนี้เพราะง่ายและสบายที่สุด)

2. สุสานหมิงเสี้ยวหลิง

สุสานเสี้ยวหลิง หรือ หมิงเสี้ยวหลิง เป็นสถานที่เก็บรักษาพระศพของหมิงไท่จู่ หรือ จูหยวนจาง จักรพรรดิพระองค์แรกแห่งราชวงศ์หมิง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน

ทั้งนี้จูหยวนจางเป็นจักรพรรดิราชวงศ์หมิงพระองค์เดียวที่สุสานไม่ได้อยู่ที่ปักกิ่ง เนื่องจากจูหยวนจางสถาปนาเมืองหลวงขึ้นที่นี่ แต่หลังจากสมัยของจูหยวนจางมีการแย่งชิงราชสมบัติ จูตี้ (หมิงเฉิงจู่) ได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ปักกิ่ง ทำให้นับตั้งแต่บัดนั้นเมืองหลวงและสุสานราชวงศ์หมิงตั้งอยู่ที่ปักกิ่งครับ

Spirit Way, Ming Xiaoling Mausoleum By Kimon Berlin – , CC BY-SA 2.0,

จุดเด่นของสุสานแห่งนี้อยู่ที่เส้นทางเดินบริเวณกลางสุสานที่จะมีรูปปั้นสัตว์ในตำนานขนาดใหญ่หลายสิบตัวเรียงรายกันไป ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เหมือนสวนสาธารณะ และมีความสวยงามและล้ำค่าทางประวัติศาสตร์มาก

อย่างไรก็ดีตัวสุสานเองไม่ได้มีอะไรเท่าไรนัก เพราะคุณไม่สามารถเข้าไปชมด้านในสุสานได้ ภายในมีเพียงเสาหินเก่าแก่มีบริเวณประตูเท่านั้นที่คุณสามารถเข้าชมได้

เนื่องจากสุสานหมิงเสี้ยวหลิงและสุสานซุนยัดเซ็นอยู่ใกล้กันมาก คุณสามารถเดินไปได้ ผมลองเดินมาแล้วครับ สามารถเดินได้สบายๆ แต่ถ้าใครไม่อยากเดินมีรถให้นั่งครับ

แต่ถ้าจะมาโดยตรงจากหนานจิง สามารถทำได้โดย

  • นั่ง Metro สาย 2 ลงสถานี Muxuyuan และออกทางออก 1 เดินอีก 20 นาทีก็จะถึงสุสาน
  • นั่งรถเมล์สาย 20, 315 หรือ G5 ลงป้าย Mingxiaoling

3. วัดหลิงกู่

วัดหลิงกู่ เป็นวัดเก่าแก่มากที่สามารถย้อนไปได้ถึงสมัยศตวรรษที่ 6 โน่นเลย เดิมทีวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ที่ตั้งของสุสานหมิงเสี้ยวหลิงในปัจจุบัน แต่จูหยวนจางปรารถนาจะใช้ที่ของวัดเป็นที่ตั้งของสุสานของตนเอง ทำให้วัดแห่งนี้ถูกย้ายมาที่ตั้งในปัจจุบัน

ภายในวัดแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ส่วนวัดเดิม ในส่วนนี้จะมีความเก่าแก่มากกว่า 600 ปี และเป็นที่บูชาพระสวนจาง (พระถังซำจั๋ง) ผู้ได้จาริกไปยังมหาวิทยาลัยนาลันทาในประเทศอินเดีย

เจดีย์หลิงกู่ By Ryu, Cheol – Own work, CC BY-SA 3.0,

อีกส่วนหนึ่งคือ เจดีย์เก้าชั้นที่เรียกว่าเจดีย์หลิงกู่ เจดีย์แห่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงทหารที่เสียสละชีวิตในการปราบปรามพวกขุนศึกภาคเหนือในช่วงสงครามกลางเมืองตอนช่วงปี ค.ศ.1926

ทั้งนี้วัดหลิงกู่มีชื่อเสียงมากในเรื่องอาหารเจที่อร่อยสุดๆ มานานกว่า 600 ปีแล้ว ถ้าไปถึงวัดนี้แล้ว อย่าลืมฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจที่นี่สักมื้อหนึ่งครับ

ตัววัดอยู่ไม่ไกลจากสุสานซุนยัดเซ็นและสุสานเสี้ยวหลิง เพราะฉะนั้นคุณสามารถเดินไปมาได้เช่นเดียวกันครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าอยากจะพุ่งตรงมาที่นี่เลย คุณสามารถไปวัดหลิงกู่จากเมืองหนานจิงได้โดย

  • นั่ง Metro line 2 ออกทางออก 1 แล้วเดินขึ้นเหนือไป 15 นาที
  • นั่งรถบัส 202 ลงป้าย Linggusi Gongyuan

4. กำแพงเมืองหนานจิง

กำแพงเมืองหนานจิง หรือ หนานจิงเฉิงเฉียง เป็นกำแพงเมืองเก่าแก่อายุกว่า 600 ปีที่ล้อมรอบเมืองหนานจิง กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้นโดยจูหยวนจาง เพราะปรารถนาให้มีกำแพงเมืองสูงใหญ่เพิ่มเติมเพื่อป้องกันเมืองจากผู้รุกราน

Xuanwu Gate By Kinden Kuo – originally posted to Flickr as 玄武湖, CC BY-SA 2.0,

แม้ว่ามันจะผ่านสงครามอีกหลายครั้ง แต่ตัวกำแพงก็ยังเหลือรอดมาได้ถึงทุกวันนี้อย่างไม่น่าเชื่อ นักโบราณคดีได้ตรวจสอบและพบว่าวัสดุที่ใช้สร้างแข็งแรงมาก ทำให้มันทนต่อกาลเวลาและการทำลายของมนุษย์

ปัจจุบันคุณสามารถขึ้นไปชมด้านบนได้ในจุดที่กำหนดไว้ให้ที่ประตูเจี๋ยฟางเหมิน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับกำแพงให้คุณเข้าไปชมด้วย

วิธีที่ง่ายที่สุดในการชมกำแพงเมืองแห่งนี้คือ

  • นั่ง metro สาย 1 ไปลง Zhonghuanmen หรือ Xuanwumen
  • นั่ง metro สาย 3 หรือ 4 ไปลง Jimingsi

5. ทะเลสาบเชวียนหวู่

ทะเลสาบเชวียนหวู่เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในเมืองหนานจิง ภายในทะเลสาบจะมีเกาะอยู่ห้าแห่งซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน ทำให้คุณสามารถเดินไปเดินมาได้ครับ

Xuanwu Lake By Anna , CC BY 2.0,

รายรอบทะเลสาบมีลักษณะเหมือนกับเป็นสวนสาธารณะทั่วไป นั่นคือมีจุดให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจรับลมเย็นๆ จากทะเลสาบหลายแห่ง ในบางจุดยังมีดอกไม้และต้นไม้สวยๆ ให้ถ่ายรูปเล่นด้วย

ทางเข้าไปชมทะเลสาบอยู่ที่ประตูเชวียนหวู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองหนานจิง ดังนั้นคุณสามารถไปได้โดยนั่ง metro สาย 1 และลงป้าย Xuanwumen ครับ

6. อนุสรณ์สถานการสังหารหมู่หนานจิง

หลายท่านคงเคยได้อ่านเรื่องราวการสังหารหมู่หนานจิงโดยกองทัพญี่ปุ่นมาบ้างแล้ว ที่เมืองหนานจิงมีพิพิธภัณฑ์ที่จะนำคุณย้อนเวลากลับไปช่วงนั้นและเล่าให้คุณทราบถึงเรื่องราวจริงๆที่เกิดขึ้น

สถานที่ดังกล่าวก็คือ อนุสรณ์สถานการสังหารหมู่หนานจิง หรือ ฉินฮวายื่อจวินหนานจิงต้าถูชายี่ว์นั่นถงเปาจี้เนี่ยงก่วน (ชื่อในภาษาจีนยาวมากจริงๆ)

ตัวพิพิธภัณฑ์ทำออกมาดีมากๆ โดยมีทั้งแบบ outdoor และ indoor และมีการเล่าเรื่องที่ทรงพลัง นอกจากนี้โครงกระดูกของผู้ถูกสังหารจำนวนหนึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ด้วย ทำให้คุณมีอารมณ์ร่วมไปได้อย่างไม่ยากเลย

อย่างไรก็ดีรูปถ่ายและสิ่งของจัดแสดงบางอย่างอาจจะทำให้คุณไม่สบายใจได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ชอบเรื่องอะไรแบบนี้ ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ

นอกจากนี้อนุสรณ์สถานแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน เพราะฉะนั้นโปรดระวังทรัพย์สินของมีค่าด้วยครับ

วิธีไปที่ง่ายที่สุดคือ นั่ง metro สาย 2 แล้วลงที่ Yunjinlu และออกประตู 2 ครับ

7. วัดขงจื้อ

วัดขงจื้อหรือ นานจิงฝูจื่อเมี่ยว เป็นวัดในลัทธิขงจื้อที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ ปี ค.ศ.384 ก่อนที่มันจะถูกทำลายและสร้างใหม่ในปี ค.ศ.1034 วัดแห่งนี้ได้กลายเป็นวิทยาลัยหลวงในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการดูแลรักษาอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน

วัดขงจื้อ By SQFP , CC BY 2.0,

ภายในวัดมีรูปปั้นขงจื้อขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และสิ่งก่อสร้างสไตล์จีนที่เก่าแก่และงดงามหลายหลัง นอกจากนี้ยังมีท่าเรือริมแม่น้ำที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณด้วย ถ้าคุณอยากจะล่องเรือชมบรรยากาศสามารถทำได้ที่นี่ครับ โดยส่วนตัวผมแนะนำว่าล่องตอนค่ำๆ หลังฟ้ามืดจะสวยที่สุดครับ

ใกล้กับวัดขงจื้อมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เรียกว่าเจียงหนานกงหยวน ที่นี่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาก เพราะว่าเคยเป็นสถานที่สอบเข้ารับราชการที่ใหญ่ที่สุดในจีนมานานหลายร้อยปี ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศว่าเขาสอบกันอย่างไรต้องมาชมที่นี่เลยครับ

อย่างไรก็ดีสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดเหมือนจะเป็นตลาดและร้านอาหารพื้นเมืองที่อยู่รายรอบวัดขงจื้อแห่งนี้ คุณสามารถหาอาหารอร่อยๆ รวมไปถึงหาซื้อของฝากได้จากที่นี่ด้วยครับ

วิธีไปที่ง่ายที่สุดคือ นั่ง metro สาย 3 ไปลง Fuzimiao หรือ สาย 1 ไปลง Sanshanjie ก็ได้ครับ

8. ทำเนียบประธานาธิบดี

ด้วยความที่หนานจิงเคยเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐจีนมาก่อน ทำให้ที่เมืองแห่งนี้มีทำเนียบประธานาธิบดีตั้งอยู่ด้วย

ทำเนียบประธานาธิบดี (จงถ่งฝู่) แห่งนี้มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์จีนมาก เพราะเคยเป็นพระราชวังหลวงครั้งที่จูหยวนจางครองบัลลังก์อยู่ที่นี่ และยังเป็นสถานที่ที่หงซิ่วฉวน ผู้นำกบฏไท่ผิงใช้เป็นพระราชวังอีกด้วย

ทำเนียบประธานาธิบดี By Ken Marshall CC BY 2.0,

นอกจากนี้ซุนยัดเซ็นยังเคยปฏิญาณตนเป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐจีนคนแรกที่สถานที่แห่งนี้ ต่อมาเจียงไคเช็คได้ใช้ที่นี่เป็นทำเนียบของตนจนกระทั่งพวกก๊กมินตั๋งถูกฝ่ายคอมมิวนิสต์ตีพ่าย ตัวทำเนียบถูกใช้เป็นสถานที่ราชการจนกระทั่งช่วงทศวรรษ 1980 ที่รัฐบาลจีนได้เปลี่ยนมันเป็นพิพิธภัณฑ์และให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้

ตัวทำเนียบแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้่แก่ ส่วนกลาง ส่วนตะวันตก และส่วนตะวันออก ทั้งสามส่วนยังคงข้าวของเครื่องใช้ไว้เหมือนกับครั้งอดีตเมื่อ 100 ปีก่อนซึ่งคุณสามารถเดินสัมผัสบรรยากาศของช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 ได้ครับ

วิธีการเดินทางไปที่ง่ายที่สุดคือ นั่ง Metro สาย 2 หรือ 3 และลงที่ Daxinggong ครับ