7 ประเทศที่คุณสามารถ “ย้ายไปอยู่ได้ถาวร” ถ้ามีเงินมากพอ

0
40

การย้ายไปอยู่ต่างประเทศอย่างถาวรเป็นความฝันของหลายๆ คน ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จากที่ได้ศึกษาข้อมูลเรื่องนี้มาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว ผมพบว่าหลายประเทศได้มีการออก “investor visa” หรือบ้างเรียกว่า “Golden Visa” ขึ้นมา วีซ่าเหล่านี้อนุญาตให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้าไปอาศัยในประเทศนั้นๆได้อย่างถาวร และยังมีโอกาสได้สัญชาติอีกด้วย

ดังนั้นในโพสนี้ ผมจึงอยากอธิบายให้ทุกท่านทราบว่ามีประเทศไหนที่โดดเด่นเรื่องการให้วีซ่าลักษณะนี้บ้าง

1. นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ (New Zealand) เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่ในโอเชียเนีย นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ยอดเยี่ยมทั้งธรรมชาติ การเมืองที่มั่นคง การศึกษา การทำธุรกิจ คุณภาพชีวิต ฯลฯ แถมนิวซีแลนด์ยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการอีกด้วย ทำให้นิวซีแลนด์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมากในการย้ายไปอยู่เป็นการถาวร

Lake Wakatipu, Queenstown, New Zealand

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้: 3,000,000 NZD หรือประมาณ 60 ล้านบาท

คุณจะต้องนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างเช่นหุ้น พันธบัตร หรือที่ดินในนิวซีแลนด์ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ (3-4 ปี) และปฏิบัติตามข้อบังคับอีกบางประการ หลังจากนั้นรัฐบาลนิวซีแลนด์จะออกวีซ่านักลงทุนให้กับคุณ เพียงเท่านี้คุณจะอยู่ในนิวซีแลนด์นานเท่าไรก็ไม่มีใครว่า

Investor Visa ของนิวซีแลนด์ประกอบด้วย 2 แบบนั่นคือ แบบ Investor Visa และ Investor Plus Visa ทั้งสองต่างกันตรงที่ข้อบังคับของ Investor Visa จะมีมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นคุณและครอบครัวจะต้องพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่ Investor Plus Visa แทบจะไม่มีข้อบังคับอื่นๆ เลย ยกเว้นแต่ว่าคุณต้องลงทุนในนิวซีแลนด์ด้วยเงิน 10 ล้าน NZD หรือประมาณ 200 ล้านบาทเท่านั้น

อย่างไรก็ดี รัฐบาลนิวซีแลนด์ยังมีวีซ่าอีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่า Entrepreneur Visa วีซ่านี้จะใช้เงินน้อยกว่ามาก แต่คุณต้องลงทุนเปิดบริษัทในประเทศนิวซีแลนด์ และแสดงให้รัฐบาลนิวซีแลนด์เห็นว่าบริษัทของคุณจะประสบความสำเร็จ และสร้างคุณค่าให้กับประเทศนิวซีแลนด์ คุณถึงจะได้รับวีซ่าให้อาศัยอยู่ที่นิวซีแลนด์ได้ครับ

ถ้าสนใจ คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ New Zealand Immigration

2. โปรตุเกส

โปรตุเกส (Portugal) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปติดกับประเทศสเปน โปรตุเกสเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่สบาย ของกินอร่อย อากาศดี ผู้คนเป็นมิตร แถมรัฐบาลยังเปิดกว้างอย่างมากด้วย

Porto, Portugal

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้: 250,000 ยูโร (ประมาณ 8.4 ล้านบาท)

ผู้ที่จะได้วีซ่านี้จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งตัวเลือกมีค่อนข้างเยอะ ผมจึงเลือกข้อสำคัญๆ มาเท่านั้น

  • ลงทุนอย่างน้อย 250,000 ยูโรเพื่อสนับสนุนศิลปะและการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมในประเทศโปรตุเกส
  • ลงทุนอย่างน้อย 350,000 ยูโรในการทดลองวิทยาศาสตร์ต่างๆ
  • ลงทุนอย่างน้อย 350,000 ยูโรในกองทุน Venture Capital
  • ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่า 500,000 ยูโรขึ้นไป (350,000 ยูโรถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้รับการซ่อมแซม)

สามารถอ่านตัวเลือกอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ SEF ของรัฐบาลโปรตุเกสครับ

วีซ่าชนิดนี้มีความยืดหยุ่นสูงมาก และจำนวนเงินที่ใช้ก็น้อยมากถ้าเทียบกับที่อื่นๆ เมื่อคุณและครอบครัวได้รับวีซ่านี้แล้วปฏิบัติตามข้อบังคับทุกอย่าง คุณสามารถอยู่ในโปรตุเกสได้เป็นการถาวร และยังสามารถยื่นขอสัญชาติได้อีกด้วยครับ

3. สเปน

สเปน (Spain) เป็นอีกประเทศในยุโรปที่มีการออก “Golden Visa” เหมือนกับโปรตุเกส และเป็นประเทศที่โดดเด่นทั้งทางด้านชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร

Barcelona, Spain

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้: 500,000 ยูโร (16.8 ล้านบาท)

คุณจะต้องใช้เงินดังกล่าวซื้ออสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่ดินในสเปน คุณจะอยู่เองหรือปล่อยเช่าและเก็บรายได้ก็ได้ หลังจากนั้นรัฐบาลสเปนจะตรวจสอบความเหมาะสมของคุณ และถ้าคุณผ่านฉลุย รัฐบาลสเปนจะมอบวีซ่าให้กับคุณและครอบครัวทันที หลังจากนั้นคุณอยากอยู่ในสเปนนานเท่าไรก็แล้วแต่คุณเลยครับ

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Golden Visas

4. มอลตา

มอลตา (Malta) เป็นประเทศที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ประเทศแห่งนี้มีภูมิอากาศสบายๆ ตลอดทั้งปี นอกจากนี้มอลตายังเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่คุณภาพชีวิตของพลเมืองอยู่ในระดับสูงเลยครับ

Popeye Village, Malta

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้: 1,150,000 ยูโร (38.6 ล้านบาท)

รัฐบาลมอลตาได้มีโปรแกรมที่เรียกว่า Malta Individual Investor Programme (MIIP) ซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนสามารถพำนักอาศัยอย่างถาวรในประเทศได้ ถ้าคุณลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และหลักทรัพย์ทางการเงินของมอลตา และปฏิบัติตามข้อบังคับได้ครับ

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ IIP

5. สหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกา (USA) เป็นประเทศที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว รัฐบาลสหรัฐออกวีซ่าที่เรียกว่า “EB-5” หรือ Immigrant Investor Program ให้กับใครก็ตามที่ลงทุนในสหรัฐอเมริกามากกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ เมื่อได้วีซ่าแล้ว นักลงทุนผู้นั้นจะสามารถพำนักอาศัยได้ในสหรัฐอเมริกาโดยไม่มีจำกัดเวลา

New York City, USA

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้: $1,800,000 (54 ล้านบาท)

จำนวนเงินดังกล่าวเพิ่งปรับขึ้นปลายปี ค.ศ.2019 มากถึง 80% (จากเดิมที่ 1 ล้านดอลลาร์) และยังมีข้อบังคับใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาด้วย ถ้าคุณสนใจว่ามีอะไรบ้าง สามารถอ่านต่อได้ที่ uscis.gov

6. ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์ (Ireland) เป็นประเทศอันเงียบสงบในทวีปยุโรป และอยู่ไม่ไกลจากอังกฤษมากนัก ในปัจจุบันไอร์แลนด์เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้ต่อหัวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชาวไอร์แลนด์มีคุณภาพชีวิตที่ดีทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ

Ireland

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้: 1 ล้านยูโร (33.6 ล้านบาท)

คุณจะต้องใช้เงินดังกล่าวลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไอร์แลนด์เป็นเวลา 3 ปี เมื่อขั้นตอนการตรวจสอบเสร็จสิ้นเรียบร้อย คุณจะสามารถอาศัยอยู่ในไอร์แลนด์โดยไม่มีข้อห้ามใดๆ อีกต่อไปครับ

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ inis.gov.ie

7. โมนาโก

โมนาโก (Monaco) เป็นประเทศเล็กมากที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป แต่ประเทศนี้กลับมีความมั่งคั่งและมี GDP ต่อหัวเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

Monaco

คุณเชื่อหรือไม่ ประเทศโมนาโกไม่เก็บภาษีเงินได้ ไม่เก็บภาษีที่ดิน ไม่เก็บภาษีสินทรัพย์ ไม่เก็บภาษีจากการซื้อขายสินทรัพย์ด้วย!

จำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้ : 500,000 ยูโรขึ้นไป (16.5 ล้านบาทขึ้นไป)

จริงๆแล้วรัฐบาลโมนาโกไม่ได้ระบุตรงๆ ว่าคุณต้องลงทุนในโมนาโกเท่าไรในประเทศ แต่รัฐบาลโมนาโกกำหนดว่านักลงทุนต้องพิสูจน์ 3 สิ่งดังต่อไปนี้

  1. พิสูจน์ว่าคุณมีที่พักเป็นของตนเองในโมนาโก
  2. พิสูจน์ว่าคุณสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านการเงินได้
  3. พิสูจน์ว่าคุณเป็นคนประวัติดี ไม่มีประวัติอาชญากรรม

ในกรณีที่คุณจะผ่านข้อ 2 ได้ เงินที่คุณต้องใช้ฝากธนาคารในโมนาโกจะอยู่ที่ประมาณ 500,000 ยูโร นี่เป็นจำนวนที่ผมระบุว่าเป็นจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องใช้ลงทุน อย่างไรก็ดีคุณมีวิธีอื่นที่จะพิสูจน์ได้เช่นกัน อาทิเช่นนำหลักฐานมาแสดงว่าคุณมีเงินเดือนหรือรายรับจากธุรกิจมากมายเกินพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ ในโมนาโก

หลังจากที่คุณส่งหลักฐานเสร็จแล้ว ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี คุณจะสามารถอาศัยอยู่ที่โมนาโกได้โดยไม่จำกัดเวลาครับ

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Astons

สำหรับผู้ที่สนใจอย่างจริงจัง

สำหรับใครที่สนใจจะย้ายประเทศอย่างจริงจัง แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นที่ไหนดี ผมแนะนำว่าให้ลองติดต่อบริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้ดูครับ บริษัทเหล่านี้ชำนาญเรื่องให้คำปรึกษาการย้ายประเทศโดยเฉพาะ และจะช่วยคุณทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายอันซับซ้อนของประเทศที่คุณต้องการจะย้ายไปอยู่

ส่งท้าย

ข้อมูลเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงแทบจะทุกปี เพราะฉะนั้นคุณควรจะตรวจสอบกับเว็บไซต์ของรัฐบาลแต่ละประเทศ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลล่าสุดครับ

อันที่จริงแล้ว ประเทศที่มีโปรแกรมลักษณะนี้ไม่ได้มีเฉพาะ 7 ประเทศนี้เท่านั้น แต่ยังมีประเทศอื่นๆ ด้วย แต่บางประเทศอย่างเช่นแคนาดา และออสเตรเลียได้ปิดรับการสมัครไปแล้ว และยังไม่ทราบว่าจะเปิดเมื่อไหร่ บางประเทศเป็นประเทศโลกที่สามที่ผมมองว่าไม่น่าจะตอบโจทย์สักเท่าใดนัก และสุดท้ายบางประเทศมีข้อบังคับที่ยุ่งยากมาก ทำให้ผมตัดสินใจไม่ใส่ประเทศเหล่านั้นลงไปในรายชื่อนี้ครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here