การศึกษา5 เคล็ดลับอ่านหนังสือที่ช่วยให้ทำข้อสอบได้และประหยัดเวลา

5 เคล็ดลับอ่านหนังสือที่ช่วยให้ทำข้อสอบได้และประหยัดเวลา

น้องๆ วัยเรียนหลายคน โดยเฉพาะ นักเรียน ม.6 คงกำลังมีปัญหาว่าจะอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างไรให้จำได้ สำหรับบางคนแล้ว การเตรียมสอบใช้เวลานานมากกกก มากจนไม่มีเวลานอน แถมบางทีอยู่ในห้องสอบยังลืมหมดอีก เหนื่อยก็เหนื่อย ข้อสอบก็ทำไม่ได้

วันนี้ผมขอนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาให้กับน้องๆ ครับจากประสบการณ์ของผมเอง ด้วย 5 วิธีต่อไปนี้ น้องๆจะทำข้อสอบได้ และประหยัดเวลา

1. ถ้ามีข้อสอบเก่า เน้นทำข้อสอบเก่าให้มากที่สุด

ถ้ามีข้อสอบเก่า เช่น ครูแจกแนวข้อสอบที่โรงเรียน หรือข้อสอบย้อนหลังเข้าเตรียมอุดม หรือ GAT-PAT เราควรจะให้ความสำคัญกับพวกมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะบ่อยครั้งครูมักจะนำข้อสอบเก่ามาออกเป็นข้อสอบใหม่ โดยไม่เปลี่ยนโจทย์เลย (โดยเฉพาะข้อสอบช้อย หรือ เลือกตอบจาก 4 ตัวเลือก) ถ้าเราเคยเห็นข้อสอบพวกนี้มาก่อน เราจะสามารถตอบได้เลยในทันที

ถึงแม้ข้อสอบจะไม่ซ้ำ แต่เราก็สามารถจะรู้แนวของข้อสอบได้ ว่าตัวข้อสอบจะมีความยากประมาณไหน และรู้ด้วยว่าข้อสอบจะหลอกเราได้อย่างไรบ้าง

วิธีนี้ควรใช้เป็นพิเศษกับวิชาที่ใช้การคำนวณ เช่น คณิตศาสตร์ หรือ ฟิสิกส์ อย่าไปเสียเวลาท่องสูตรตะพึดตะพือโดยไม่รู้วิธีใช้! เพราะเราจะเสียเวลาที่ท่องไปโดยไม่ได้อะไรเลย การทำข้อสอบเยอะๆจะทำให้เราจำสูตรและวิธีใช้ได้โดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องไปท่องอีก!

นอกจากนี้ถ้ามีแบบฝึกหัดที่ครูไม่ได้สั่งให้เป็นการบ้าน เราก็ควรทำเช่นกัน

2. ทำสรุปด้วยตัวเอง

โดยทั่วไป เรามักจะหาสรุปจากเพื่อนมั่ง จากรุ่นพี่มั่ง แล้วนำมาอ่าน การอ่านช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

วิธีที่ผมว่าดีกว่ามาก คือ เขียนสรุปด้วยตัวเอง ด้วยภาษาของตัวเอง จะทำให้จำได้ดีมากกว่า

สาเหตุสำคัญเลยคือ เวลาเราสรุป เราต้องเรียบเรียงเนื้อหาในสมอง นั่นแปลว่าเราต้องเข้าใจเนื้อหาดังกล่าวไปแล้ว เราถึงจะทำสรุปออกมาแล้วรู้เรื่อง แต่ถ้าเราอ่านสรุปของคนอื่น ไม่ได้ทำเอง เราอาจจะเข้าใจเนื้อหาเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะเราไม่เคยทำความเข้าใจเนื้อหาด้วยตัวเอง

ปัจจุบันการทำสรุปยังทำง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ อย่าง Tablet หรือ Smartphone ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยเขียนเหมือนแต่ก่อน

แต่หลายคนอาจจะถามว่าทำไมทำสรุปด้วยตัวเองแล้ว ตอนสอบก็ยังพังอยู่ดี สาเหตุที่เป็นไปได้คือ

  • ไม่ได้อ่านทบทวนสรุปของตัวเอง
  • ตอนที่ทำสรุป ยังไม่ได้เข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง สรุปที่ทำเลยไม่มีคุณภาพ ใช้อ่านใหม่ไม่ได้

เพราะฉะนั้นเวลาทำสรุป เราต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเนื้อหาให้ดีด้วย สรุปของเราจะได้ดีขึ้น และใช้อ่านทบทวนได้ พอทำสรุปแล้ว อ่านทบทวนซ้ำๆ เพื่อความมั่นใจอย่างน้อย 2-3 รอบก่อนสอบ เพื่อป้องกันการหลงลืมที่อาจเกิดขึ้นได้

3. อย่าเครียดเกินไป

ความเครียดเป็นอุปสรรคสำคัญของการสอบอย่างมากกกกก มันทำให้เราอ่านหนังสือเตรียมสอบได้อย่างไม่มีคุณภาพ เพราะบางทีเราเสียเวลาไปคิดเรื่องอื่น คิดโน่นคิดนี่ จนสุดท้ายไม่มีอะไรเข้าหัวเลยสักนิดเดียว เครียดไปเครียดมาทำให้ปวดหัว สุดท้ายต้องนอน ไม่ได้อ่านหนังสืออีก แบบนี้เกมโอเวอร์เลยครับ

สิ่งที่เราควรทำคือ คลายความเครียดเสียก่อน การคลายความเครียดสามารถทำได้ตั้งแต่

  • เล่นเกม เล่นโซเชียล
  • นอนหลับพักผ่อน
  • สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ
  • หาอะไรกิน
  • คุยกับเพื่อน
  • อ่านหนังสือที่ชอบ

คลายเครียดสามารถทำได้ แต่มากเกินไป อาจจะไม่ดีเช่นเดียวกัน เพราะว่าจะอ่านไม่ทัน!

อย่างไรก็ตาม ในวันก่อนสอบ เราควรทำตัวให้สบายๆ มากที่สุด อ่านทบทวนให้พอสมควรก็พอ เมื่ออ่านเสร็จแล้วควรหาอะไรแก้เครียด และทำกิจกรรมอื่นๆครับ วันรุ่งขึ้นเราจะได้ไปสอบอย่างสดใส

4. รวมกลุ่มติวหนังสือ

หนึ่งที่ผมชอบมากๆ คือ รวมกลุ่มติวหนังสือกับเพื่อนครับ เพราะว่าบางวิชาเนี่ย เนื้อหาเยอะมาก ถ้าเราอ่านด้วยตัวเราเอง เราไม่สามารถครอบคลุมทั้งหมดได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตั้งปาร์ตี้ติวหนังสืออาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะว่าทุกคนจะได้นำสิ่งที่ตัวเองอ่านมาสรุปให้เพื่อนฟัง หรือ ช่วยๆ กันพูด ถ้าเราเข้าใจอะไรผิดไป เพื่อนจะได้ช่วยแก้ไขให้ด้วยครับ

วิธีนี้ยังช่วยไม่ให้เราหลับด้วย เพราะว่าได้เจอเพื่อน มันสนุกกว่าการอ่านด้วยตัวเองอยู่แล้วละครับ

แต่ระวังด้วยว่าเจอกันแล้วจะไปเม้าท์แตก ถ้าเม้าท์มากเกินไป ไม่ได้ติวหนังสือเลย ตกยกกลุ่มไม่รู้ด้วยนะครับ

5. วางแผนให้ดีและมีวินัย

การอ่านหนังสือต้องควบคู่ไปกับการพักผ่อนครับ เพราะฉะนั้นการวางแผนให้ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราควรจะวางแผนในการเตรียมสอบอย่างรอบคอบ การอ่านหนังสือควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ว่าเริ่มอ่าน 3-4 วันก่อนสอบ แล้วเร่งอ่านรัวๆ จนไม่ได้พักผ่อนครับ

โดยทั่วไปแล้ว ก่อนสอบกลางภาค และปลายภาคในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผมจะเริ่มอ่านหนังสือเตรียมสอบ 2-3 สัปดาห์ก่อนวันสอบจริงเสมอ เพื่อความยืดหยุ่นในการอ่าน และเพื่อรับมือกับสถานการณ์บางอย่างที่อาจเกิดขึ้นแล้วทำให้ผมไม่ได้อ่านหนังสือเลย การเริ่มเร็วทำให้ผมมีเวลาพักผ่อนที่พอเหมาะ และไม่มีความเครียดว่าอ่านไม่ทันด้วย

ผมจะเริ่มอ่านและทบทวนวิชาที่ผมไม่ถนัดก่อนเสมอ เพราะผมรู้ว่าในวิชาที่ผมไม่ถนัด ผมอาจจะต้องใช้เวลานานมากเพื่อทำความเข้าใจ ส่วนวิชาที่ผมถนัด ผมใช้เวลาไม่นาน ผมก็สามารถเอาตัวรอดได้สบายๆอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจะให้เวลากับวิชาที่ผมไม่ถนัดก่อนเลย จะใช้เวลาไป 40%-50% ของเวลาทั้งหมดก็ไม่ว่า (แต่อย่าให้มากเกินไปจนไม่ได้อ่านวิชาอื่นครับ)

ส่วนสอบใหญ่ๆ อย่าง GAT-PAT และสอบชิงทุน ผมจะเตรียมตัว 1-2 ปีก่อนสอบจริงเลยครับ เพื่อที่ผมจะได้ยกระดับความรู้ในแต่ละวิชาให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ข้อสอบแบบนี้จะวัดว่าเรากับคู่แข่งใครพร้อมกว่ากัน ดังนั้นถ้าผมเตรียมตัวก่อน มันก็มีโอกาสสูงที่ผมจะพร้อมมากกว่า และมีเวลามากกว่าในการแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองครับ

อย่างไรก็ตาม แผนพวกนี้อาจจะไม่เหมาะกับบางท่าน ตรงนี้เราสามารถปรับให้เหมาะสมแก่แต่ละบุคคลได้ครับ

แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ควบคู่กันไปคือ วินัยของตัวเราครับ เราต้องสั่งตัวเองให้รู้หน้าที่และอย่าขี้เกียจ พักได้ เล่นเกมได้ นอนได้ คุยกับเพื่อนได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่จะอ่านหนังสือเตรียมสอบแล้ว เราต้องตั้งใจอ่านอย่างมีสมาธิครับ

ถ้าทำได้ทั้งหมดนี้ เชื่อว่าโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่หวังไว้อยู่ไม่ไกลอย่างแน่นอน สู้ๆครับ

อ่านวิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องท่องได้ ที่นี่

บทความล่าสุด

Victory Tale ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความไปโพสที่ใดทุกกรณี การฝ่าฝืนมีโทษทางกฎหมาย

error: Content is protected !!