ไฮไลท์ 10 จุดในพระราชวังต้องห้าม (กู้กง) แห่งปักกิ่งที่คุณห้ามพลาด!

พระราชวังต้องห้าม หรือ กู้กง (故宫) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับไฮไลท์ของกรุงปักกิ่ง วังแห่งนี้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงมานานหลายร้อยปี ด้วยความใหญ่โตมโหฬาร พระราชวังต้องห้ามจึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจีนได้อย่างดี

อย่างไรก็ดีด้วยความใหญ่โตนี้เอง ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ไม่สามารถเดินเที่ยวไปหมดทุกห้องได้ เนื่องจากเวลามีจำกัด ในโพสนี้ผมจึงจะแนะนำให้ทุกคนทราบว่า ไฮไลท์สำคัญที่คุณต้องชมในพระราชวังแห่งนี้มีที่ไหนบ้าง รวมไปถึงประวัติคร่าวๆ ของพระราชวังแห่งนี้ด้วยครับ

เราไปดูประวัติกันก่อนดีกว่าครับ (สามารถข้ามได้)

Forbidden City

รู้จักพระราชวังต้องห้าม (กู้กง)

พระราชวังต้องห้าม (กู้กง) เป็นพระราชวังขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นในรัชกาลหย่งเล่อ จักรพรรดิพระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิงหลังจากที่ย้ายเมืองหลวงมายังปักกิ่ง ตัวพระราชวังใช้แรงงานทั้งหมดอย่างน้อย 1,000,000 คนในการสร้าง และใช้เวลานานถึง 14 ปี การก่อสร้างถึงจะเสร็จสมบูรณ์

ราชสำนักหมิงใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังหลวงจนกระทั่งถึงสมัยฉงเจินฮ่องเต้ที่ราชวงศ์สิ้นสุดลง จักรพรรดิราชวงศ์ชิงที่สืบต่อราชวงศ์หมิงได้ใช้พระราชวังต้องห้ามเป็นพระราชวังหลวงสืบต่อมา จักรพรรดิคนสำคัญอย่าง คังซี หย่งเจิ้ง และเฉียนหลงล้วนแต่ประทับและว่าราชการอยู่ที่นี่ทั้งสิ้น

พระราชวังต้องห้ามจากมุมสูง (เขาจิ่งซาน) By Pixelflake , CC BY-SA 3.0,

หลังจากที่ราชวงศ์ชิงล่มสลาย และผู่อี๋ จักรพรรดิองค์สุดท้ายถูกขับออกจากวังในช่วงยุคขุนศึก พระราชวังต้องห้ามถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม พวกเรดการ์ดเคยจะบุกเข้าไปทำลายข้าวของในวังแห่งนี้ แต่โจวเอินไหลได้สั่งให้กองทหารกองหนึ่งมารักษาการณ์ไว้ ทำให้พระราชวังต้องห้ามรอดมาได้

ตัวพระราชวังได้รับสถานะเป็นมรดกโลกขององค์กร UNESCO ในปี ค.ศ.1987 หลังจากนั้นพระราชวังต้องห้ามได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกรุงปักกิ่ง ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวนับสิบล้านคนเดินทางมาเยี่ยมเยือนพระราชวังแห่งนี้

บ่อยครั้งที่มีตำนานเล่าว่าพระราชวังตำนานมีห้องหับรวมทั้งหมดแล้ว 9,999 ห้อง แต่นี่ไม่ใช่เรื่องจริงครับ จริงๆแล้วพระราชวังต้องห้ามมีห้องทั้งสิ้น 8,700 ห้อง สาเหตุที่พระราชวังแห่งนี้มีชื่อว่าพระราชวังต้องห้าม เพราะคนทั่วไปไม่สามารถเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้ครับ

ถัดไปเรามาดูกันดีกว่า ไฮไลท์ที่พระราชวังต้องห้ามมีอะไรบ้าง

1. เทียนอันเหมิน

จริงๆแล้วเทียนอันเหมินไม่ได้อยู่ในพระราชวังต้องห้าม แต่เทียนอันเหมินเป็นประตูทางเข้าสู่ “หวงเฉิง” หรือเมืองปักกิ่งเก่าในสมัยราชวงศ์ครับ ซึ่งพระราชวังต้องห้าม หรือ กู้กงจะตั้งอยู่ในหวงเฉิงนี้อีกทีหนึ่ง ดังนั้นเทียนอันเหมินจึงเหมือนเป็นประตูหน้าสุดของพระราชวังต้องห้ามไปโดยปริยาย

เทียนอันเหมิน

ผมใส่เทียนอันเหมินไว้ในรายชื่อนี้ด้วยทั้งๆ ที่มันไม่ได้อยู่ในพระราชวังต้องห้ามเพราะ เทียนอันเหมินเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนที่ใครๆ เห็นก็ทราบทันทีว่าตั้งอยู่ที่ไหน นอกจากนี้เทียนอันเหมินยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามและชื่อเสียงที่โด่งดังในหน้าประวัติศาสตร์ด้วย ดังนั้นคุณไม่ควรพลาดอย่างแน่นอนเลยครับ

ด้านหน้าของประตูมีรูปประธานเหมาเจ๋อตงขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ส่วนลานขนาดใหญ่ด้านหน้าประตูแห่งนี้คือสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์การประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี ค.ศ.1989 ครับ

2. Meridian Gate

หลังจากที่คุณเดินผ่านเทียนอันเหมินเข้ามาแล้ว คุณเข้ามาพบกับ Meridian Gate หรือในภาษาจีนว่าหวู่เหมิน ประตูแห่งนี้เป็นประตูทางใต้ของพระราชวังต้องห้าม และเป็นประตูหลักและประตูที่ใหญ่ที่สุดของพระราชวังแห่งนี้ ทั้งสองข้างของประตูจะยื่นออกมาเหมือนกับแขนที่โอบล้อมนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินเข้าสู่วังต้องห้ามครับ

Meridian Gate by Tony Kent, Flickr, CC By SA 2.0

เมื่อคุณเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว คุณจะเห็นว่ามีช่องโค้งที่เดินเข้าไปข้างในอยู่ 5 ช่องครับ ช่องโค้งตรงกลางซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดจะถูกใช้โดยจักรพรรดิ (ฮ่องเต้) เท่านั้น นอกจากนี้ในสมัยราชวงศ์ โทษโบยต่างๆ จะมาทำกันที่หน้าหวู่เหมินนี่แหละครับ

หลังจากที่คุณผ่านหวู่เหมินมาแล้ว คุณจะเข้ามาถึงพระราชวังต้องห้ามแล้วครับ

Meridian Gate หรือหวู่เหมิน อีกมุมหนึ่ง ประตูตรงกลางจะให้ฮ่องเต้เดินเข้าเท่านั้น By May Wong, Flickr, CC By 2.0

3. Gate of Supreme Harmony

ถ้าคุณเดินตรงอย่างเดียว หลังจากที่คุณผ่าน Meridian Gate (หวู่เหมิน) คุณจะพบกับประตูใหญ่อีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ Gate of Supreme Harmony หรือไท่เหอเหมิน ซึ่งเป็นประตูที่จะนำคุณเข้าไปสู่เขตพระราชฐานชั้นนอก

Gate of Supreme Harmony หรือไท่เหอเหมิน By Gisling CC BY 3.0,

ไท่เหอเหมินเป็นประตูที่ใหญ่ที่สุดในวังต้องห้าม และหลักการก็ใช้เหมือนกับหวู่เหมินนั่นคือ ประตูตรงกลาง ผู้มีสิทธิ์เข้าคือฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ตัวประตูแสดงถึงความรุ่งโรจน์ของฮ่องเต้และราชวงศ์

นอกจากนี้สิ่งที่สะดุดสายตาคนส่วนใหญ่ที่หน้าประตูแห่งนี้คือ รูปปั้นสิงโตคู่ขนาดใหญ่ ตัวซ้ายจะเป็นตัวเมีย ส่วนตัวขวาจะเป็นตัวผู้ ทั้งสองมันสัญลักษณ์แสดงถึงอำนาจของราชสำนักครับ

4. Hall of Supreme Harmony

Hall of Supreme Harmony หรือไท่เหอเตี้ยน เป็นหนึ่งในสามพระที่นั่งหลักของพระราชวังต้องห้าม พระที่นั่งแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวังต้องห้าม และเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้ที่ใหญ่ที่สุดของจีนด้วย อย่างไรก็ดีพระที่นั่งแห่งนี้ยังถือว่าเป็นพระราชฐานชั้นนอกอยู่ครับ

Hall of Supreme Harmony หรือไท่เหอเตี้ยน By Rabs003, CC BY-SA 3.0,

ในอดีตที่นี่เคยเป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้ราชวงศ์หมิงและชิงใช้ประกอบพิธีราชาภิเษกและพิธีอภิเษกสมรส ในสมัยราชวงศ์หมิง ฮ่องเต้จะว่าราชการจากพระที่นั่งแห่งนี้ครับ แต่ในสมัยราชวงศ์ชิง ฮ่องเต้จะเปลี่ยนไปว่าราชการในพระราชฐานชั้นในแทน เพื่อความสะดวกสบาย และใช้ที่นี่เป็นที่ประกอบพิธีต่างๆ เท่านั้น

คุณสามารถเดินเข้าไปชมด้านในพระที่นั่งได้ คุณจะเห็นบัลลังก์มังกรที่ฮ่องเต้เคยว่าราชการครับ

5. Hall of Preserving Harmony

Hall of Preserving Harmony หรือ เป่าเหอเตี้ยน เป็นพระที่นั่งในพระราชฐานชั้นนอกลำดับสุดท้ายก่อนที่คุณจะเข้าไปสู่พระราชฐานชั้นใน ขนาดของพระที่นั่งแห่งนี้เล็กกว่าไท่เหอเตี้ยน แต่ก็มีบัลลังก์มังกรตั้งอยู่เหมือนกัน

Hall of Preserving Harmony หรือ เป่าเหอเตี้ยน ฺBy Bernt Rostad, Flickr, CC By 2.0

ที่นี่เคยเป็นแค่สถานที่ซักซ้อมพิธีกรรมต่างๆ และใช้เป็นการสอบเข้ารับราชการของเหล่านักเรียนนักศึกษาในยุคราชวงศ์ชิงครับ

6. Palace of Heavenly Purity

Palace of Heavenly Purity หรือ เฉียนฉิงกงเป็นพระที่นั่งที่ใหญ่ที่สุดในเขตพระราชฐานชั้นใน ในสมัยราชวงศ์หมิง ที่นี่จะเป็นสถานที่ประทับส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ โดยแบ่งเป็นห้องนอน 9 ห้อง และมีเตียงมากถึง 27 เตียง สาเหตุที่มีเตียงมากขนาดนี้ เพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัยครับ

Palace of Heavenly Purity By G41rn8 , CC BY-SA 4.0,

แต่ในสมัยราชวงศ์ชิง ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ที่ฮ่องเต้ประชุมกับเหล่าขุนนาง ดังนั้นที่นี่จึงมีบัลลังก์มังกรตั้งอยู่ด้วย เหนือบัลลังก์มังกรคือแผ่นป้ายที่มีอักษรจีนสี่ตัว (正大光明) ซึ่งแปลว่า “ให้ผู้ทรงคุณธรรมโชติช่วงชัชวาล” ผู้เขียนตัวอักษรทั้งสี่คือซุ่นจื้อ ฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์ชิงที่ได้ครองบัลลังก์เหนือแผ่นดินจีนครับ

เนื่องจากปัญหาการชิงบัลลังก์ในสมัยคังซี หย่งเจิ้ง ฮ่องเต้ที่ได้ครองราชย์สืบต่อมาจึงใช้แผ่นป้ายนี้ให้เป็นประโยชน์ นั่นคือฮ่องเต้จะเก็บเอกสารลับที่ระบุรายชื่อของรัชทายาทคนถัดไปเอาไว้หลังป้ายแผ่นนี้ ส่วนอีกแผ่นหนึ่งจะเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา หลังจากที่หย่งเจิ้งสวรรคตแล้ว พวกขุนนางจะนำเอกสารลับทั้งสองมาเทียบกัน ถ้ารายชื่อในเอกสารตรงกัน องค์ชายที่มีชื่อจะได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อครับ

7. Palace of Earthly Tranquility

Palace of Earthly Tranquility By そらみみ , CC BY-SA 4.0,

Palace of Earthly Tranquility หรือ คุนหนิงกง เป็นหนึ่งในพระที่นั่งสำคัญในพระราชวังต้องห้าม ในสมัยราชวงศ์หมิง ที่นี่เคยเป็นสถานที่พำนักของหวงโฮ่ว (ฮองเฮา) หรือจักรพรรดินี แต่ในสมัยราชวงศ์ชิง ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่สักการะบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวแมนจู และใช้เป็นห้องที่ฮ่องเต้และฮองเฮาใช้พำนักในคืนวันแต่งงานครับ

8. Hall of Mental Cultivation

Hall of Mental Cultivation หรือ หย่างซินเตี้ยน เป็นพระที่นั่งขนาดเล็กในพระราชฐานชั้นใน เดิมทีที่นี่เป็นพระที่นั่งที่ไม่มีความสำคัญใดๆ แต่หลังจากสมัยหย่งเจิ้ง ที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่พำนักและออฟฟิศของจักรพรรดิราชวงศ์ชิงมาจนสิ้นราชวงศ์ ในสมัยที่ซูสีไทเฮาเรืองอำนาจ พระนางได้ใช้ที่นี่เป็นสถานที่ว่าราชการหลังม่านด้วยครับ

Hall of Mental Cultivation หรือ หย่างซินเตี้ยน By Clay Gilliland , CC BY-SA 2.0,

9. Palace of Tranquil Longevity

Palace of Tranquil Longevity หรือหนิงโซ่วกง เป็นพระที่นั่งที่เฉียนหลงฮ่องเต้สั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประทับหลังจากที่สละราชสมบัติไปแล้ว แม้ว่าสุดท้ายเฉียนหลงจะไม่มีโอกาสได้เข้าพักเลยสักคืนเดียว แต่พระราชวังแห่งนี้สวยงามมาก บ่อยครั้งที่ด้านในพระที่นั่งได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดของการตบแต่งห้องแบบจีนเลยครับ

ไฮไลท์ของพระที่นั่งแห่งนี้คือ รูปสลักลายมังกรเก้าตัวที่ตั้งอยู่ที่กำแพงที่อลังการและงดงามมาก ยากที่จะหารูปสลักใดในจีนที่จะมาเทียบกับที่นี่ได้อีกครับ

10. Palace Museum

นอกจากพระราชวังต้องห้ามจะเป็นวังแล้ว ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย คุณสามารถดูโบราณวัตถุทุกยุคทุกสมัยของประวัติศาสตร์จีนได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จุดจัดแสดงหลักของโบราณวัตถุเหล่านี้ตั้งอยู่ที่

  • Hall of Literary Brilliance (เหวินฮว่าเตี้ยน)
  • Hall of Martial Valor (หวู่อิงเตี้ยน)
  • Hall of Spiritual Cultivation (หยางซิงเตี้ยน)
  • Hall of Joyful Longevity (เล่อโช่วถัง)
  • Belvedere of Well-Nourished Harmony (อี้เหอซวน)

สถานที่อื่นๆ

สำหรับสถานที่อื่นๆ นั้นมีอีกมากมายด้วยกัน อย่างในเขตพระราชฐานชั้นใน ด้านซ้ายและขวาของเฉียนฉิงกงและคุนหนิงกงมีพระที่นั่งอยู่อีกหลายหลัง พระที่นั่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นที่ประทับของเหล่าพระสนมของฮ่องเต้ครับ

อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจคือสวนในเขตพระราชฐานชั้นในครับ ที่นี่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของฮ่องเต้ราชวงศ์หมิงและชิงในสมัยโบราณครับ

เคล็ดลับการเที่ยววังต้องห้าม

  • วิธีที่จะเดินทางมาง่ายที่สุดคือ นั่ง Subway สาย 1 มาลงสถานี Tian’anmen East Station และเดินเข้าพระราชวังจากจัตุรัสเทียนอันเหมินครับ
  • ดาวน์โหลดแผนที่ของพระราชวังเข้าไปด้วย สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่
  • คู่มือต่างๆ มักแนะนำว่าควรใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงที่นี่ แต่จากประสบการณ์แล้ว ผมบอกเลยว่า 5 ชั่วโมงครับ เพราะพระราชวังต้องห้ามใหญ่มาก มีอะไรให้ดูเยอะมาก แถมคุณต้องหาที่นั่งพักบ้างอยู่แล้ว และถ้าคุณชอบประวัติศาสตร์จีนเหมือนผม คุณสามารถอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันครับ
  • เพื่อความครบถ้วนและสวยงาม คุณควรจะเดินเข้าจากเทียนอันเหมินและออกจากประตูทางด้านเหนือ
  • ถ้าอยากได้วิวมุมสูงของพระราชวังทั้งหมด ผมแนะนำให้เดินขึ้นเขาจิ่งซานที่ตั้งอยู่ด้านเหนือของพระราชวังครับ
  • ตัวพระราชวัง เปิด 8.30am-5.30pm ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ที่ปิด
  • ค่าเข้า 60 หยวนในช่วงเมษายน-ตุลาคม และ 40 หยวนในช่วงพฤศจิกายน-มีนาคม

error: Content is protected !!